APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม

ชายานอกนาม

เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ตอนที่ 2 สินเดิม

           ถึงแม้จะเป็นที่รู้กันดีว่าติ้งอ๋องเป็นเพียงบุคคลไร้สมรรถภาพคนหนึ่ง แต่คนไร้สมรรถภาพผู้นี้เป็นถึงซื่อสีอ๋องขั้นหนึ่งคนเดียวแห่งแผ่นดินต้าฉู่ ดังนั้นแม้แต่เจ้ากรมเยี่ยและเยี่ยฮูหยินผู้เฒ่าที่ปกติไม่ค่อยสนใจไยดีเยี่ยหลีเท่าไร ก็ยังต้องเรียกให้เยี่ยหลีมาพบด้วยเหตุนี้

           “หลานคารวะท่านย่า คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ” เมื่อเยี่ยหลีไปถึงห้องรับรองแขก ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านเจ้ากรม หวังซื่อ และแม้แต่เยี่ยอิ๋งก็อยู่ที่นั่นแล้ว

           ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มด้วยความเอ็นดู พยักหน้าให้เล็กน้อย “หลีเอ๋อร์ ลุกขึ้นเถิด นี่เจ้าได้พระราชทานงานเสกสมรสกับท่านติ้งอ๋อง อิ๋งเอ๋อร์เองก็จะแต่งออกไปกับท่านหลีอ๋องเดือนหน้านี้ด้วย ถือว่าตระกูลเราจะมีงานมงคลใหญ่ถึงสองงานด้วยกันทีเดียว”

           เยี่ยหลีลุกขึ้นยืน หลุบตาลงมองพื้นที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความเคารพนบนอบ “ท่านย่าต้องเดินทางไกลมาด้วยเหตุนี้ถือเป็นความอกตัญญูของหลาน ข้าทำให้ท่านย่าต้องลำบากแล้ว”

ถึงแม้ส่วนตัวจะไม่ได้รักชอบอะไรเยี่ยหลีนัก แต่ด้วยถ้อยคำของนางประโยคนี้ก็ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกดีกับนางขึ้นมาก สีหน้าที่มองเยี่ยหลีจึงพลอยดูอบอุ่นขึ้นไปด้วย “เรื่องนี้เป็นงานมงคลใหญ่ของตระกูลเรา ข้าจะไม่กลับมาได้อย่างไร สินเดิมของเด็กสองคนนี้จัดการเรียบร้อยดีแล้วหรือ”

หวังซื่อรีบลุกขึ้นยืน มองฮูหยินผู้เฒ่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ตระกูลเรามีบุตรสาวที่ยังไม่ออกเรือนสี่คน คนหนึ่งกำลังจะแต่งออกไปเดือนหน้ายังพอเตรียมการทัน เพียงแต่หากมีเรื่องแต่งงานของลูกสามด้วยอีกคน เกรงว่า...”

           ฮูหยินผู้เฒ่าผ่านโลกมามาก มีหรือจะรู้ไม่เท่าทันความคิดของหญิงตระกูลหวังผู้นี้ นางหยุดคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “วันมงคลของหลานหลียังไม่กำหนดแน่ชัด เจ้ารีบจัดการของอิ๋งเอ๋อร์ให้เรียบร้อยก่อนก็แล้วกัน”

           ได้ฟังฮูหยินผู้เฒ่าพูดเช่นนี้ หวังซื่อก็รีบรับคำด้วยความยินดี

           ฮูหยินผู้เฒ่ามองหลานทั้งสองคน แล้วสั่งให้สาวใช้หยิบกล่องสองใบออกมาวางบนโต๊ะ “หลานทั้งสองคนต่างมีบุญวาสนา คนหนึ่งจะเสกสมรสกับท่านหลีอ๋อง ส่วนอีกคนจะเสกสมรสกับท่านติ้งอ๋อง คนเป็นย่าอย่างข้าจะไม่ลำเอียง ของนี่ให้พวกเจ้าคนละกล่อง อีกหน่อยหลานห้ากับหลานหกก็จะได้อย่างนี้เช่นกัน เรือนที่ย่าได้นำติดตัวมายามออกเรือนก็แบ่งให้พวกเจ้าคนละหลัง ส่วนของในกงสีจะให้พวกเจ้าติดตัวกันไปมากน้อยเพียงใดก็สุดแท้แต่ท่านพ่อท่านแม่ของพวกเจ้าแล้วกัน”

