APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง House of Cursed : เคหาสน์สาปรัก

House of Cursed : เคหาสน์สาปรัก

วิวาห์ที่ไร้ความสุขเริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวต้องเข้าพิธีแต่งงานกับพิมาน ชายแสนดีที่เธอเคารพรักเหมือนพี่ชายแต่ไม่อาจมอบใจให้แบบคนรักได้ เพราะหัวใจของเธอมีเพียงชายคนแรกในดวงใจผู้เป็นรักแท้หนึ่งเดียว แม้คนรอบข้างจะคัดค้านและมองว่าไม่เหมาะสม แต่เธอรู้ดีว่าอ้อมกอดของเขาอบอุ่นและจริงใจที่สุด ท่ามกลางความกดดันจากความคาดหวังของทุกคน เธอต้องเผชิญความสับสนในชีวิตสมรสที่ปราศจากความรัก และเอาแต่โหยหาเพียงชายผู้เป็นเจ้าของคำหวานในนิทานที่เคยฟังในอดีต
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ # 1 แรกฤดูหนาว

เริ่มจะเข้าหน้าหนาวแล้ว บรรยากาศรอบกายเหมือนจะย้ำเตือนอยู่ทุกปีว่า คนที่เรารอ…เขาคงไม่กลับมาอีกแล้ว หน้าหนาวเมื่อสามปีก่อน ที่นี่เคยเป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น ทุกคนตื่นขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มสดใสรับเช้าวันใหม่ของฤดูหนาว หมอกจะหนามากในตอนเช้าและค่อยๆจางไปเมื่อพระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้ายามสาย แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ยอดหญ้าดูเหมือนจะเหี่ยวเฉาแม้ในตอนเช้าตรู่ หยาดน้ำค้างดูหมองหม่นสะท้อนความเศร้าของคนในตระกูลสูงศักดิ์ หมอกที่หนาเริ่มมืดมัวจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร ที่นี่หนาวจับใจ…จับใจคนคอยจริงๆ หลายอย่างเปลี่ยนไป หลายอย่างยังคงไว้เพราะไม่อยากให้เปลี่ยน แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า มันจะไม่มีวันเหมือนเดิม ตั้งแต่วันนั้น…วันที่เขาจากไป

พิธีแต่งงานกำลังจะเริ่มขึ้น แต่เจ้าสาวของงานกลับนั่งนิ่งมองตัวเองในกระจกอย่างไม่ยินดียินร้าย หญิงสาวทุกคนต่างวาดฝันถึงวิวาห์สวยหรูกับชายที่ตนรัก ชายที่เธอยินดีมอบครึ่งชีวิตที่เหลือให้หากมั่นใจแล้วว่าเขาพร้อมจะอยู่ดูแลกันและกันไปจนตาย คนสองคนต่างจะต้องรักกันและกันถึงจะสามารถแต่งงานกันได้ แต่ไหนล่ะความรัก เธอเห็นเพียงแต่ความเศร้าบนใบหน้าที่อดหลับอดนอนเพราะคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับชีวิตหลังแต่งงานกับผู้ชายที่ตัวเองไม่เคยคิดที่จะรักนี้ดี เธอและเขาไม่ได้รักกันแล้วจะครองคู่กันอย่างที่ใครๆอยากให้เป็นได้อย่างไร แม้พิมานจะเป็นคนดี และรู้จักกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แต่เขาก็คือเขา พิมานยังเป็นพี่ชายที่แสนดี ไม่มีเค้าความเป็นคนรักในอุดมคติของเธอได้เลยสักนิด ผิดกับอีกคน คนที่เธอคิดว่าเขาเกิดมาเพื่อเธอและเธอเกิดมาเพื่อเขาเท่านั้น ตั้งแต่เธอเริ่มมีความรัก เขาคือผู้ชายคนแรกที่ทำให้เธอรู้สึกใจเต้นไปกับรอยยิ้มน้อยๆเสียงทายทักที่สดใส อ้อมแขนที่อบอุ่นแข็งแรงยามที่เขาปลอบโยน เธอเชื่อเสมอว่าเธอและเขาเกิดมาคู่กัน แต่ทำไมคนอื่นถึงไม่ได้คิดอย่างที่เธอคิด ไม่เคยมีใครบอกว่าเขาและเธอเหมาะสมกันอย่างไร ไม่เคยมีใครพูดถึงความจริงใจที่ทั้งเธอและเขามีให้กัน บางอย่างมันไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้ แต่มันสัมผัสได้ด้วยหัวใจเท่านั้น ไม่มีวันใดที่ใจเธอจะอบอุ่นได้เท่าวันที่เจอเขา ในสายตาเขาเต็มเปรี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้กับเธอ ความรักที่แสนหวาน ดั่งนิทานก่อนนอนที่เขาเคยเล่าให้เธอฟัง…รักที่แสนหวาน

