APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานหัวใจพยศ

ซาตานหัวใจพยศ

เมื่อน้องชายของปุณิกาถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวน้องสาวของสรวิชญ์ไป ความแค้นอันร้อนรุ่มจึงปะทุขึ้นทันที ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยไฟโทสะตัดสินใจลักพาตัวเธอมาเป็นตัวประกันเพื่อตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หวังชำระหนี้แค้นระหว่างสองครอบครัวให้สาสม ปุณิกาต้องเผชิญหน้ากับมรสุมอารมณ์เกรี้ยวกราดของซาตานร้ายในร่างมนุษย์ ที่พร้อมจะทำลายล้างเธอให้ย่อยยับเพียงเพื่อความสะใจและชัยชนะเหนือศัตรูที่เขาตราหน้าไว้อย่างไม่มีวันละไม่ได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ขณะนั้นเป็นเวลาที่สีส้มแสงสุดท้ายของตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตฟ้ากระโปรงทรงคลุมเข่าสีดำเดินมาตามทางในซอยแคบ ๆ ไหล่ข้างหนึ่งสะพายกระเป๋า ส่วนอีกข้างถือถุงโจ๊ก ซึ่งเป็นมื้อเย็นของวันนี้

ต้องทำตัวลีบติดกับกำแพงบ้านในซอยทุกครั้งที่มีเสียงมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่าน นี่มิใช่การเดินทางปรกติของเธอ

ระหว่างมุ่งหน้ากลับบ้านก็คิดถึงรถเต่าคันเก่าแก่ที่ขับไปไหนมาไหนประจำ หากไม่เพราะน้องชายแอบเอารถออกไปเมื่อเช้า เธอคงไม่ต้องเสี่ยงภัยการจราจรในซอยอึดอัดเช่นนี้ ปุณณภพเอาวางกุญแจมอเตอร์ไซด์เขาพร้อมกับโน้ต

“แม้วขอยืมอีเก่งของสักวันสองวัน พี่มิ้มใช้เจ้าโชคดีไปก่อนนะ”

โชคดี...ที่น้องชายหมายถึงคือเจ้าฟีโน่สีแดงแรงสามเท่าที่เจ้าตัวแปะสติกเกอร์ตามใจตัวเองเสียเปรอะ

เล่นหักคอกันอย่างนี้ ปุณิกามีแต่ต้องทำใจ เธอไม่กล้าพอที่จะขับเจ้าสองล้อนี่ท่ามกลางการจราจรของกรุงเทพฯ จึงจำใจต้องอาศัยเดินมาหน้าปากซอยเพื่อเรียกวินฯ ตอนเช้ายังพออาศัยรถสาธารณะประเภทนี้ได้ แต่ตอนเย็นที่ผู้คนต่างเลิกงาน ต้องการกลับไปพักผ่อน ลูกค้ายืนรอคิวใช้บริการยาวเป็นสิบคน

เธอเห็นแล้วท้อ จึงยอมเดินเข้าซอยดีกว่า พอดีใกล้ ๆ กันมีตลาดเล็ก ๆ จึงซื้อโจ๊กมาด้วย ปุณิกาให้กำลังใจตัวเองว่า...รีบ ๆ เดินเข้า จะได้กินอาหารร้อน ๆ

เธอไม่ใช่คนเห็นแก่กิน พิสูจน์ได้จากเอวบาง ร่างน้อยที่เห็นกันอยู่ แต่วันเหนื่อย ๆ ก็อยากได้อะไรเยียวยาจิตใจบ้าง

แสงสุดท้ายของตะวันลับไปแล้ว แม้ความมืดแห่งรัตติกาลจะแผ่ปกคลุมท้องฟ้า แต่มีหรือเมืองหลวงอันมีความหมายว่าเมืองเทพจะพ่ายแพ้ต่อความมืด ไฟตามเสาส่องสว่างเจิดจ้าน้อยกว่าแสงกลางวันเพียงนิด