หวังซื่อยิ้มแล้วรีบเอ่ยประจบ “ท่านย่าช่างเอ็นดูหลานๆ ยิ่งนัก ตัวข้าและท่านพี่ตกลงกันไว้แล้วว่า ฝ่ายเจ้าบ่าวของอิ๋งเอ๋อร์เป็นถึงท่านอ๋อง หากนำของติดตัวไปน้อยเกรงว่าจะทำให้บรรดาราชนิกุลไม่พอใจ จึงคิดจะเอาเงินจากกงสีให้ติดตัวไปเพิ่มอีกสองหมื่นสองพันตำลึง พร้อมเรือนอีกหกหลังและร้านค้าอีกหกห้อง แล้วข้าจะยกเรือนที่ติดตัวข้ามายามแต่งงานให้นางอีกสองหลังเจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วเล็กน้อย “จะไม่เยอะไปหน่อยหรือ” ถึงแม้อิ๋งเอ๋อร์จะแต่งงานกับท่านอ๋อง สินเดิมมากหน่อยจึงจะสมหน้าสมตา แต่หากอีกหน่อยหลานสาวที่เหลือในจวนจะแต่งงานแล้วมีสินเดิมน้อยไปก็จะไม่ดีต่อชื่อเสียงของจวนเจ้ากรม “แล้วสินเดิมของหลีเอ๋อร์เจ้ากะเกณฑ์ไว้อย่างไรบ้าง”

ถึงอย่างไรฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังแยกแยะได้มากกว่าหวังซื่อ แม้ติ้งอ๋องจะเป็นคนไร้สมรรถภาพ แต่ก็เป็นคนไร้สมรรถภาพที่มีฐานันดรศักดิ์สูงส่งนัก หากไม่เพราะสภาพร่างกายของเขาแล้ว เกรงว่าจะมีฐานะสูงยิ่งกว่าหลีอ๋องเสียอีก หากละเลยสินเดิมของเยี่ยหลีจนเกินไปแล้ว กลุ่มคนที่จงรักภักดีต่อตำหนักติ้งอ๋องคงจะมีเรื่องให้กล่าวถึงกันไม่น้อย

           เห็นได้ชัดว่าหวังซื่อไม่ทันคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะถามนางตรงๆ เช่นนี้ นางมีท่าทางลังเลเล็กน้อยก่อนตอบว่า “ถึงอย่างไรท่านติ้งอ๋องก็ไม่เหมือนพี่น้องร่วมอุทรของฮ่องเต้ แล้วจวนของเราเองก็...ข้าคิดจะรอดูของหมั้นที่ทางจวนท่านอ๋องส่งมาเสียก่อน เมื่อถึงเวลาค่อยเพิ่มเรือนเข้าไปอีกสักสองหลังก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” ความหมายของนางก็คือ ให้เอาของหมั้นจากตำหนักอ๋องมาเป็นสินเดิมส่งกลับไป จะมากน้อยเท่าใดก็สุดแท้แต่น้ำใจของท่านอ๋องเอง

           ได้ฟังเช่นนี้ สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าพลันไม่พอใจขึ้นมาทันที “บ้าไปแล้ว! จะให้เอาของหมั้นมาเป็นสินเดิมแล้วส่งกลับไป เจ้านี่กล้าคิดออกมาได้ ชื่อเสียงตระกูลเยี่ยของเรา เจ้ายังอยากจะรักษาไว้อยู่หรือไม่ ชื่อเสียงมารดาเลี้ยงของเจ้ายังอยากจะรักษาไว้หรือไม่ หลายปีมานี้ถึงแม้ตระกูลสวีจะถดถอยลงไปมากก็จริง แต่ตระกูลหวังของเจ้าก็ยังหาเทียบชั้นได้ไม่!”

