APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียลับนายหัว

เมียลับนายหัว

สี่ปีแห่งการเฝ้าตามหาและรอคอย สิ้นสุดลงในวินาทีที่สิงหนาทได้เห็นลูกสาวตัวน้อย กัญญาพัชร หรือ 'น้องขนม' เด็กหญิงวัยสี่ขวบที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ด้วยรอยยิ้มอันสดใส เสียงหวานเรียกขาเขาว่า 'ลุง' และอ้อมกอดเล็กๆ อุ่นๆ ที่ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาละลายลงในพริบตา แต่ความสุขนั้นก็สลายทันทีเมื่อเด็กน้อยตอบคำถามว่า 'แม่ไปหาผัวใหม่' เพราะยายบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวย คำพูดไร้เดียงสาของลูกสาวจุดชนวนความโกรธแค้นในใจเสือร้าย เขาสาบานว่าจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งครอบครัวไปได้ง่ายๆ และจะทำให้แพรปรานีรับรู้ว่าการจากไปของเธอเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีหกเดือนก่อน

ร่างสมส่วนท่าทางทะมัดทะแมงสวมเสื้อยืดสีชมพูอ่อนทับในกางเกงยีนทรงเดฟสวมรองเท้าผ้าใบ เส้นผมยาวดัดเป็นลอนใหญ่ช่วงปลายผมถูกรวบมัดเป็นหางม้าสูงกว่าท้ายทอยเล็กน้อยก้าวลงมาจากรถบขส. เมื่อนำเธอมาถึงท่ารถอย่างปลอดภัย เธอกระชับเป้ที่สะพายอยู่บนหลัง ก่อนเดินไปยังหน้าสถานีขนส่ง

ระหว่างเดินเสียงมือถือได้ดังขึ้น กัญญาภรณ์ไม่ได้หยุดเดิน เธอก้าวเดินไปด้วยก้มหน้าหยิบมือถือในกระเป๋าสะพายข้าง จึงไม่ทันระวังคนที่วิ่งหน้าตั้งราวกับหนีใครมา ชนตัวเธอมือถือเกือบหลุดมือ ส่วนคนชนล้มลงไปนั่งกับพื้น ก่อนรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเผ่น

“เฮ้ย! อะไรวะ” กัญญาภรณ์หัวเสียเล็กน้อยที่ไม่ได้รับคำขอโทษจากคนชน วินาทีต่อมาเธอเข้าใจแล้วว่า เหตุใดคนชนจึงไม่มีคำขอโทษให้

“จับมันให้ที มันกระชากสร้อยทองฉัน”

เจ้าของเสียเป็นสตรีวัยห้าสิบกว่าปีร้องตะโกนไปด้วยวิ่งไปด้วย ทว่าไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ คนที่ได้ยินเพียงแค่มองดูชายหนุ่มที่บอกว่าเป็นคนร้ายกระชากทองวิ่งผ่านไปเท่านั้น จะมีเพียงคนเดียวที่พร้อมช่วยเหลือ เมื่อได้ยินเสียงพูด กัญญาภรณ์รีบวิ่งตามคนกระชากทองทันที เป็นความโชคดีของเธอที่คนร้ายวิ่งชนคนอื่นจนล้มลง ทำให้เธอวิ่งมาถึงตัวคนร้ายได้ทัน แล้วสิ่งที่คนร้ายเจอคือ

“มีมือมีเท้าไม่ทำมาหากิน อย่างนี้สมควรโดน”

กัญญาภรณ์กระชากคอเสื้อคนร้ายที่กำลังยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนปล่อยหมัดเข้าไปกึ่งปากกึ่งจมูกสองครั้ง คนร้ายเป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็ไม่ได้ให้สาวหมัดหนักทำร้ายตนฝ่ายเดียว มีปล่อยหมัดและเตะไปที่ขาของกัญญาภรณ์ หมัดพลาดเป้าเนื่องจากเธอหลบทัน แต่การเตะโดนเต็มๆ

