APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง โสเภณีไร้เดียงสา

โสเภณีไร้เดียงสา

เธออายุเพียง 15 ปี ก็ถูกนำตัวมาขายให้มหาเศรษฐีหนุ่ม เขาอายุ 32 ปี หนุ่มใหญ่ผู้ร่ำรวยและเย็นชา เมื่อเธอถูกนำมาขายใช้หนี้และเขาก็รับเธอไว้ในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว ทว่าเพียงวันแรกที่เธอได้มาเหยียบบ้านของเขา เธอก็สูญเสียพรหมจรรย์ไป อะไรคงไม่ร้ายเท่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว และเธอเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา เธอไม่มีวันยอมเป็นโสเภณีไร้เดียงสาตลอดไปหรอก เพื่อลูกและเพื่ออนาคต เธอจึงต้องอุ้มท้องหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ และเมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี เธอและเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะท่านประธานกับเลขาสาว การพบกันครั้งนี้ เธอเปลี่ยนไปมาก จากเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก กลายเป็นหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ที่สำคัญ...เด็กชายวัย 3 ขวบที่เรียกเธอว่า ‘แม่’ ก็มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน !
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1

“แม่จ๋า อย่าทำกับหนูอย่างนี้” เสียงคร่ำครวญจากเด็กสาวร่างเล็ก ไม่ได้ทำให้สาวใหญ่วัยสี่สิบปลายใจอ่อนเลยแม้แต่น้อย ยังคงลากผู้ที่มีศักดิ์เป็นลูกเลี้ยงเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ซึ่งมีสตรีผอมสูงนั่งรออยู่บนโซฟา

“ไหนล่ะมาลัย เงินที่เธอต้องคืนฉัน” พรทิพาถามเสียงเรียบ

“ไม่มีเงินหรอกค่ะ” มาลัยผลักเด็กสาวจนล้มลงกองที่พื้น “ฉันยกเด็กคนนี้ให้แทนเงินต้นเงินดอกค่ะ จะเอาเป็นคนรับใช้หรืออะไรก็ตามใจ”

พรทิพาชักสีหน้าไม่พอใจ

“เธอติดหนี้ฉันสามแสนนะ ถึงกำหนดก็ต้องคืนเงิน ไม่ใช่เอาเด็กมาให้เป็นภาระฉันอีก”

“โอ๊ย มันไม่เป็นภาระหรอกค่ะ มันทำงานบ้านเก่ง กับข้าวก็ทำอร่อย ได้มันไปทำงานให้ฟรีๆ ถือว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มอีกค่ะ ไม่ต้องให้เงินเดือนมันหรอก ให้มันกินข้าวกันอดตายไปวันๆ ก็พอ”

ฉันท์ชนกได้ยินแล้วสะอื้น สูดน้ำมูกฟืดฟาด ในตอนนี้ใบหน้าเธอคงมอมแมมไม่ต่างจากเด็กกะโปโล ดวงตาแดงช้ำมองแม่เลี้ยงอย่างผิดหวัง

ตั้งแต่แม่เธอตายไป พ่อก็มีเมียใหม่คือมาลัย...ซึ่งไม่ยอมหยิบจับทำงานอะไรเลย นอกจากผลาญเงินเล่นไปวันๆ จนเงินเก็บที่พ่อและแม่สร้างมาเริ่มร่อยหรอลงไปทุกที สุดท้ายพ่อก็เครียดจัดจนล้มป่วย แล้วไม่รู้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรนักหนา พ่อเป็นโรคร้ายและเสียชีวิตภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทิ้งเธอให้อยู่กับแม่เลี้ยงที่ไม่เคยรักเธอเลย

เธอโดนบังคับให้เลิกเรียนทันทีที่จบ ม.3 ต้องมีหน้าที่ทำงานบ้านทุกอย่างให้มาลัยที่เอาแต่เล่นพนันไปวันๆ และท้ายที่สุดก็พาเธอมาที่นี่...ยกเธอให้คนอื่นง่ายๆ ทำอย่างกับว่าเธอเป็นเพียงลูกหมาตัวหนึ่งเท่านั้น

“มีอะไรกันครับคุณแม่” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ก่อนร่างสูงใหญ่ใน ชุดสูทสีดำสนิทจะก้าวเข้ามาในห้องโถง แวบแรกที่เด็กสาวเงยหน้าขึ้นเห็นเขา เธอบอกได้เลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดูภูมิฐานและรูปหล่อมาก แต่ก็คงจะอายุมากกว่าเธอหลายปี โดยเฉพาะสายตาคมกริบคู่นั้น บ่งบอกว่าผ่านประสบการณ์อะไรมามากมาย

