APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Move On ใจหมดรัก

Move On ใจหมดรัก

เมื่อความรักอันแสนหวานแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา เขามองเธอเป็นเพียงของตายที่ไม่มีวันจากไป ไม่ว่าจะทำตัวย่ำแย่เพียงใดเธอก็ยังคงเฝ้ารออยู่ที่เดิมเสมอ ทว่าความร้าวรานที่สะสมมาเนิ่นนานเริ่มทำให้เธอตระหนักและตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหยุดทำร้ายตัวเองแล้วหันกลับมารักษาแผลใจ ในเมื่อเขาไร้ใจและไม่เคยเห็นคุณค่าของเธออีกต่อไป เธอควรตัดสินใจก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อเริ่มต้นใหม่ หรือจะยอมติดอยู่ในลูปของการให้อภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ต่อไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

มหาลัย A [11.28 น.]

"ใครมีคำถามอะไรไหม"

"ไม่มีนะ โอเค รายงานส่งวันศุกร์หน้าก่อนเข้าคาบเรียน วันนี้เลิกเรียนได้ค่ะ"

เสียงอาจารย์สาววัยกลางคนพูดขึ้นปล่อยคาบเรียน ฉันรีบหันไปหาลลินกับโรสลินเพื่อนรักของฉันที่นั่งอยู่ด้วยกันเราทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง หลังจากที่เราทั้งสามคนเก็บของเรียบร้อยก็เดินออกมาหน้าห้องเรียนเพื่อจะออกไปกินข้าวแล้วกลับมาเข้าเรียนอีกหนึ่งวิชาที่เหลือ ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาแฟนของฉัน

[วาคีน]

ตืด~ ตืด~ ตืด~

รอสายอยู่นานวาคีนก็ไม่รับ ฉันก็กดต่อสายไปใหม่เขาก็ยังไม่รับสายฉันเหมือนเดิม ฉันกับวาคีนเราคบกันมาหลายปีแล้วเราเรียนที่เดียวกันตั้งแต่อยู่ มอ.ปลาย ฉันกับเขาคบกันตั้งแต่อยู่ มอ.ห้า จนตอนนี้เราทั้งคู่ก็มาเรียนที่มหาลัยเดียวกัน เพียงแต่เรียนคนละคณะเท่านั้น

"โทรหาวาคีนเหรอ"

ลลินถามขึ้นเพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันทำทุกวันแม้ฉันกับวาคีนเราจะอยู่ด้วยกันแล้วโดยที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝั่งรับรู้ เวลาที่มาเรียนฉันกับวาคีนมาด้วยกันหากวันไหนพักเที่ยงตรงกันฉันก็อยากจะกินข้าวกับเขาเหมือนอย่างสมัยก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายวิ่งมารับฉันไปกินข้าวเอง

"ไม่เบื่อบ้างเหรอ ที่ต้องคอยตามอยู่ฝ่ายเดียวน่ะ"

โรสลินก็อีกคนฉันรู้นะว่าทั้งสองคนเป็นห่วงฉันมาก เพราะฉันกับวาคีนเราทะเลาะกันค่อนข้างบ่อย เขาไม่ใส่ใจฉันเหมือนเดิมเขาจะดีกับฉันแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น เฮ้อ... ก็ฉันรักวาคีนนี่คะฉันจะทำอะไรได้ละ

"ฉันว่าแกไม่ต้องโทรแล้วละเฟิร์น"

ฉันหันไปหาเพื่อนทั้งสองคนที่พูดขึ้น พลางมองไปตามสายตาของเพื่อนทั้งสอง ในร้านข้าวขาหมูร้านหนึ่งหน้ามหาลัยฉันเห็นคนที่ฉันโทรหานั่งกินข้าวอยู่กับผู้หญิงหุ่นสวย หัวใจฉันสั่น แขนฉันสั่น ขาฉันสั่น มือยังกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่น จ้องมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ปวดร้าว วาคีนของฉันกับผู้หญิงคนนั้นนั่งด้วยกันอย่างใกล้ชิดสนิทสนมราวกับจะสิงกันอยู่แล้ว

ฉันหายใจไม่ค่อยออก เหมือนหัวใจฉันเต้นแรงเกินกว่าจะควบคุมได้ กดโทรศัพท์หาวาคีนอีกครั้งมองดูว่าเขาจะรับสายของฉันไหม ขณะที่รอสายน้ำตาของฉันเริ่มคลอเบ้าตาสวยอย่างห้ามไม่ได้ และ...

