APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายพิการผู้นั้นที่ใครไม่เห็นค่านางจะเป็นภรรยาของเขาเอง

ชายพิการผู้นั้นที่ใครไม่เห็นค่านางจะเป็นภรรยาของเขาเอง

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ไป่จวิ้น ทหารยศน้อยต้องเดินทางกลับบ้านเกิดด้วยสภาพร่างกายที่พิการจนเดินลำบาก แม้เขาจะมีเงินรางวัลติดตัวกลับมา แต่ก็ยังถูกหญิงสาวมากหน้าหลายตาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทว่า จางอวี๋จิง ลูกสาวชาวนาผู้ยากจนกลับยินดีที่จะแต่งงานกับเขา ในช่วงแรกไป่จวิ้นเฝ้าระแวงว่านางยอมแต่งงานด้วยเพียงเพราะหวังในทรัพย์สินเงินทองของเขาเท่านั้น แต่ความใส่ใจอย่างจริงใจและจิตใจอันแสนอ่อนโยนของนาง ก็ค่อยๆ ละลายความคลางแคลงใจและทลายกำแพงในใจของเขาลงได้ในที่สุด จนแปรเปลี่ยนเป็นความรักและความผูกพันอันลึกซึ้ง โดยที่นางได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะขอทำหน้าที่เป็นแขนขาคอยดูแลสามีที่ดีคนนี้ไปตลอดชีวิต
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“ท่านแม่ พอเถอะขอรับ” ไป่จวิ้นบอกมารดาด้วย

สีหน้าเศร้าสร้อยไม่ต่างกับคนเป็นแม่

“...แม่ขอโทษนะจวิ้นเอ๋อร์” ถ้าหากนางไม่รบเร้าให้ลูกรับราชการตั้งแต่ต้น เรื่องคงไม่กลายเป็นแบบนี้

“ไม่ใช่ความผิดท่านแม่เสียหน่อย อย่าโทษตัวเองเลยขอรับ แล้วข้าก็เป็นคนตัดสินใจในท้ายที่สุด ท่านแม่ไม่ได้บังคับข้าเสียหน่อย”

หงเสวียนซู่พูดไม่ออก บุตรชายผู้กตัญญูและซื่อสัตย์ของนางต้องมีสภาพเป็นแบบนี้ เพราะมีหัวหน้าไม่ได้ความ กองทหารที่ไป่จวิ้นสังกัดอยู่นั้นมีทหารบาดเจ็บล้มตายและพิการมากเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่ไม่ใช่สงครามใหญ่ระดับแคว้น นายกองคนนั้นถูกลงโทษจากความสะเพร่าของตน แต่แล้วอย่างไร บุตรชายของนางได้อะไรกันล่ะ

ไป่จวิ้นรับราชการต่อไม่ได้ ถึงจะมีเงินชดเชยมอบให้ก้อนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มากมายเพราะเป็นเพียงพลทหาร

หนำซ้ำยังหาคนแต่งงานด้วยไม่ได้เพราะสภาพร่างกายเช่นนี้ ไม่ว่าไปทาบทามสู่ขอลูกสาวบ้านใดล้วนถูกปฏิเสธ

สามีของหงเสวียนซู่จากไปแล้ว หน้าที่นี้จึงเป็นนางรับผิดชอบ หากทำไม่สำเร็จคงไม่มีหน้าไปเจอบรรพบุรุษ นางอับจนหนทางต้องยอมอายใช้เงินแลกเปลี่ยน

จะไม่มีใครต้องการบุตรชายของนางเป็นสามีจริง ๆ หรือ

“เฮ่อ…จวิ้นเอ๋อร์ไปผ่าฟืนต่อเถอะลูก แม่จะไปทำมื้อเที่ยง นี่ก็เลยเวลามาเยอะแล้ว คุยเรื่องนี้กันก่อนกินข้าวรสชาติอาหารคงเฝื่อนแย่”

หงเสวียนซู่ไม่อยากให้ลูกชายเป็นกังวล ถึงเขาจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่คงวิตกและโทษตัวเองไม่ต่างจากนาง เรื่องนี้ให้คนเป็นแม่อับอายคนเดียวก็พอแล้ว

