APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง House of Cursed : เคหาสน์สาปรัก

House of Cursed : เคหาสน์สาปรัก

วิวาห์ที่ไร้ความสุขเริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวต้องเข้าพิธีแต่งงานกับพิมาน ชายแสนดีที่เธอเคารพรักเหมือนพี่ชายแต่ไม่อาจมอบใจให้แบบคนรักได้ เพราะหัวใจของเธอมีเพียงชายคนแรกในดวงใจผู้เป็นรักแท้หนึ่งเดียว แม้คนรอบข้างจะคัดค้านและมองว่าไม่เหมาะสม แต่เธอรู้ดีว่าอ้อมกอดของเขาอบอุ่นและจริงใจที่สุด ท่ามกลางความกดดันจากความคาดหวังของทุกคน เธอต้องเผชิญความสับสนในชีวิตสมรสที่ปราศจากความรัก และเอาแต่โหยหาเพียงชายผู้เป็นเจ้าของคำหวานในนิทานที่เคยฟังในอดีต
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ # 3 ปัญหาหนักอก

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เรื่องของกานต์กับผู้หญิงคนนั้น จะทำให้เธอเป็นทุกข์ใจได้ขนาดนี้ แปลกที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า กานต์ เข้ามามีอิทธิพลกับใจเธอตั้งแต่เมื่อไหร่

ก่อนนั้น เขาเหมือนพี่ชายที่แสนดี คอยดูแลเอาใจใส่ เห็นเธอสำคัญกว่านี้ แต่ตอนนี้มันกลับไม่ใช่อย่างนั้น กานต์ทำท่าจะตีตัวออกห่าง ไม่ค่อยสนใจในความเป็นไปของเธอ ยิ่งนับวันเธอยิ่งเหมือนไม่มีตัวตนสำหรับเขา และเรื่องของรุ้งพลาย ผู้หญิงคนนั้น ทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบในใจ ทั้งๆที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาอุตส่าห์แอบหนีงานออกไปหาเธอ กินข้าวกันตามลำพังสองต่อสอง แน่แหละว่าเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากคนรู้ใจ แล้วเธอล่ะ เธอเป็นถึงคู่หมั้น แต่กานต์ไม่แม้จะชวนออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ ยิ่งคิดเธอเองก็ยิ่งกลุ้ม คิดไม่ออกเสียทีว่าต่อจากนี้จะทำยังไง เธอแสดงกิริยาแบบนั้นออกไป แล้วเขาก็ไม่ได้สนใจเธอ ความหงุดหงิดเด่นชัดที่แววตาของเขายามที่มองมา มันเปลี่ยนไปแล้วแววตาที่เคยอบอุ่น มันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เธอเลือกที่จะเก็บเขาเอาไว้ในใจ มันผิดมากหรือไง ที่เธอจะรักเขาเข้าจริงๆ

“อย่าไปคิดมากเลยพี่พิมพ์ พี่เป็นถึงคู่หมั้นของพี่กานต์นะ พี่ต้องสำคัญมากกว่าอยู่แล้ว”

เฟื่องฉัตร บอกพลางนั่งข้างๆเธอ ก่อนจะแตะไหล่เธอเบาๆอย่างให้กำลังใจ

“แล้วถ้าพี่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยล่ะเฟื่อง”

พิมพ์เพทาย หันไปมองหน้าน้องสาว ด้วยแววตาที่หม่นหมองกว่าเมื่อตอนกลางวันเสียอีก

แววตาของความทุกข์และหมดกำลังใจ

“เฟื่องว่าพี่พิมพ์คงหมกมุ่นมากไป เราลงไปกินข้าวดีกว่านะคะ ทุกคนกำลังรออยู่”

เฟื่องฉัตร ลุกขึ้นยืน ก่อนจะฉุดพิมพ์เพทายขึ้นไปอีกคน

ทั้งสองเดินลงมาข้างล่างท่ามกลางสายตาของญาติพี่น้องที่นั่งพร้อมหน้าพร้อมตารอรับประทานอาหารเย็น