(ฮัลโหล) เขารับสายฉัน แถมยังจ้องหน้ากับผู้หญิงคนนั้นอมยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ด้วยทั้งๆ ที่ฉันอยู่ในสาย

"อยู่ไหนวาคีน"

(กินข้าวอยู่ มีไร) เขาตอบฉันน้ำเสียงห้วน

"เฟิร์นถามว่าอยู่ไหน"

(กูบอกว่ากินข้าวอยู่ไง มึงพูดไม่รู้เรื่องเหรอ)

ฉันเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไรออกไป มันจุกอยู่ที่อกจนพูดแทบไม่ออก ฉันกดตัดสายยังจ้องมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ร้าวราน ด้วยความที่ฉันกับเขาเรารุ่นเดียวกัน อาจจะเพราะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนตั้งหนึ่งเทอมมันเลยทำให้เขาชินที่จะพูดกับฉันแบบนี้ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ

"ไปเถอะเฟิร์น"

ลลินเรียกสติฉันให้กลับมา ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปสายตาของฉันกับวาคีนก็ประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ เขามองฉันมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ส่วนฉันก็น้ำตาร่วงแหมะลงมาที่พื้นถนน ฉันเดินออกมาจากจุดนั้น ไม่นานนักก็ได้ยินเสียง

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

เท้าหนักของใครบางคนวิ่งเข้ามาใกล้ คว้าแขนเรียวของฉันเอาไว้ด้วยน้ำหนักมือที่คุ้นเคย กลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ฉันรู้ทันทีว่าใครเป็นคนวิ่งมาคว้าแขนของฉัน

"มึงจะไปไหน"

"กินข้าวอร่อยไหมวาคีน"

ฉันถามวาคีนทั้งน้ำตา เขาก็จ้องฉันอยู่อย่างนั้นด้วยอาการเหนื่อยหอบเพราะวิ่งมา ไม่นานนักผู้หญิงคนนั้นก็เดินมายกมือขึ้นไหว้ฉัน แต่รอยยิ้มนั่นมันแปลกๆ

"สวัสดีค่ะพี่ใบเฟิร์น หนูชื่อต้นอ้อนะคะเป็น..."

"เพื่อนพี่ไม่ได้อยากรู้หรอกค่ะ ว่าน้องเป็นอะไร" โรสลินพูดแทรก

"เพราะไม่บอกก็รู้ว่าคงเป็นผู้หญิงหน้าด้าน ที่จ้องแต่จะแย่งผัวชาวบ้าน" ลลินพูดต่อ ทั้งสามคนจ้องหน้ากันนิ่งโดยที่วาคีนไม่ได้ทำอะไรเลย เขาลากฉันออกมาจากตรงนั้น พาฉันไปที่ซอยเล็กๆ ข้างมหาลัยแล้วพูดขึ้น

"เป็นอะไร"

"ทำไมวาคีนไม่รับสายเฟิร์น" ฉันถามออกไปทั้งน้ำตา เขาก็ตอบฉันกลับมาน้ำเสียงเรียบๆ

"ก็ไม่ว่าง กินข้าวอยู่"

"กับใครเหรอ"

"น้อง" น้องไหนล่ะ ตอนนี้เป็นน้อง แล้วอนาคตจะเป็นอะไรละ

"น้องงั้นเหรอ น้องไหนละ เรียนคณะไหน คณะเดียวกันรึไง"

วาคีนไม่ตอบฉัน เอาแต่ยืนนิ่งจับแขนฉันอยู่อย่างนั้น เขาชักสีหน้าเล็กน้อยราวกับรำคาญที่ฉันถามเขามากมายขนาดนี้ ก่อนจะกุมมือฉันแล้วดึงฉันเข้าไปกอด พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเหมือนเดิม

"มันไม่มีอะไร น้องมันอาสาช่วยกูทำรายงาน"

เพียงแค่ใบหน้าของฉันสัมผัสเข้าที่อกอุ่นของเขาที่ฉันคุ้นเคย ฉันก็ปล่อยหยาดน้ำตาออกมามากมายจนเปียกเสื้อเชิ้ตสีขาวของวาคีน ร่างกายของฉันราวกับไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย ยืนร้องไห้ที่อกอุ่นของวาคีนอยู่นานสองนานจนรู้สึกดีขึ้น

"ทำไมต้องให้เขาช่วยด้วยละ"

"ก็มันอาสา มึงอย่าคิดมากเลยมันไม่มีอะไร"

