APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต

ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต

เมื่อ จางอวิ๋นซี หลุดมิติสู่โลกโบราณอย่างเหนือความคาดหมาย โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องเข้าพิธีแต่งงานกับท่านอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานีที่สุดในเมืองหลวง ท่ามกลางบรรยากาศรอบกายที่เต็มไปด้วยภยันตรายและแรงกดดันอันหนักหน่วง หญิงสาวธรรมดาที่ไร้ทางสู้อย่างเธอ จะต้องใช้ไหวพริบและวิธีใดเพื่อเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของสามีสุดอำมหิตคนนี้ ในเมื่อเส้นทางชีวิตสายใหม่ของเธอถูกโอบล้อมด้วยอันตรายและความตายที่พร้อมคืบคลานเข้ามาในทุกย่างก้าว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

‘นับจากนี้ไป ฉันจะเป็นจางอวิ๋นซีคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมแน่นอน’ เซียวเหม่ยฉียิ้มขณะคิดในใจ

หรูหรงกล่าวกับไท่ฮูหยินด้วยสีหน้าระคนตกใจกลัว

“ไท่ฮูหยิน ฮูหยินเอกเจ้าคะ คุณหนูจำไม่ได้แม้กระทั่งข้าน้อยเลยเจ้าค่ะ” หรูหรงกล่าวสีหน้าของนางรู้สึกหวาดกลัวระคนเสียใจ นางกลัวว่าคุณหนูของนางอาจจะได้รับผลกระทบจากพิษไข้จนเสียสติไปเลยก็ได้

“จริงหรือซีเอ๋อร์ แม่จะให้ท่านหมอมาตรวจอาการเจ้าดีหรือไม่?” จางฮูหยินถามอย่างร้อนใจ จางอวิ๋นซีจึงปัดมือกล่าวตอบ

“ไม่ๆ ไม่ต้องเจ้าค่ะท่านแม่ คือ...คือข้าสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร” เนื่องจากเธอเคยดูหนังจีนกำลังภายในและหนังแนวย้อนยุคมาเยอะยามว่างจากการเข้าเวรที่โรงพยาบาล เธอจึงพอจำบุคลิกของตัวละครหญิงที่ทะลุมิติมาได้บ้างว่าควรต้องทำอย่างไร แต่เธอเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะมาเกิดขึ้นกับเธอ

“หลานแน่ใจนะซีเอ๋อร์ ย่าไม่สบายใจเลยนับตั้งแต่หลานหายตัวไป” ไท่ฮูหยินกล่าวกับนางด้วยสีหน้ากังวล จางอวิ๋นซีเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะสวมบทบาทเป็นจางอวิ๋นซีคนใหม่

จางอวิ๋นซีจับมือของไท่ฮูหยินกับฮูหยินเอก พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับ

ทั้งสองอย่างสดใส “ท่านแม่ ท่านย่า อย่าห่วงไปเลยนะเจ้าคะ ข้าสบายดี ปลอดภัยหายห่วงค่า”

ท่าทีที่แปลกไปของจางอวิ๋นซีทำให้ไท่ฮูหยินกับจางฮูหยินเริ่มกังวลหนักกว่าเดิม เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นสตรีที่พูดน้อยคำ วาจาสงบเสงี่ยม กิริยาสำรวมนัก แต่ยามนี้จางอวิ๋นซีนั้นแปลกไปนับตั้งแต่หายตัวไปคราวนั้น นางก็ไม่เหมือนเดิมอีก

“ข้าว่าเราให้ท่านหมอมาตรวจคุณหนูอีกครั้งดีไหมเจ้าคะ” หรูหรงเสนอ ตอนนี้เจ้านายของนางแปลกไปจากเดิมมาก จากคุณหนูที่พูดน้อยแทบนับคำ กิริยาวาจาสำรวมอ่อนหวาน ใบหน้ามีแต่ความเศร้าหม่นปรากฏ แต่บัดนี้กลับเป็นราวคนละคน มีทั้งอารมณ์ดีและร่าเริง พูดเยอะกว่าเดิม อีกทั้งยังมีน้ำเสียงที่ประจบเอาใจมารดากับไท่ฮูหยินนัก หรูหรงอดคิดถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันแบบนี้ไม่ได้จริงๆ