“น้องของพี่เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในวันนี้”

พิมพ์เพทายเปิดประตูเข้ามาทักทายเจ้าสาวที่เป็นญาติผู้น้องของตนด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดียิ่ง

แม้เธอจะไม่เห็นด้วยกับการคลุมถุงชนในเรื่องของแพรมนกับพิมาน แต่ก็เถียงไม่ออกจริงๆว่าทั้งสองเหมาะสมกันมากแค่ไหน ผิดที่ว่าการแต่งงานครั้งนี้ สองบ่าวสาวไม่ได้มีความสุขร่วมกับมันเลยสักนิด ตระกูลของเธอทำแบบนี้มาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวด ไม่มีใครเหมาะสมกับเรามากกว่าคนในตระกูลของเราเอง คุณย่าสอนมาแบบนี้ และทุกคนล้วนแล้วแต่ปฏิบัติตามอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เว้นเสียแต่พ่อของเธอ ที่คว้าแม่ที่เป็นสาวฝรั่งมาเป็นสะใภ้ของบ้าน พ่อบอกว่าพ่อสร้างความปั่นป่วนและวุ่นวายมากสมัยนั้น คุณปู่ถึงกับไล่พ่อออกจากบ้าน แต่ไม่นานก็ต้องไปตามกลับมา เพราะได้ข่าวว่าแม่กำลังตั้งท้อง เพราะฉะนั้นในตระกูลนี้จึงมีเพียงเธอและพี่ชายเท่านั้นที่เป็นลูกครึ่งนอกคอกของบ้าน เธอโตมาพร้อมกับคำปะกาศิตของคุณย่า คือ เรียนจบเธอต้องแต่งงานกับกานต์ พี่ชายคนรองของบ้าน ว่าแล้วเธอก็ยกมือซ้ายขึ้นมามองแหวนเพชรที่ถูกสวมไว้บนนิ้วนางเมื่อสามปีก่อน กานต์ไม่ได้รักเธอ แต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่รู้ใจตัวเองแล้วว่าเธอคิดยังไงกันแน่ ตั้งแต่วันที่เขาสวมแหวนให้ เธอก็กลับไปละเมอเพ้อพกถึงวันวิวาห์เป็นบ้าเป็นหลัง เธอเฝ้าฝันหาแต่วันแต่งงานที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า แตกต่างกับกานต์ที่ตั้งแต่วันนั้นก็เอาแต่ห่างเหินและเฉยชากับเธอมากขึ้นเรื่อยๆจนเธอเริ่มกลัวแล้วว่า ทุกอย่างมันไม่ถูกต้องไปเสียหมด เธอจะทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักเธอได้อย่างไรกัน เพราะฉะนั้น วันนี้เธอจึงเห็นใจน้องน้อยคนนี้มากที่สุด เพราะเธอกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รักเธอและเธอไม่ได้รักเขาเลยสักนิด

“แพรจะรักพี่พิมานได้ใช่ไหมคะพี่พิมพ์”

แพรมนถามกลับด้วยดวงตาที่รื้นไปด้วยหยาดใสๆที่ขอบตา

“รักสิจ้ะ พี่พิมานเป็นคนดี แพรจะรักพี่พิมานเมื่อแพรได้เห็นความดีของเขา ความดีสามารถเอาชนะใจเราได้จ้ะ”

พิมพ์เพทายบอกพลางเดินเข้าไปโอบปลอบแพรมนที่เริ่มจะตัวสั่นนิดๆ

อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ เธอจะไม่มีสิทธิ์ในชายใดอีกแล้ว การรอคอยของเธอไร้ความหมาย เขาไม่กลับมา และเธอต้องกลายเป็นของคนอื่นไปจริงๆ เขาผิดสัญญา

“คงจะยากค่ะ แต่…แพรจะรักพี่พิมาน”