ไป่จวิ้นใช้ไม้เท้าเดินค้ำยันมานั่งผ่าฟืนที่หลังบ้านด้วยสีหน้าสลดหดหู่ เกียรติเพื่อวงศ์ตระกูลอะไรกัน ตอนนี้กระทั่งเกียรติของความเป็นคนก็ไม่มีเหลือด้วยซ้ำ แค่ชะตาพลิกผันเพียงนิดก็ทำให้ชีวิตดำดิ่งได้ขนาดนี้เลยเชียว

อย่าหวังลม ๆ แล้ง ๆ เลย ไม่มีใครต้องการเจ้าเป็นคู่ชีวิตหรอก คนไม่ได้ความเช่นนี้จะไปทำอะไรได้

ไป่จวิ้นเติบโตมาในครอบครัวอบอุ่นที่ดูประหลาดในสายตาคนนอกอยู่เล็กน้อย ที่แคว้นนี้ไม่ว่าครอบครัวไหนก็ถูกสอนว่า ภรรยาต้องเชื่อฟังสามี หรือไม่ก็ภรรยาเป็นสมบัติของสามี แม้จะต่างถิ่นฐานแต่ก็สอนสั่งมาคล้ายกัน

เมื่อออกไปเจอสังคมข้างนอก ตนจึงรู้ว่าครอบครัวไป่แตกต่าง เพราะคนที่เชื่อฟังอีกฝ่ายคือบิดาของเขาต่างหาก

ไป่จวิ้นเห็นท่านพ่อท่านแม่รักใคร่กันดีแม้จะแตกต่าง เขาจึงตระหนักว่าเรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกันเลย ตั้งแต่นั้นก็ตั้งใจว่า หากพบคนที่ตนรักและได้ครองคู่กันดังหวัง เขาจะฟังนาง ฟังสิ่งที่นางร้องขอ ฟังความคิดเห็นของนาง และความต้องการของนาง เขาจะรับฟังทั้งหมดแล้วก้าวเดินไปด้วยกัน

น่าเสียดายที่ความใฝ่ฝันนั้นคงไม่มีทางเป็นจริง

หงเสวียนซู่ก้มมองน้ำในหม้อเดือดพล่านอย่างเหม่อลอย ถึงจะตัดสินใจทำลงไปแล้ว แต่ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า ทำแบบนี้ดีแล้วแน่หรือ สิ่งที่นางทำส่งผลให้ครอบครัวถูก

ติฉินนินทาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านทุกวัน

ถ้าถึงที่สุดแล้วไม่มีใครยอมมา คงต้องจ้างวานให้คนอื่นอุ้มท้องแล้วเอาแต่เด็กมา…

นั่นเป็นทางเลือกสุดท้ายของสุดท้ายที่นางคิดไว้ ภาวนาอย่าให้ตัวเองกับบุตรต้องไปถึงจุดนั้น หากเมื่อทำไปแล้วก็ต้องออกจากเมืองนี้ ที่ดินและบ้านก็ต้องขายทิ้ง เงินที่ลูกชายของนางเก็บหอมรอมริบจนได้มา สุดท้ายก็ต้องตัดใจทิ้งอย่างนั้นหรือ

“...มีใครอยู่ไหม มีใครอยู่หรือไม่เจ้าคะ!”

เสียงตะโกนดังลั่นจากหน้าบ้านทำให้คนกำลังเคี่ยวน้ำแกงสะดุ้งโหยง หงเสวียนซู่ตกใจจนทำกระบวยร่วงจากมือ นางผลักประตูออกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะตะคอกถามกลับเสียด้วยซ้ำหากไม่ได้เห็นใบหน้านั้นเข้าก่อน

ถ้าไม่ได้เห็นชุดโทรม ๆ เก่า ๆ ที่สวมอยู่คงเข้าใจผิดว่าเป็นคุณหนูบ้านไหนเข้าแล้ว

สำหรับสาวชาวบ้านธรรมดานับว่าดูแลตัวเองได้ดีเกินพอเชียวละ

“มีธุระอะไร”

จางอวี๋จิงคุกเข่าลง “ขออภัยที่มารบกวนกะทันหันเจ้าค่ะฮูหยิน ข้ามาเพราะเรื่องที่ฮูหยินได้ประกาศไว้”

