APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สตรีแกร่ง หลินซูเหมย

สตรีแกร่ง หลินซูเหมย

อมิตา นักมวยหญิงยอดฝีมือต้องจบชีวิตลงในระหว่างช่วยพลเมืองดีจากโจรผู้ร้าย แต่ดวงวิญญาณของเธอกลับไม่ได้ดับสูญ ทว่าได้ข้ามมิติมาสวมร่างของ หลินซูเหมย คุณหนูห้าขี้โรควัยสิบห้าปีแห่งตระกูลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบทำร้ายผลักตกสระน้ำ เมื่ออดีตนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างของเด็กสาวที่เคยถูกพี่สาวแท้ๆ และบ่าวไพร่รุมรังแกสารพัด เธอจึงตัดสินใจนำวิชาแม่ไม้มวยไทยจากชาติปางก่อนมาใช้ฝึกฝนร่างกายที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องคนที่เธอรักในโลกใบใหม่อย่างไม่เกรงกลัว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ณ เมืองหนานอัน เมืองแห่งการค้าขายของแคว้นต้าตง ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหนานอันแห่งนี้นั้น ทำให้มีตระกูลของขุนนางและตระกูลของพ่อค้าจากหลากหลายสกุลมาสร้างจวนและลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองแห่งนี้ รวมไปถึงจวนสกุลหลินของเจ้ากรมการกลาโหม 'หลินหยาง' ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในจวน เขามีฮูหยินและมีอนุภรรยาอีกสองคน มีบุตรชายกับบุตรีรวมห้าคน จากฮูหยินสองคนคือ ‘หลินชูจ้าน’ และ ‘หลินเยว่หรู’ กับอนุภรรยารองสองคนคือ ‘หลินจางหลง’ และ ‘หลินจินหรู’ และจากอนุภรรยาคนที่สองอีกหนึ่งคน คือ 'หลินซูเหมย' ภายในจวนแห่งนี้นั้นจึงมีเรือนทั้งหมดสี่หลัง หลังแรกเป็นบ้านใหญ่ และไล่ไปตามลำดับ

“ท่านพี่...ลูกซูเหมยป่วยอีกแล้วเจ้าค่ะ” อนุซูฉีมารดาของหลินซูเหมยบอกผู้เป็นสามีขณะที่เขามาค้างที่เรือน

"เจ้าว่าอย่างไรนะ ลูกห้าป่วยอีกแล้วอย่างนั้นหรือ" หลินหยางเอ่ยถามออกมาด้วยความห่วงใย เขาเป็นชายที่ไม่ลำเอียง รักและห่วงใยบุตรทุกคนของตนอย่างเท่าเทียมกัน

"เจ้าค่ะท่านพี่ ยิ่งนางเติบโตขึ้นก็ยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ"

"แล้วเจ้าตามท่านหมอมาดูนางหรือยัง"

“ตามมาแล้วเจ้าค่ะ ท่านหมอบอกเพียงว่าลูกห้านั้นมีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก นางต้องออกกำลังให้มากกว่านี้ เพราะนางเอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ภายในห้องจึงทำให้นางไม่มีเรี่ยวแรง”

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงบอกให้ลูกห้าออกจากห้องเสียบ้าง ให้นางไปเดินเล่นจะได้มีเรี่ยวแรงมากขึ้น” ผู้เป็นสามีสั่งออกมาหลังจากยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ อายุบุตรีคนเล็กนั้นเพียงสิบห้าปี แต่ทว่ากลับมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงเช่นกับพวกพี่ๆ

“เจ้าค่ะท่านพี่ พรุ่งนี้น้องจะให้นางออกจากเรือนไปเดินออกกำลังเสียบ้าง”