           เมื่อถูกฮูหยินผู้เฒ่าต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ หวังซื่อหน้าแดงขึ้นทันที นางรีบร้อนชี้แจงว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า อย่าเข้าใจข้าผิดนะเจ้าคะ หลายปีมานี้ข้าเคยรังแกลูกสามเสียเมื่อใด อันที่จริง...อันที่จริง...จวนของเราเองก็ลำบากอยู่ไม่น้อย แล้วยังมีบุตรสาวอีกตั้งหลายคนที่ยังไม่ได้ออกเรือนไป อีกหน่อยหากหรงเกอเอ๋อร์จะแต่งงานก็ต้องใช้เงินอีก...”

ลูกสะใภ้ที่คิดไม่เป็นผู้นี้ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธจนแทบหายใจไม่ออก เยี่ยหรงปีนี้เพิ่งอายุเจ็ดขวบ เรื่องแต่งงานจะอีกกี่ปีก็ยังไม่รู้เลย ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองเจ้ากรมเยี่ยที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ “บุตรสาวของเจ้า เจ้าพูดมาซิว่าสมควรจัดการอย่างไร”

โชคดีจริงๆ ที่กลับมาสอบถามเรื่องนี้ด้วยตนเอง หากให้สะใภ้ตระกูลหวังจัดการเรื่องออกเรือนของเยี่ยหลีอย่างที่นางว่าแล้วละก็ ไม่เพียงหมิ่นเกียรติตำหนักติ้งอ๋องเท่านั้น แต่ยังหมิ่นเกียรติตระกูลสวีอีกด้วย หลายปีมานี้ถึงแม้จะเหลือคนตระกูลสวีอยู่ในราชสำนักไม่มากแล้ว แต่กับตระกูลที่เฟื่องฟูมาเป็นร้อยปีอย่างนั้น ควรหรือที่จะทำให้พวกเขาเสียหน้า

เจ้ากรมเยี่ยมองมารดาของตนที มองฮูหยินของตนทีด้วยความลำบากใจ “ลูกสามถึงอย่างไรก็เป็นลูกของภรรยาเอกก็จัดการให้เท่ากับอิ๋งเอ๋อร์แล้วกัน” มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้ากรมแน่นอนว่าย่อมมิใช่คนโง่ เขารู้ดีว่ามารดาของเขากังวลใจเรื่องใด

           “ให้เท่ากับอิ๋งเอ๋อร์หรือ!” หวังซื่อตะโกนเสียงสูงขึ้นมาทันที “จวนของเรามีเงินทองมากมายเช่นนั้นเมื่อใดกัน ท่านพี่ หาใช่เพราะข้าตั้งใจกลั่นแกล้งลูกสามแต่อย่างใด แต่ตระกูลของพวกเราเองก็ลำบากอยู่ไม่น้อย อิ๋งเอ๋อร์เป็นน้องสาวร่วมอุทรของพระสนม แล้วยังจะเสกสมรสกับพระอนุชาร่วมสายพระโลหิตของฮ่องเต้ หากสินเดิมน้อยไปก็จะไม่ดีต่อท่านอ๋อง แล้วยังไม่ดีต่อเจาอี๋ด้วยนะเจ้าคะ มิเช่นนั้น...มิเช่นนั้นข้าจะเอาสินเดิมของข้าที่เก็บไว้ให้หรงเกอเอ๋อร์ เป็นเรือนอีกสามหลังเสริมให้ลูกสามก็แล้วกันเจ้าค่ะ”

หวังซื่อเอ่ยไปเช็ดน้ำตาไปให้ดูน่าสงสาร ในใจกลับคิดโกรธแค้นเยี่ยหลีที่เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร นางจะให้บุตรสาวของนังคนนั้นมาเทียบชั้นกับลูกอิ๋งเอ๋อร์ของนางได้อย่างไรกัน อย่าแม้แต่จะคิด!