“มาลัยเขาติดหนี้แม่สามแสน ไม่ยอมจ่ายสักที ถึงเวลาให้ดอกก็ไม่ให้ บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย แม่ก็ไม่อยากมีปัญหา แต่ก็ไม่ยอมให้หนี้สูญหรอกนะ จะใช้กฎหมายเอาผิดเขา เขาบอกว่าวันนี้จะมาจ่ายหนี้ให้ แต่ก็พาเด็กคนนี้มาให้แทนเงิน ธรก็ลองคิดดูสิ...ไม่ให้เงิน แต่เอาคนมาให้เป็นภาระเราเพิ่ม”

ชายหนุ่มพินิจมองร่างบางที่นั่งตัวสั่นระริกอยู่บนพื้น เธอดูผอมเหลือเกินในสายตาเขา ผมยุ่งรุงรัง ใบหน้าเลอะคราบน้ำตา ตามแขนขามีแต่รอยเขียวๆ แดงๆ เป็นจ้ำๆ เด็กคนนี้คงผ่านความทรงจำอันเลวร้ายมาไม่ใช่น้อย ถึงได้ไม่เปล่งปลั่งประสาวัยสาวเลย มีแต่ความแห้งแล้ง ซูบซีด โดยเฉพาะในแววตาที่มีหยาดน้ำหล่อรื้นอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าเป็นทุกข์ตรม

“เด็กคนนี้เป็นใครครับ ลูกของคุณเหรอ” เขาถามมาลัย

“ลูกเลี้ยงน่ะค่ะ พอผัวฉันตาย มันก็อยู่กับฉันมาโดยตลอด ตอนนี้มันอายุสิบห้าแล้ว ย่างเข้าสิบหก คุณช่วยรับมันไปทีเถอะค่ะ ฉันคงเลี้ยงมันไม่ไหว”

“คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า” พรทิพาเอ่ยเสียงเย็นชา “ฉันต้องการแค่เงินเท่านั้น บ้านเราไม่ใช่สถานสงเคราะห์จะได้รับอุปการะใคร”

ฉันท์ชนกสะอึกกับประโยคนั้น เธอดูราวขยะเปียกไร้ค่าที่มีแต่คนปฏิเสธไม่อยากได้ เธอห่อเหี่ยว จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยซ้ำ

อยู่กับแม่เลี้ยง เธอก็ไม่มีความสุข เพราะถ้ามาลัยไม่พอใจอะไรขึ้นมาก็มักลงไม้ลงมือกับเธอเป็นประจำ บางทีต้องไปรับจ้างกรำแดดกรำฝน ดายหญ้า ตัดอ้อย เพื่อหาเงินมาซื้อกับข้าวเข้าบ้าน

จะมาอยู่กับบ้านใหม่หลังนี้ เธอก็คงไม่มีความสุขเหมือนเดิม ใครเล่าจะเมตตาคนจนๆ ที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ

“บ้านหลังที่คุณอยู่เป็นบ้านของพ่อเด็กคนนี้ไม่ใช่เหรอ อันที่จริงน่าจะเป็นคุณมากกว่านะครับที่ต้องเป็นฝ่ายออกจากบ้าน” กันต์ธรพูดเสียงเรียบ

มาลัยแสยะยิ้ม “บ้านเป็นของฉันค่ะ เป็นชื่อฉัน ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง”

ฉันท์ชนกหลุบเปลือกตาลงมองมือตัวเองเพราะกลัวว่าใครจะเห็นความเสียใจที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาที่มีแต่ความทุกข์ เธอรู้ดีทุกอย่างว่ามาลัยทำตัวน่ารักเสมอเวลาอยู่กับพ่อ ตอนพ่อเจ็บป่วยก็ปรนนิบัติพัดวีไม่ห่าง รวมทั้งเอกสารต่างๆ ในทรัพย์สินมรดก มาลัยก็หลอกให้พ่อเซ็น พ่อก็รักและไว้ใจเมียคนนี้ซะเหลือเกิน ถึงขั้นฝากฝังให้ช่วยดูแลเธอหากพ่อไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว

บางทีเธอก็นึกโกรธพ่อและชิงชังมาลัย ที่ทำให้ชีวิตเธอต้องกลายเป็นแบบนี้

“โอเค ถ้างั้นผมก็พอจะเข้าใจอะไรๆ ขึ้นมาแล้วล่ะ” กันต์ธรควักกระเป๋าเงินออกมาแล้วหยิบธนบัตรปึกหนึ่งโยนใส่หน้ามาลัยโดยไม่คิดจะให้ความเคารพเลยแม้แต่น้อย “นี่เงินห้าหมื่น ผมให้เพิ่มนะ รวมหนี้เก่าด้วยก็สามแสนห้า ถือซะว่าต่อไปนี้เด็กคนนี้ไม่ใช่คนของคุณอีกต่อไป ห้ามมายุ่งเกี่ยวด้วยอีก พรุ่งนี้ผมจะส่งทนายไปบ้านคุณเพื่อให้เซ็นยินยอมและรับรู้ว่าคุณกับเด็กคนนี้ได้ตัดขาดกันแล้วโดยสิ้นเชิง”