“ฉันบอกว่าฉันไม่เป็นไรน่ะ” จางอวิ๋นซีคนใหม่ปฏิเสธพลางโบกมือไปมาเบาๆ

“แต่แม่ว่าให้หมอมาตรวจอาการเจ้าหน่อยก็ดีนะ แม่กับท่านย่าจะได้สบายใจ” จางฮูหยินมีสีหน้าและน้ำเสียงเป็นกังวลนัก

ก็ฉันนี่ล่ะที่เป็นหมอ...จางอวิ๋นซีคิด

“นั่นสิ ฟังแม่เจ้าหน่อยนะ ย่าจะได้สบายใจด้วย” ไท่ฮูหยินกล่าวเสริมอีกแรง จางอวิ๋นซีจึงยอมทำตาม จากนั้นจางฮูหยินจึงสั่งให้บ่าวของตนเองไปตามหมอประจำจวนมาตรวจดูอาการของจางอวิ๋นซีอีกครั้ง

หลี่ฮูหยินเดินทางมาเยี่ยมจางอวิ๋นซีที่เรือนพร้อมกับจางเซียวหรู พวกนางทั้งสองแม่ลูกยังคงแต่งกายงดงามชดช้อยมิได้สนใจสิ่งใด อีกทั้งใบหน้านั้นยังแสดงถึงความทะนงเย่อหยิ่งเช่นเดิม เมื่อพวกนางทั้งสองเดินเข้ามาถึงห้องนอนของจางอวิ๋นซี จากที่ควรดีใจที่อาการอีกฝ่ายดีขึ้น แต่กลับมีความตกใจเท่านั้น

หลี่ฮูหยินรีบเก็บซ่อนอารมณ์ทางสีหน้าอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับจาง

เซียวหรู

“เอ่อ ข้าได้ข่าวว่าน้องหญิงฟื้นแล้ว เลยชวนท่านแม่รองมาเยี่ยมนาง” จางเซียวหรูแสร้งกล่าวด้วยความห่วงใย จางอวิ๋นซีที่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของสองแม่ลูกผู้มาใหม่ นางกระซิบถามหรูหรง แต่ทว่าไท่ฮูหยินกลับได้ยินที่พวกนางสนทนากัน

“หรูหรง พวกนางเป็นใครหรือ?”

หรูหรงกระซิบบอก “พวกนางคือสองแม่ลูกที่อิจฉาและรังแกคุณหนูมาตลอดเจ้าค่ะ นางผู้นั้นคือฮูหยินรอง ส่วนอีกคนเป็นพี่สาวท่านเจ้าค่ะ นางชื่อจางเซียวหรู”

‘ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง ยัยสองคนนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของเธอก็ได้นะ จางอวิ๋นซี’ เซียวเหม่ยฉีคิดในใจ สายตาของนางจับจ้องที่สองแม่ลูกไม่วางตา

“น้องหญิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” จางเซียวหรูเดินเข้ามาหา นางนั่งแทรกตรงกลางเข้ามา จับมือของจางอวิ๋นซีขึ้นมากุมอย่างถือวิสาสะ หรูหรงที่ยืนอยู่ตรงนั้นแทบสะอิดสะเอียนกับท่าทีเช่นนี้ที่แสดงออกมา ส่วนจางอวิ๋นซีเองก็จ้องอีกฝ่ายอย่างไม่วางใจนัก นางรู้สึกได้กลิ่นตุๆ จากจางเซียวหรูผู้นี้เหลือเกิน

จางอวิ๋นซีชักมือกลับอย่างรวดเร็ว นางกล่าวอย่างสุภาพกับผู้มาเยือนใหม่

“ข้าเจ็บป่วยเช่นนี้ ลำบากพี่หญิงกับฮูหยินรองมาเยี่ยมแล้ว” หญิงสาวกรีดยิ้มอ่อนหวานอย่างไม่จริงใจนักให้อีกฝ่าย ซึ่งเป็นพี่สาวต่างมารดา