อนุซูฉีบอกผู้เป็นสามี ถึงนางจะได้รับความรักและความเอ็นดูจากเขา แต่ทว่ากับท่านฮูหยินและอนุรองนางกลับได้รับการดูถูกและข่มเหงรังแกสารพัด อาจจะเพราะนางเป็นสาวชาวบ้านธรรมดา ไม่ใช่ลูกหลานของขุนนาง หรือตระกูลพ่อค้ามีเงิน นางจึงไม่ได้รับการยอมรับจากเด็กรับใช้ภายในจวน นางรับรู้เรื่องที่บุตรีของนางถูกบุตรีของอนุรองรังแกมาโดยตลอดแต่นางนั้นมีฐานะต่ำต้อยจึงมิอาจจะช่วยเหลือหลินซูเหมยได้

ภายในเรือนไม้ยามเซิน* บนเตียงไม้มีร่างผ่ายผอมบางของหญิงที่เพิ่งเข้าสู่วัยสาวนอนหันหลังห่มผ้าอยู่ สาวใช้วัยไล่เลี่ยกันคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

“คุณหนูสาวเจ้าคะ วันนี้อากาศดีเราออกไปเดินเล่นชมดอกไม้ในสวนกันดีไหมเจ้าคะ”

เสี่ยวเอ๋อสาวรับใช้ข้างกายที่รักและซื่อสัตย์กับคุณหนูอ่อนแออย่างคุณหนูห้าเอ่ยชวนคุณหนูขึ้นมาตามคำสั่งของนายท่านหลินหยาง

“ข้าไม่มีแรง…เสี่ยวเอ๋อ ข้าไม่อยากจะลุกไปที่ใดทั้งนั้น” คุณหนูสามเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา

“แต่คุณหนูเจ้าคะ นายท่านกำชับมาว่าให้คุณหนูออกกำลังบ้างนะเจ้าคะ อีกอย่างท่านหมอก็บอกมาเช่นนั้นด้วย” เสี่ยวเอ๋อพยายามหว่านล้อมคุณหนูของเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เสี่ยวเอ๋อ…เจ้าก็รู้ ถ้าหากข้าออกไปเดินเล่นภายในสวนดอกไม้ตามที่เจ้าว่า ข้าก็ไม่วายถูกพี่สี่รังแกข้า ไหนจะพวกคนในจวนที่ไม่เคยเห็นข้าเป็นคุณหนูของที่นี่อีก”

หลินซูเหมยบอกสาวรับใช้ข้างกายเสียงแผ่วเบา หลินซูเหมยนอกจากจะมีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เกิดแล้ว นางและมารดามักจะถูกกลั่นแกล้งจากคนรับใช้บ้านใหญ่และบุตรีของอนุรองอยู่เสมอ

“บ่าวรู้เจ้าค่ะ แต่นายท่านสั่งมานะเจ้าคะ ถ้าคุณหนูไม่ทำตามความต้องการของนายท่าน นายท่านจะขุ่นเคืองใจเอาได้นะเจ้าคะ”

เสี่ยวเอ๋อพยายามเกลี้ยกล่อมจนคุณหนูห้ายอมใจอ่อน นางค่อยๆ พยุงร่างกายผอมบางของตนลุกขึ้นจากฟูกนอนที่ปูอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ เสี่ยวเอ๋อไม่รีรอที่จะช่วยเหลือคุณหนูของนางให้ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง

ร่างผ่ายผอมเยื้องย่างตามทางไปยังสวนดอกไม้หลังเรือนของตน ณ ที่แห่งนั้นนางไม่รู้มาก่อนเลยว่า พี่สาวต่างมารดาของนางจะเดินเล่นอยู่ที่นั่นก่อนหน้านั้นแล้ว

“เอ๋….. น้องห้า นี่เจ้าออกมาจากห้องได้ด้วยหรือ ข้าก็นึกว่าเจ้าป่วยจวนใกล้ตายแล้วเสียอีก"

หลินจินหรูหรือคุณหนูสี่แห่งสกุลหลิน วัยสิบเจ็ดปีเอ่ยทักทายผู้เป็นน้องสาว นางเพียงต้องการออกมาเดินชมดอกไม้ภายในสวนไม่คิดว่าจะมีเรื่องสนุกให้ทำ