มาลัยรีบตะครุบเงิน ตามเก็บส่วนที่ปลิวว่อนจ้าละหวั่น สีหน้าลิงโลดดีใจ พยักหน้ารับ

“ค่ะๆ เข้าใจแล้วค่ะ ตกลงตามนั้น” จากนั้นก็หันมาทำตาดุใส่ฉันท์ชนก “แกเองก็ทำตัวดีๆ นะนก เขาจะได้เอ็นดู อย่าสร้างปัญหาล่ะ”

เด็กสาวนั่งเงียบ ไม่พูดจาอะไรสักคำ และมาลัยก็ไม่คิดจะอยู่ รอฟังด้วย รีบเดินแกมวิ่งออกจากบ้านไปพร้อมเงินที่กำแน่นเต็ม สองมือ

“ธร แม่ไม่เข้าใจ” พรทิพาเอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งเงียบมานาน “เงินสามแสนห้าที่เสียไป แลกกับการได้ภาระกลับคืนมา แม่คิดว่าไม่คุ้ม”

“ผมจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องของเด็กคนนี้เองครับคุณแม่” เขาเดินมาดึงแขนเล็กๆ ให้ลุกขึ้นยืน ซึ่งเธอก็ยืนห่อไหล่ ก้มหน้า ไม่กล้าสบตาเขา “บอกฉันมาสิ เธอชื่ออะไร”

“นะ หนู...หนู” เธอเสียงสั่น พยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติแล้วตอบ “หนูชื่อฉันท์ชนกค่ะ ชื่อเล่นคือนก”

“ท่าทางยังเด็กอยู่เลยนะ เธอคงไม่เคยมีความสุขเลยสินะ”

“มีค่ะ” หยดน้ำตาร่วงเผาะลงสู่หลังเท้าตัวเอง “ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ หนูเคยมีความสุข”

คำตอบนั้นเสียดแทงหัวใจพรทิพาเข้าให้อย่างจัง เธอเองก็มีลูก เลยอ่อนไหวเป็นพิเศษหากได้ยินเรื่องรันทดเกี่ยวกับแม่ลูก

“ฉันเข้าใจ” เขาพยักหน้า ก่อนจะหันไปหามารดา “คุณแม่ครับ ผมจะให้นกคอยปรนนิบัติผมส่วนตัวนะ”

“หืม ปรนนิบัติส่วนตัว” หญิงวัยกลางคนลูกตาแทบถลนออกนอกเบ้า “นี่เด็กนะธร แกยังจะหื่นอีกเหรอ”

ชายหนุ่มหน้าแดง รีบแก้ความเข้าใจผิด “ไม่ใช่แบบนั้น คุณแม่คิดไปถึงไหนล่ะนั่น ผมหมายถึงคล้ายๆ สาวใช้ส่วนตัวนั่นแหละครับ ให้นกอยู่ในความดูแลของผม”

“อ๋อ” พรทิพาลากเสียงยาว ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เออ ถ้างั้นก็ตามใจธรเถอะ แม่ก็ไม่อะไรมากหรอก ธรว่าไงก็ว่าตามนั้น แล้วนี่จะไปงานศพไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก”

“เผาบ่ายสามโน่นครับ นี่เพิ่งบ่ายโมง”

“ไปไวๆ จะได้คุยกับคนอื่นบ้าง”

“ขี้เกียจคุย” ตอบอย่างไม่สนใจอะไรเลย ก่อนจะเลื่อนมือมาจับข้อมือเล็กไว้ “ตามฉันขึ้นไปชั้นสองก่อน” จากนั้นก็ลากฉันท์ชนกลิ่วๆ ขึ้นบันได

“โอ๊ะ ! หนูเดินเองได้ค่ะ”

“เธอทำตัวชักช้าพิรี้พิไร ให้ฉันลากไปน่ะดีแล้ว”

