APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หักเหลี่ยมเทวา

หักเหลี่ยมเทวา

เด็กหนุ่มผู้เคยผ่านความตายในวัยเด็กได้รับโอกาสให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์ ทว่าการกลับมาครั้งนี้ต้องแลกกับการแบกรับภารกิจลึกลับอันแสนอันตราย นำพาเขาเข้าสู่การผจญภัยในดินแดนลี้ลับเพื่อเสาะหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโชคชะตา ท่ามกลางการต่อสู้ที่ต้องใช้ไหวพริบและการทรยศหักหลังรอบตัว เขาจะสามารถไขปริศนาของหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ได้สำเร็จ หรือจะต้องเผชิญหน้ากับความตายอันมืดมิดอีกครั้งในโลกที่เต็มไปด้วยความลับแห่งความลับ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เมื่อเด็กเสิร์ฟนำก๋วยเตี๋ยวมาให้แล้ว ภูมิก็สั่งเพิ่มอีกสามชาม

"รอแป๊บนึง"

เหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า แต่ความจริงแล้วเขาพูดกับ 'ดวงจิต'ทั้งสามที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่นี่มานานแค่ใหนแล้ว เมื่อก๋วยเตี๋ยวมาครบภูมิจึงลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย ดวงจิตทั้งสามก็สูดเอาไอหรือพลังงานในก๋วยเตี๋ยวไปด้วย เมื่อภูมิทานก๋วยเตี๋ยวหมดชาม ดวงจิตทั้งสามก็สูดไออาหารหมดพอดี

"ดูมีออร่าขึ้นมาโขเลยนี่"

ภูมิส่งเสียงงึมงำ ๆ จนคนโต๊ะข้าง ๆ เหลียวมามอง เขาจึงชี้ไปที่หูของตัวเอง ซึ่งมีหูฟังบลูทูธเสียบอยู่ เป็นการบอกให้ผู้คนรับรู้ว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์ ซึ่งวิธีนี้ได้ผล คนรอบข้างจะได้ไม่หาว่าเขาบ้า

"ขอบใจเจ้ามาก"

ภูมิพยักหน้ารับ พร้อมกับยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมายกดื่มรวดเดียวหมด วางเงินแบ๊งค์พันไว้ที่โต๊ะวางแก้วน้ำทับไว้ และเดินออกมา

"สิ่งที่เจ้ากำลังค้นหาอยู่ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ"

ภูมิหยุดชะงักนิดหนึ่ง จึงก้าวเดินออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยว ขณะนั้นท้องฟ้าทางด้านทิศตะวันตกเป็นสีเรื่อเรือง ดวงตะวันสีส้มกำลังจะลาลับขอบฟ้า ถ้าให้เดาในขณะนี้ น่าจะเป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว เวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำ หรือที่คนเฒ่าคนแก่เขาเรียกว่าเวลา 'ผีตากผ้าอ้อม' มันช่างดูวังเวงและเศร้าสร้อย แต่ภูมิกลับชอบบรรยากาศของช่วงเวลานี้ เพราะเปรียบเสมือนว่าเขาได้หลุดเข้าไปอยู่ยังอีกโลกหนึ่ง รู้สึกว่ามีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น สบายใจมากขึ้น หรือว่าเขาจะไม่ใช่คนของที่นี่ แต่เขามาจากอีกโลกหนึ่ง โลกที่มันอยู่ห่างไกลจากที่นี่มากมายเหลือเกิน

ภูมิจอดมอร์เตอร์ไซค์คันเก่งหน้าร้านคาราโอเกะในตัวเมือง เขาชอบมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศ และคิดอะไรเพลิน ๆ ที่นี่ประจำ เพราะนอกจากจะมาดูวิถีชีวิตของคนกลางคืนแล้ว ในบรรดาดวงจิตต่าง ๆ ก็มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

"เครื่องดื่มที่สั่งได้แล้วค่ะ"