อีกไม่กี่อึดใจ เลี้ยวหัวมุมข้างหน้า ถัดจากบ้านไปอีกสองหลัง นั่นคือบ้านของเธอ สวรรค์น้อย ๆ แต่พอเพียงของปุณิกาและน้องชาย

...อีกไม่กี่อึดใจ แค่มือเล็กหยิบกุญแจมาเตรียมไขกุญแจที่คล้องประตูเหล็ก เงามืดดังจะดับแสงไฟใด ๆ ในโลกหล้าได้ ...ทาบทับร่างของเธอ

มือสีเข้มจับซี่ประตูเหล็กดัด

“เธออยู่บ้านหลังนี้ใช่ไหม ฉันมีเรื่องจะถาม”

หญิงสาวหันขวับกลับมาทันที เบิกตาโตมองเจ้าของเสียง เขาเป็นผู้ชาย ผมหยักศกยาวระต้นคอ คิ้วเข้มรกไม่เป็นระเบียบ

“เธอเป็นพี่เด็กที่ชื่อแม้วใช่ไหม”

ปุณิกาถอยหลังจนตัวแทบลีบติดประตู ดวงตาสีรัตติกาลจ้องตรงมายังเธอ ก่อให้เกิดอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ

“ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”

แนวกรามบึกบึนเต็มไปด้วยเครา เสียงทุ้มลึกที่เปล่งออกมายิ่งทำให้เธอกลัว นึกถึงข่าวโจรร้ายฆ่าข่มขืนผู้หญิงขึ้นมาในทันใด

“คุณเป็นใคร!”

เธอมองข้ามแขนภายใต้เชิ้ตลายตาราง เห็นผู้ชายแต่ตัวคล้าย ๆ เขายืนคุมเชิงอยู่อีกหลายคน

“ฉันเป็นพี่ของผู้หญิงที่น้องชายพาหนีนะสิ”

หูได้ยินเสียงกัดฟันกรอด ในดวงตาสีนิลดังเห็นประกายไฟปะทุ

“อย่ามากล่าวหาน้องฉันนะ ออกไป! ไม่งั้น ฉันจะเรียกตำรวจ”

หรือนี่จะเป็นวิธีการใหม่ของโจรที่ใช้หาเหยื่อ ปุณณภพไม่เคยแสดงท่าทีชอบผู้หญิงคนไหน จะพามาบ้านหรือโพสต์ลงโซเชียลก็ไม่เคย ในสายตาเธอ น้องเป็นคนเอาการเอางาน หลังเลิกเรียนก็ไปหางานพิเศษทำ เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านบาร์

“เรียกมาเลย ฉันจะได้ให้ตำรวจจับมัน โทษฐานพรากผู้เยาว์ น้องสาวฉันอายุแค่สิบเจ็ดเอง”

เขาตะปบมือระบายอารมณ์กับประตูดังปัง จนปุณิกาสะดุ้งเฮือก

“ฉันไม่เชื่อ ใครก็ได้ช่วยที ผู้ชายคนนี้มาโมเมกล่าวหาน้องฉัน”

เมื่อเห็นคนตัวโตหน้าผากตึงจนแทบจะเห็นเส้นเลือด เธอจึงรีบขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากเป็นเวลาค่ำ ผู้คนล้วนอยู่ในบ้านกับครอบครัว ไม่มีเลยสักคนที่จะโผล่ออกมาดูเธอ

“เข้าไปค้นในบ้านก่อนเถอะครับ เผื่อเขาซ่อนคุณสตางค์ไว้”

หนุ่มหน้าเสี้ยมตัดผมสั้นเกรียนรีบเสนอทางออกแก้สถานการณ์ มือสีเข้มแย่งกุญแจจากเธอ ไขเปิดผลัวะเข้าไปในบริเวณบ้าน