“ข้านึกว่าท่านจะดีใจที่คุณหนูหายไปเสียอีก” บ่าวรับใช้ของไท่ฮูหยินกล่าวขึ้นมาอย่างรังเกียจ จางเซียวหรูนั้นเป็นที่รู้นิสัยกันดีว่าเป็นเช่นไร แต่ทว่าจางเยี่ยนนั้นก็ยังปักใจรักแต่บุตรีกับภรรยารองผู้นี้จนลืมเลือนความถูกผิดไป อีกทั้งสองแม่ลูกผู้นี้ยังมีพฤติกรรมน่าระอายิ่งนัก

“แต่ก็ดีแล้วล่ะที่เจ้าหายดี แม่รองมาเยี่ยมเจ้าก็เกรงว่าเจ้าจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้เสียอีก” น้ำเสียงของฮูหยินรองนั้น จางอวิ๋นซีจับได้ว่าเป็นการประชดประชันในความผิดหวังของพวกนาง แค่มองตาก็พอรู้ว่าจาง อวิ๋นซีต้องเจอกับอะไรมาบ้าง

ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีเถอะนะจางอวิ๋นซี อย่าได้เกิดมาเจอคนพรรค์นี้อีกเลย ฉันจะแก้แค้นแทนเธอเอง ฉันสัญญา...

“เก็บความห่วงใยของท่านแม่รองไปเถิดเจ้าค่ะ ความห่วงใยที่มาจากความเสแสร้ง ข้าไม่อยากรับ” จางอวิ๋นซีประกาศออกไปตรงๆ เซียวเหม่ยฉีต้องการให้พวกนางทั้งสองแม่ลูกนั้นรับรู้ว่า จางอวิ๋นซีคนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคนใหม่ที่มาพร้อมกับความแค้นของคนเดิม และนับจากนี้ถ้าหากพวกนั้นกล้าหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอ เธอสาบานได้เลยว่าจะเอาคืนให้สาสมกับบาปกรรมที่ก่อ บาปกรรมที่มีส่วนให้สตรีผู้

หนึ่งต้องตายอย่างน่าสงสาร!

หลี่ฮูหยินกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่งเมื่อจางอวิ๋นซีตอบกลับมาเช่นนี้ ไท่ฮูหยินกับจางฮูหยินเองก็นิ่งไปอึกหนึ่งเช่นกัน แต่จากนั้นทั้งสองก็มิได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีกเลย

หมอที่บ่าวรับใช้ของจางฮูหยินไปตามมาเดินทางมาถึงแล้ว จางอวิ๋นซีมองหมอเฒ่าผู้มากประสบการณ์ กำลังเปิดกล่องเครื่องมือ เผยให้เห็นเข็มมากมายขนาดความยาวต่างกันวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ตามหลักการแพทย์แผนจีนสมัยโบราณแล้ว การฝังเข็มเป็นการรักษาที่ดีและได้ประสิทธิภาพมากที่สุด และเป็นที่ยอมรับในการรักษาจากแพทย์แผนตะวันตกอีกด้วย

หมอเฒ่าผู้นั้นกำลังจะจับข้อมือของจางอวิ๋นซีตรวจชีพจร แต่นางชักมือกลับเสียก่อน

“ท่านใส่ถุงมือก่อนตรวจสิ” หมอผู้มาตรวจอาการงุนงงกับคำกล่าวของจางอวิ๋นซี สีหน้างงงวยปรากฏชัดเจน

“แม่นางหมายถึงสิ่งใดขอรับ” หมอผู้มาตรวจถาม

จางอวิ๋นซีขมวดคิ้ว นางไม่คาดคิดว่าการแพทย์ในยุคโบราณแบบนี้จะไม่รู้จักถุงมือตรวจโรค

“ถุงมือตรวจโรคไง ท่านไม่รู้จักรึ?” จางอวิ๋นซีถามขณะที่นางกำลังนั่งรอตรวจชีพจรอยู่บนเตียง หมอเฒ่าหันมากล่าวกับไท่ฮูหยินและจางฮูหยิน

“เอ่อ ตอนนางฟื้นมานางก็เป็นเช่นนี้แล้วหรือขอรับ”

จางฮูหยินและไท่ฮูหยินพยักหน้าน้อยๆ เชิงตอบ หมอเฒ่ามีสี

หน้าลำบากใจชัดเจน

“จะตรวจหรือไม่ตรวจ ถ้าไม่ตรวจฉันจะนอนแล้วนะ เหนื่อยมาก” จางอวิ๋นซีถามหมอเฒ่าเสียงแข็ง

“คุณหนูเจ้าคะ...” หรูหรงกระซิบเบาๆ “ฉันอะไรหรือเจ้าคะ”

จางอวิ๋นซีเอามืออุบปากอย่างลืมตัว ตอนนี้เธออยู่ในร่างของจางอวิ๋นซี ไม่ใช่เซียวเหม่ยฉีหมอมือฉมังจากโรงพยาบาลเอกชนอีกแล้ว ตอนนี้เธอควรทำตัวให้กลมกลืนกับโลกในยุคนี้ และเป็นจางอวิ๋นซีคนใหม่ดั่งที่ตั้งใจเอาไว้

“ข้าว่าท่านควรให้หมอหลวงมาตรวจนางเพิ่มเติม บางทีศีรษะของนางอาจได้รับการกระทบกระเทือนขอรับ” หมอเฒ่าบอกกับฮูหยินเอกและไท่ฮูหยิน จางฮูหยินเดินเข้ามาจับมือบุตรสาวคาดคั้นถาม

“ซีเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าเจอกับอะไรมาบ้าง เจ้าบอกแม่มา” จางฮูหยินคาดคั้น

จางอวิ๋นซีหันมากล่าวกับหมอเฒ่า

“ท่านหมอเฒ่า การกระทบกระเทือนทางศีรษะที่ท่านกล่าวถึงน่ะจะต้องมีอาการเบื้องต้นคือศีรษะฟกช้ำและข้าก็จะอยากอาเจียนตลอดเวลา แต่นี่ข้าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาเพราะตากน้ำฝน นอกนั้นข้าปกติหมด”

บ่าวรับใช้ของไท่ฮูหยินกระซิบกับฮูหยินอาวุโส

“ไท่ฮูหยิน ข้าว่าท่านควรแจ้งเรื่องนี้แก่ไทเฮาและฮองเฮานะเจ้าคะ ทั้งสองพระองค์จะได้ส่งหมอหลวงมาตรวจ”

“ช่างเถิด วันพรุ่งนี้จะถึงวันพระราชสมภพของไทเฮาแล้ว ข้าไม่อยากให้อาการป่วยของหลานข้าแพร่งพรายออกไป แล้วถ้าหากบ่าวไพร่คนใดแพร่งพรายออกไปเจ้ามารายงานข้าทันที” ไท่ฮูหยินสั่งกับบ่าวคนสนิท

“หรูหรง เจ้าไปส่งท่านหมอที” จางฮูหยินหันมาสั่งกับหรูหรง ซึ่งนางช่วยหมอเฒ่าเก็บอุปกรณ์และเดินออกไปส่งถึงหน้าจวน

เมื่อพ้นร่างของหมอเฒ่าไปแล้ว จางฮูหยินกล่าวกับบุตรสาวด้วยแววตา

เป็นห่วง นางเอามือลูบปอยผมที่หล่นปรกหน้าของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน

“ซีเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหน”

จางอวิ๋นซีกุมมือมารดาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนหวาน

“ข้าสบายดีเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าดูแลตัวเองได้”

และข้าคือจางอวิ๋นซีคนใหม่ ที่จะไม่ยอมให้ใครมากดหัวอีก!

ตั้งแต่ยามเช้าจนถึงยามสาย จางอวิ๋นซีต้องการออกไปเยี่ยมชมบ้านเมืองยุคโบราณ นางเคยอ่านนิยายแนวย้อนยุคมากมาย แต่ทว่าวันนี้นางกลับไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหนือจินตนาการนี้จะเกิดขึ้นกับตัวนางเอง

แม้ว่าหรูหรงจะพยายามห้ามเนื่องจากนางเพิ่งพักฟื้นร่างกาย แต่จางอวิ๋นซีนั้นไม่ยอมฟัง นางยังคงดื้อรั้นจะออกไปเที่ยวข้างนอกให้ได้ แต่นางยังไม่ลืมถามถึงบิดาของจางอวิ๋นซีคนเก่าจากหรูหรง

“แล้วท่านพ่อเล่า ตั้งแต่ข้าฟื้นมาข้ายังไม่เห็นท่านพ่อมาเยี่ยมข้าเลย” จางอวิ๋นซีถามขณะที่หรูหรงกำลังช่วยนางแต่งตัวด้วยชุดฮั่นฝูและประดับผมด้วยปิ่นหยกอันงดงาม ซึ่งปิ่นหยกนี้เป็นของพระราชทานจากไทเฮาให้นางสวมใส่ไปร่วมงานวันพรุ่งนี้

“นายท่านไปประชุมที่วังหลวงเจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้โอรสของฮ่องเต้จะเสด็จกลับมาจากต่างแคว้น รวมถึงท่านอ๋องไท่หยางที่ฮองเฮาหมายตาให้ท่านด้วยนะเจ้าคะ” หรูหรงตอบ

จางอวิ๋นซีตั้งใจฟัง ก่อนที่เซียวเหม่ยฉีจะถูกดูดเข้ามาอยู่ในร่างของจางอวิ๋นซี เธอต้องการรู้ยิ่งนักว่าก่อนที่จางอวิ๋นซีตายอีกฝ่ายโดนทรมานหรือโดนใครทำร้ายหรือไม่ นางจึงถามหรูหรง

“หรูหรง ก่อนที่ข้าจะความจำเสื่อม มีใครมาทำร้ายหรือมีเรื่องกับข้าก่อนหรือไม่ หรือก่อนหน้านั้นเคยมีใครกลั่นแกล้งข้าหรือไม่” จางอวิ๋นซีถาม

หรูหรงรีบตอบทันที “มีเจ้าค่ะ ก็พี่สาวและแม่รองของคุณหนูนั่นล่ะ ก่อนที่คุณหนูจะหายตัวไป พวกนางหาเรื่องใส่ร้ายคุณหนูว่าขโมยผ้าไหมพระราชทานจากหยางเต๋อเฟยไป เพราะพวกนางอิจฉาที่คุณหนูของบ่าวน่ะ เป็นหลานสาวฮองเฮา เป็นนางรับใช้ของไทเฮา คุณหนูของบ่าวได้รับการอบรมสั่งสอนจากในวังตั้งแต่ยังเล็กๆ พวกนางเลยอิจฉาเจ้าค่ะ”

จางอวิ๋นซีคิดตามแล้วถามต่อ “แล้วก่อนหน้านี้ข้าเจออะไรจากสองแม่ลูกนี้บ้าง...ฉันจะคิดบัญชีทีเดียว” ประโยคหลังจางอวิ๋นซีคิดในใจ

“พวกนางน่ะอิจฉาที่คุณหนูของบ่าวเป็นที่ชอบพอของท่านอ๋องใหญ่โอรสของหยางเต๋อเฟยเจ้าค่ะ ส่วนฮองเฮากับไทเฮาก็หมายตาให้คุณหนูเป็นพระชายารัชทายาท พวกนางยิ่งทวีความอิจฉามากขึ้นไปอีก”

แม้แต่ยุคนี้เรื่องอิจฉาริษยาแย่งผู้ชายกันก็ยังมี ยิ่งกว่าละครอีก จางอวิ๋นซีคิด

จางอวิ๋นซีคิดอะไรสนุกๆ ได้ นางหยิบกำไลหยกที่ฮองเฮาทรงพระราชทานให้ขึ้นมาสวมใส่ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก

ได้เวลาสั่งสอนคนแล้วสินะ

“ปกติพี่หญิงใหญ่นางมักจะไปที่ใดของจวน” จางอวิ๋นซีถามหรูหรง

“ปกตินางจะไปคอยต้อนรับนายท่านที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ คุณหนูมีอันใดหรือเจ้าคะ” หรูหรงถามด้วยความสนใจ

“ไปสั่งสอนคนกัน” จางอวิ๋นซียกยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการ นางลุกขึ้นเดินไปที่เรือนใหญ่ ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเดียวกับที่จางเยี่ยนเดินทางกลับจากวังหลวงพอดี อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้นะ

ทุกคนมารวมตัวต้อนรับการกลับเรือนของประมุขสกุลจาง จางเยี่ยนแม้จะทราบว่าบุตรสาวป่วยและพูดจาเลอะเลือนราวกับคนไร้สติ หลี่ฮูหยินแสดงท่าทีห่วงใยอย่างชัดเจน เพื่อหวังจะกลบเกลื่อนร่องรอยการกระทำของนางกับบุตรสาว