เสียงหวาน ๆ ของเด็กนั่งดริ๊งคนประจำที่ภูมิมักจะเรียกหาให้มาบริการเขาอยู่เสมอทุกครั้งที่เขามาที่นี่ ซึ่งภูมิก็มาแทบจะวันเว้นวัน สถานที่แบบนี้สืบข่าวอะไรก็ง่ายไม่ว่าจะทางโลกของคนเป็น หรือแม้แต่ทางโลกของจิตวิญญาณ

"อ้าว 'อ้อย'"

ภูมิละสายตาจากดวงจิตดวงหนึ่งที่คลานอยู่ใต้โต๊ะถัดไปจากเขา กำลังสูดเอาไอพลังงานจากขาของผู้ชายคนหนึ่งอยู่ และผู้ชายคนนั้นเหมือนจะไม่รู้ตัว เขาเพียงแค่ลูบขาของตัวเองเป็นระยะ ๆ เพราะรู้สึกเสียวแปลบ ๆ ที่ขาเท่านั้นเอง

"สวัสดีค่ะคุณภูมิ"

อ้อย หรือ ณิชา พนมมือไหว้ และนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ เขา เพื่อชงเหล้า

"เหมือนเดิม โซดาน้ำ"

เธอชงอย่างคล่องแคล่ว เสร็จจึงส่งแก้วให้เขา ภูมิรับมาและยกมันขึ้นดื่ม

"ขอบใจ ยายเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง เงินที่ให้ไปคราวที่แล้วพอค่าหมอค่ายาของยายรึเปล่า"

"ยายดีขึ้นมาก จนเกือบหายแล้วค่ะ ถ้าไม่ได้คุณภูมิหนูกับยายคงแย่"

"ก็ดีแล้ว แล้วการเรียนของอ้อยเป็นยังไงบ้าง ขาดเหลืออะไรบอกผมได้ตลอดนะ โทรไปได้เลย"

"ไม่มีปัญหาค่ะ ได้คุณภูมิช่วยเหลือทุกอย่างก็ราบรื่น"

ภูมิรู้จักกับอ้อยเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ตอนนั้นอ้อยมาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ เพราะต้องการใช้เงินเพื่อไปรักษายาย เด็กม.ปลายที่ยังเรียนไม่จบจะทำงานอะไรได้นอกจากเด็กนั่งดริ๊ง ถึงกระนั้นเงินที่ได้ก็ยังไม่มากพอที่จะนำไปจุนเจือครอบครัว และรักษายายที่กำลังป่วยหนัก ดีที่ได้ภูมิยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เมฆหมอกในชีวิตของอ้อยถึงได้จางลง วันนั้นภูมิบังเอิญเดินชนอ้อยที่หน้าห้องน้ำ ห้วงกระแสความรู้สึกและจิตใจอันบริสุทธิ์ของเธอ วิ่งเข้าสู่กระแสการรับรู้ของภูมิ เขาจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

"มีอะไรรึเปล่าคะ เห็นคุณภูมินั่งมองที่โต๊ะนั้นนานแล้ว"

"ไม่มีอะไรหรอก แค่มองอะไรเพลิน ๆ"

ปากพูดแต่สายตาก็ยังไม่ละจากโต๊ะนั้น ภูมิรู้สึกเป็นห่วงผู้ชายคนที่ถูกดวงจิตดูดเอาไอพลังงานจากขาของเขาอยู่ หากปล่อยไปแบบนี้ พลังชีวิตของผู้ชายคนนั้นคงหมดพอดี ภูมิไม่อาจดูดายได้ เขาเป่าปาก

"วี้ดดด วิ้ว"

ได้ผล เจ้าดวงจิตตนนั้นหันขวับมามองที่ภูมิทันที เขาจึงยื่นแขนออกไป เจ้าดวงจิตตนนั้นก็กระโดดมางับที่แขนของภูมิอย่างรวดเร็ว เขาปล่อยให้มันดูดพลังชีวิตของเขาจนกว่ามันจะพอใจ แต่กว่ามันจะรู้ตัว ร่างของมันก็เริ่มพองขึ้น พองขึ้น ราวกับลูกโป่งถูกอัดแก๊ส และระเบิดออกเสียงดังสนั่น กระจุกพลังงานของมันกระจัดจายไม่สามารถรวมตัวกันได้อีก แต่มันกลับไหลเข้ามาที่ตัวของภูมิทางนิ้วนางข้างขวาของเขา

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แม้แต่อ้อยก็ไม่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่เพียงว่าภูมิยกแขนขึ้นมาและเกาที่ท้องแขน เขาบอกกับเธอว่าคัน

"เหล้าหมดแล้ว เอาเพิ่มอีกสักชุดไหมคะ"

เขาส่ายหน้า

"ผมจะกลับแล้ว ฝากซื้อของตักบาตรด้วยนะพรุ่งนี้เช้า"

พูดพร้อมกับวางเงินจำนวนห้าพันไว้ที่โต๊ะและเดินออกจากร้านไป ค่าเครื่องดื่ม ดูยังไงก็ไม่น่าจะเกินหนึ่งพัน อ้อยรีบเก็บเงิน เก็บโต๊ะและเดินเข้าไปยังหลังร้าน

อ้อยสงสัยในความเป็นมาของภูมิเหมือนกัน ในตอนที่เขาช่วยเธอในครั้งนั้น อ้อยไม่รู้ว่าจะตอบแทนเขายังไงดี จึงเสนอตัวให้ภูมิเป็นการตอบแทน แต่ภูมิกลับบอกเธอว่า เขาไม่ได้ต้องการสิ่งใด ขอแค่ให้อ้อยรักษาพลังงานในตัวเองให้คงอยู่แบบนี้ให้ได้นานที่สุดหรือตลอดไปเลยยิ่งดี อ้อยก็รู้สึกงง ๆ เหมือนกันว่า อะไรคือพลังงานดี ๆ ในตัวของเธอกันแน่

ภูมิกลับมาถึงบ้านเกือบห้าทุ่ม หลังจากที่วันนี้ออกตระเวณทั้งวัน กลับไม่ได้เรื่องอะไร รู้แค่ว่าเหล่าดวงจิตพวกนั้น มีพลังกล้าแข็งขึ้นเกือบเท่าตัว และทุกตนด้วย เหมือนว่าพวกมันจะทำงานให้กับใคร และบุคคลผู้นั้นต้องไม่ธรรมดา

อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จก็เกือบเที่ยงคืน ภูมินั่งสมาธิสิบนาที เมื่อเสร็จแล้วเขาก็เข้านอน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
ชีวิตของมินทราภาต้องพลิกผันอย่างสิ้นเชิง หลังเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในห้องพักของเธอ แม้จะพยายามต่อสู้ป้องกันตัว แต่สุดท้ายกลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดในคราวนั้นได้ถักทอเป็นความสัมพันธ์สุดสลับซับซ้อน เมื่อเจ้าชายคริสตินผู้แสนโอหังเริ่มตกหลุมรักหญิงสาวที่ตนเคยดูแคลน พระองค์จึงวางแผนพาเธอเดินทางสู่ดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์หัวใจ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปเผชิญอันตรายถึงชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อเอาชีวิตรอดและปกป้องความรักที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
9.5
เมื่อหญิงสาวเจ้าเนื้อผู้เกลียดการกินผักเข้าไส้ ต้องเผชิญบทลงโทษจากสวรรค์อย่างไร้ทางเลี่ยง เธอถูกส่งข้ามเวลากลับไปสู่อดีตเพื่อเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ในบทบาทเกษตรกร ซึ่งบีบให้เธอต้องทำสวนผักที่เคยเกลียดแสนเกลียด การเดินทางสุดป่วนเพื่อดัดนิสัยครั้งนี้บังคับให้เธอต้องเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกเพื่อเอาชีวิตรอดในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางอุปสรรคและเรื่องราวสุดประหลาดใจที่ประดังเข้ามา จนเธอต้องอุทานคำว่าอิหยังวะออกมาตลอดทางลมหายใจในทุกย่างก้าวของการผจญภัย
ภาพปกนิยายเรื่อง ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ
9.4
เมื่อภารกิจตามหาอัญมณีที่สาบสูญเพื่อเติมเต็มเจตนารมณ์แห่งเทพบิดรในดินแดนตารัค เริ่มทำให้ผู้พิทักษ์ปฐวีธาตุอย่างนีรุณเกิดความเคลือบแคลงใจในความจริงแท้ของคำสั่งนั้น ท่ามกลางความสับสนและคำถามที่ไร้คำตอบ อลัน ชายหนุ่มปริศนาผู้มาพร้อมเส้นผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมความลับบางอย่างที่ซ่อนไว้ การพบกันครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์พลังศรัทธาและไขปริศนาที่ถูกปิดบังในดินแดนแห่งนี้ โดยมีสัจจะอันสูงสุดเป็นสิ่งเดิมพัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ผู้จมอยู่กับห้องทดลองมาอย่างยาวนาน ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการเข้าร่วมคณะสำรวจป่าเหอหนาน ดินแดนสุดอันตรายที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปมากมาย แม้จะถูกทักท้วงจากเพื่อนร่วมงาน แต่เธอยังคงมุ่งมั่นที่จะเข้าไปเก็บกู้ตัวอย่างพรรณไม้หายากในพื้นที่เร้นลับซึ่งวิทยาการสมัยใหม่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์แรกของการเดินทาง การเผชิญหน้ากับดอกไม้พิศวงในป่าลึกส่งผลให้เกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติขึ้น เพียงแค่เธอแตะต้องมันก็หมดสติลงทันทีพร้อมแสงสว่างลึกลับที่เข้ามากำหนดเส้นทางชีวิตใหม่ของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ
9.7
หลินเจียอี หญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่เสียชีวิตจากโรคระบาด ได้รับโอกาสครั้งที่สองให้ลืมตาตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาววัยสิบสี่ปีในยุคอดีตที่มีชื่อเดียวกับเธอ ทว่าชีวิตใหม่นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมต้องจบชีวิตลงจากการถูกทำร้ายอย่างทารุณระหว่างเดินทางกลับบ้านเกิดของผู้เป็นแม่ ซ้ำร้ายครอบครัวของเธอยังต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตอันหนักหน่วง หลังจากบิดาจากไป มารดาก็ถูกโกงทรัพย์สินและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้ความปรานี ทำให้หลินเจียอีในร่างใหม่ต้องหยัดยืนท่ามกลางความยากจนข้นแค้น เธอต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคขวากหนามมากมายในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนี้ เพื่อพาทุกคนในครอบครัวที่ถูกทอดทิ้งให้มีชีวิตรอดต่อไปให้สำเร็จและเอาชีวิตรอดจากความลำบากให้จงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง กลายเป็นท่านเทพ
7.8
จากนายน้อยผู้ตกต่ำกลายมาเป็นทาสรับใช้ หลัวเจิงได้พบความลับในการฝึกฝนกายาให้แข็งแกร่งดุจสุดยอดศาสตราโดยไม่คาดคิด ในยุคสมัยที่สงครามปะทุขึ้นและการต่อสู้เพื่อชิงความเป็นหนึ่งของเหล่านักรบหลากเผ่าพันธุ์ดำเนินไปอย่างดุเดือด เขาได้ใช้จิตวิญญาณอันแน่วแน่เข้าต่อสู้กับศัตรูรอบทิศเพื่อชำระหนี้แค้นและก้าวสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แกร่งกล้าเหนืออาวุธวิเศษใดๆ เขาจะสามารถเอาชนะขวากหนามบนหนทางสู่ความเป็นเทพเพื่อบรรลุวิถีอมตะได้หรือไม่