APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง พ่ายรักเทพบุตรมาร

พ่ายรักเทพบุตรมาร

9.7 / 10.0
โชคชะตานำพาให้สี่สาวสวยอย่างดารากานต์ ศศิกานต์ ใบหลิว และน้ำฟ้า ต้องมาพบกับความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเทพบุตรของสี่หนุ่มหล่อ อัคนี น่านน้ำ วาโย และพสุธา จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่ออัคนีและดารากานต์ถูกบังคับให้เข้าพิธีแต่งงานกันโดยปราศจากความรัก ท่ามกลางความขัดแย้งและรอยร้าว เปลวไฟแห่งความปรารถนากลับค่อยๆ ก่อตัวและหลอมละลายหัวใจของทั้งคู่ แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามต่อต้านและหลบหนีสักเท่าใด ทว่าเล่ห์เหลี่ยมอันแพรวพราวและความจริงจังของชายหนุ่มกลับยิ่งทำให้เธอต้องยอมพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันแสนเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว

พ่ายรักเทพบุตรมาร ตอนที่ 1

ตอน ที่ 1. เพลิงเสน่หา1

ดารากานต์ในชุดเจ้าสาวสีขาวซึ่งเป็นแบบเกาะตัวกระโปรงสุ่มไก่ฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิงจำต้องปั้นยิ้มเดินเคียงคู่เจ้าบ่าวของน้องสาว ซึ่งตอนนี้ตัวเธอเองได้สวมรอยกลายเป็นเจ้าสาวกำมะลอให้อีกฝ่าย ดวงตากลมสวยแอบลอบมองชายหนุ่มร่างสูงในชุดทักซิโด้สีขาวอย่างสำรวจ เธอเพิ่งเจอหน้าเขาก่อนวันงานหนึ่งวัน หลังจากที่ศศิกานต์น้องสาวฝาแฝดซึ่งควรจะเป็นเจ้าสาวในวันนี้ได้หายตัวไป หญิงสาวถูกบิดามารดาเรียกเข้าไปคุย ทั้งๆ ที่เพิ่งเดินทางมาถึงก่อนวันงานแต่งงานของน้องสาวเพียงสองวัน เพื่อมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้น้องสาวฝาแฝด

“หนูดาว นึกว่าเห็นแก่หน้าของพ่อกับแม่ ช่วยแต่งงานแทนน้องด้วยนะลูก”

นางเพ็ญทิพย์ผู้เป็นแม่เอ่ยขอร้องลูกสาว หลังจากเล่าเรื่องที่ศศิกานต์ได้หายตัวจากบ้านให้ลูกสาวคนโตฟัง

“หนูบอกพ่อกับแม่แล้วไม่ใช่หรือคะ ว่าอย่าบังคับยายเดือน เป็นไงล่ะน้องไม่อยากแต่งงานกับไอ้พ่อเลี้ยงไร่กาแฟนั่น จนหนีไปแบบนี้” ดารากานต์กอดอก มองพ่อกับแม่ด้วยความโมโห

ท่านทั้งสองจับลูกสาวคลุมถุงชนให้แต่งงานกับลูกชายของเพื่อน ที่เป็นเจ้าของไร่กาแฟและรีสอร์ท โดยไม่ถามความสมัครใจของลูกเลย

ศศิกานต์เป็นคนเงียบๆ ไม่พูดมากปากไวเหมือนพี่สาว ได้แต่จำยอมทำตามความต้องการของพ่อแม่ พอจะถึงวันแต่งจริงๆ เจ้าตัวกลับทนรับสภาพไม่ไหว หนีงานแต่งงานไปโดยทิ้งจดหมายบอกลาสั้นๆ ว่า

... หนูเดือนขอโทษด้วยนะคะ ที่อกตัญญู แต่หนูเดือนไม่อยากแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก ยกโทษให้หนูเดือนด้วยนะคะ...