“ข้าเองก็ไปเยี่ยมนาง แต่นึกไม่ถึงว่านางจะไล่ข้ากับหรูเอ๋อร์ออกมาเจ้าค่ะท่านพี่” หลี่ฮูหยินแสร้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

“ลูกคนนี้หนิ ปกติก็อ่อนแอจนเป็นนิสัย แต่คิดไม่ถึงว่าจะร้ายกาจกล่าววาจาไร้น้ำใจต่อเจ้าและพี่สาวได้ถึงขนาดนี้” จางเยี่ยนถอนหายใจด้วยความระอา

“ใครไล่ใครกันหรือเจ้าคะท่านพ่อ” จางอวิ๋นซีเดินเข้ามาขณะประคองไท่ฮูหยินจางและมารดา แววตาของนางเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ใช่จางอวิ๋นซีคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ต่อไปนี้ใครที่เคยทำ

ร้ายจางอวิ๋นซีและมารดาถึงคราวต้องชดใช้แล้ว

“นางมาแล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ดูสิเจ้าคะ สายตานางราวกับจะสังหารพวกเราสองแม่ลูก” หลี่ฮูหยินไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดเท่าสายตาของจาง อวิ๋นซีมาก่อน นางกับจางเซียวหรูเดินมาหลบหลังของจางเยี่ยนพร้อมกับสีหน้าน่าสงสาร

“เจ้านี่นะ หายไปทั้งวันทั้งคืนให้ทุกคนวุ่นวาย พอแม่เล็กของเจ้าไปเยี่ยมเจ้ากลับพูดจาทำร้ายจิตใจนาง มารดาของเจ้าไม่อบรมสั่งสอนมาดีหรืออย่างไร!” จางเยี่ยนตวาดใส่บุตรสาวอย่างไม่พอใจ

จางฮูหยินกล่าว นางประสานมือขออภัยต่อสามีเพื่อบรรเทาโทษ

บุตรสาว แต่ทว่าจางอวิ๋นซีกลับดึงแขนของมารดาเบาๆ แล้วเดินเข้าไปยืนตรงหน้าจางเยี่ยนอย่างไม่เกรงกลัว

แววตาแข็งกร้าวของจางอวิ๋นซีทำให้จางเยี่ยนกับฮูหยินรองชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง

“จะตบข้าหรือเจ้าคะ หรือจะให้ข้าคุกเข่าโขกศีรษะดีล่ะ” นางยิ้มท้าทาย แววตาและใบหน้าไร้ซึ่งความเกรงกลัว

“แม่ใหญ่ ท่านหัดสั่งสอนนางบ้างสิเจ้าคะ มิใช่ให้นางมาทำตนข่มบิดากับแม่รองเช่นนี้” จางเซียวหรูกล่าว ใบหน้าของนางสั่นเทาเล็กน้อยเนื่องจากแววตาของจางอวิ๋นซีนั้นเปลี่ยนไปมาก

จางอวิ๋นซีเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าจางเซียวหรูผู้เป็นพี่สาว นางลูบข้อมือของตนเองเผยให้เห็นกำไลหยกพระราชทานจากฮองเฮาและปิ่นหยกพระราชทานจากไทเฮา นางจงใจเผยให้จางเซียวหรูเห็นของล้ำค่าสองสิ่งอย่างชัดเจน ซึ่งได้ผลอีกฝ่ายมองนางด้วยสายตาริษยา

“ท่านแม่สอนข้ามาดีเจ้าค่ะ แต่ก็สงสัยเช่นกัน แม่รองสอนพี่หญิงใหญ่มาดี แต่เหตุใดถึงได้ทำตนเยี่ยงนางร้ายตลาดล่างเช่นนี้!” จางอวิ๋นซีกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจ คนสมัยโบราณแบบนี้ไม่มีทางรู้จักคำว่าตลาดล่างหรอก

“เจ้า!” จางเซียวหรูกัดฟันกล่าว

จางเยี่ยนตวาดใส่บุตรสาวคนรอง “เจ้า เหตุใดมารดาเจ้าจึงสั่งสอนให้มีกิริยาต่ำเช่นนี้!”