“ไม่สบายหรือเปล่าพิมพ์”

คุณย่าถามเธอ ด้วยสายตาที่เป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด ญาติผู้ใหญ่ทุกคนก็เหมือนกัน เพราะพิมพ์เพทายไม่เคยมารับประทานอาหารเย็นสาย ถ้าไม่สบาย เธอจะบอก หลานสาวคนนี้ไม่เคยมีท่าทีหม่นหมองแบบนี้มาก่อน จึงทำให้ทุกคนเกิดความสงสัยกันใหญ่

“เปล่าค่ะคุณย่า พิมพ์แค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ”

เธอบอกกับย่า ที่พยักหน้าเบาๆกลับมาให้ ก่อนที่จะเหลือบไปมองฝั่งตรงข้าม ที่เป็นที่ของกานต์นั่งประจำ เขามองมาที่เธอ ด้วยความสงสัย แล้วหันไปมองทางอื่นทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เอาล่ะ มากันครบแล้ว ก็กินกันเลยเถอะ”

คุณย่าบอกด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มลงมือรับประทานอาหารกันอย่างเงียบเชียบ ไม่มีแม้แต่เสียงช้อนกระทบกัน

พิมพ์เพทาย เหลือบไปมองกานต์อยู่หลายครั้ง บ่อยครั้งที่เห็นเขามองกลับมาที่เธอ แล้วทำหน้าตาเหมือนมีปัญหาคาใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วก็เบือนหน้าหนีเช่นเคย ซึ่งมันสร้างความลำบากใจให้เธออยู่ไม่น้อย

ของคาวผ่านไปแล้ว ต่อมาก็เป็นของหวาน ในเวลานี้ทุกคนจะพูดคุยกันได้ ต่างฝ่ายต่างเล่าเรื่องที่พบเจอมาภายในวันนั้นๆให้ทุกคนฟัง และในวันนี้ คุณย่าเป็นคนเปิดประเด็นก่อน

“หลานคิดว่าแต่งงานแล้วจะอยู่ทำงานที่นี่ หรือย้ายไปที่อื่นจ๊ะพิมพ์”

กิจการของเทวาราชวิริตเป็นธุรกิจใหญ่ ที่กินพื้นที่ไปทั้งภาคเหนือ มีไร่อยู่มากมาย ลูกหลานหลายคน เมื่อแต่งงานแล้วต้องตัดสินใจว่าจะอยู่ทำงานที่นี่หรือย้ายไปทำงานที่อื่น เช่นคุณอาแสนเก้าและน้าม่านแก้วคุณพ่อคุณแม่ของแพรมนและเพชรกล้า ที่เลือกไปทำงานที่เชียงราย ที่นั่นมีไร่ชาขนาดใหญ่และเป็นผลผลิตหลักๆของตระกูล ส่วนน้ารุ้งงามและอาบูรพาก็เลือกไปที่แม่ฮ่องสอนดูแลผลไม้และกาแฟ คำวงค์พ่อของเธอถูกคุณปู่สั่งให้คอยดูแลบริษัทใหญ่ที่กรุงเทพ นานๆกลับที ส่วนที่เชียงใหม่ ในไร่ที่สร้างขึ้นภายในบริเวณของตระกูลนี้ มีคุณลุงภูวงค์และคุณป้าเลื่อมไหมเป็นคนดูแลทั้งหมด รองลงมาก็คือพี่กานต์ ที่ทำหน้าที่รับคำสั่งต่อจากพ่อแม่ คอยแวะเวียนไปทั้งโรงงานและไร่ โดยมีพี่พิมานเป็นคู่หู ดูแลงาน

คราวนี้ถึงตาเธอเลือกบ้างแล้ว และเธอไม่มั่นใจเลยว่าเธอจะเลือกถูกหรือเปล่า

“พิมพ์คิดว่า…”

พิมพ์เพทาย เอ่ยอย่างไม่ค่อยมั่นใจ แล้วหันไปมองรอบๆโต๊ะ ที่มีคนรอฟังคำตอบของเธออยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ รวมทั้งกานต์ด้วย