“มึงเตะกูเหรอ มึงเจอกูแน่” กัญญาภรณ์โมโห ชกหน้าอีกฝ่ายหนึ่งครั้ง ยกเท้าขึ้นถีบไปตรงท้องของคนร้ายเต็มแรง คนร้ายถอยร่นไปสองสามก้าว กัญญาภรณ์ใช้โอกาสนี้ปล่อยหมัดเสยปลายคางชนิดที่ว่า ครั้งเดียวน็อกกลางอากาศ “ไม่รู้จักอีแพรซะแล้ว”

เหล่าไทยมุงต่างมองวีรกรรมของสาวหน้าหวาน แต่หมัดหนักอย่างทึ่ง ไม่คิดว่าร่างบอบบางจะซัดคนร้ายเสียอยู่หมัด หนึ่งในหลายคนที่มุงดูคือ ชุติมาลูกพี่ลูกน้องของกัญญาภรณ์ที่รีบมายืนข้างพี่สาว

“ขอบคุณมากค่ะน้อง ขอบคุณค่ะ” เจ้าของสร้อยคอกล่าวของคุณกัญญาภรณ์ที่ส่งยิ้มให้ มองดูเด็กหนุ่มที่คิดว่าคงเป็นลูกไปล้วงหยิบสร้อยคอทองคำในกระเป๋ากางเกงของคนร้ายนำมาให้มารดา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานีขนส่งวิ่งมาสมทบเป็นกลุ่มสุดท้าย ช่วยกันรวบตัวคนร้ายไปส่งสถานีตำรวจละแวกนั้น “พี่ขอบคุณน้องอีกครั้งนะคะ น้องเก่งจังเลยค่ะ”

เจ้าของสร้อยหันมาพูดกับกัญญาภรณ์อีกครั้ง

“ไม่เป็นไรค่ะ เห็นแบบนี้ไม่ช่วยไม่ได้ค่ะ” กัญญาภรณ์ตอบกลับ “หนูขอตัวก่อนนะคะ โชคดีนะคะน้า”

“จ้ะ ขอให้หนูโชคดีนะ ขอให้เจอแต่สิ่งดีดี” เจ้าของสร้อยทองอวยพร กัญญาภรณ์ยิ้มให้ก่อนเดินจากไปพร้อมชุติมา

“พี่แพรยังห้าวเหมือนเดิมนะ ซัดมันซะสลบเลย” ชุติมาพูดขึ้น

“ก็มันสมควรโดนไหมล่ะ มีมือมีเท้าแถมยังหนุ่มอยู่แต่ดันไม่ทำมาหากิน ริเป็นขโมยเป็นตัวเหี้ยก็ต้องเจอแบบนี้แหละ”

เหตุผลที่กัญญาภรณ์มีฝีมือทางด้านการต่อสู้เป็นเพราะ กว่าห้าปีที่เธอเป็นบอดี้การ์ดให้ชาวอาหรับผู้ร่ำรวย แต่เมื่อหนึ่งปีหกเดือนก่อนเกิดเหตุหนึ่งขึ้น เมื่อลูกชายเจ้านายพยายามจะข่มเหงเธอ กัญญาภรณ์เลยวางหมัดมวยเข้าใส่จนกรามหัก ม้ามแตกและหัวแตก เจ้านายไม่กล้าเอาเรื่องเพราะรู้จักนิสัยลูกชายดี ส่วนกัญญาภรณ์ไม่ขอทนทำอยู่จึงขอลาออกในวันนั้นและกลับเมืองไทย มาทำงานกับเพื่อนสนิทที่เปิดโรงเรียนสอนการต่อสู้จนมาถึงวันนี้

“รีบไปเถอะพี่ ลุงกับป้ารอพี่อยู่”

“ที่บ้านมีเรื่องอะไร ทำไมต้องเรียกฉันมาด่วนขนาดนี้ ถามใครก็ไม่มีใครตอบสักคน บอกแค่ว่ามาถึงก็รู้เอง” กัญญาภรณ์ยังติดใจเรื่องนี้ไม่หาย

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันพี่ แต่ละคนเหมือนมีลับลมคมในทั้งนั้น” ชุติมาตอบตามจริง “รีบกลับบ้านดีกว่าพี่แพร ฉันเองก็อยากรู้เหตุผลที่เรียกตัวพี่กลับบ้านเหมือนกัน”

สองสาวพากันเดินไปยังรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ที่จอดอยู่ลานจอดรถหน้าขนส่ง ชุติมาขับรถพากัญญาภรณ์กลับบ้านที่อยู่ห่างจากสถานีขนส่งยี่สิบห้ากิโลเมตร

บ้านกัญญาภรณ์เป็นบ้านไม้สองชั้นเนื้อที่ของบ้านราวๆ สี่สิบตารางวา อยู่ท่ามกลางสวนยางของครอบครัวจำนวนยี่สิบไร่ และที่ดินทำประโยชน์อย่างอื่นอีกสิบไร่ แน่นอนว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากการกรีดยางที่เวลานี้ยางราคาตกต่ำมาก ทำให้ต้องหารายได้จากส่วนอื่นมายังชีพ ความที่มีเนื้อที่เยอะจึงปลูกสัปปะรดเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง ยังมีมังคุดที่ให้ผลผลิตปีละหนึ่งครั้งอีกหนึ่งไร่กว่า เมื่อสามปีก่อนพจน์ผู้เป็นบิดาปลูกข้าวแต่ไม่ใช่ไว้ขาย นำข้าวที่ได้ไว้กินทั้งปี ประหยัดเงินค่าข้าวได้มากทีเดียว

“สวัสดีจ้ะพ่อ แม่” เมื่อกัญญาภรณ์มาถึงบ้านก็พบกับบิดามารดานั่งอยู่บนเก้าอี้หวายกลางบ้าน เธอพนมมือไหว้ทั้งคู่ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายอีกตัว “พ่อกับแม่มีอะไร เรียกหนูกลับมาบ้านด่วนทำไม”

“เอ็งมาเหนื่อยๆ อาบน้ำก่อนดีไหมหรือว่าจะนอนพักเอาแรงก็ได้ พักก่อนเดี๋ยวค่อยมาคุยกัน” พจน์บอกลูกสาว