“แกจะให้พ่อแม่ขายหน้าชาวบ้านเขาหรือไงยายดาว เอาสิพ่อกับแม่ไม่ได้เลี้ยงแกมานี่ แกคงไม่เห็นหัวหรอก” นายสุเมธตัดพ้อลูกสาวอย่างเสียใจ

เมื่อหลายปีก่อนเขายกดารากานต์ให้พี่สาวกับพี่เขยที่ไม่สามารถมีลูกได้เป็นลูกบุญธรรมเพราะสงสารที่ทั้งสองไร้ทายาท ดารากานต์ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจ จึงมีนิสัยเอาแต่ใจดื้อรั้นไม่ยอมคน ต่างจากศศิกานต์ที่อ่อนหวานเรียบร้อยอยู่ในโอวาทของพ่อแม่ ลูกสาวฝาแฝดของเขาทั้งสองรักใคร่กันมากเพราะไปมาหาสู่กันเสมอ

“หนูดาว แม่ขอร้องเถอะลูก ยอมแต่งงานแก้หน้าให้พ่อกับแม่ไปก่อนนะ แม่จะคุยกับผู้ใหญ่ทางโน้น ให้แต่งกันแต่ในนาม”

นางเพ็ญทิพย์พยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาวหัวดื้อของตนอีกครั้ง นางรู้ดีว่าดารากานต์รักและห่วงใยพ่อแม่ หากใจเย็นพูดให้ลูกเห็นใจ ลูกของนางต้องรับปากแน่

“ทำไม่ล้มเลิกงานแต่งไปคะ ง่ายกว่ากันเยอะ” ดารากานต์เสนอทางออกที่ทำให้คนเป็นพ่อแม่ ต้องมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า

“ไม่ได้เด็ดขาด ฉันเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งจังหวัด แกจะให้ฉันไปบอกล้มเลิกงานแต่งได้ยังไง ไหนจะแขกฝั่งเจ้าบ่าวอีก แกจะให้พ่อกับแม่ถูกสังคมประณามหรือไง ยายดาว” นายสุเมธโอดครวญ

“หนูดาว แม่กับพ่อขอร้องหนูเถอะนะลูก หนูเดือนหายตัวไปแบบนี้ ชาวบ้านลูกเข้า เขาจะนินทาน้องได้นะลูก หนูอยากให้น้องถูกนินทาว่าหนีตามผู้ชายไปหรือไงลูก ไม่เห็นแก่พ่อแม่ก็เห็นแก่ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลของเราเถอะลูก”

นางเพ็ญทิพย์ใช้ไม้ตาย เพราะรู้ว่าดารากานต์รักน้องสาวมาก คงไม่ยอมให้น้องถูกนินทาแบบนี้แน่

ดารากานต์นิ่งไปครู่หนึ่งคิดตามที่มารดาบอก ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้ารับอย่างจำใจ

“ก็ได้ค่ะ ดาวจะเห็นแก่ยายเดือนนะคะ แต่หลังจากแต่งงานแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ต้องให้ดาวหย่ากับเขานะคะ”

“ได้ลูก ได้ทุกอย่าง ขอบใจมากนะลูกที่ยังเห็นแก่หน้าพ่อแม่”

นางเพ็ญทิพย์เข้ามากอดลูกสาวไว้ ส่งยิ้มโล่งอกให้สามีที่มีสีหน้าดีขึ้น ขอเพียงดารากานต์ยอมรับปาก เรื่องอนาคตค่อยว่ากันอีกที

หลังจากตกปากรับคำเป็นเจ้าสาวแทนน้องสาว วันรุ่งขึ้นทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็พากันมาปรึกษาหารือเรื่องนี้ นั่นทำให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกำมะลอได้เจอหน้ากัน ดารากานต์ขอตัวคุยกับอัคนีเพียงลำพังเพื่อตกลงกันก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่แผนวาห์กำมะลอเพื่อกู้หน้าให้สองตระกูล

“นี่คุณอัคนี ที่ฉันยอมแต่งงานกับคุณแทนยายดาวเพราะเห็นแก่ชื่อเสียงของพ่อแม่ฉันและพ่อแม่คุณ ดังนั้นเราต้องตกลงกันก่อน” ดารากานต์เป็นคนตรงๆ จึงไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา

“ก็ว่ามาสิครับคุณดาว ผมรอฟังอยู่”

อัคนียิ้มรับด้วยใบหน้าแต้มรอยยิ้ม ชายหนุ่มนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ในสวนหลังบ้าน ท่าทางดูไม่มีกังวลกับเรื่องนี้สักนิด เหมือนเขาไม่ได้สนใจว่าจะแต่งงานกับใครไม่ว่าจะเป็นพี่สาวหรือน้องสาว ทำเอาคนคุยด้วยรู้สึกไม่พอใจเล็กๆ แต่จำต้องข่มความรู้สึกนั้นไว้ เจรจาความให้รู้เรื่อง