           “เรื่องนี้...” เจ้ากรมเยี่ยอึ้งไป มองเยี่ยหลีด้วยความลำบากใจ ทุกวันนี้เยี่ยเจาอี๋ที่อยู่ในวังหลวงกำลังเป็นที่โปรดปราน ทั้งยังตั้งครรภ์ด้วย หากคลอดออกมาเป็นองค์ชาย...

           พอเยี่ยอิ๋งเห็นสีหน้าเจ้ากรมเยี่ยอ่อนลง นางได้แต่กัดขอบปากแล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “ท่านพ่อไม่ต้องลำบากใจไปเจ้าค่ะ แบ่งสินเดิมของลูกให้พี่สามไปก็ได้เจ้าค่ะ เพียงแต่อย่าตัดเงินที่ส่งให้พี่ใหญ่ที่อยู่ในวังก็พอ แล้วยังมีน้องห้าน้องหกอีก เหลือไว้ให้พวกนางหน่อยก็ดีเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นบุตรีที่ตนรักและเอ็นดูที่สุดรู้ความเช่นนี้ สีหน้าของเจ้ากรมเยี่ยจึงอ่อนโยนขึ้น หันมองเยี่ยหลีอยากให้นางพูดอะไรสักนิด

           เยี่ยหลียิ้มน้อยๆ ในใจ เงยหน้าขึ้นมองทั้งสี่คนแล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ และน้องสี่ไม่ต้องลำบากใจไปหรอกเจ้าค่ะ”

หวังซื่อได้ยินเช่นนั้นในใจนึกยินดี หลายปีมานี้เยี่ยหลีไม่เคยมีปากมีเสียงจนนางคิดว่าเยี่ยหลีเป็นคนหัวอ่อน จึงเข้าใจไปว่านางจะยอมถอยให้

นางฟังเยี่ยหลีกล่าวต่อว่า “ก่อนท่านแม่จากไปได้สั่งเสียกับลูกว่า ยามท่านแม่แต่งเข้าตระกูลเยี่ย ท่านตาและท่านยายให้เรือนเป็นสมบัติติดตัวมาแปดหลัง ร้านค้าอีกสิบสองห้อง แล้วยังมีผืนป่าอีกสามผืน ของพวกนั้นเก็บไว้ให้ลูกนำติดตัวไปด้วยยามออกเรือน ส่วนของอย่างอื่นท่านพ่อท่านแม่จัดการเหมือนอย่างของพี่รองก็พอเจ้าค่ะ เก็บไว้ให้น้องสี่มากหน่อยจะดีกว่าเจ้าค่ะ” คุณหนูรองของจวนตระกูลเยี่ยแต่งออกไปกับคุณชายสามจวนผู้ตรวจการเมื่อสองปีก่อน หวังซื่อให้สินเดิมไปเพียงหนึ่งหมื่นตำลึงเท่านั้น

           “อะไรนะ! จะได้อย่างไรกัน ของพวกนั้น...” หวังซื่อตะโกนขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ได้ ของพวกนั้นนางตั้งใจจะเก็บไว้ให้บุตรีและลูกหรงเกอเอ๋อร์ของนางติดตัวไปตอนแต่งงาน

           เยี่ยหลีมองนางด้วยความประหลาดใจ “ของพวกนั้นทำไมหรือเจ้าคะ นางหลุบสายตาลงเล็กน้อย มองท่านย่าด้วยท่าทีประหม่า “แต่เดิมท่านแม่บอกว่าจะเก็บสินเดิมของนางไว้ให้หลาน เรื่องนี้ท่านป้าสะใภ้รู้ดีเจ้าค่ะ ท่านย่าว่าข้าพูดถูกหรือไม่เจ้าคะ”