“คงไม่ทำงานที่นี่ค่ะคุณย่า และอีกอย่างคือ…คุณปู่กับคุณย่าจะว่าอะไรไหมถ้าหาก เราจะเลื่อนงานแต่งงานของพิมพ์กับพี่กานต์ออกไปก่อน เพราะพิมพ์คิดว่า พิมพ์ยังไม่พร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่กับใคร”

คำตอบของเธอ ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง และพูดไม่ออก เพราะไม่เคยมีใครกล้าขอกับคุณปู่คุณย่าซึ่งๆหน้าแบบนี้มาก่อน กานต์เอง ก็ดูเหมือนจะตกใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เขาดูจะเมินๆเธอเสียด้วยซ้ำ นั่นยิ่งทำให้เธอยิ่งใจแป้วไปใหญ่ เขาไม่คัดค้าน นั่นแสดงว่าเห็นด้วยกับการเลื่องงานแต่งออกไป เขาจะได้มีเวลาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นให้นานๆ ก่อนจะมาลงนรกไปพร้อมกับเธอ

“เลื่อนออกไปนานสักเท่าไหร่ดีล่ะ”

คำพูดของคุณย่าเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากจะเชื่อ เพราะไม่คิดมาก่อนว่า การขอเลื่อนงานแต่งจะง่ายดายขนาดนี้ ตอนแรกยังคิดว่าจะโดนดุกลับมาซะอีก

“จนกว่าพิมพ์ กับพี่กานต์จะพร้อมนั่นแหละค่ะ เพราะหนูคิดว่าตอนนี้ พี่กานต์เอง ก็คงจะยังไม่พร้อมเหมือนกัน ใช่ไหมคะ”

เธอตอบคำถามแล้วโยนไปให้กานต์ อย่างหน้าตาเฉย

กานต์มองมาที่เธอแล้วยิ้ม ก่อนจะตอบว่า

“ครับ”

ขวัญข้าว คุณย่าใหญ่ของทุกคน ถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าสามี แม้นเมืองเองก็มีสีหน้าไม่แพ้กัน การจับลูกหลานแต่งงานกันเองนั้นทั้งเขาและภรรยารู้ดีว่า อาจจะทำให้ลูกหลานลำบากใจ แต่ไม่คิดว่าจะสร้างความเศร้าไปในตัวด้วย นี่ต้องเกิดเรื่องขึ้นแล้วแน่ๆ หลานสาวถึงได้ออกมาคัดค้านแบบนี้ การแสดงออกของพิมพ์ทำให้ทั้งสองรู้ว่า เธอไม่อยากจะให้เรื่องดำเนินในแบบนี้ต่อไปทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยแสดงความเห็นอะไร และเขาก็พอจะรู้อยู่ว่าเกี่ยวข้องกับอะไร ไอ้หลานชายตัวดีนั่นเอง กานต์เป็นคนหน้าตาดี ตอนเรียนที่มหาลัย เขาเองก็ได้ข่าวอยู่บ่อยๆว่ามีสาวๆมาเกี่ยวพัน รวมทั้งคนที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ตอนนี้ด้วย เรื่องนี้คงไปถึงหูพิมพ์ให้แล้ว และหลานสาวคนนี้รักเกียรติและศักดิ์ศรีเกินกว่าสิ่งใด ไม่มีทางยอมง่ายๆแน่

“เอาล่ะ”

แม้นเมืองเอ่ยออกมาทำลายความเงียบในที่สุด

“ในเมื่อทั้งสองยังไม่พร้อม ปู่ก็จะไม่บังคับอะไร เราจะเลื่อนงานแต่งออกไปอีกสักระยะ รอให้ทั้งสองคนพร้อมก่อน แล้วค่อยแต่ง ดีไหม”

แม้นเมืองบอก ก่อนจะหันไปขอความเห็นของทุกคน

แม่ของเธอและครอบครัวของกานต์ดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้”