แพรมนบอก ก่อนจะเช็ดน้ำตาแล้วแค่นยิ้มออกมาอย่างยากเย็น

สองพี่น้องโอบกอดกันด้วยใจที่เศร้าพอกัน ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอะไรได้ไปมากกว่านี้ ทุกคนต้องดำเนินชีวิตที่เหลือต่อไปด้วยทางที่ถูกขีดขึ้นมาอย่างพิถีพิถันที่สุด ไม่ว่าปลายทางนั้นจะมีแต่ขวากหนามหรือโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ ทุกคนจะต้องพานพบมัน และผ่านมันไปให้ได้ เพราะมันถูกกำหนดไว้แล้ว…

*****

“แพรนอนที่นี่นะ เดี๋ยวพี่จะไปนอนโซฟา”

พิมานบอกพลางหอบผ้าหอบผ่อนเดินไปที่โซฟาสีน้ำตาลตัวยาวที่วางอยู่หน้าทีวีอย่างไม่รีรอคำตอบของเธอ

“ขอบคุณค่ะ”

เขาหันมายิ้มน้อยๆให้อย่างเข้าอกเข้าใจ ก่อนจะนอนลงบนโซฟาอย่างไม่มีพิธีรีตอง

“ขอโทษนะคะ พี่พิมาน”

เธอเอ่ยเสียงเบา แต่เขาได้ยิน จึงเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยสายตาที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า เขาก็อยากจะขอโทษเธอเช่นกัน

“มันไม่ใช่ความผิดของใครหรอกแพร ผิดที่เราสองคนไมได้รักกันมาตั้งแต่ต้นมากกว่า”

เขาเห็นใจเธอ และสงสารเธอมาก เขาน่ะมันผู้ชาย เรื่องแบบนี้มันไม่ได้มีปัญหากับเขามากมายเท่าไรนักหรอก แพรเป็นคนสวย ใครๆก็รู้ เขาคงจะอยู่กับเธอและรักเธอได้ไม่ยาก แต่เธอสิ ต้องมาทนอยู่กับคนอย่างเขา ไม่อยากจะคิดเลยว่า เธอจะทนความเป็นเขาได้นานสักแค่ไหน

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เราทำมันให้ดีได้ไม่ใช่เหรอแพร ถ้าเราร่วมมือกันพี่ว่ามันคงจะไม่ยากเท่าไรหรอกนะ”

พิมานยิ้มให้กับเธอ ก่อนจะนอนลงอีกครั้ง แล้วเงียบไปพร้อมกับเสียงลมหายใจที่เป็นจังหวะ

รักพิมานน่ะไม่เท่าไหร่ แต่จะทำยังไงถึงจะลืมคนที่เคยรอได้สักที ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ หัวใจเธอเอาแต่ร่ำร้องแต่ชื่อเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นไม่มีเปลี่ยน แล้วตอนนี้เธอยังจะมีหน้ารอเขาอีกอย่างนั้นหรือ เธอเข้าพิธีแต่งงาน มีสามีเป็นตัวเป็นตนนอนอยู่ตรงนั้น เธอเป็นของเขาของเขาคนเดียว พิมานคือผู้ชายคนเดียวที่จะมีสิทธิ์ในตัวเธอได้ในตอนนี้

*****

“ยังไม่นอนอีกเหรอพิมพ์”

พิมพ์เพทายหันไปหาเจ้าของเสียงคุ้นเคย ที่ตอนนี้อยู่ในชุดกางเกงขายาวสีเทากับเสื้อยืดสีขาว ชุดที่เขาชอบใส่นอนประจำ เธอชอบที่จะมองเขาในยามที่เขาทำตัวตามสบายเช่นนี้ เพราะเขาดูเป็นตัวเอง น่ารักและเป็นกันเองกับทุกคน เป็นคนที่เธอสามารถพูดคุยและเข้าหาได้ ไม่ใช่ผู้ชายบ้างาน วันๆง่วนอยู่กับปัญหาพันแปดอย่างเมื่อยามกลางวัน

“ยังค่ะ”

เธอตอบ พลางมองตามร่างของคู่หมั้นที่เดินหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับออกมาด้วยนมแก้วหนึ่งในมือ

“ขอบคุณค่ะ”

เธอบอก ก่อนจะรับแก้วนมมาจากเขา

กานต์มักจะทำตัวน่ารักและเป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอเมื่อยามกลับบ้าน หลายครั้งที่เธอมองเขาและไม่เข้าใจ บางครั้งเขาใจดียิ้มเก่ง บางครั้งเขาเคร่งเครียดไม่พูดจา บางครั้งฟึดฟัดขี้โมโห บางครั้งเหมือนคนที่ไร้จิตวิญญาณ เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าคนเราจะมีได้หลายบุคลิกอย่างนี้