           ฮูหยินผู้เฒ่าสีหน้าไม่สู้ดี สมัยนั้นสะใภ้ตระกูลสวีแต่งเข้าจวนตระกูลเยี่ยถือได้ว่ามีสินเดิมยิ่งใหญ่สมเกียรติ หากให้เยี่ยหลีไปหมด สินเดิมของเยี่ยอิ๋งก็จะดูน้อยไปทันที หลายปีมานี้จวนตระกูลเยี่ยใช้เงินเป็นน้ำ รายได้ไม่พอรายจ่าย หากจัดสินเดิมให้เท่ากับที่แต่งสะใภ้ตระกูลสวีเข้ามาละก็ เกรงว่าหากเยี่ยอิ๋งออกเรือนไปอีกคน ทั้งจวนนี้คงไม่ต้องกินต้องอยู่กันแล้ว

แต่ที่เยี่ยหลีพูดมาก็ถูก ยามที่สะใภ้ตระกูลสวีจากไป ฮูหยินเล็กตระกูลสวีก็อยู่ด้วย ได้ยินที่นางสั่งเสียกับหู เยี่ยหลีเห็นท่านย่าไม่พูดอะไร นางก็ไม่รีบร้อนจะเอ่ยต่อ ทำเพียงยิ้มเยาะในใจ อันที่จริงนางไม่สนใจว่าสินเดิมของนางจะน้อยหรือจะมาก แต่สินเดิมของท่านแม่จะให้บุตรีของหวังซื่อเอาติดตัวไปไม่ได้

ถึงแม้ยามที่ท่านแม่จากโลกนี้ไปจะทำให้นางระลึกชาติได้ แต่นั่นก็มิอาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าสวีซื่อเป็นมารดาบังเกิดเกล้าของนางไปได้ สวีซื่อปกป้องดูแลนางมานับแต่เล็ก คอยเอาใจใส่สั่งสอนนางเป็นอย่างดี แล้วเรื่องที่สวีซื่อถูกรังแกต่างๆ นานา นางจำได้ไม่เคยลืม ตั้งแต่นางแต่งเข้าจวนตระกูลเยี่ยมา นางไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน หากจะบอกว่านางตรอมใจตายก็ไม่ถือว่ากล่าวเกินไปนัก หากยังต้องเอาสินเดิมของนางไปเสริมให้ลูกภรรยารองของสามีนางอีก คนที่ไม่เชื่อเรื่องผีสางวิญญาณอย่างเยี่ยหลียังนึกกังวลว่าท่านแม่อาจถึงขั้นต้องปีนขึ้นมาจากหลุมศพกันเลยทีเดียว

           ผ่านไปหลายอึดใจ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงกล่าวว่า “พักเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วกัน ไว้ข้าค่อยปรึกษาเรื่องนี้กับท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าอีกที”