แม้นเมืองสรุป แล้วหันไปถามภูวงค์เกี่ยวกับ ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในไร่ และถามไถ่กับลูกหลานคนอื่นๆจนครบหมดทุกคน

เมื่อรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง

พิมพ์เพทาย รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก จึงคิดว่าจะออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย แล้วเธอก็เหลือบไปเห็นจักรยานคันหนึ่ง คันที่เธอเคยขี่ตอนยังเด็กกว่านี้หน่อย เธอยิ้มให้มันแล้วเข้าไปหาอย่างเพื่อนเก่าไม่เจอกันนาน

“คืนนี้อากาศดีนะ”

พิมพ์เพทาย เอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะเงยหน้ามองฟ้ายามค่ำคืน

คืนนี้ดาวสวยกว่าคืนไหนๆ แต่เธอกลับทุกใจเกินกว่าจะมองดูมันอย่างมีความสุขได้

เธอขึ้นนั่งบนจักรยาน แล้วปั่นไปตามถนนลงไปในไร่ เธอหยุดที่ไร่ทิวลิป ที่กินพื้นที่เกือบสี่ไร่ ก่อนจะถึงเขตโรงงานไม่กี่เมตร

เธอชอบทิวลิปนัก เพราะมันช่างดูแข็งแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันได้ พี่ชายเธอก็ชอบเช่นกัน เขาจะชอบเล่านิทานเกี่ยวกับดอกทิวลิป ที่เขาแต่งขึ้นเองให้เธอฟังอยู่บ่อยๆ อยู่กับภัทรเธอไม่เคยเหงา หรือมีอาการหนักอกไม่สบายใจแบบนี้เลย ก็ตั้งแต่เขาจากไปนั่นแหละ อะไรๆก็เปลี่ยนไปหมด

เธอเลยกลายเป็นคนขาดความอบอุ่นจากพี่ชาย จึงต้องไปหาเอากับคนที่ไม่อยากจะให้อย่างกานต์

บางที เธออาจไม่ได้รักกานต์อย่างที่เธอเข้าใจก็ได้ ความผูกพันกัน มันอาจทำให้เธอคิดมากไป ไม่แน่ เมื่ออยู่ห่างกัน มันอาจจะทำให้เธอคิดอะไรได้หลายๆอย่าง ระยะทางมันอาจทำให้เธอเปลี่ยนความคิดไปก็ได้ ใครจะรู้ เพราะฉะนั้น เรื่องที่เธอพึ่งพูดกับคุณปู่คุณย่าไปนั้น เธอจะไม่รู้สึกผิดหรือคิดมากอะไรทั้งนั้น เพราะเธอเชื่อแล้วว่าเธอนั้นตัดสินใจถูกที่จะย้ายไปจากที่นี่ดูสักระยะ ไม่ไหวยังไงค่อยกลับมาใหม่ ลองไปใช้ชีวิตในแบบใหม่ดูสักครั้งเป็นไร

*****

เด่นภูมิ กับภพ แต่งตัวมายืนรอคนขับรถของไร่เทวราชตั้งแต่เช้า เพราะเมื่อวันก่อน มีคนทางไร่โทร.มาบอกว่าเขากับภพได้งานที่ไร่ทำ โดยเขาได้เป็นหัวหน้าส่วนสิ่งแวดล้อม คอยควบคุมดูแลระบบสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโรงงาน ดูแลเรื่องการระบายมลพิษออกสู่ภายนอก และวิเคราะห์ปริมาณมลพิษในระบบป้องกันสิ่งแวดล้อม ส่วนภพนั้นเป็นเป็นหัวหน้าพนักงานควบคุมและติดตามเอกสารที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับว่าเกินคาด ไม่คิดว่าจะให้พวกเขาทำงานที่ต้องรับผิดชอบสูงขนาดนี้