จางฮูหยินปรามบุตรสาว “ซีเอ๋อร์ ขออภัยต่อท่านพ่อเจ้าเถิด”

“ไม่เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมอ่อนให้คนพวกนี้ คนพวกนี้เคยทำร้ายเราเอาไว้อย่างไร เหตุใดข้าต้องอดทนอีก” จางอวิ๋นซีสะบัดมือออกจากมารดา

ส่วนจางเยี่ยนนั้นหากไม่เห็นว่านางคือคนโปรดของไทเฮาเขาคงตบสั่งสอนนางไปแล้ว เนื่องด้วยงานวันพระราชสมภพของไทเฮาพระนางทรงเชิญจางอวิ๋นซีอย่างตั้งใจ หากนางมีบาดแผลที่ใบหน้าไทเฮาอาจสืบทราบและเขาจะเดือดร้อนได้

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” จางอวิ๋นซีย่อกายคำนับก่อนจะเดินออกจากเรือนใหญ่ไปด้วยรอยยิ้มสะใจ รวมถึงไท่ฮูหยินและบ่าวรับใช้ที่ลอบยิ้มสะใจตามๆ กัน

จางเซียวหรูเดินตามจางอวิ๋นซีออกไปพร้อมกับสาวใช้คนสนิทของนาง นางไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้จางอวิ๋นซีมาข่มนางได้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” จางเซียวหรูตะโกนเสียงแหลมตามหลังจางอวิ๋นซี หลังจากที่พวกนางทั้งสองเดินออกมาห่างจากเรือนใหญ่พอสมควร จางอวิ๋นซีหยุดเดินพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจหันไปเผชิญหน้ากับพี่สาวต่างมารดา

หรูหรงได้ทีรีบฟ้อง “นางชอบรังแกท่านบ่อยๆ เจ้าค่ะคุณหนู”

จางเซียวหรูเดินเข้ามา นางมองปิ่นพระราชทานจากไทเฮาด้วยความริษยา

“เจ้าได้ปิ่นนี้มาได้อย่างไร? ไทเฮาทรงพระราชทานให้เจ้ารึ?” จางเซียวหรูถามด้วยความริษยา

จางอวิ๋นซีตอบกลับอย่างนุ่มนวลพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนว่า “ผู้มีวาสนามักจะได้ของที่คู่ควร”