เธอลอบส่งค้อนให้เขาจากทางเบื้องหลัง ไม่รู้หรือไงว่ากระดูกข้อมือเธอแทบจะแตกอยู่แล้ว ผู้ชายอะไรเอาแต่ใจตัวเองจริงๆ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ขังใจร้ายนายอสูร
8.9
โชคชะตาเล่นตลกกับทอฝันเมื่อเธอจำใจต้องทิ้งทิวา คนรักผู้ยากไร้ไปหมั้นหมายตามคำสั่งของบิดา แต่หลังครอบครัวล้มละลายจนถูกถอนหมั้น เธอกลับต้องโคจรมาพบเขาอีกครั้งในฐานะลูกจ้าง ทว่าทิวาในวันนี้กลายเป็นทายาทมหาเศรษฐีผู้แสนเย็นชาที่พร้อมจะทวงแค้นและมอบความเจ็บปวดคืนให้เธอ ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามจากบุษบาที่หวังจะฮุบสมบัติ และความลับของแพรวาน้องสาวบุญธรรมที่ต้องมารับเคราะห์กรรมแทน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภูดิษฐ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้จมอยู่กับความทุกข์ระทม ซึ่งพร้อมจะทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้ายหัวใจของเขาให้พังพินาศไปตามไปพร้อม
ภาพปกนิยายเรื่อง ลืมใจสายใยรัก
8.7
หญิงสาวใจดีได้ยื่นมือเข้าช่วยบุรุษบาดเจ็บคนหนึ่งท่ามกลางพายุฝน ทว่าเมื่อเขาได้สติกลับสูญเสียความทรงจำไปจนหมดสิ้น ช่วงเวลาที่ได้พึ่งพาอาศัยกันทำให้ความผูกพันแปรเปลี่ยนเป็นความรักอันลึกซึ้ง แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย กระทั่งเวลาผ่านไปหลายเดือน เธอจึงได้พบเขาอีกครั้งในฐานะประธานบริหารโรงแรมผู้มั่งคั่ง ทว่าสายตาที่เขามองมากลับมีเพียงความเฉยชาและจำเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ในขณะที่เธอกำลังโอบอุ้มสายเลือดของเขาไว้ในครรภ์ ท่ามกลางความต่างชั้นของฐานันดรและอดีตที่สูญหาย เธอต้องเลือกว่าจะจัดการอย่างไรกับความรักที่เขาหลงลืมในวันที่ชีวิตไม่มีวันเหมือนเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณตามลำพัง
9.2
ในวันแต่งงานของฉันกับทายาทตระกูลใหญ่ กลับไม่มีญาติฝ่ายชายมาร่วมยินดีเลยสักคน มีเพียงสายโทรศัพท์จากคุณยายของเขาที่ยื่นคำท้าเดิมพันว่า หากชีวิตคู่ของเรายังราบรื่นดีตลอดสามปี ท่านจะยอมรับฉันเป็นสะใภ้ แต่ถ้าไม่สำเร็จ ฉันต้องยอมหย่าเพื่อให้ผู้หญิงที่คู่ควรเข้ามาแทนที่ ฉันตอบรับข้อเสนอนั้นอย่างมั่นใจ เพราะเชื่อในตัวสามีที่เคยยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเลือกฉัน ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่สาม เขากลับทำลายความเชื่อใจนั้นด้วยการนอกกายอย่างที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์ชัง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
8.1
หลังค่ำคืนที่ไม่คาดฝัน แม็กซิมัสต้องฝืนใจเข้าพิธีวิวาห์กับปั้นหยาเพราะปักใจเชื่อว่าเธอเป็นคนวางแผนทั้งหมด เขาจึงตอบแทนผู้หญิงที่รักเขามาตลอดด้วยความชิงชังและการทำร้ายจิตใจอย่างไร้ค่า ทั้งยังพาคนรักเก่าเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ แม้ปั้นหยาจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ใจแค่ไหนก็ไร้ผล เมื่อความช้ำใจมาถึงจุดที่เกินจะแบกรับ เธอจึงตัดสินใจขอหย่าขาดเพื่อปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระตามต้องการ และเลือกที่จะเดินจากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมกับความลับเรื่องลูกในครรภ์ที่เธอตั้งใจจะปิดบังเขาไปชั่วนิรันดร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ
ภาพปกนิยายเรื่อง จากเบี้ยของเขา สู่ควีนของเธอ
9.2
เพื่อความอยู่รอด คีรติ นักข่าวสาวสุดรั้นจึงยอมเป็นคนในความลับของอธิป ซีอีโอหนุ่มผู้แสนเย็นชา ทว่าความสัมพันธ์อันเร่าร้อนกลับเป็นเพียงแผนการที่เขาใช้ฝึกฝนเธอเพื่อปรนเปรอผู้หญิงอีกคน เมื่ออุบัติเหตุร้ายแรงมาถึง เขาเลือกปกป้องกมลาและทิ้งให้เธอเผชิญความตาย คีรติจึงตระหนักว่าตนเองเป็นเพียงหมากที่ถูกเขาสังเวยอย่างเลือดเย็น เธอตัดสินใจเผาทำลายอดีตที่พังทลาย แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานกับมหาเศรษฐีคนใหม่ เพื่อกลับมาทวงแค้นชายที่ทรยศหัวใจเธอให้สาสม