เด่นภูมิ ไม่ได้ตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปในไร่ของตระกูลใหญ่เลยแม้แต่น้อย แต่ที่ตื่นเต้นกว่านั้นคือ เขาจะได้เจอพิมพ์เพทายอีกครั้ง อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ การได้อยู่ในรัศมีใกล้ๆกัน เขาอาจจะมีสิทธิขึ้นมาก็ได้ใครจะรู้ เขาเองก็ไม่ใช่คนขี้เหล่อะไร ความจริงใจในตัวเขาอาจจะทำให้เธอสนใจได้ในสักวัน

“แต่งตัวซะหล่อ ทำงานในไร่นะเว้ย ไม่ใช่ในธนาคาร”

ภพ ทักด้วยรอยยิ้มของคนขี้เล่น เมื่อก่อนเด่น ไม่ค่อยจะแต่งตัวเป็นการเป็นงานแบบนี้เท่าไหร่นัก อย่างมากก็เรียบร้อยหน่อย แต่ไม่มากมายเหมือนวันนี้ สงสัยจะตื่นเต้นที่ต้องเข้าไปทำงานในเขตหวงห้ามขนาดนั้น

“แกเองก็เหมือนกันแหละน่า น้ำหอมน่ะ จะฉีดเยอะไปไหน ฉันเวียนหัวจะตายแล้วเนี่ย”

สองหนุ่มเหน็บแนมกันไปเหน็บแนมกันมา แล้วก็ได้แต่หัวเราะ

ภพสารภาพว่า เขายังติดใจ คุณพิมพ์เพทาย ไม่หาย ดีใจจะตายที่ได้ทำงานในไร่นั้น เพราะไม่อย่างนั้น ถึงจะเป็นชาติหน้าเขาก็คงไม่เจอเธออีก ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เด่นภูมิกำลังคิดอยู่เหมือนกัน

แม้จะรู้แล้วว่า อีกฝ่ายมีใจชอบผู้หญิงคนเดียวกันกับตัวเอง แต่ทั้งสองก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย

“ใครดี ใครได้ ก็แล้วกันเพื่อน”

เด่นภูมิ บอกด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง

ชอบนักหล่ะ การแข่งขันอะไรแบบนี้ ยิ่งแข่งกับภพด้วยแล้ว ยิ่งกระตุ้นให้เขามีความตั้งใจที่จะชนะมากขึ้น

ภพเองเป็นผู้ชายหน้าตาดี เข้าขั้นเป็นหนุ่มฮอตเลยแหละในสายตาของสาวๆ

เสน่ห์เหลือร้ายของเขาทำให้ผู้หญิงตกหลุมรักมานักต่อนักแล้ว แต่เขาเองก็ใช่ย่อย สาวๆบางคนถึงกับเลือกไม่ได้ ว่าจะชอบใครดีระหว่างเขากับภพ งานนี้เขาเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า แม่นางฟ้าแสนสวยคนนั้น จะเลือกได้ไหม หากมีผู้ชายหน้าตาดีสองคนเข้าไปจีบพร้อมๆกัน

“ฉันเชื่อว่าฉันมีดีกว่านายแน่เด่น”

ภพบอกแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

สองหนุ่มหัวเราะหยอกล้อกันด้วยคำพูดไปมา ไม่นานก็มีรถตู้สีดำมาจอดเทียบ คนขับรถรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเด่นลงมาแล้วแนะนำตัวว่า ตัวเองนั้นชื่อปอง ที่ทางไร่ส่งให้มารับทั้งสองเข้าไปในไร่

ทั้งสองช่วยกันขนข้าวของที่จำเป็นต้องใช้ขึ้นรถ ก่อนจะเข้าไปจับจองที่นั่งตามใจชอบ

ตลอดทางไปไร่เทวราช คนขับรถก็บอกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับทางไร่ให้ฟัง