“เราจะ...” แก้มนวลร้อนวูบขึ้นมาเมื่อต้องเอ่ยเรื่องสำคัญ “เราจะแต่งงานแต่กันในนาม พอพ้นคืนแต่งไปก็ต่างคนต่างอยู่”

“อืม... เรื่องนี้ผู้ใหญ่ของเราเขาตกลงกันแล้ว”

เขายกยิ้มมุมปาก มองหน้าของเธอด้วยสายตาพราวระยับ ราวกับขบขันกับท่าทีกังวลเกินเหตุของเจ้าสาวตัวแทน

“รู้แบบนี้ก็ดีแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ แต่ฉันมีเรื่องคุยกับคุณเรื่องยายเดือนด้วย”

ดารากานต์ หลบสายตาคมวาวของอีกฝ่าย รู้สึกหายใจติดขัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้ชายอะไรหน้าหล่อคมเข้มดวงตาคมกริบเหมือนเพชร แค่เผลอไปสบตาด้วยเธอก็แทบจะเข่าอ่อน หล่อบาดตาแบบนี้ทำไมถึงไม่มีแฟนแล้วยังยอมแต่งงานแบบคลุมถุงชนอีก มันน่าจะมีอะไรผิดปกติสักอย่าง หญิงสาวอดนึกในแง่ร้ายไม่ได้

“ว่ามาครับ ผมรอฟังอยู่”

เขาพูดประโยคเดิมอีก ขยับกาย นั่งตัวตรง ท่าทีตั้งอกตั้งใจ แต่สายตาคมๆ ของเขาไม่ละจากดวงหน้างามของเธอ

ดารากานต์สูดลมหายใจแรงๆ ลดสายตาลงมองแผงอกของเขาแทนใบหน้า เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดจากความควบคุม เจอผู้ชายมาก็เยอะไม่เคยใจเต้นแรงหรือประหม่าเขินอายแบบนี้มาก่อน แต่ทำไมดันมาตกม้าตายกับเจ้าบ่าวของน้องสาวได้

“ถ้ายายเดือนกลับมา คุณจะแต่งงานกับยายเดือนอีกไหม”

เธอถามเขาเสียงเบา แม้ตาจะไม่มองสบตาเขาแต่หัวใจก็ดันเต้นแรงเมื่อเปลี่ยนมามองแผงอกหนาที่ลอดผ่านกระดุมเสื้อของเขาแทน คนอะไร หล่อไม่พอยังล่ำบึกชนิดนายแบบชิดซ้าย ผู้ชายที่มีรูปร่างแบบนี้ได้ต้องขยันออกกำลังกายสม่ำเสมอ ท่าทางของเขาดูบึกบึนแข็งแกร่งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศจนคนมองโพรงจมูกร้อนผ่าวขึ้นมา ต้องเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่อื่นเกร็งเลือดกำเดาจะพุ่งเพราะหุ่นทรมานสายตานั้น

“เรื่องของผมกับคุณเดือนจบลงแล้วตั้งแต่เธอหนีไป ผมไม่อยากบังคับคนที่ไม่เต็มใจหรอกครับ” เขาบอกเสียงเข้ม

“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ”

ดารากานต์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รู้สึกดีกับชายหนุ่มที่เขาเข้าใจอะไรง่ายกว่าที่คิด

“ฉันสัญญาว่าจะทำหน้าที่เป็นเจ้าสาวกำมะลอของคุณ ไม่ให้คุณเสียชื่อเสียง”

คำสัญญานั้นทำให้ดารากานต์มาเดินเคียงข้างอัคนี สุริยะกุลในวันนี้ เธอถอนหายใจแรงปัดความคิดกังวลใจทิ้งไป ตั้งหน้าตั้งตาฉีกยิ้มเดินเคียงคู่กับเขาทักทายแขกเหรื่อในงานต่อไป

“นี่คุณ จะหนีออกจากห้องหอ ตั้งแต่คืนแรกเลยหรือไง”