           เยี่ยหลีเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยรับคำเบาๆ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าจะเป็นจักรพรรดินี
8.5
จุดจบอันน่าสยดสยองบนลานประหารของตระกูลโกรเชสเตอร์ เกิดขึ้นเพียงเพราะเปโตรนิยาบุตรสาวคนโตได้ครองบัลลังก์ ทว่าปาฏิหาริย์นำพาแพทริเซียน้องสาวคนเล็กย้อนเวลากลับมาก่อนโศกนาฏกรรมจะอุบัติ เมื่อเห็นรอยยิ้มของพี่สาว เธอจึงตั้งปณิธานพลิกชะตากรรมครอบครัว หญิงสาวตัดสินใจเสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกเป็นจักรพรรดินีแทน แม้รู้ดีว่าเส้นทางนี้เต็มไปด้วยไฟริษยา การแก่งแย่งชิงดี และเล่ห์เหลี่ยมในราชสำนัก เธอพร้อมเสี่ยงชีวิตเพื่อขัดขวางไม่ให้อดีตอันนองเลือดหวนกลับมาทำร้ายคนที่รักได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวฟื้นขึ้นในร่าง กู้เจียว หญิงอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่บังคับ เซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยหลังช่วยชีวิตเขาไว้ ทำให้สามีเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยอนาคตว่าชายผู้นี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจสูงสุด เพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่มั่นคง นางจึงลุกขึ้นมาพลิกโฉมตนเอง ทิ้งคราบสตรีบ้าคลั่ง แล้วใช้ทักษะที่มีคุ้มครองเขาจากทุกภยันตราย เป้าหมายเดียวคือกำจัดอุปสรรคและสนับสนุนสามีให้ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่บนจุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณนักลอบสังหารสาวข้ามภพมาสถิตในร่างคุณหนูใหญ่ที่สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว นางตัดสินใจผันตัวเป็นแพทย์ผู้เก่งกาจและรับงานมืดบางคราวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าชีวิตเรียบง่ายกลับถูกทำลาย เมื่อราชสำนักมีบัญชาให้นางวิวาห์กับจวิ้นอ๋องผู้มีดวงตาสีม่วงประหลาด บุรุษผู้นี้มักถูกเหยียดหยามและตั้งข้อสงสัยเรื่องชาติกำเนิด ในสายตาคนทั่วไป การแต่งงานนี้คือการลงทัณฑ์ แต่สำหรับอดีตนักฆ่า นางกลับมองเห็นเสน่ห์เร้นลับในตัวว่าที่สวามี การจับคู่ที่ดูเลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่มด
9.5
ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ได้ซุกซ่อนดาวเคราะห์ลี้ลับดวงหนึ่งเอาไว้ ณ จุดที่ห่างจากอาณาเขตมนุษย์นับล้านปีแสง แม้ระยะทางจะไกลแสนไกล ทว่าดินแดนคู่ขนานแห่งนี้กลับมีระบบนิเวศและสภาพภูมิประเทศที่ลอกเลียนแบบโลกของเรามาอย่างน่ามหัศจรรย์ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สะท้อนภาพของยุคหินในอดีตกาลออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เรื่องราวอันลี้ลับกำลังจะถูกจารึกขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกบรรพกาล ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมนต์ขลังแห่งยุคสมัยอันเนิ่นนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง นางเซี่ย
9.2
เพื่อเป็นเสาหลักแห่งจวนจงหย่งโหว เซี่ยฟางหวาวัยเจ็ดขวบยอมทิ้งความสบายไปฝึกวิชากับองครักษ์เงา แปดปีต่อมานางถล่มค่ายฝึกจนสิ้นซากแล้วลอบเข้าเมืองหลวง ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อเผชิญหน้ากับฉินเจิง อ๋องน้อยแห่งจวนอิงชินอ๋อง การพบกันเพียงชั่วครู่ร้อยรัดนางไว้จนไม่อาจคืนสู่ฐานะเดิมได้ สตรีผู้แตกฉานทั้งกลยุทธ์และศาสตร์การแพทย์ถูกบีบให้ต้องสวมรอยเป็นสาวใช้ใบ้ข้างกายเขา แม้นางจะเก่งกาจไร้ผู้ต้าน แต่เมื่อต้องรับมือกับอ๋องน้อยผู้นี้ นางกลับต้องเผชิญความมืดแปดด้านและไร้หนทางจะดิ้นหลุดไปได้
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่ผัวตัวป่วน! ลุยพาครอบครัวฝ่าวิกฤต
9.8
เสิ่นชิงตื่นมาในร่างแม่สามีใจร้ายกลางกระท่อมผุพังยุคข้าวยากหมากแพง เธอต้องรับมือกับบุตรชายที่โง่ทึ่ม ตะกละ และเห็นแก่ตัว รวมถึงฮั่วปิงสะใภ้ที่ถูกข่มเหง ขณะที่ภัยน้ำท่วมและหิมะถล่มกำลังใกล้เข้ามา เธอจึงใช้ระบบแลกเปลี่ยนสินค้าสุดมหัศจรรย์มาพลิกวิกฤต หญิงสาวจัดการดัดนิสัยลูกชายให้ขยันทำกิน ดูแลสะใภ้และหลานสาวให้ได้กินเนื้อและไข่จนอิ่มหนำ จากสตรีที่ใครต่างชิงชัง เธอได้กลายเป็นผู้นำที่ชาวบ้านและตระกูลเจียงเคารพรัก พร้อมพาทุกคนรอดพ้นความวุ่นวายสู่ความรุ่งเรืองได้อย่างปลอดภัย