“ปล่อยนะ ฉันจะแจ้งตำรวจจับ พวกคุณบุกรุกบ้านฉัน”

แย่งกุญแจอย่างเดียวไม่พอ หนุ่มเคราครึ้มยังลากข้อมือปุณิกาไปด้วย เธอทั้งขัดขืน ทั้งพยายามสะบัด แต่ไม่ได้ระคายเคืองผิวเข้มนั่นเลย เขายังคงใช้กำลังบังคับเธอเข้าไปในบ้านตัวเอง

“ค้นทุกซอกทุกมุม หาสตางค์กับไอ้เด็กเวรนั่นให้เจอ” เขาประกาศ ทิ้งตัวเธอลงบนโซฟา

“เดี๋ยว จะทำอะไร นี่มันบ้านฉันนะ”

เธอผุดลุกขึ้น ตอนเห็นแขกไม่ได้รับเชิญทั้งหลายขึ้นบันไดไปชั้นสองบ้าง ไปทางครัวบ้าง มีเสียงเปิดประตูปึงปัง

“อยู่เฉย ๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

เขายืนเท้าสะเอวจ้องเธอนิ่ง หญิงสาวหน้าร้อน รู้ว่าเขากำลังจับผิด

“ฉันไม่รู้เรื่องอะไรระหว่างน้องชายฉันกับน้องสาวคุณเลยนะ”

ปุณิกาเปลี่ยนวิธีพูดใหม่

“ฉันเอาเรื่องเธอตายแน่ ถ้าช่วยกันปกปิดเรื่องสองคนนั่นพากันหนี”

“อะไรนะ!”

คนได้ฟังรู้สึกหัวหมุน

“น้องชายเธอพาน้องสาวฉันหนี”

“ขะ...คุณรู้ได้ยังไง”

เธอถามแบบไม่เต็มเสียงนัก ลำคอแห้งผาก

“คนที่บาร์บอก”

เขาหายใจฮึดฮัด ราวกระทิงอยู่ในคอก พร้อมชนทันทีที่ประตูกั้นเปิดออก

“ฉันส่งน้องสาวมาเรียนในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ให้มามั่วสุมกับเด็กไม่มีอนาคตอย่างน้องเธอ”

“แม้วไม่ใช่เด็กไม่มีอนาคต”

เมื่อได้ยินคำสบประมาท เลือดรักน้องจึงพลุ่งพล่าน

“ถึงเขาจะเรียนอาชีวะก็ไม่เคยไปดีกับใคร ตั้งใจเรียนตลอด แม้วตั้งใจจะเป็นวิศวกร”

ชายหนุ่มหัวเราะหึ

“เด็กที่ทำงานอยู่ในบาร์นั่นนะเหรอ มีแต่อบายมุขทั้งนั้น แล้วยังกล้าดีมาพาน้องฉันหนีอีก”

ดวงตาลึกภายใต้คิ้วรก ๆ มองเธออย่างหมิ่น ๆ แต่ก่อนที่ปุณิกาจะตอบโต้อะไร พวกผู้ชายที่ค้นบ้านเธอก็กลับมารวมกัน

“พวกเราค้นทั่วบ้านแล้วครับคุณเต้ย ไม่เจอคุณสตางค์กับนายแม้วนั่นเลย”

นายหน้าเสี้ยมรายงาน

“ในโรงจอดรถ มีแต่มอเตอร์ไซด์ของมันครับ”

ผู้ชายที่ลูกน้องเรียกคุณเต้ย...คำราม ลดศีรษะลงแล้วเชิดหน้าขึ้นมาใหม่

“เธอน่ะ โทรตามน้องเธอสิ”

ปุณิกาเอามือตบกระเป๋าสะพาย เมื่อเขามองมันอย่างหมายมาด ชั่วกะพริบตาเขาก็กระชากแย่งมันมาเสียจากเธอ หญิงสาวอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะเจอผู้ชายไร้มารยาทขนาดนี้

เขาเทของในกระเป๋าลงบนโต๊ะรับแขก มือถือที่เพิ่งผ่อนหมดของเธอกระทบพื้นโต๊ะเสียงลั่น

“อ๊ะ!”