"วาคีน เฟิร์นรักวาคีนมากนะไม่รู้เหรอ" ฉันบอกวาคีนตอนที่เขาจับมือของฉันเอาไว้ แล้วเรากำลังจะเดินออกไปจากซอยเล็กๆ ตรงนี้

"กูก็รักมึง มึงไม่รู้เหรอ"

ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็รู้ แต่ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของวาคีนแม้ว่ามือของเราจะจับประสานกันอยู่แน่น แต่ฉันกลับรู้สึกหนาวขึ้นมาที่หัวใจ เราใกล้กันถึงขนาดนี้ แต่ฉันเหมือนกับคนที่อยู่ห่างไกลกับเขานับพันไมล์

"หิวไหม กูพาไปกินข้าว"

"หิว แต่กินไม่ลง"

วาคีนยิ้มกว้างให้ฉัน หันมาลูบหัวฉันนิดหน่อยแล้วก้มลงหอมแก้มของฉัน เขาพาฉันเดินออกไปจากซอยเล็กๆ นี้ เลี้ยวไปทางซ้ายเดินตรงไปอีกสองซอยก็ถึงร้านข้าวต้มโต้รุ่งที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

"กินอะไร สั่งสิ"

"ไม่อยากกิน" ฉันพูดออกไป วาคีนก็ไม่ได้ว่าอะไรหยิบเอาเมนูออกมาแล้วสั่งเองทุกอย่าง รอไม่นานอาหารที่วาคีนสั่งก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ

"ยังไม่หายคิดมากอีกเหรอ กูรักมึงคนเดียวเข้าใจบ้างดิ"

"รักเฟิร์นแล้วไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นทำไม"

"กูไม่ได้คิดอะไรกับมัน กูแค่เลี้ยงข้าวที่มันช่วยกูทำรายงาน" ฉันพยักหน้าตอบรับ แต่ใจของฉันเหมือนกับมีรอยร้าวฉันไม่ได้โง่ถึงกับขนาดไม่รู้ว่าคำพูดพวกนั้นเป็นเรื่องโกหก แต่เพราะฉันรักวาคีนมากจนเกินไปฉันเลยยอมเงียบและเชื่อฟัง

"รีบกิน เดี๋ยวหมดเวลาพักกูไม่ไปส่งที่ห้องเรียนนะ"