ดวงตาหญิงหม้ายเบิกกว้างขึ้น นี่เป็นความหวังสุดท้ายของนางแล้ว

“เข้ามาก่อนสิ”

“รบกวนด้วยเจ้าค่ะ”

หงเสวียนซู่มองนางหัวจรดเท้าราวกับกำลังประเมินความเหมาะสม จางอวี๋จิงนั่งนิ่งอย่างใจเย็นทั้งที่หัวใจกำลังทำงานอย่างหนัก ทั้งที่ตอนเผชิญหน้ากับหมูป่ายังไม่รู้สึกกดดันเท่านี้ หญิงสาวกวาดสายตาไปรอบบ้านไม่เห็นบุตรชายเจ้าของบ้านก็แปลกใจ

“ข้าได้ยินว่า ท่านหาคนมาเป็นสะใภ้อยู่เจ้าค่ะ”

จางอวี๋จิงร้อนใจรีบเข้าประเด็นสำคัญ

“อยากได้เงินรึ?” หงเสวียนซู่รู้ว่าตนพูดอะไรไว้

แต่นางก็ต้องการชั่งน้ำหนักความปรารถนาของสตรีที่อยู่ตรงหน้าเช่นกัน

“หากข้าบอกว่าไม่ก็คงดูออกอย่างง่ายดายว่าไม่จริง แต่ว่าความซื่อสัตย์และความภักดีของข้าจะมอบให้บุตรชายท่านเพียงผู้เดียว ไม่ว่าจากนี้เขาจะมีฮูหยินรองหรืออนุก็ตาม ข้าจะคอยปรนนิบัติดูแลจนกว่าจะสิ้นลมเจ้าค่ะ”

ความแน่วแน่ของนางส่งผ่านออกมาทางแววตา

แต่แค่ลมปากไม่อาจเชื่อได้ ถึงจะมุ่งมั่นตั้งใจอย่างไรก็ไม่มีสิ่งใดยืนยันว่า อนาคตนางจะไม่คิดหักหลังขึ้นมา

เห็นหงเสวียนซู่เงียบไปนางก็เริ่มใจเสีย จางอวี๋จิงคิดวิธีอื่นไม่ออกแล้วจึงได้มาที่นี่ ทั้งที่ฮูหยินก็กำลังตกที่นั่งลำบาก แต่ทำไมถึงได้ลังเลนานนัก หรือเงื่อนไขของสะใภ้บ้านนี้ต้องเป็นสตรีที่คู่ควรด้วย

เช่นนั้นจางอวี๋จิงก็เข้าใจแล้ว

ใบหน้าหญิงสาวหมองลงทันตา นางลุกจากเก้าอี้ออกมายืนโค้งลา

“ข้าคงรบกวนฮูหยินสินะเจ้าคะ ขออภัยด้วย ข้าไม่ทันได้สังเกตเลย”

จางอวี๋จิงเดินก้มหน้าก้มตาออกไปอย่างรีบร้อน

หงเสวียนซู่ที่กำลังพิจารณาหลาย ๆ อย่างตกใจจนเอ่ยรั้งนางไว้แทบไม่ทัน ไม่คิดว่าอยู่ ๆ จะพรวดพราดออกไปเลยแบบนี้

“เดี๋ยวก่อน! เดี๋ยว! เจ้าจะรีบไปไหนกัน ข้ายังไม่ได้ไล่เจ้าเสียหน่อย”

จางอวี๋จิงเอียงศีรษะเล็กน้อยคล้ายไม่เข้าใจ

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่มีคุณสมบัติหรือเจ้าคะ?”

“คุณสมบัติอะไรกัน”

“ก็…อย่างเช่นฐานะควรเสมอหรือไม่ห่างชั้นกันมากน่ะเจ้าค่ะ บ้านไหน ๆ ก็เป็นแบบนี้” ประโยคหลังนางเอ่ยเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่หงเสวียนซู่ก็ได้ยินอยู่ดี

“...”