เธอผวา ยื่นมือพยายามเข้าไปแย่งทรัพย์สมบัติอันสำคัญ แต่คนแข็งแรงกว่าก็รวบข้อมือเธอไว้ด้วยมืออันใหญ่โต

เขาเปิดหารายชื่อจากเมนูสมุดโทรทัศน์ ไม่ทันไรก็เจอเบอร์เป้าหมาย กดนิ้วโทรออกด้วยแรงโทสะ แล้วกลับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินปลายสาย

“หมายเลขที่ท่านเรียกขณะนี้ไม่สามารถติดต่อได้”

“ห่าเอ้ย!”

เขาทิ้งมือถือทันที โชคดีมันตกลงบนโซฟา ปุณิกาอาศัยจังหวะเขาเผลอ สะบัดมือจากพันธนาการ รีบหยิบมือถือขึ้นมาลูบสำรวจความเสียหาย

เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดใจขึ้นในห้องรับแขก รู้สึกเพดานกดต่ำ ราวจะทับให้ผู้อยู่ในห้องบี้แบนไปตาม ๆ กัน

“พวกมึงสองคนไปเฝ้าที่บาร์ หาข่าวจากเพื่อนไอ้เด็กแม้วว่ามันติดต่อใครบ้างไหม แล้วรีบโทรบอกกูทันที”

คนเป็นนายชี้นิ้วสั่งลูกน้อง

“ส่วนมึงไปเฝ้าหอน้องกู ลองถามว่าใครสนิทพอจะรู้เห็นความเป็นไปของสองคนนั่น หรือเห็นอะไรแปลก ๆ หรือเปล่า”

ผู้ชายตัวโต ๆ หายไปสาม แต่ยังเหลืออีกหลายคนในบ้าน

“เห็นแล้วใช่ไหมว่าน้องฉันไม่อยู่ พวกคุณกลับไปได้แล้ว”

“ไม่ไป ฉันจะเชื่อใจได้ยังไงว่าเธอไม่ได้ร่วมมือกับไอ้เด็กนั่นพาน้องฉันหนี”

ปุณิกาเม้มปากกับคำกล่าวหานั้น

“เป็นคุณจะยอมไหมล่ะ ที่จะช่วยน้องให้พาผู้หญิงหนี”

เธอล่ะอยากเจอปุณณภพเหลือ อยากซักไซ้ถามความจริงให้หมดจด

“เป็นฉันจะพูดกล่อมให้ใจเย็นเสียมากกว่า มีอะไรก็ค่อยพูดกันดี ๆ อย่าใช้อารมณ์แก้ปัญหา”

หญิงสาวหลุบตาหลบ สะใจที่เหน็บเขาได้

“ทั้งสองคนยังเด็ก แม้วอายุยังไม่เต็มยี่สิบ น้องคุณก็แค่สิบเจ็ด ผู้ใหญ่อย่างเราควรคุยกับเขาดี ๆ มากกว่าจะดุด่า”

หากปุณณภพพาน้องสาวเขาหนีจริง ๆ เธอก็พอจะรู้สาเหตุว่าเกิดจากอารมณ์ร้อนของเขาทั้งนั้น

“ฉันไม่คุยดีกับคนที่พาน้องฉันหนีหรอก”

คนดื้อยังยืนกราน

“นั่นก็แล้วแต่คุณ กลับไปกันได้แล้ว ถ้าแม้วกับน้องคุณกลับมาที่บ้าน ฉันจะคุยกับเขาเอง”

พอจะรู้เหตุผลที่น้องต้องใช้รถเธอแล้ว ขอภาวนาให้เขามีสติ ไม่ทำอะไรด้วยอารมณ์เป็นใหญ่ดังพี่ของสาวเจ้าเถิด