พนักงานในไร่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอกบ่อยนักหากไม่จำเป็น ทางไร่มีพื้นที่มากมายพอที่จะสร้างที่พักให้กับพนักงานอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง บางที่หรูหรายังกับโรงแรมก็มี ซึ่งก็คือที่ของหัวหน้างานอย่างพวกเขานั่นเอง พนักงานส่วนมากจะย้ายสำมโนครัวเข้ามาอยู่ในไร่อย่างถาวร บางคนเกิดรักกันในไร่และแต่งงานที่นั่นเลยก็มี บางที่ก็อยู่กันเป็นครอบครัวเล็กบ้างใหญ่บ้าง เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกเลยด้วยซ้ำ ในไร่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง ร้านค้า ร้านอาหารเพียบ ข้างของเครื่องใช้ซื้อได้ภายในนั้นยังกับเป็นหมู่บ้านเล็กๆอีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งไม่ต่างจากในตัวเมืองเลยแม้แต่น้อย

เจ้านายที่ไร่ใจดี ทำงานหนักก็จริงแต่ผลตอบแทนก็สูงไปตามๆกัน เงินเก็บของทุกคนเลยมีเยอะ เพราะไม่ได้ออกไปใช้ฟุ่มเฟือยเหมือนคนอื่นๆ คนทางบ้านก็สบายเพราะได้รับเงินเยอะ มันจึงเป็นผลดีทั้งสองฝ่าย

พนักงานประหยัดและทางไร่ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และที่ดีที่สุดก็คือความปลอดภัยของคนในไร่

“ลุงบอกว่า เจ้านายใจดี ดีแค่ไหนครับ”

ภพ ถามขึ้นบ้างเมื่อ ปองเล่ารายละเอียดจบไป

“ใจดีมากครับ ยิ่งคุณกานต์ แรกๆอาจจะดูดุหน่อย แต่พอรู้จักคุณเขาไปนานๆ ทุกคนต่างก็บอกว่าเขาน่ะใจดีเป็นที่หนึ่ง รองลงมาก็คือคุณพิมานและคุณพิมพ์ เจ้านายคนอื่นๆ ไม่ค่อยได้มาคลุกคลีกับคนงานหรอกครับ เก็บตัวเก่งกันทั้งนั้น มีคุณสามคนนี่แหละที่ลงมาเยี่ยมพวกเราบ่อยๆ”

ทั้งเด่นภูมิ และภพ หูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อพิมพ์

“คุณพิมพ์นี่ ใช่คุณพิมพ์เพทาย หรือเปล่าครับ”

เด่นภูมิ ถามขึ้นบ้าง

“ใช่ครับ นี่พวกคุณรู้จักเธอด้วยหรือ”

ปอง ถามอย่างสงสัย พลางมองกระจกหลังมาที่สองหนุ่ม

“อ้อ!!! ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรอกครับ พอดีคลับคล้ายคลับคลาว่า เธออาจจะเป็นคนที่มาสัมภาษณ์งานพวกเราน่ะครับ”

เด่นตอบกลับไปอย่างซื่อ ๆ ก่อนจะเห็นรอยยิ้มของคนขับรถผ่านกระจก

“ใช่ครับ คุณพิมพ์เพทายนั่นแหละครับ เธอน่ะทั้งสวยทั้งใจดี ที่สำคัญ เธอไม่ถือตัวด้วยนะครับ ทุกคนก็เลยชอบเธอเอามากๆ หนุ่มๆที่ไร่งี้ เอารูปเธอไปนอนฝันก็ยังมีเลยนะครับ เธอน่ะ เป็นไอดอลของสาวๆทั้งไร่เลยก็ว่าได้”