ต่อให้คนที่นี่นิยมทำแบบนั้นแล้วอย่างไร ทำตัวราวกับมีสิทธิ์เลือกมากมายไปเสียได้ ทั้งที่สตรีผู้นี้ก็คงถูกกีดกันออกจากสังคมเพราะฐานะของนาง หากหงเสวียนซู่ผู้นี้ทำเช่นนั้นกับนางแล้วจะต่างอะไรกับพวกที่ตำหนิบุตรชายของนางอยู่ข้างนอกนั่น

“ไม่มีของแบบนั้นหรอก เจ้านี่ก็ช่างตื่นตระหนกเสียจริง เข้ามาคุยกันใหม่ดี ๆ ก่อน”

ฮูหยินเชิญนางเข้าบ้านอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างใจเย็นลงแล้ว

“เจ้าบอกว่าต้องการเงินสินะ ข้าจะไม่ถามแล้วกันว่าเอาไปทำอะไร แต่ความคลุมเครือแบบนี้หากแต่งเข้ามารังแต่จะอึดอัดต่อกัน เช่นนั้นมาพูดกันตรง ๆ จำนวนเงินที่ได้ป่าวร้องไปอันไม่รวมค่าสินสอดให้เจ้าสาว แท้จริงมันพอหรือไม่”

จางอวี๋จิงกดดันเป็นอย่างมาก แต่โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้วนางจะปล่อยหลุดมือไปไม่ได้

“ข้ารู้สึกละอายที่ต้องกล่าวเช่นนี้ แต่ข้าอยากได้มากกว่านั้น”

“เฮอะ อำนาจเงินนำพาแท้ ๆ แต่ก็ช่างเถิด

เพราะข้าก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะพูดเรื่องนี้ได้อย่างโอหัง” น้ำเสียงช่างดูแคลนจนคนฟังยังสะอึก

“ได้สิ ข้าจะเพิ่มเงินซื้อตัวให้เจ้าอีกสองเท่า แต่…”

เสียงเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แต่ในที่สุดการแลกเปลี่ยนนี้ก็จบลงเสียที

“เจ้าต้องมีทายาทให้สกุลไป่ภายในปีแรกของการแต่งงาน หากคนแรกเป็นหญิงก็ไม่เป็นไร จะมีกี่คนข้าก็เลี้ยงได้ แต่ต้องมีบุตรชายสืบสกุลอย่างน้อยหนึ่งคน”

“ข้าตกลงเจ้าค่ะ”

แววตามุ่งมั่นของจางอวี๋จิงทำให้หงเสวียนซู่ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ดูเหมือนว่านางจะได้สะใภ้ประเภทเดียวกับตัวเองเข้าเสียแล้ว