“ไม่! ฉันจะอยู่ที่นี่ จะรอจนกว่ามันจะกลับมา” ชายหนุ่ม ทิ้งก้นลงบนโซฟาห่างเธอไปไม่กี่คืบ

“แล้วกันคุณ นี่มันบ้านฉันนะ”

การอยู่บ้านตัวเองท่ามกลางคนแปลกหน้าที่เป็นชายล้วน เป็นประสบการณ์ที่เธอไม่อยากเจอเลย

“ฉันจะเชื่อใจได้ยังไงว่าถ้าน้องเธอมา จะไม่ช่วยกันพาน้องฉันหนีไปอีก”

ปุณิกากลอกตาขึ้นฟ้า พูดไปพูดมาเหมือนวนอยู่ในอ่าง เขาทำตัวไร้สมองผิดกับความใหญ่โตของร่างกาย

“เอาเถอะ เอาที่สบายใจ”

เธอพ่นลมออกจากปาก เดินไปห้องครัว ก่อนนึกขึ้นได้ว่าถุงโจ้กตกอยู่หน้าประตูรั้ว ...อวสานอาหารเย็นของจริง

เปิดดูในตู้เย็น ยังมีนมเหลืออยู่ เธอจึงรินดื่ม ไม่มีกะจิตกะใจที่จะเผื่อแผ่แขกไม่ได้รับเชิญเลยสักนิด ก็แหม...คนบ้านเสียงออกปึงปังขนาดนั้น สภาพข้างบนคงเละ เป็นภาระให้เธอต้องออกแรงจัดเก็บอีกอยู่ดี คิดแล้วปุณิกาก็หนักไหล่ขึ้นมาทันใด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักร้อนซ่อนรักร้าย
8.6
เมื่อไฟแค้นสุมทรวง ชายหนุ่มจึงเลือกใช้คำพูดเหยียดหยามเพื่อทำลายหญิงสาวผู้ยอมอุทิศตนปกป้องพี่สาวและผู้มีพระคุณ แม้เธอต้องเผชิญความอัปยศภายใต้เงื้อมมือเขา แต่ความอดทนนี้มีไว้เพื่อรอวันทวงคืนความยุติธรรมกลับมา หญิงสาวจึงตอบโต้ด้วยความเย็นชาและเกลียดชังอย่างไร้เยื่อใย เธอเมินเฉยต่อเสน่ห์อันเย้ายวนและตราหน้าว่าคนหลงตัวเองอย่างเขาไม่มีค่าพอให้สนใจ ไม่ว่าเขาจะเสนอสิ่งตอบแทนล้ำค่ามากมายเพียงใดก็ไม่อาจซื้อใจเธอได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง รักฉบับคลับโฮสต์
9.3
‘เมื่อสาวเฉิ่ม ผู้มีพรสวรรค์เรื่องแฟชั่นชนิดติดลบ ต้องกลายมาเป็นเจ้าของคลับโฮสต์คนใหม่ ส่วนเขาคือโฮสต์ที่ฮอตที่สุดของคลับ เมื่อพรหมลิขิตเริ่มทำงาน คนสองบุคลิกจึงโคจรมาเจอกัน งาน ความรัก และการฆาตกรรม คือสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอ’ ------------------------------------------------------- “เพราะผู้หญิงแบบคุณ แววตาแบบคุณ ไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังต้องการผู้ชายเพื่อคลายเหงา” “นายเก่งขนาดอ่านแววตาฉันออกเลยหรือไง” เอ่ยจบแพรทับทิมก็รวบรวมความกล้าสบตากับกายไปตรงๆ แต่ดูเหมือนเธอจะแพ้ เพราะต้องหลบสายตาของกายที่มองเธอกลับมาเสียเอง “หรือไม่จริง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “ไม่จริง” โทนเสียงของแพรทับทิมติดสั่นเล็กน้อย เพราะประหม่านั่นเอง “ถ้าจริง คืนนี้คุณก็ให้ผมดูแล ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าคุณโกหกผม” “ฉันไม่อยากให้นายมาดูแล” “คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะว่าคุณได้บุ๊คกิ้งผมไปแล้ว และถ้าต้องการยกเลิกคุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้ผม” กายยักคิ้วให้ นั่นทำเอาเธอแยกเขี้ยวใส่ “เท่าไหร่” แพรทับทิมคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวมาถือไว้ พร้อมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ตามที่ชายหนุ่มร้องขอ ขอเป็นสายเปย์ดูสักตั้ง หวังว่ากระเป๋าเธอมันจะไม่ฉีกเสียก่อนนะ “ผมไม่รับเป็นเงิน” “เอ้า! แล้วนายอยากได้เป็นอะไรก็บอกมา” “ผมชอบรับเป็น…จูบ” “จูบ!” คนฟังตาโต ใจนี่เต้นโครมครามกับรูปแบบการจ่ายค่าเสียเวลาที่ได้ยิน “ใช่…จูบที่ว่ามันต้องดูดดื่มแบบปากประกบปากด้วยนะครับ จูบแบบเด็กอนุบาลไร้ประสบการณ์ผมก็ไม่รับ” “ฉันบุ๊คกิ้งก็ได้” คำตอบของแพรทับทิมทำเอากายยิ้ม พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนเจ็บแก้มไปหมด เธอดูเอาจริงเอาจัง พร้อมจะเปย์ แต่สุดท้ายก็ถอย เมื่อรู้ว่าเขาต้องการค่าเสียเวลาเป็นอะไร ----------------------------------------------------- “แกอย่ามโนไปไกล ฉันกับกายแค่คบกันเฉยๆ สัมผัสร่างกายกันมากสุดก็แค่จูบ ยังไม่ถึงขั้นฟิตเจอริ่งย่ะ” “จูบกันแล้วด้วยเหรอ” “อื้อ” แพรทับทิมพยักหน้ารับเขินๆ “โอ๊ย! อิจฉา แกมีจูบแรกแล้ว ส่วนฉันนี่คงแห้งเหี่ยวบนคานแน่ๆ” แก้มใสห่อเหี่ยวลงไปถนัดตา สำหรับเธอยินดีกับความรักของ แพรทับทิมและกายเสมอ เพราะเพื่อนเธอควรจะมีคนดีๆ เข้ามาดูแล และเท่าที่ได้รู้จัก กายก็คือคนดีคนหนึ่ง “แกก็ไปจูบไอ้ปุณมันดิ” ข้อเสนอของแพรทับทิมมันยากที่แก้มใสจะทำได้ “มันได้ถีบฉันเข้าให้น่ะสิ นี่ก็ยังเคืองๆ มันอยู่ งานที่คลับโฮสต์แกก็ไม่มีอะไรให้ไปช่วยสืบ ยังไม่ยอมลาออกอีก” “หึงมันเหรอ” “อื้อ” แก้มใสพยักหน้ารับ “งั้นเดี๋ยวฉันฉีกสัญญาไอ้ปุณมันให้ เพราะดูท่ามันจะเพลินกับการได้เทคแคร์สาวๆ สวยๆ จนลืมแก” “หึ…ถ้ามันมีฉันในสายตานะ ป่านนี้มันตรัสรู้ไปนานแล้วว่าฉันแอบชอบมันอยู่” คนแอบรักชักจะถอดใจ นั่นเพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบยังไงเหมือนกัน สงสัยต้องรักแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนี้ไปตลอดมั้ง “ฉันถึงให้แกบอกชอบมันอยู่นี่ไง แกก็รู้ไอ้ปุณมันซื่อบื้อ” แม้ปุณจะเสน่ห์แรง มีสาวๆ ข้างกายไม่ขาด แต่เอาเข้าจริงปุณแทบจะมองผู้หญิงไม่ออก ว่าคนไหนจริงใจหรือแค่สนุก
ภาพปกนิยายเรื่อง รักนี้ลิขิตเองเหมือนฝัน NC20+++
9.2
เมื่อบาดแผลจากอดีตกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่คอยทำร้ายจิตใจ เส้นทางรักครั้งใหม่นี้จึงต้องเจอกับด่านทดสอบอันแสนท้าทาย ท่ามกลางความสัมพันธ์สุดลึกซึ้งและร้อนแรงตามแบบฉบับของผู้ใหญ่ ฝ่ายชายกลับตั้งกฎเหล็กอย่างจริงจังว่า ห้ามเอ่ยถึงคนรักเก่าของเธอให้เขาได้ยินโดยเด็ดขาด ความรักที่ควรจะโรแมนติกหวานชื่นจึงถูกปกคลุมด้วยความอึดอัดและการสร้างข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องความรู้สึกและประคับประคองความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โดยไร้เงาของคนในวันวาน