พิมพ์เพทาย เป็นถึงลูกหลานตระกูลนี้เชียวหรือ

ความรู้ใหม่ที่ได้ฟังมา ทำเอาสองหนุ่มถึงกับขนลุกขนพองไปตามๆกัน

แล้วอย่างนี้หมาวัดอย่างพวกเขา จะยังมีสิทธิ์หวังอยู่ไหมเนี่ย

ภพ อยากจะถามต่อว่า พิมพ์เพทาย มีแฟนแล้วหรือยัง

แต่กลัวคนขับรถจะสงสัย จึงได้แต่เก็บคำถามนั้นไว้ข้างใน ไว้หาคำตอบเอาเอง

ทางขึ้นไปในไร่เทวราชนั้นทั้งคดเคี้ยวและอันตราย สองข้างทางนั้นปกคลุมไปด้วยต้นไม่สูง ก่อนจะโน้มตัวลงมาหากัน บดบังแสงไม่ให้ส่องผ่านลงมาถึงพื้นถนนได้ แม้จะเป็นตอนกลางวันแสกๆ แต่ที่นี่กลับเหมือนตอนย่ำค่ำที่แดดเริ่มจางลงและถูกแทนที่ด้วยแสงรำไรและอากาศเย็นๆ อากาศเริ่มเย็นขึ้นๆขณะขับเข้าไปใกล้เขตหวงห้ามสำหรับสองหนุ่ม

แม้จะงดงามและพวกเขาก็อดจะขนลุกไม่ได้ ในใจหนึ่งก็คิดขึ้นได้ว่า นี่อาจจะเป็นจุดจบของพวกเขาแล้วก็เป็นได้ เพราะลึกๆแล้วพวกเขารู้สึกว่า การก้าวผ่านเขตนี้เข้าไปแล้วนั้น อาจจะไม่มีทางได้กลับออกมาข้างนอกนี้อีกตลอดชีวิต

ปอง ขับรถอย่างชำนาญทาง ไม่มีสะดุดหรือเขวไปตามถนนอันตรายให้หวาดเสียวเลยแม้แต่น้อย สองหนุ่มมองเห็นแสงเรืองรองของดวงอาทิตย์ที่เริ่มจะส่องผ่านลงมาให้เห็นแล้วบ้าง เมื่อ ปอง บอกว่า เข้าใกล้เขตเทวราช ขึ้นทุกทีแล้ว

ทั้งเด่น และภพ ต่างใจดใจจ่อที่จะได้เหยียบพื้นดินแห้งเทวราชวิริต แทบจะทนไม่ไหว ที่สำคัญ พิมพ์เพทาย

รางวัลของการแข่งขันของพวกเขา รออยู่ในเขตหวงห้ามนั้น ด้วยเกราะป้องกันที่ทรงอานุภาพและร้ายแรง