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ร่วงลงทีละขั้น: ประธานาธิบดีผู้ไม่ถือศีลตกอยู่ในความรักอันร้อนแรง
9.3
เนี่ยซือต้องเผชิญกับความอัปยศที่ถูกจีเหิงกักขังไว้ในฐานะของเล่นลับ ๆ เมื่อเขากำลังจะแต่งงาน เธอจึงหวังจะหลุดพ้นและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าในงานดูตัวเธอกลับถูกแฉเรื่องราวอันเลวร้ายของครอบครัว พร้อมทั้งข่าวลือเสียหายจนไร้ซึ่งศักดิ์ศรี แต่แล้วจีเหิงผู้ทรงอิทธิพลกลับปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด พร้อมประกาศต่อหน้าทุกคนอย่างทรงพลังว่าเธอคือคนของเขา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนในงาน เนี่ยซือได้แต่สับสนและตั้งคำถามในใจว่า เหตุใดชายหนุ่มที่ควรจะเข้าพิธีวิวาห์ของตัวเองในวันนี้ ถึงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาปกป้องเธอตรงหน้าเธอไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง พรางรักผลาญหัวใจ
8.8
ราเชนทร์โกรธจัดเมื่อถูกบังคับให้แต่งงานกับเขมจิรา เด็กกำพร้าที่พ่อแม่ของเขารับเลี้ยงไว้ แม้ว่าเขาจะมีเกศรินทร์เป็นคนรักอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงวิวาห์ครั้งนี้ได้ ด้านเขมจิรายอมเข้าพิธีแต่งงานเพียงเพื่อตอบแทนพระคุณของผู้มีพระคุณ ทั้งที่รู้ดีว่าตนเองเป็นได้แค่เจ้าสาวในเงา ในคืนวันแต่งงาน ราเชนทร์ที่มึนเมาได้เรียกชื่อคนรักของเขาออกมาอย่างโหดร้าย สร้างความช้ำใจให้เขมจิราอย่างที่สุด แม้เขาจะเสนอเงินห้าล้านบาทเพื่อให้เธอหนีไป แต่เธอก็ยังคงยอมทนอยู่เพราะหน้าที่ต่อครอบครัวที่เลี้ยงดูเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง Happy ที่โสดอีกครั้ง
8.8
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เสิ่มชูพยายามใช้ความดีและความรักเพื่อละลายหัวใจอันเย็นชาของป๋อมู่เหนียน แต่สุดท้ายความทุ่มเทกลับไร้ค่า เมื่อสามีใจดำบังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าหอบรรพบุรุษอย่างไร้ความปรานี เหตุการณ์นี้ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าเขาไม่เคยมีใจให้เธอเลยแม้แต่น้อย เมื่อเขาบีบให้เธอเลือกคุกเข่าแลกกับการยอมหย่า เสิ่มชูจึงตัดสินใจยุติชีวิตแต่งงานอันขมขื่นลงทันทีโดยไม่มีความลังเล เธอเลือกหันหลังให้ความรักที่ไร้ค่าเพื่อกลับไปเป็นโสดอย่างสง่างาม พร้อมทั้งเดินหน้ากลับไปรับช่วงต่อมรดกมูลค่านับพันล้านของครอบครัวอย่างภาคภูมิใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวพร่างฝน
9.3
เมื่อ ละอองฝน หญิงสาวผู้อาศัยในบ้านของ เมสัน แมคไบรด์ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและแสนดุดัน บังอาจฝ่าฝืนกฎข้อห้ามด้วยการแอบนำม้าตัวโปรดของเขาไปขี่เล่น การกระทำอันอวดดีของสาวน้อยไร้เดียงสาคนนี้จึงปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มผู้ไม่เคยมีใครกล้าล่วงเกินให้ตื่นขึ้น เมสันตัดสินใจกำราบเธอด้วยบทลงโทษอันเร่าร้อนและป่าเถื่อนเพื่อให้ยอมสยบอยู่ใต้ร่างของเขา ท่ามกลางไฟปรารถนาที่โหมกระหน่ำจนยากจะต้านทาน เขาพร้อมจะสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งว่าการท้าทายพยัคฆ์ร้ายเช่นเขา มีราคาแพงลิบลิ่วที่ต้องจ่ายด้วยร่างกายและหัวใจของเธอเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง Master & Me คุณท่านของผม
9.3
ในยุคหลังทุนนิยมที่สังคมแบ่งแยกผู้คนออกเป็นสามชนชั้นอย่างเด็ดขาด ทวิชถูกขายให้เป็นทาสในความดูแลของเวหา จันทรานิรันดร์ โดยที่เขาแอบตั้งความหวังว่าจะสามารถไถ่ตัวเองเพื่อเป็นอิสระได้เมื่ออายุครบยี่สิบปีเต็ม ทว่าความเด็ดเดี่ยวและไร้ความเกรงกลัวในตัวของทวิชกลับดึงดูดใจผู้เป็นนายอย่างเวหา จนก่อเกิดเป็นความผูกพันและห่วงใยอันลึกซึ้ง ครั้นเมื่อถึงเวลาที่ทวิชพร้อมจะโบยบินไปเผชิญโลกกว้าง เวหาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งหัวใจของทาสหนุ่มผู้รักในเสรีภาพคนนี้ให้อยู่เคียงข้าง แม้ต้องยอมแลกด้วยสิ่งสำคัญมากเพียงใด เพื่อโน้มน้าวให้ลูกนกตัวนี้ยอมใช้ชีวิตร่วมกันบนท้องฟ้าผืนเดียวกันตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง แสนรัก(ลักษณ์)พันธนาการใจ
9.8
เมื่อพยัคฆ์ร้ายแห่งวงการรีสอร์ตวัย 42 ปีผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม ต้องมาสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างสิ้นเชิง เพียงเพราะพ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มอันแสนอ่อนหวานของ ‘มนัสวี’ เด็กสาววัยเพียง 19 ปีที่เข้ามาจับจองพื้นที่ทั้งหมดในหัวใจ ความรักที่ล้นอกทำให้ชายผู้ยิ่งใหญ่ยอมละทิ้งมาดขรึมและภาพลักษณ์ที่สะสมมานานเพื่อเธอได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งยามที่เธอเผชิญอาการปวดท้องประจำเดือนกะทันหัน เขาก็พร้อมวิ่งวุ่นเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อเลือกซื้อผ้าอนามัยให้เธอด้วยความเก้ๆ กังๆ และประหม่าจนต้องเอ่ยปากถามพนักงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าเพื่อความสุขและปลอดภัยของเมียเด็กสุดที่รักคนนี้แล้ว ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนใจแค่ไหน เขาก็พร้อมจะปกป้องดูแลเธออย่างดีที่สุดด้วยชีวิต