“ท่านพ่อขอให้ข้าออกมาจากเรือนบ้าง เพราะเห็นว่าข้าไร้เรี่ยวแรง ท่านพ่อจึงอยากให้ข้าได้ออกกำลังเผื่อว่าจะดีขึ้น” หลินซูเหมยตอบไปตามตรงแม้ภายในใจจะรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่ไม่น้อยที่ตนเกิดมาร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรงเฉกเช่นผู้อื่น

เสี่ยวเอ๋อที่พยายามจะยืนขวางไม่ให้คนพวกนี้มาใกล้นายหญิงน้อย กลับถูกเด็กรับใช้คนสนิทของคุณหนูสี่กันตัวออกห่างจากคุณหนูของนาง หลินซูเหมยเห็นท่าไม่ดีจึงตอบไปตามตรง

“หึ! ร่างกายผ่ายผอมเยี่ยงศพเดินได้เช่นเจ้าจะเอาอะไรมาดีขึ้น ข้าว่ามีแต่จะขวางหูขวางตาคนอื่นเสียเปล่าๆ เด็กๆ พาน้องห้าของข้ากลับเรือนไปประเดี๋ยวนี้ ข้าเกรงว่าหากท่านพี่เยว่หรูเดินผ่านมาชมดอกไม้ในสวนแห่งนี้แล้วนางจะไม่เจริญตา”

หลินจินหรูเอ่ยออกมาอย่างไม่รักษาน้ำใจคนฟัง สาวรับใช้ที่ติดตามนางมาด้วยตั้งท่าจะเดินไปจับแขนของคุณหนูห้าตามคำสั่ง

“หยุดนะ!!! อย่าแตะต้องคุณหนูของข้า” เสี่ยวเอ๋อร้องห้ามออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

“บังอาจ!! เจ้าเป็นเพียงเด็กรับใช้ข้างกายนาง กลับกล้าหาญขึ้นใส่คุณหนูสี่เช่นข้าอย่างนั้นรึ! ดี!! พวกเจ้าจัดการนางให้หลาบจำ”

นางหันไปสั่งสาวรับใช้สองคนที่เดินมาด้วยกันให้จัดการกับเสี่ยวเอ๋อ หลินซูเหมยที่อ่อนแอไม่สามารถช่วยเหลือเสี่ยวเอ๋อได้จึงได้ร้องไห้ออกมา

“หือๆๆ ท่านพี่อย่าทำเสี่ยวเอ๋อเลยเจ้าค่ะ ผิดที่น้องไม่สั่งสอนเสี่ยวเอ๋อให้ดีเอง น้องขออภัยแทนนางด้วยนะเจ้าคะ” คนผอมแห้งแรงน้อยเอ่ยออกมาอย่างอ้อนวอน

“ครานี้คงจะไม่ได้หรอกนะน้องห้า เพราะเด็กรับใช้ของเจ้าล้ำเส้นข้ามาแล้ว เอ้า!!! ยืนนิ่งกันทำไม จัดการนางให้หลาบจำเพื่อครั้งหน้านางจะได้มิกล้าขึ้นเสียงกับข้าอีก” หลินจินหรูเดินไปจับแขนของน้องสาวเอาไว้พร้อมกับออกคำสั่งให้คนของนางจัดการสาวรับใช้คนสนิทของผู้เป็นน้องสาว

“เพี๊ยะ!!! เพี๊ยะ!!! เพี๊ยะ!!!”

เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังไปตามแรงตบ แต่ทว่าเสี่ยวเอ๋อกลับไม่ยอมคุกเข่าเพื่อขอโทษกลับยอมทนกัดฟันไว้ให้พวกสาวใช้ของคุณหนูสี่ตบ

“เสี่ยวเอ๋อ….. ฮือๆๆๆ ยกโทษให้เสี่ยวเอ๋อด้วยเถอะนะเจ้าคะ นางมิได้ตั้งใจเสียงดังใส่ท่านพี่จริงๆ แค่กๆๆ” หลินซูเหมยพยายามเอ่ยห้ามปรามพี่สาวของนางพร้อมทั้งส่งเสียงไอออกมา

“ว๊าย!! ทำไมเจ้าถึงไออย่างนี้ นี่เจ้าจะเอาโรคมาปล่อยข้าหรือเปล่า”