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ราคี(ร้าย)รักอชิระ
9.8
ความผิดพลาดเพียงข้ามคืนทำให้มินตราตั้งครรภ์กับกวิน เจ้าของโรงแรมผู้ทรงอำนาจ เขาไร้ซึ่งความเชื่อใจและยื่นข้อตกลงอันแสนเลือดเย็น บังคับให้เธออุ้มท้องจนคลอดและต้องจากลูกไปตลอดกาล เพื่ออนาคตที่สดใสของสายเลือดตัวน้อย มินตราจำยอมรับเงื่อนไขที่กรีดแทงหัวใจ ทว่าในวันที่เธอต้องก้าวออกจากชีวิตเขาไปพร้อมกับความรู้สึกที่แตกสลาย กวินกลับเพิ่งตระหนักถึงความจริงที่ว่า ทรัพย์สินเงินทองมหาศาลไม่อาจซื้อคืนหัวใจของแม่ของลูก รวมถึงความรักบริสุทธิ์ที่เขาเป็นผู้ลงมือทำลายมันด้วยความเย่อหยิ่งของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานคลั่งรัก
8.1
เมื่อเลขานุการส่วนตัวต้องขอตัวลาคลอดไปทำหน้าที่แม่ของลูก ประธานหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือจึงจำต้องเปิดรับสมัครพนักงานชั่วคราวเข้ามาทำหน้าที่แทนด้วยระยะเวลาสัญญาจ้างเพียงหกเดือน แต่แล้วโชคชะตากลับนำพาความบังเอิญที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อผู้ที่มาสมัครงานในตำแหน่งนี้คืออดีตคนรักที่เคยเลิกรากันไป การหวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะเจ้านายและผู้ใต้บังคับบัญชาจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางถ่านไฟเก่าที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา และความรู้สึกส่วนลึกในใจของทั้งสองคนที่ไม่มีวันลบเลือนหาย
ภาพปกนิยายเรื่อง พรางรักผลาญหัวใจ
8.8
ราเชนทร์โกรธจัดเมื่อถูกบังคับให้แต่งงานกับเขมจิรา เด็กกำพร้าที่พ่อแม่ของเขารับเลี้ยงไว้ แม้ว่าเขาจะมีเกศรินทร์เป็นคนรักอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงวิวาห์ครั้งนี้ได้ ด้านเขมจิรายอมเข้าพิธีแต่งงานเพียงเพื่อตอบแทนพระคุณของผู้มีพระคุณ ทั้งที่รู้ดีว่าตนเองเป็นได้แค่เจ้าสาวในเงา ในคืนวันแต่งงาน ราเชนทร์ที่มึนเมาได้เรียกชื่อคนรักของเขาออกมาอย่างโหดร้าย สร้างความช้ำใจให้เขมจิราอย่างที่สุด แม้เขาจะเสนอเงินห้าล้านบาทเพื่อให้เธอหนีไป แต่เธอก็ยังคงยอมทนอยู่เพราะหน้าที่ต่อครอบครัวที่เลี้ยงดูเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง One night Stand แค่แฟนคืนเดียว
8.7
เมื่อพริมโรสถูกคนรักที่คบกันมานานถึงเจ็ดปีทรยศหักหลังไปมีสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอเอง เพียงเพราะเธอปฏิเสธที่จะมีเซ็กซ์ด้วย ความเจ็บช้ำและความแค้นทำให้เธอตัดสินใจขอร้องให้นิโคลัส นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเสน่ห์ผู้เพิ่งกลับมารับช่วงดูแลธุรกิจของตระกูลที่ไทย ช่วยสวมรอยเป็นแฟนใหม่เพียงหนึ่งคืนเพื่อประชดรักเก่า ชายหนุ่มตอบรับคำขอทันทีแต่มีข้อแลกเปลี่ยนเป็นค่ำคืนอันเร่าร้อน พริมโรสยอมตกลงและมอบความบริสุทธิ์ครั้งแรกให้เขาเพื่อก้าวข้ามอดีตอันเจ็บปวดที่กำลังตามหลอกหลอนซ้ำรอยแม่ของตน
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอสะดุดรัก
8.5
โชคชะตาเล่นตลกกับพริ้งพราวเมื่อเธอถูกมอมยาในผับอย่างไม่คาดคิด นำพาให้เธอได้พบกับวายุภักษ์ นายแพทย์หนุ่มวัย 35 ปีผู้เปี่ยมเสน่ห์และดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงพยาบาล เขาจำเป็นต้องย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นการชั่วคราวเพื่อดูแลเหนือเมฆ น้องชายที่กลายเป็นคนอารมณ์ร้อนหลังประสบอุบัติเหตุจนสูญเสียความสามารถในการเดิน ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างวายุภักษ์และพริ้งพราวเริ่มพัฒนาขึ้นจากค่ำคืนนั้น ทางด้านของเหนือเมฆก็ต้องรับมือกับข้าวหอม พยาบาลจบใหม่ที่ตกลงรับข้อเสนอสุดพิเศษในการดูแลเขาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางเรื่องราวความรักของทั้งสองคู่ที่ค่อยๆ เริ่มต้นขึ้นอย่างชวนให้ลึกเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณตามลำพัง
9.2
ในวันแต่งงานของฉันกับทายาทตระกูลใหญ่ กลับไม่มีญาติฝ่ายชายมาร่วมยินดีเลยสักคน มีเพียงสายโทรศัพท์จากคุณยายของเขาที่ยื่นคำท้าเดิมพันว่า หากชีวิตคู่ของเรายังราบรื่นดีตลอดสามปี ท่านจะยอมรับฉันเป็นสะใภ้ แต่ถ้าไม่สำเร็จ ฉันต้องยอมหย่าเพื่อให้ผู้หญิงที่คู่ควรเข้ามาแทนที่ ฉันตอบรับข้อเสนอนั้นอย่างมั่นใจ เพราะเชื่อในตัวสามีที่เคยยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเลือกฉัน ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่สาม เขากลับทำลายความเชื่อใจนั้นด้วยการนอกกายอย่างที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน