APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่ทองพันชั่ง

แม่ทองพันชั่ง

เมื่อฉากทัศน์ของพระเอกแสนดีต้องเปลี่ยนไป พบกับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เชื่อมั่นว่า ความร้ายกาจและเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงคืออาวุธลับที่ดีที่สุดในการพิชิตใจผู้หญิง เรื่องราวการเดินหน้าจู่โจมหัวใจอย่างดุเดือดของประธานหนุ่มจอมวางแผน ที่พร้อมจะใช้ทั้งความมั่งคั่งและเสน่ห์อันตรายเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้เขาจะร้ายกาจเพียงใด เธอก็ไม่มีวันต้านทานแรงดึงดูดนี้ได้ เตรียมพบกับเกมรักสุดท้าทายที่เต็มไปด้วยความมั่นใจว่า ความร้ายอย่างมีระดับของเขาจะสามารถสยบเธอให้ยอมจำนนและตกหลุมรักเขาได้อย่างหมดหัวใจในท้ายที่สุด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงเพลงลาวดวงเดือนดังมาจากวิทยุเครื่องใหม่ที่ลูกชายคนโตพึ่งซื้อมาฝากจากกรุงเทพมหานครขับกล่อมให้คุณนายสุจิตราเพลิดเพลินจำเริญใจอยู่ในห้องนั่งเล่นติดระเบียงบนบ้านไม้สักทองหลังงามที่สามีอดีตนายทหารชั้นสัญญาบัตรสร้างเอาไว้ให้ก่อนท่านจะเสียชีวิตในหน้าที่ หลังสามีจากไปคุณนายสุจิตราและลูกชายทั้งสองคนก็ใช้ชีวิตอย่างสมถะที่บ้านสวนหลังนี้แทนคฤหาสน์หลังใหญ่ในกรุงเทพฯ ด้วยว่าไม่อยากเห็นความทรงจำเก่าซึ่งเคยมีกับสามี

คุณนายสุจิตราในวัยย่ำเลขหก ร่างกายเริ่มมีอาการปวดเมื่อยบ้างเป็นปกติ จึงได้เรียกใช้บริการบีบนวดคลายเส้นจาก “แม่หนูทอง” หรือทองพันชั่งหลานสาวเพียงคนเดียวของหมอดาวทองหมอสมุนไพรชื่อดังของจังหวัดชัยนาท ซึ่งมีบ้านสวนอยู่ติดกัน

“ทองพันชั่ง” ร่ำเรียนวิชาบีบนวดคลายเส้น จับเส้น จับเอ็น และวิชาหมอสมุนไพรมาจากหมอดาวทองผู้เป็นยาย เธอเริ่มช่วยยายรักษาคนป่วยได้ตั้งแต่อายุ10 ขวบ จนตอนนี้เธออายุได้ 19 ปีบริบูรณ์แล้ว หน้าตาสะสวยผิวพรรณหมดจดอย่างกับลูกเจ้าลูกนาย ไม่เหมือนลูกหลานชาวสวนชาวไร่เลยสักนิด

คุณนายสุจิตราเล็งเอาไว้ว่าปีนี้แหละจะส่งทองพันชั่งเข้าประกวดนางนพมาศ

“คุณนายคะ แม่หนูทองมาแล้วค่ะ”

อำนวยคนใช้ผู้สนิทวัยไล่เลี่ยกับคุณนายสุจิตราเดินมาที่ห้องนั่งเล่นพร้อมด้วยหมอจับเส้นคนสวย

“กำลังรออยู่พอดี วันนี้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหลือเกินแม่หนูเอ๊ย นวดให้ฉันที”

คุณนายสุจิตราหันมาคุยกับสาวน้อยที่เดินถือตะกร้าหวายเข้ามาพร้อมอำนวย ทองพันชั่งเจ้าของรูปร่างสะโอดสะองแลดูมีน้ำมีนวลผิดหูผิดตาในช่วงนี้ เด็กหญิงตัวน้อยที่เคยวิ่งเล่นตามท้องร่องในสวนส้มโอ บัดนี้โตเป็นสาวเต็มตัวเสียแล้ว

ทองพันชั่งคลี่ยิ้มหวาน วางตะกร้าหวายลงบนโต๊ะเตี้ย แล้วหยิบลูกประคบออกมา

“ได้เลยจ้ะคุณนาย วันนี้ยายฝากลูกประคบสูตรใหม่มาให้ด้วย เห็นแกอวดสรรพคุณว่าดีนัก ฝากป้าอำนวยเอาไปนึ่งให้หน่อยนะจ๊ะ เดี๋ยวหนูทองนวดจับเส้นเสร็จจะได้ประคบต่อเลย” สาวน้อยยื่นลูกประคบให้อำนวย