ภาพปกนิยายเรื่อง เงาซ่อนรัก  Love Shadow
8.1
ชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ใต้ร่มเงาการดูแลของป้าต้องพลิกผันไปตลอดกาล จากความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจเพียงคืนเดียวกับลูกชายของเจ้าของบ้าน นำไปสู่การแต่งงานที่เกิดขึ้นจากความรับผิดชอบอันปราศจากความรัก แม้เขาจะยอมเข้าพิธีวิวาห์ด้วยความจำใจ แต่การเริ่มต้นชีวิตคู่ในฐานะภรรยาอย่างเป็นทางการกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พันธะสมรสครั้งนี้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของมรสุมชีวิต เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคและเรื่องราวเลวร้ายมากมายที่ดาหน้าเข้ามาทำร้ายจิตใจอย่างไม่เว้นแต่ละวัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียเก็บบำเรอแค้น
8.2
โศกนาฏกรรมจากการสูญเสียน้องสาวผู้เป็นที่รักอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้เมมฟิส แคเมอรอน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งธุรกิจสายการบินยักษ์ใหญ่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ระทม ทว่าความโศกเศร้ากลับแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงแค้นอันร้อนรุ่มในทันทีเมื่อเขาได้รู้ความจริงว่า รีส เบคเลอร์ ดาราสาวแสนสวยคือมือที่สามที่เข้ามาทำลายความรักระหว่างน้องสาวของเขากับดาราหนุ่มชื่อดัง นีล เทอร์เนอร์ จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องเศร้าขึ้น เมมฟิสจึงพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางและยอมแลกด้วยทุกสิ่งในชีวิตเพื่อลากตัวการอย่างเธอมาลงทัณฑ์และชดใช้กรรมอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว
9.3
หลังสูญเสียภรรยาไป ประธานแห่งฮั่วซื่อกรุ๊ปก็กลายเป็นคุณพ่อผู้เย็นชาและซื่อสัตย์ ทว่าหัวใจที่ปิดตายกลับต้องสั่นคลอนอีกครั้งเมื่อได้พบกับแพทย์ประจำตระกูลคนใหม่ แม้เริ่มแรกเธอจะหวาดกลัวท่าทีอันดุดันของเขา แต่เพียงสองเดือนเธอกลับก้าวขึ้นเป็นนายหญิงคนใหม่ได้อย่างง่ายดาย เคล็ดลับความสำเร็จนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะแท้จริงแล้วเธอคืออดีตภรรยาที่หวนคืนมาพร้อมกับลูกแฝดที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน การกลับมาครั้งนี้จึงทำให้ท่านประธานได้ทั้งภรรยาสุดที่รักและโซ่ทองคล้องใจถึงสองคนกลับคืนมาในเวลา