จางเซียวหรูยืนโกรธตัวสั่นเทิ้ม นางมองจางอวิ๋นซีที่เดินจากไปอย่างเจ็บใจ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามกาลบันดาลใจ
8.1
เมื่อจันทร์วาดพลัดหลงเข้าไปในโลกนิทานอันลึกลับ โชคชะตานำพาให้เธอได้พบรักแท้กับคุณหลวงอัครเดช ชายผู้มีความรักอันมั่นคง ทว่าอุปสรรคครั้งใหญ่ก็มาเยือนเมื่อพลังอำนาจลี้ลับพยายามจะพรากทั้งคู่จากกันด้วยความเจ็บปวดเจียนตายจนร่างแทบแตกสลาย ถึงแม้จะต้องเผชิญหน้ากับความทรมานแสนสาหัสเพียงใด คุณหลวงก็ไม่คิดจะปล่อยมือจากหญิงคนรัก แม้ความตายจะคืบคลานเข้ามา เขาก็ขอเลือกสิ้นลมหายใจอยู่ในอ้อมกอดของจันทร์วาดเท่านั้น ด้วยพลังแห่งความผูกพันอันลึกซึ้งนี้ จึงไม่มีแรงอาถรรพ์ใดที่จะสามารถทำลายล้างความรักที่ทั้งสองมีให้พังทลายลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ หนุ่มโสดในวัยสามสิบปีได้รับโอกาสชีวิตครั้งใหม่ เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในร่างของ ลลิต เด็กทารกสุดน่ารักผู้เป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบจากนวนิยายชื่อดังที่เขาเคยผ่านตา ทว่าในเรื่องราวต้นฉบับนั้น มารดาของเขาต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมและจุดจบอันแสนรันทดใจอย่างที่สุด เมื่อได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้ ลลิตจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะขอใช้ทุกวิถีทางและพลังทั้งหมดที่มี เพื่อปกป้องหม่าม้าสุดที่รักให้รอดพ้นจากชะตากรรมอันโหดร้ายในอนาคตให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังสิ้นชีพอย่างน่าอนาถ ชายหนุ่มกลับลืมตาตื่นขึ้นมาเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าเก่าในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพสกปรกซอมซ่อไม่ต่างจากกองขยะ เนื้อตัวส่งกลิ่นเหม็นและผมเผ้ารุงรังจนผู้คนรอบข้างต่างพากันดูถูกเหยียดหยาม ทว่าท่ามกลางสายตาที่ดูแคลนเหล่านั้น เขากลับกลายเป็นความหวังเดียวของไทเฮา ผู้ตั้งมั่นที่จะดัดนิสัยและปรับปรุงพฤติกรรมขององค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง ชายหนุ่มจะหาทางเอาชีวิตรอดจากความกดดันรอบด้านและสถานะสุดรันทดในต่างโลกนี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ตำนานตาม่วง
8.1
เมื่อสุดยอดนักฝึกสัตว์หญิงแห่งศตวรรษที่ 24 ผู้มีดวงตาสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์ ต้องมาเกิดใหม่ในร่างของหญิงตั้งครรภ์ที่เผชิญการทารุณกรรมจนสูญเสียทั้งพลังและดวงตา แถมลูกชายยังถูกพรากตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เธอจึงตัดสินใจออกเดินทางไปพร้อมกับลูกสาวเพื่อทวงคืนทุกสิ่งกลับคืนมา โดยอาศัยพลังแห่งเนตรสีม่วงสุดแกร่งกล้าที่สามารถสยบอสูรร้ายได้ทุกหนแห่ง จนนำพาเธอไปเผชิญหน้ากับราชาเทพจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นคนลักพาตัวลูกชายของเธอไป พร้อมยื่นข้อเสนอสุดป่วนเพื่อหวังจะครอบครองทั้งตัวเธอและลูกๆ ไว้เคียงข้างกายตลอดกอดกายเพียงผู้เดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง การทรยศของแกมมา, คู่แท้อาฆาตของอัลฟ่า
9.4
ห้าปีเต็มที่ฉันทุ่มเทผลักดันลูเซียนจากหมาป่าปลายแถวจนได้ขึ้นเป็นแกมม่าผู้ทรงอิทธิพล ทว่ายามฉันเผชิญอันตรายจากศัตรูและร้องขอความช่วยเหลือ เขากลับละเลยอย่างไม่ไยดีเพื่อไปหาความสุขกับน้องสาวต่างมารดาของฉัน ซ้ำร้ายเมื่อฉันขอตัดสัมพันธ์ เขากลับสั่งขังและทรมานฉันในคุกใต้ดินอย่างทารุณ ในวันที่ประจักษ์ชัดว่าเขาเห็นแก่พลังอำนาจมากกว่าความรัก ฉันจึงขอกลับมาทวงคืนความแค้นเคียงข้างอัลฟ่าคนใหม่ผู้เป็นคู่แท้โอกาสที่สอง พร้อมเปลี่ยนพิธีแต่งงานที่เขาเฝ้ารอให้กลายเป็นนรกแห่งการล้างแค้นอันแสนสาหัสที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง ฮูหยินใหญ่
9.7
อวิ๋นซือ บุตรสาวตระกูลขุนนางผู้เพียบพร้อม ถูกฟูมฟักมาอย่างดีเพื่อทำหน้าที่ภรรยาเอกที่ไร้ที่ติ นางเข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติตั้งแต่อายุสิบห้า ทว่าชีวิตในคฤหาสน์สามีกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อชายผู้เป็นสามีปันใจให้หญิงอื่นที่เป็นเพียงอนุภรรยาอย่างหมดหัวใจ ทำให้ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ที่ผู้คนต่างพากันอิจฉากลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่ไร้ค่า ในวัยสิบเจ็ดปี อวิ๋นซือจึงตัดสินใจละทิ้งเกียรติยศจอมปลอมเหล่านั้น นางเลือกสะบัดบ๊อบใส่ความสัมพันธ์ที่ไร้ใจ ถือหนังสือหย่าก้าวเดินออกจากจวนไปอย่างสง่างามและทระนงในศักดิ์ศรีของตนเอง