หลินจินหรูรีบปล่อยมือที่จับน้องสาวอยู่ก่อนหน้า พร้อมทั้งบ่นออกมาให้กับคนป่วยทันที

“หยุดนะ!!! พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน”

ราวกับเสียงสวรรค์ หลินเยว่หรู คุณหนูรองบุตรีที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ของจวนเดินเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้าพอดีจึงตะโกนเพื่อห้ามปราม นางไม่ชอบการใช้กำลัง เพราะว่าการเป็นบุตรีของภรรยาเอกนางจึงได้เรียนรู้มากกว่าบุตรีคนอื่นๆ ภายในจวนแห่งนี้

“ทะ..ท่านพี่”

หลินจินหรูอุทานชื่อของพี่สาวต่างมารดาออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะส่งสัญญาณให้สองสาวใช้ปล่อยตัวเสี่ยวเอ๋อ หลินซูเหมยรีบสาวเท้าเข้าไปหาสาวใช้ของนางทันที

“นางทำผิดเรื่องอะไร เจ้าถึงต้องกระทำการรุนแรงเช่นนี้” หลินเยว่หรูเอ่ยถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่จะเดินไปยืนข้างๆ น้องห้าของนาง

“น้องห้า.. นี่เจ้ามีแรงเดินแล้วหรือ” หลินเยว่หรูเอ่ยถามน้องเล็กออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ท่านพี่… ข้าพอมีแรงนิดหน่อยเจ้าค่ะ ท่านพ่อกำชับท่านแม่บอกให้ข้าออกกำลังเสียบ้าง ข้าเลยจำต้องออกมาเดินที่สวนดอกไม้แห่งนี้ หากข้าทำให้ท่านพี่ไม่สบายใจ ข้าขอตัวกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะ” หลินซูเหมยตอบพี่สาวคนรองยืดยาวพร้อมกับเอ่ยขอตัว

“เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น จวนแห่งนี้ก็เป็นจวนของเจ้า ดอกไม้ก็เป็นของจวน ใช่ของข้าผู้เดียวที่ไหนกันเล่า เจ้าเดินออกกำลังให้สบายใจแล้วค่อยกลับไปพักเถิด" หลินเยว่หรูคว้าแขนบอบบางเอาไว้ก่อนที่จะเอ่ยกับน้องห้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"น้องสี่… แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้รุนแรงกันถึงเพียงนี้”

“ท่านพี่สี่หวังดีกับข้า อยากให้ข้ากลับเข้าไปพักข้างในเรือน นางจึงจะให้เด็กรับใช้พวกนั้นไปส่งข้า แต่เสี่ยวเอ๋อนางก็ย่อมดูแลข้าได้ นางจึงไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำให้น้องหวาดกลัว นางอาจจะไม่รู้ความเพราะอยู่รับใช้น้องแต่ในเรือน พี่สี่โปรดให้อภัยนางด้วยนะเจ้าคะ” คุณหนูห้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทว่ายังคงชัดถ้อยชัดคำ

“น้องสี่… เจ้าก็ชอบทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ให้เสี่ยวเอ๋อดูแลนายหญิงของนางด้วยตัวเองก็ถูกต้องอยู่แล้ว เจ้าไปยุ่งด้วยเหตุอันใดกัน”

“น้องต้องขออภัยท่านพี่ น้องคงจะตีความหมายของนางผิดไปเองจึงทำให้ตามืดบอดสั่งลงโทษนางไป เสี่ยวเอ๋อ ข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย”

หลินจินหรูเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิดแต่ทว่าในใจของนางนั้นกลับรู้สึกตรงกันข้าม ดวงตากลมวาวโรจน์จ้องมองไปยังน้องห้าผู้อ่อนแอกับสาวใช้ที่กล้าขึ้นเสียงต่อหน้าของนางด้วยความชิงชัง

“จบเรื่องแล้วก็แยกย้ายกันไป ไปเถอะน้องห้า…. พี่จะพาเจ้าไปส่งที่เรือน”