น่าสนใจดีนี่ แล้วข้าจะรอดู จะอยู่กับลูกชายข้าที่คนตราหน้าทั้งเมืองไปได้สักกี่น้ำกัน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
หลังเสร็จสิ้นภารกิจกวาดล้างไอมารจนผืนแผ่นดินคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ เว่ยซือหงก็พร้อมก้าวสู่โลกกว้างเพื่อเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่อย่างแท้จริง ปลายทางของนางคือการบุกตะลุยเข้าไปยังดินแดนลี้ลับอันแสนอันตราย เพื่อเสาะหาและครอบครองทรัพยากรล้ำค่า ทั้งสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเจอ รวมถึงสุดยอดสมบัติวิเศษในตำนาน นางมุ่งมั่นที่จะไขว่คว้าทุกสิ่งมาไว้ในมือเพื่อประกาศความเกรียงไกรและพิสูจน์ว่าตนคือสตรีผู้กุมชะตาชีวิตตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีเถื่อนที่รัก
9.0
ชีวิตของนิรินต้องพลิกผันเมื่อก้าวพลาดเข้าห้องผิด จนต้องเผชิญหน้ากับนรราช ชายร่างใหญ่ผู้มีอาการมึนเมาและขู่ฆ่าไม่ให้เธอขัดขืน ท่ามกลางความตื่นตระหนกและสัมผัสจูบที่แสนเอาแต่ใจ เมื่อความจริงปรากฏภายใต้แสงไฟ เธอจึงรู้ว่าเขาคือลุงราช หลานชายเจ้าของบ้านสุดโหด แม้ว่าครอบครัวของทั้งสองฝ่ายจะมีข้อพิพาทรุนแรงจนพ่อของเธอสั่งห้ามข้องแวะกับเขาโดยเด็ดขาด ทว่าการเผชิญหน้าเหนือความคาดหมายในค่ำคืนนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายที่ถอนตัวไม่ขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง การหวนกลับมาของราชัน
9.6
หลินเฟิงต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูในฐานะลูกเขยแต่งเข้าบ้านที่ไร้ค่า เขาถูกคนในตระกูลซูซึ่งเป็นครอบครัวของภรรยากดขี่ข่มเหงและปฏิบัติด้วยอย่างไร้ศักดิ์ศรี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาตกหลุมพรางจากแผนการร้ายอันชั่วช้า ส่งผลให้ถูกเนรเทศออกจากตระกูลอย่างน่าอนาถ ทว่าความตกต่ำถึงขีดสุดในครั้งนี้กลับไม่มีใครคาดคิดว่ามันคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ปลุกพลังของเขากลับคืนมา ในฐานะราชันผู้ทรงอิทธิพลเหนือกฎเกณฑ์ทั้งปวง ชายผู้พร้อมจะกลับมาสั่นสะเทือนโลกใบนี้และทำให้ทุกคนที่เคยดูถูกเขาต้องสยบแทบเท้าด้วยความหวาดกลัว
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักเพลิงแค้น
8.8
จากชายหนุ่มแสนดีที่เคยอ่อนโยน คมน์กลับกลายเป็นปีศาจร้ายในพริบตาด้วยแรงหึงหวงที่ครอบงำจิตใจ เขาปักใจเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาว่ารุจิเรศลักลอบคบชู้และนอกใจเขาไปหาประสงค์ ชายหนุ่มรุ่นน้องที่มีอายุน้อยกว่า แม้หญิงสาวจะได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง และพยายามส่งเสียงร้องขอความเมตตาพร้อมอธิบายความจริงสักเพียงใด แต่โทสะที่บดบังทัศนวิสัยทำให้เขาไม่ยอมรับฟังคำใด ๆ ทั้งสิ้น คมน์ยังคงตราหน้าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายว่ามักมากไม่รู้จักพอเหมือนกับแม่ของเธอ พร้อมตั้งมั่นที่จะทำลายล้างชีวิตของรุจิเรศและชายชู้รักให้ดับสิ้นคามือตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักมาเฟียร้าย (เรย์ของพลอย) NC20++SM
9.1
เรย์ คาร์เทอร์ เจ้าพ่อมาเฟียร้ายแห่งอาณาจักรคาเทอร์ (เพื่อนรักของหมอกฤษฎิ์จากคุณหมอที่รัก เรย์ของน้องแก้มใส) โคตรโหด โคตรเถื่อน โคตรร้าย มองความรักเป็นเรื่องไร้สาระ แต่กลับมาแพ้ทางให้สาวขี้ยั่วขี้อ่อยอย่างเธอพลอยไพลิน พลอยไพลิน สาวสวย Sexy ขี้ยั่ว ใจถึง กล้าได้กล้าเสีย เธอไม่เคยรู้เลยว่าความกล้าที่นำพาให้เธอเดินเข้ามาในโลกสีเทาของเขา จะทำให้ทั้งตัวและหัวใจของเธอถูกพันธนาการเอาไว้กับผู้ชายที่ชื่อเรย์ คาร์เทอร์อย่างหมดสิ้นหนทางที่จะหลีกหนีไปไหนได้
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากผู้มีชีวิตรอดในโลกซอมบี้อันโหดร้าย ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับความยากจนค้นแค้น พร้อมทั้งการเอารัดเอาเปรียบจากเหล่าญาติที่แสนเห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตากำหนดให้เธอต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตในครอบครัวที่ขัดสนอย่างหนัก เด็กหญิงจึงไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาและตัดสินใจลุกขึ้นสู้ โดยใช้ทักษะความสามารถทั้งหมดที่มีมาแก้ไขอุปสรรคและพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้ดีขึ้น เป้าหมายสูงสุดในชีวิตใหม่นี้คือการลงมือจัดการปัญหาด้วยตัวเองเพื่อนำพาครอบครัวไปสู่ความร่ำรวยและมั่นคงให้สำเร็จ