แม้จะเจอกับปัญหายากเย็น แต่พวกเขาก็ยืนยันแล้วตั้งใจไว้แล้วว่า จะฟันฝ่ามันไปแล้วทำให้เธอสนใจให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หย่ากันแล้วแต่ยังอ้อนอยู่ในอ้อมอกอดีตสามี
8.8
หยุนซูสมหวังได้วิวาห์กับซู่ โจวหยวน ชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาแสนนาน แม้จะถูกคนรอบข้างตราหน้าว่าเป็นเพียงไก่ป่าที่โชคดีก็ตาม แต่สุดท้ายความเฉยชาจากสามีผู้ไร้หัวใจก็ทำให้เธอตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ไม่มีค่านี้ลงอย่างเด็ดขาด หลังเซ็นใบหย่า หยุนซูกลับมาเฉิดฉายในฐานะสาวสวยรวยทรัพย์ผู้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างอิสระ ทว่าการที่เธอตกเป็นข่าวกับหนุ่มหล่อไม่ซ้ำหน้ากลับทำให้อดีตสามีที่เคยนิ่งเฉยเริ่มทนไม่ได้ เขาแสดงอาการหึงหวงเธออย่างหนัก แต่เธอกลับตอบแทนความวุ่นวายนั้นด้วยคำถามแสนเย็นชาว่าเขาเป็นคำเดียวว่าเขาเป็นใคร
ภาพปกนิยายเรื่อง พ่อเพื่อนหนูขอจอง
8.2
ภาพการร่วมรักอันเร่าร้อนของพ่อเพื่อนสนิทที่ขวัญข้าวบังเอิญเห็น กลายเป็นภาพจำที่คอยตามหลอกหลอนและกระตุ้นความปรารถนาส่วนลึกจนเธอไม่อาจต้านทานไหว ในที่สุดเธอก็เผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับแรงอารมณ์เพื่อปรนเปรอตัวเอง ทว่าความลับนี้กลับแตกเมื่อเขาเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี แถมเธอยังครางชื่อเขาออกมาอย่างชัดเจนเต็มสองหู จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ต้องห้ามที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนใจเกินห้ามใจจึงเปิดฉากขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง บังคับรักมาเฟียไร้ใจ
9.4
เมื่อความพยศของหญิงสาวต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดของ เหนือเมฆ มาเฟียผู้ไร้ความปรานี เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราแสดงความเป็นเจ้าของและกักขังเธอไว้ในฐานะภรรยาเพียงคนเดียว พร้อมยื่นคำขาดสุดอันตรายที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่น เขาจะลงทัณฑ์เธอด้วยความตายอย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงอันร้อนแรงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง ปรารถนารัก ภรรยาไร้ราคา
9.8
ความสัมพันธ์ที่ดีในวัยเด็กระหว่าง กรรวี และ อคิน เป็นอันต้องจบลง เมื่อเธอดันเป็นต้นเหตุทำให้ภรรยาและลูกของเขาต้องตาย แม้เธอจะทำดีสักแค่ไหน ก็ไม่อาจลบล้างความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอได้... “ทำไมต้องปิดบังเกรซด้วย ฮื้อ ๆ” “หึ! คงรู้แล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มกล่าวอย่างเยือกเย็น “ฮึก ฮื้อ เกรซขอโทษ” “มันสายไปแล้ว!! ต่อให้เธอขอโทษสักหมื่นครั้ง แอนนี่คงไม่มีทางฟื้นขึ้นมา” เขายิ่งเพิ่มแรงบีบใบหน้างาม “แล้วจะให้เกรซทำอย่างไร ถ้าจะแค้นเกรซขนาดนี้ ฆ่าให้ตายเถอะ” “ความตายสำหรับเธอมันง่ายเกินไป!!” อคินยอมปล่อยมือออกจากใบหน้างาม ลุกขึ้นหันหลังออกจากห้องไม่อยากจะมองคราบน้ำตาบนใบหน้าหญิงสาว กลัวจะใจอ่อน “เกรซต้องทำอย่างไรพี่คินถึงจะยอมให้อภัย” เธอวิ่งไปกอดเขาจากด้านหลัง ใบหน้าแนบชิดหลังแกร่ง ความอบอุ่นจากการโดนคนตัวเล็กกอด แทบจะทำให้เขาใจอ่อน มือหนาแกะแขนเรียวออกจากร่างกายตนเอง หันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว พร้อมจับไหล่มนทั้งสองข้างของเธอ “เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพราะฉันจะทรมานให้เธอเจ็บปวดจนทนไม่ไหว อีกอย่างฉันบอกหลายรอบแล้วใช่ไหมว่าอย่าเรียกเหมือนสนิทกัน จำใส่สมอง!!” มือหนาผลักกรรวีอย่างแรงจนล้มลง ศีรษะกระแทกกับพื้นห้อง
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์ชัง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
8.1
หลังค่ำคืนที่ไม่คาดฝัน แม็กซิมัสต้องฝืนใจเข้าพิธีวิวาห์กับปั้นหยาเพราะปักใจเชื่อว่าเธอเป็นคนวางแผนทั้งหมด เขาจึงตอบแทนผู้หญิงที่รักเขามาตลอดด้วยความชิงชังและการทำร้ายจิตใจอย่างไร้ค่า ทั้งยังพาคนรักเก่าเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ แม้ปั้นหยาจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ใจแค่ไหนก็ไร้ผล เมื่อความช้ำใจมาถึงจุดที่เกินจะแบกรับ เธอจึงตัดสินใจขอหย่าขาดเพื่อปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระตามต้องการ และเลือกที่จะเดินจากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมกับความลับเรื่องลูกในครรภ์ที่เธอตั้งใจจะปิดบังเขาไปชั่วนิรันดร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