คุณหนูรองประคองน้องห้าของเธอเดินตรงไปยังเรือนสี่ ซึ่งเป็นเรือนนอนของซูอี๋เหนียง ด้านหลังของคุณหนูทั้งสองมีเด็กรับใช้รวมกับเสี่ยวเอ๋อเดินตามไปสามคน

‘ถึงอย่างไรแล้วอย่างน้อยในจวนแห่งนี้ก็ยังมีคุณหนูรองที่ยังรักและเอ็นดูคุณหนูห้าผู้อ่อนแอของนางอย่างแท้จริง’

เสี่ยวเอ๋อฉีกยิ้มออกมาอย่างสบายใจ มือบางยกขึ้นมาลูบใบหน้าที่เพิ่งจะรู้สึกปวดเพราะแรงกระทบของฝ่ามือ นางยินดีถ้านางเจ็บแล้วสามารถปกป้องคุณหนูของนางได้

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้รับความเอ็นดูจากท่านพี่ไปจากข้าคนเดียวหรอก คอยดูเถอะข้าจะเอาคืนให้สาสม ขี้โรคอย่างเจ้าจะอยู่ได้อีกนานสักเท่าใดกัน แล้วนางเสี่ยวเอ๋ออีกคน เป็นเพียงเด็กรับใช้กล้าดีอย่างไรถึงกล้ามาขึ้นเสียงใส่ข้า ถ้าพี่รองไม่มา ข้าจะสั่งให้พวกเจ้าจับนางโยนลงน้ำไปเสียเลย"

คุณหนูสี่แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดออกมาทันที ยามที่พี่รองของนางลับสายตาไป พรางคิดไปถึงแผนการมากมายที่จะทำให้อีกฝ่ายไม่ขวางหูขวางตาเธออีกต่อไป แต่ทว่าประโยคที่เอ่ยออกมาทำเอาเด็กรับใช้ต่างหันมามองหน้ากัน หากเป็นเรื่องจริงที่คุณหนูสี่ถึงขั้นหมายมาดจะเอาชีวิตของอีกฝ่าย พวกนางสองคนคงจะไม่พ้นต้องเดือดร้อนไปด้วย

"หึ!! กลับเรือน!! ข้าหมดอารมณ์เดินเล่นแล้ว”

หลินจินหรูสบถออกมาก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินกลับเรือนของนางไป เด็กรับใช้ทั้งสองรีบสาวเท้าเดินตามคุณหนูสี่ไปไม่ห่าง