“พรุ่งนี้ไม่ต้องรอทานข้าวกลางวันนะ”

พิมพ์มองเขาอย่างสงสัยขณะดื่มนมลงไปอึกใหญ่

“ทำไมคะ”

เธอถามพลางเช็ดคราบนมที่ติดริมฝีปากออก

“พี่จะออกไปทำธุระข้างนอกน่ะ มีปัญหาหลายอย่างที่พี่ต้องไปสะสาง”

เขาบอก ก่อนจะลุกขึ้นทำท่าจะเดินกลับขึ้นไปบนห้อง แต่แล้วก็หันกลับมาอีกครั้ง

“อ้อ !!! อย่านอนดึกล่ะ”

กานต์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินหายขึ้นไปข้างบน ทิ้งให้คนข้างล่างนั่งยิ้มกับคำพูดและรอยยิ้มของเขาอย่างเผลอไผล

กานต์มักมีอิทธิพลกับเธอเสมอ ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม หลายครั้งที่เธอใจเต้นที่สำนึกได้ว่าตัวเองชอบรอยยิ้มของเขามากแค่ไหน บางครั้งเธอถึงกับเผลอแสดงออกถึงความในที่เธอมีจนกานต์เริ่มจะสงสัย

หลายครั้งที่เธอสะดุ้งเมื่อเขาบังเอิญสัมผัสตัวเธอแค่เฉียดๆ มีหลายอย่างที่เธอไม่เข้าใจระหว่างเธอและเขา

หลายครั้งที่เธอแอบรู้สึกเจ็บปวดใจที่ได้รู้ว่าเขาอาจจะไม่ได้รู้สึกเหมือนที่เธอรู้สึก เธอมักคิดมากกับคำพูดเล็กๆน้อยๆของเขา แอบเก็บไปฝันยามเขายิ้มหวานให้ นั่นทำให้เธอเป็นทุกข์อยู่ไม่น้อยเมื่อนึกถึงมัน

*****

“งานแต่งไปถึงไหนแล้วคะ”

รุ้งพลาย ถามขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟจากไป

“คุณก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับเรื่องนี้”

กานต์เอ่ยเสียงเครียด แต่สาวเจ้ากลับยิ้มกริ่มกับประโยคเดิมๆที่เขาพูดกับเธอ

แรกๆที่รู้เรื่องกานต์กับเธอคนนั้น เธอแทบอยากจะกรีดร้องให้โลกมันแตกออกเป็นเสี่ยงๆซะให้ได้

เธอกับเขารักกันมานานปี อยู่ๆจะมาบอกกันว่าคนรักจะแต่งงาน มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ

เธอไม่เคยเห็นด้วยกับการคลุมถุงชนของผู้ใหญ่สมัยนี้ คิดว่าความรักมันเป็นเรื่องล้อเล่นหรือยังไงกัน

ผู้หญิงบ้านนั้นก็อีกคน ไม่มีขัดขืนหรืออะไรบ้างเลยหรือ ผู้ใหญ่บอกแต่งก็จะแต่งงั้นหรือ

ง่าย…ไปหรือเปล่า

แต่นานวันเข้า เธอกลับยิ่งรู้สึกเป็นสุขใจทั้งๆที่มีความทุกข์อยู่เต็มอก

ที่สุข ก็เพราะกานต์มักจะพูดอยู่เสมอว่า เขาไม่เคยรักผู้หญิงคนนั้น เขาคิดกับเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่ที่ต้องทำแบบนี้เพราะไม่สามารถขัดใจใครได้ แต่ไม่หล่ะ…ทำไมจะขัดไม่ได้

ถ้าเกิดบ้านนั้นรู้ว่าเธอท้องขึ้นมาจะทำยังไง งานแต่งของทั้งสองจะไม่เป็นโมฆะหรอกหรือ หรือไม่ก็อาจจะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหัน ได้ข่าวว่าคนรวยๆมักจะรักเด็ก หรือถ้าหากสะใภ้คนไหนมีทายาทให้ตระกูลได้ก่อน จะถือเป็นคนโปรดไปเลย พอคิดถึงเรื่องนี้ เธอจึงไม่อินังขังขอบอะไรมากมายนัก อีกตั้งนานกว่าจะถึงวันแต่ง เธอยังพอมีทางออก อยากจะเห็นหน้าแม่นั่นนัก ว่าจะทำยังไงที่อยู่ๆ ก็มีคนมาประกาศตัวว่าเป็นเมียของคู่หมั้นของตัวเอง แถมยังตั้งท้องทายาทคนแรกของตระกูลอีกต่างหาก เรื่องนี้ไม่รู้ว่าใครจะเสีย ใครจะได้ แต่ที่แน่ๆ เธอจะไม่ยอมเสียแน่นอน