“ได้จ้ะ”

อำนวยรับถือลูกประคบแล้วเดินออกไปที่ห้องครัว สวนกับธนาธิปลูกชายคนโตของคุณนายสุจิตราที่กำลังเดินขึ้นมาบนบ้านพอดี

“อ้าวคุณโต เป็นไงคะส้มโอแก่พอจะตัดได้ไหม” 

เมื่อเช้าได้ยินธนาธิปบ่นว่าอยากกินส้มโอ แต่พอจะให้คนไปดูให้ก็ไม่ยอมขอเดินไปดูเอง ด้วยว่าไม่ได้เดินเล่นในสวนมานานแล้ว

“ดูแล้วน่าจะยังติดขมอยู่นะครับป้าอำนวย ได้มะม่วงมาแทน ผมให้ป้าสมัยแกปอกให้แล้ว”

ชายหนุ่มพูดจาอ่อนหวาน กิริยาอ่อนน้อมไม่ถือตัวว่าเป็นเจ้านาย พูดจบก็ยิ้มจนตาหยี ป้าอำนวยทั้งรักทั้งเอ็นดูลูกของเจ้านายคนนี้มาก ผิดกับคนน้องที่ทั้งดื้อทั้งชนวิ่งไล่จับกันมาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นหนุ่ม

คนนั้นค่อนข้างจะทำให้ปวดหัว แต่เพราะอย่างนั้นจึงทำให้แกรักคนนั้นราวกับลูกในไส้ของตัวเอง คนอะไรทั้งขี้อ้อน แถมยังเอาแต่ใจตัวเป็นที่หนึ่ง

ธนาธิปลูกชายคนโตของคุณนายสุจิตราและนายพลปรีชา ธรรมานริศชายหนุ่มวัย 28ปี เจ้าของดวงตาเม็ดก๋วยจี๊ หากแต่มีเสน่ห์เหลือล้น เพราะจมูกโด่งเป็นสัน รับกับปากกระจับได้รูป ปรุงแต่งให้ใบหน้าเรียว ลงตัวราวกับพระเอกหนัง

พอคุยกับป้าอำนวยจบเขาก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นเพื่อทักทายสาวน้อยที่เคยเห็นหน้าคร่าตามาตั้งแต่เด็ก เจอกันครั้งแรกตอนที่ทองพันชั่งอายุ8ขวบ ตอนนั้นเขาพึ่งโตเป็นหนุ่มวัยกระเตาะเท่าๆกับเธอในตอนนี้

“ไงแม่หนูทอง”

สิ้นเสียงนุ่มทุ้มฟังสบายหู ทองพันชั่งก็หันมายิ้มจนแก้มปริ เผยความงามที่มองแล้วทำให้โลกทั้งใบเปลี่ยนเป็นสีชมพู

“สวัสดีจ้ะคุณโต กลับมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ” สาวน้อยยกมือไหว้ธนาธิปแล้วบีบนวดให้คุณนายสุจิตราต่อ

“มาถึงเมื่อวานตอนเย็น แล้วเป็นอย่างไรบ้างพี่ไม่ได้เจอเราเสียนาน เจอคราวนี้โตเป็นสาวแล้ว สวยจนแทบจำไม่ได้เลยนะ”

ทองพันชั่งอมยิ้มเหนียมอาย เมื่อถูกพี่ชายที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เด็กเอ่ยปากชม

“สบายดีจ้ะ เรียนหนังสือจบ มศ.3 แล้ว ตอนนี้ก็ช่วยยายรักษาคนเจ็บคนป่วยอยู่บ้านเราจ้ะ”

“ปีนี้แม่ว่าจะส่งเข้าประกวดนางนพมาศ ฝึกให้เจนเวทีไว้ก่อน ปีหน้าก็จะส่งเข้าประกวดนางสาวชัยนาท แล้วก็จะพาไปประกวดนางสาวสยาม สวยขนาดนี้ไม่พลาดมงกุฎแน่ๆ” คุณนายสุจิตราพูดแต่ตายังหลับพริ้ม สีหน้าดูอิ่มเอิบมีความสุข

“ผมก็ว่าไม่พลาดครับคุณแม่ เด็กปั้นคุณแม่คนนี้เข้าตากรรมการแน่ๆ มีแววอยู่นะครับ นางสาวสยามปีที่แล้วยังไม่สวยเท่าแม่หนูทองพันชั่งคนนี้เลยนะ” 

“ไม่ขนาดนั้นหรอกจ้ะ หนูทองขี้อาย ไม่มีความสามารถด้วย กลัวแต่ว่าจะทำให้คุณนายเสียหน้าเปล่าๆสิจ๊ะ”