*ยามเซิน คือเวลา15.00-16.59

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง มังกรขาว
8.9
วันที่สิบห้ามิถุนายนปีสองพันสิบ โลกก้าวสู่การตื่นขึ้นหนที่สาม มิติย่อยนับไม่ถ้วนหลอมรวมเข้ากับโลกหลัก นำพาสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์และมอบพลังควบคุมธาตุแก่มนุษย์ พร้อมด้วยหอคอยปริศนาที่ซ่อนขุมพลังมหาศาลจนเกิดสงครามแย่งชิง ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีอายุขัยนับพันปีกลับต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือคนสนิท ทว่าเขาได้โอกาสคืนชีพกลับมาสี่เดือนก่อนหายนะจะอุบัติ ด้วยภูมิปัญญาและทักษะที่สั่งสมมาอย่างโชกโชน เขาตั้งมั่นจะลบความผิดพลาดในอดีต ยึดครองอำนาจจากหอคอย และสกัดกั้นโศกนาฏกรรมไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า พลิกผันชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อสิ่งตอบแทนคือความรักจากคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียว หลังแต่งงานเขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างท่วมท้นจนลูกชายตัวน้อยแทบกลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าใครจะคัดค้านเขาก็ไม่เคยใส่ใจและยังคงตามใจภรรยาขั้นสุดยอด แม้เธอต้องการจะยึดครองหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีประเคนให้โดยไม่เสียดาย ท่ามกลางความวุ่นวายใดๆ ที่ถาโถมเข้ามา หนิงซียังคงเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาเสมอ เพราะความสุขของเธอคือทุกสิ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย
9.5
แพทย์ทหารหญิงหลุดเข้ามาในนิยาย กลายเป็นภรรยาที่ถูกลิขิตให้ตายของบุรุษอำมหิตผู้พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อล้างแค้นให้บุตรชาย เพื่อพลิกชะตากรรมมรณะ นางจึงยื่นข้อตกลงกับสามีจอมโหด โดยอาสารักษาขาที่พิการของเขาให้กลับมาเดินได้ แลกกับหนังสือหย่าและอิสรภาพ ทว่าระหว่างการรักษา นางต้องสวมบทบาทมารดาเพื่อฟูมฟักลูกชายฝาแฝดทั้งสี่ให้เติบโตอย่างปลอดภัย พร้อมกับดูแลสามีอันตรายผู้นี้อย่างใกล้ชิด การดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนตอนจบของเรื่องราวและเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือปีศาจร้ายจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากข้ามภพ ข้ากลายเป็นแม่ผัวจอมโหด
9.5
สาวโสดอย่างเฉิงวานวานถูกชะตาเล่นตลกให้ข้ามเวลามาเป็นสตรีชาวนาวัยสามสิบสามปีในหมู่บ้านต้าเหอ เธอต้องรับบทแม่ผัวของลูกชายสี่คนและสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้อง ท่ามกลางความแร้นแค้นของยุคโบราณ ชีวิตใหม่นี้เต็มไปด้วยบททดสอบแสนสาหัส ทั้งภัยตั๊กแตน ภัยแล้ง และวิกฤตหิมะถล่มที่พร้อมพรากชีวิต โชคดีที่เธอมีระบบร้านค้าวิเศษเป็นตัวช่วยสำคัญ ซึ่งสามารถเปลี่ยนผักป่าและปลาให้กลายเป็นเงินตราได้ เธอจึงใช้สติปัญญาและสิ่งนี้เพื่อปกป้องครอบครัวใหญ่ให้พ้นจากความอดอยาก พร้อมพลิกฟื้นชะตากรรมสู่ความมั่งคั่งรุ่งโรจน์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติพร้อมมิติน้ำพุวิเศษ กลายเป็นเมียตัวร้ายของเสนาบดี
6.7
ชะตากรรมนำพาซ่งจิ่นข้ามเวลามาสวมบทเป็นหญิงใจทรามในนิยาย ท่ามกลางยุคภัยพิบัติหนาวเหน็บ เจ้าของร่างเดิมเคยก่อกรรมด้วยการทิ้งสามีพิการและขายลูกเลี้ยงทั้งสี่เพื่อเอาตัวรอด โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตเด็กเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจ และสามีจะก้าวขึ้นเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อได้ชีวิตใหม่ ซ่งจิ่นปฏิเสธที่จะเดินตามรอยเดิม เธอใช้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และมิติน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือพลิกสถานการณ์ หญิงสาวมุ่งมั่นแก้ไขความผิดพลาด หันมาปกป้องดูแลครอบครัวให้รอดพ้นจากความหิวโหย จากสตรีที่เคยถูกประณาม เธอจะใช้สองมือนี้ก้าวขึ้นเป็นภรรยาที่เคียงข้างท่านเสนาบดีอย่างสง่างาม
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่มด
9.5
ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ได้ซุกซ่อนดาวเคราะห์ลี้ลับดวงหนึ่งเอาไว้ ณ จุดที่ห่างจากอาณาเขตมนุษย์นับล้านปีแสง แม้ระยะทางจะไกลแสนไกล ทว่าดินแดนคู่ขนานแห่งนี้กลับมีระบบนิเวศและสภาพภูมิประเทศที่ลอกเลียนแบบโลกของเรามาอย่างน่ามหัศจรรย์ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สะท้อนภาพของยุคหินในอดีตกาลออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เรื่องราวอันลี้ลับกำลังจะถูกจารึกขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกบรรพกาล ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมนต์ขลังแห่งยุคสมัยอันเนิ่นนาน