“คืนนี้อยู่ด้วยกันสักคืนจะได้ไหมคะกานต์”

รุ้งพลายถามเสียงหวานตามที่เคยได้ถูกสั่งสอนมาว่าเวลาพูดคุยกับผู้ชายให้ทำเสียงอ่อนเอาไว้ก่อน ไอ้พวกปากดีถือตัว เอาไว้ทีหลัง พวกนี้ผู้ชายมักจะทิ้งให้จมกองน้ำตาทั้งนั้น และเสียงหวานๆแบบนี้ มันใช้กับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าได้ผล

“ทุกคนในครอบครัวจะต้องอยู่ฉลองให้กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวหนึ่งอาทิตย์ นี่กว่าผมจะหาเวลาว่างออกมาเจอคุณได้ ก็ยากเย็นแสนเข็น หวังว่าคุณคงเข้าใจผมนะครับ”

แววตาและท่าทางของกานต์บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาไม่ได้โกหก และเขาจะไม่มีวันโกหกเธอ

ผู้ชายคนนี้รักใครรักจริง จะให้ลืมง่ายๆน่ะหรือ ไม่มีวัน และเธอเป็นถึงรักแรกของเขา มีหรือเขาจะลืมได้ลง

เรื่องนี้ง่ายกว่าที่คิด ไม่ทันได้แข่ง แม่นั่นก็แพ้เสียแล้วหนอ น่าสงสารเสียจริง…

“เอาไว้วันไหนที่คุณว่าง เราค่อยเจอกันใหม่ก็ได้ค่ะ”

กานต์ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่มองเธอ และยิ้มให้กับดวงตาน่ารักของสาวงามตรงหน้า

รุ้งพลายเป็นผู้หญิงสวย ใครๆก็ชอบ ใครๆก็หมายปอง เขาและเธอคบกันมานานปีตั้งแต่เข้ามหาลัย

และเธอเป็นรักแรกของเขา ผิดตรงที่ว่าเขานั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้น เขาคงจะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า รุ้งพลายนี่แหละ ที่จะเป็นแม่ของลูกเขาในอนาคต

เธอไม่งี่เง่าเหมือนผู้หญิงอื่น งอนบ้างแต่พองาม เอาใจเก่ง พูดเพราะ และไม่เรื่องมาก

เขาและเธอเข้ากันได้ดี นึกแล้วก็เสียดาย ที่คนที่เขาจะสามารถแต่งงานด้วยได้นั้นไม่ใช่เธอ แต่เป็นผู้หญิงอีกคนที่เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้ด้วยเลย พิมพ์เพทายเหมือนน้องสาวของเขา จะมองมุมไหนเธอก็ยังเป็นน้องสาว ไม่มีวันไหนที่เขาจะมองเธอเป็นอื่นไปได้ การอยู่กับพิมพ์เพทายไม่ใช่เรื่องยาก แต่เขาลำบากใจที่จะอยู่กับเธอ เขาจะมองเธอและรักเธออย่างที่ควรรักได้อย่างไร ในเมื่อวันไม่ใช่อย่างนั้น

คนเรามันไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะเรื่องของ…หัวใจ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หย่ากันแล้วแต่ยังอ้อนอยู่ในอ้อมอกอดีตสามี
8.8
หยุนซูสมหวังได้วิวาห์กับซู่ โจวหยวน ชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาแสนนาน แม้จะถูกคนรอบข้างตราหน้าว่าเป็นเพียงไก่ป่าที่โชคดีก็ตาม แต่สุดท้ายความเฉยชาจากสามีผู้ไร้หัวใจก็ทำให้เธอตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ไม่มีค่านี้ลงอย่างเด็ดขาด หลังเซ็นใบหย่า หยุนซูกลับมาเฉิดฉายในฐานะสาวสวยรวยทรัพย์ผู้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างอิสระ ทว่าการที่เธอตกเป็นข่าวกับหนุ่มหล่อไม่ซ้ำหน้ากลับทำให้อดีตสามีที่เคยนิ่งเฉยเริ่มทนไม่ได้ เขาแสดงอาการหึงหวงเธออย่างหนัก แต่เธอกลับตอบแทนความวุ่นวายนั้นด้วยคำถามแสนเย็นชาว่าเขาเป็นคำเดียวว่าเขาเป็นใคร
ภาพปกนิยายเรื่อง พ่อเพื่อนหนูขอจอง
8.2
ภาพการร่วมรักอันเร่าร้อนของพ่อเพื่อนสนิทที่ขวัญข้าวบังเอิญเห็น กลายเป็นภาพจำที่คอยตามหลอกหลอนและกระตุ้นความปรารถนาส่วนลึกจนเธอไม่อาจต้านทานไหว ในที่สุดเธอก็เผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับแรงอารมณ์เพื่อปรนเปรอตัวเอง ทว่าความลับนี้กลับแตกเมื่อเขาเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี แถมเธอยังครางชื่อเขาออกมาอย่างชัดเจนเต็มสองหู จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ต้องห้ามที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนใจเกินห้ามใจจึงเปิดฉากขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง บังคับรักมาเฟียไร้ใจ
9.4
เมื่อความพยศของหญิงสาวต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดของ เหนือเมฆ มาเฟียผู้ไร้ความปรานี เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราแสดงความเป็นเจ้าของและกักขังเธอไว้ในฐานะภรรยาเพียงคนเดียว พร้อมยื่นคำขาดสุดอันตรายที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่น เขาจะลงทัณฑ์เธอด้วยความตายอย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงอันร้อนแรงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง ปรารถนารัก ภรรยาไร้ราคา
9.8
ความสัมพันธ์ที่ดีในวัยเด็กระหว่าง กรรวี และ อคิน เป็นอันต้องจบลง เมื่อเธอดันเป็นต้นเหตุทำให้ภรรยาและลูกของเขาต้องตาย แม้เธอจะทำดีสักแค่ไหน ก็ไม่อาจลบล้างความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอได้... “ทำไมต้องปิดบังเกรซด้วย ฮื้อ ๆ” “หึ! คงรู้แล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มกล่าวอย่างเยือกเย็น “ฮึก ฮื้อ เกรซขอโทษ” “มันสายไปแล้ว!! ต่อให้เธอขอโทษสักหมื่นครั้ง แอนนี่คงไม่มีทางฟื้นขึ้นมา” เขายิ่งเพิ่มแรงบีบใบหน้างาม “แล้วจะให้เกรซทำอย่างไร ถ้าจะแค้นเกรซขนาดนี้ ฆ่าให้ตายเถอะ” “ความตายสำหรับเธอมันง่ายเกินไป!!” อคินยอมปล่อยมือออกจากใบหน้างาม ลุกขึ้นหันหลังออกจากห้องไม่อยากจะมองคราบน้ำตาบนใบหน้าหญิงสาว กลัวจะใจอ่อน “เกรซต้องทำอย่างไรพี่คินถึงจะยอมให้อภัย” เธอวิ่งไปกอดเขาจากด้านหลัง ใบหน้าแนบชิดหลังแกร่ง ความอบอุ่นจากการโดนคนตัวเล็กกอด แทบจะทำให้เขาใจอ่อน มือหนาแกะแขนเรียวออกจากร่างกายตนเอง หันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว พร้อมจับไหล่มนทั้งสองข้างของเธอ “เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพราะฉันจะทรมานให้เธอเจ็บปวดจนทนไม่ไหว อีกอย่างฉันบอกหลายรอบแล้วใช่ไหมว่าอย่าเรียกเหมือนสนิทกัน จำใส่สมอง!!” มือหนาผลักกรรวีอย่างแรงจนล้มลง ศีรษะกระแทกกับพื้นห้อง
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์ชัง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
8.1
หลังค่ำคืนที่ไม่คาดฝัน แม็กซิมัสต้องฝืนใจเข้าพิธีวิวาห์กับปั้นหยาเพราะปักใจเชื่อว่าเธอเป็นคนวางแผนทั้งหมด เขาจึงตอบแทนผู้หญิงที่รักเขามาตลอดด้วยความชิงชังและการทำร้ายจิตใจอย่างไร้ค่า ทั้งยังพาคนรักเก่าเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ แม้ปั้นหยาจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ใจแค่ไหนก็ไร้ผล เมื่อความช้ำใจมาถึงจุดที่เกินจะแบกรับ เธอจึงตัดสินใจขอหย่าขาดเพื่อปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระตามต้องการ และเลือกที่จะเดินจากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมกับความลับเรื่องลูกในครรภ์ที่เธอตั้งใจจะปิดบังเขาไปชั่วนิรันดร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