ทองพันชั่งอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างนี้คุณนายสุจิตราจึงเอ็นดูเป็นพิเศษ ถึงขั้นว่าคิดจับให้แต่งงานกับลูกชายคนเล็กของตนทีเดียว แต่ทั้งสองคนดูไม่ค่อยชอบหน้ากันสักเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะคลุมถุงชนอย่างไรให้ถุงไม่ขาด

“ไม่มีความสามารถอะไร รำไทยรึก็งดงามอ่อนช้อยกว่าใคร ทำดอกไม้กรองมาลัย งานฝีมือก็ละเอียด งานอาหารหรือก็ไม่แพ้ผู้ดีชาววังเลยล่ะพ่อโต แถมเรื่องยาสมุนไพรเก่งเป็นรองก็แค่คุณนายหมอดาวทองเท่านั้นแหละ”

คุณนายสุจิตรายกยอเด็กปั้นของตนให้ลูกชายคนโตฟัง ยิ่งทำให้ทองพันชั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความเขิน

“ดูท่าคุณแม่พี่จะหวังไว้มากเลยนะหนูทอง อย่าทำให้ท่านผิดหวังเด็ดขาดรู้ไหม”

ธนาธิปพูดด้วยความเอ็นดู เขามีจิตสมัครรักใคร่สาวน้อยเหมือนน้องสาวแท้ๆ ไม่เคยคิดอะไรเกินเลยไปกว่านั้น ด้วยว่าธนาธิปมีคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จับคู่ให้มาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว

ทองพันชั่งยิ้มกึ่งหัวเราะพลางก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเธออย่างตั้งอกตั้งใจ

“เออ! แล้วน้องชายของเราจะมาวันไหนพ่อโต? ” เมื่อนึกขึ้นได้ คุณนายสุจิตราจึงเอ่ยถามธนาธิปถึงนรธิปลูกชายคนเล็กที่กำลังจะย้ายมาเป็นปลัดอำเภอที่นี่

!!!

ทันทีที่ได้ยินคุณนายสุจิตราพูดถึงลูกชายอีกคน ทองพันชั่งก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป จากที่ยิ้มแย้มอยู่ดีดีก็ขมวดคิ้วเข้าหากันหน้ามุ่ยขึ้นมา

“ก็คงจะมาเร็วๆ นี้แหละครับ ไม่พรุ่งนี้ก็มะรืน เห็นว่าต้องเข้ารายงานตัวอาทิตย์หน้า”

ธนาธิปตอบพลางหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน แต่ได้ทันสังเกตเห็นสีหน้าของทองพันชั่งจึงอดหยอกล้อไม่ได้

“อะไรกันหนูทอง แค่เราพูดถึงนายเล็กก็หน้ามุ่ยเลยหรือ นี่ยังโกรธที่โดนนายเล็กแกล้งเมื่อตอนเด็กไม่หายล่ะสิ” 

ทองพันชั่งพยายามปรับสีหน้า ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย

“เปล่าหรอกจ้ะ ไม่ใช่อย่างนั้น”

ถ้าเป็นแค่เรื่องตอนเด็กที่แกล้งกันเธอลืมไปหมดแล้ว แต่เรื่องระยำตำบอนที่เขาทำกับเธอเมื่อ2เดือนก่อนมันทำให้ทองพันชั่งนึกอยากฆ่าเขาให้ตายอย่างทรมาน แต่ติดที่ว่าเธอไม่ได้ใจคอโหดเหี้ยมถึงเพียงนั้น แค่มดสักตัวเธอยังไม่กล้าทำลายชีวิตของมันเลย

“ฮ่าๆๆ ถึงจะโกรธกันยังไงก็คงต้องเห็นหน้ากันไปอีกนาน เพราะนายเล็กกำลังจะย้ายมาเป็นปลัดที่นี่แล้ว หวังว่าสองคนจะไม่ตีกันตายเสียก่อนนะครับคุณแม่”

ลูกชายคนโตหันไปกระเซ้ามารดา ด้วยว่าคุณนายสุจิตราคาดหวังไว้สูงเรื่องจะให้นรธิปลงเอยกับทองพันชั่ง

ทว่าประโยคนั้นของธนาธิปทำให้ทองพันชั่งถึงกับหยุดหายใจ!

“!!!คุณเล็กจะย้ายมาอยู่ที่นี่หรือจ๊ะ?”