อัคนีเอ่ยเสียงเข้ม เมื่อเห็นเจ้าสาวหมาดๆ ของเขาทำท่าย่องออกนอกห้อง งานวิวาห์เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อยงดงาม พิธีส่งตัวเข้าหอก็ทำครบถ้วน พ่อญาติผู้ใหญ่ออกไปกันหมดเจ้าบ่าวอย่างเขาก็เข้าไปอาบน้ำ พอออกมาก็เห็นเจ้าสาวของเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดกางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ๊ตแบบผู้หญิงสีขาว กำลังจะเปิดประตูออกจากห้องหอไป

“ฉันไม่ได้หนี แต่ฉันจะกลับบ้านฉันย่ะ”

ดารากานต์หันมามองหน้า เจ้าบ่าวของเธอตาเขียวปั้นหน้าให้ดูเคร่งขรึม ทั้งๆ ที่ในใจประหม่าขัดเขินเหลือคณา ตั้งแต่เกิดมาโตเป็นสาวเธอไม่เคยร่วมห้องกับผู้ชายมาก่อน

อ่านต่อ

สารบัญ พ่ายรักเทพบุตรมาร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดเวลาสามปีที่หญิงสาวทุ่มเทให้ความรักและเฝ้าทะนุถนอมความสัมพันธ์ เธอวาดฝันถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่และรอคอยวันที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่โลกทั้งใบกลับล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นในคำสัญญามาตลอดได้ทรยศหักหลังเธออย่างไม่คาดฝัน เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่งานแต่งงานในฝันจะเริ่มขึ้น มันทำลายความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น ความรักที่เคยงดงามถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง ทำให้เธอต้องทนรับสภาพจิตใจที่แตกสลายและสูญเสียภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปอย่างถาวร
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาอนาคตอย่าหนีไปไหน
8.9
อุบัติเหตุเล็กๆ บนท้องถนนนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหญิงสาวเผลอเดินชนเด็กชายแปลกหน้า ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบลงแค่คำขอโทษ เด็กน้อยคนนั้นกลับคว้าตัวเธอไว้แน่นและยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องตกตะลึง เขาเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบด้วยการมาเป็นมารดาของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสน เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงได้ปักใจเลือกเธอ ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธอย่างไร พันธนาการนี้ก็ค่อยๆ ดึงดูดเธอเข้าสู่วังวนแห่งความผูกพัน จนไม่อาจก้าวหนีจากความสัมพันธ์นี้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งมาดเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน จนถึงขั้นประกาศตัวว่าต้องการเคียงคู่และใช้นามสกุลร่วมกับเขา โชคชะตาเป็นใจส่งให้เธอได้เข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ทว่าความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายหนุ่มกลับทำให้เธอเริ่มท้อแท้จนคิดจะถอยห่าง แต่ในยามที่เธอเตรียมจะตัดใจ มัฆวัฒน์ผู้เคยบ้างานและไม่เคยสนใจใครกลับเริ่มหวั่นไหวไปกับความสดใสของจอมขวัญจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าพร้อมทำลายล้างทุกอุปสรรค ต้องโคจรมาพบกับหญิงสาวผู้อ่อนโยนเปรียบเสมือนลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ในเงื้อมมือของเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมสยบต่อการตัดสินใจของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะเลือกทำลายเธอให้มอดไหม้หรือจะยอมปล่อยตัวเธอไป ทว่าทุกการสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้นั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจของเธอจะต้านทานได้ ในสงครามแห่งความรักและความใคร่ครั้งนี้ หญิงสาวจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางบ่วงไฟพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในโลกการเงิน พยายามออกตามหาคู่แฝด ดาหลาและกาสะลอง มานานกว่าสิบปีเพื่อไถ่บาปในอดีตที่เขาเคยสร้างความพังพินาศให้แก่ครอบครัวของพวกเธอ ทว่าเหตุการณ์อันเลวร้ายในค่ำคืนนั้นที่พรากพ่อแม่ไปจนทำให้ทั้งสองต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ได้กลายเป็นบาดแผลลึกที่ไม่มีวันจางหาย แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน แต่เพลิงแค้นของสองพี่น้องยังคงคุโชน เปลี่ยนอดีตเด็กสาวผู้อ่อนหวานให้กลายเป็นอาวุธร้ายที่พร้อมจะย้อนกลับมาทำลายล้างชายผู้พรากทุกสิ่งไปจากพวกไปจากชีวิต
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์