“ฮ่าๆๆ เอาน่าหนูทอง พี่เล็กเขาก็เป็นคนอย่างงี้แหละ ชอบแกล้ง ชอบพูดจาไม่ดี แต่จริงๆเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งเลยนะ ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก ไม่แน่พอได้ย้ายมาอยู่ใกล้ๆกันมากขึ้น อาจจะคุยกันถูกคอก็ได้”

ไม่ได้เลวร้าย! แต่เลวทรามต่ำช้าเหมือนสัตว์เดรัจฉาน! ทองพันชั่งอยากประกาศให้ทุกคนรับรู้เหลือเกิน แต่ติดที่ว่าหากทุกคนรับรู้ความชั่วของนรธิปเป็นเธอเองนั่นแหละที่จะเดือดร้อน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เจียงซิงซิงยอมทนแต่งงานกับคุณชายเซียวแห่งเมืองบีในฐานะภรรยาที่ถูกตราหน้าว่าหน้าตาอัปลักษณ์ เธอทุ่มเทความรักและยอมรับความเย็นชาจากเขา จนกระทั่งได้ล่วงรู้ความจริงอันเจ็บปวดว่าตนเองเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่เขาใช้เพื่อช่วยชีวิตผู้หญิงที่เป็นรักแท้เท่านั้น เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดจากเขาเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมา เวลาผ่านไปสามปี เจียงซิงซิงได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอย่างสง่างามในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนชื่อดัง จนทำให้อดีตสามีที่เคยละเลยเธออย่างเซียวต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟรักเร่าร้อน NC18++
7.9
เมื่อ อรนลิน ดาราสาวสุดเซ็กซี่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตจนไร้ทางออก เธอจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจาก อัคนี ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มผู้แสนเย็นชาและไร้หัวใจ ทว่าการยื่นมือเข้ามาช่วยในครั้งนี้กลับมีข้อแลกเปลี่ยนราคาแพงที่เธอต้องจ่าย นักธุรกิจหนุ่มยื่นข้อเสนอสุดเร่าร้อนเพื่อดึงรั้งเธอเข้าสู่วังวนแห่งความปรารถนาอันแสนอันตราย แม้ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและแผดเผาใจสักเพียงใด แต่นางร้ายสาวกลับถลำลึกจนยากจะถอนตัวออกจากกองเพลิงที่เขาสร้างขึ้น ท่ามกลางเกมรักที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจดวงน้อยเป็นเดิมพัน
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา เด็กสาววัยยี่สิบปีที่พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดจากครอบครัวที่แตกแยกไว้เบื้องหลังใบหน้าอันร่าเริง เธอตัดสินใจเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อหางานทำช่วยเหลือครอบครัว จนได้พบกับภูตะวัน นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้าปี เจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์ผู้เย็นชา ซึ่งเคยเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกคนรักเก่านอกใจจนต้องปิดกั้นตัวเองจากความรัก ทว่าพลังบวกและความสดใสของเด็กสาวคนนี้กำลังจะเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญาสวาท
7.8
ชีวิตของ ‘แพน’ ต้องพังทลายลงเมื่อแม่เลี้ยงใจร้ายนำตัวเธอไปขายให้แก่ลอร์ดมหาเศรษฐีเพื่อล้างหนี้สินที่ตนเองไม่ได้เป็นคนสร้าง แต่ฝันร้ายที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอได้พบกับชายหนุ่มผู้เย็นชาและไร้ความปราณี เขาปฏิบัติต่อเธออย่างโหดร้ายและคอยทำลายเกียรติยศของเธออย่างไร้ค่า โดยมองเธอเป็นเพียงสิ่งของระบายความใคร่ส่วนตัวที่ซื้อมาด้วยเงิน ท่ามกลางความทุกข์ทรมานและหยาดน้ำตา แพนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมอันแสนรันทดในฐานะนางบำเรอที่ไร้ซึ่งสิทธิ์และเสียงใดๆ ในบ้าน
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่เสน่หากามเทพ
9.1
คาเมรอน นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในวงการอัญมณีและมีนิสัยเย็นชา ได้ยื่นข้อเสนอทางการเงินจำนวนมหาศาลเพื่อบีบบังคับให้ เวียงพิงค์ พนักงานสาวระดับล่างยอมมาเป็นนางบำเรอชั่วคราวเพื่อชดใช้หนี้สินภายใต้ข้อตกลงที่เด็ดขาด ทว่าความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและเร่าร้อนกลับทำให้มหาเศรษฐีหนุ่มลุ่มหลงในตัวเธอจนยากจะถอนตัว ท่ามกลางพันธนาการลับที่แสนอึดอัดนี้ หญิงสาวตัดสินใจที่จะหลบหนีไปพร้อมกับลูกในครรภ์ที่เขาไม่มีวันได้รับรู้ เพื่อปลดแอกตัวเองให้เป็นอิสระจากเขาอย่างถาวร