APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หนูน้อยพามาพบคู่แท้

หนูน้อยพามาพบคู่แท้

ชีวิตสมรสสี่ปีของเฉียวอีต้องจบลงด้วยความช้ำใจจากการหย่าร้าง เพราะเธอไม่สามารถให้กำเนิดทายาทได้ หญิงสาวจึงเลือกเดินทางไปรักษาแผลใจ ณ เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่นั่นเธอได้พบทารกเพศชายที่ถูกทิ้งไว้และตัดสินใจชุบเลี้ยงเขาด้วยความรักจนเติบใหญ่ ทว่าสี่ปีต่อมา กู้เช่อ มหาเศรษฐีหนุ่มได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมข้อเสนอเงินสิบล้านเพื่อขอรับตัวลูกชายกลับคืน แต่เฉียวอีปฏิเสธอย่างหนักแน่นเพราะไม่อาจพรากจากเด็กน้อยได้ เมื่อเห็นความรักอันลึกซึ้งของทั้งคู่ กู้เช่อจึงยื่นข้อเสนอสุดท้ายที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการพาตัวทั้งเธอและลูกกลับไปอยู่ด้วยกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เธอไม่รู้สึกมาก่อนเลยว่าจิ่งเฉิงเป็นพ่อของซิงซิง หลังจากที่ออกมาจากเมืองซูอัน เธอก็เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ จึงไม่ได้ติดต่อกับคนในวงสังคมตระกูลจิ่งอีก แล้วก็ไม่อยากจะพาซิงซิงเข้าไปในวงสังคมของจิ่งเฉิงด้วยเหมือนกัน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้สนใจข่าวคราวของจิ่งเฉิงอีก ตอนนี้คนคนนั้นน่าจะแต่งงานและมีลูกของตัวเองไปแล้ว

ตอนค่ำเฉียวยีโอบกอดเฉียวซิงซิง หลังจากที่เล่านิทานก่อนนอนเสร็จ เฉียวซิงซิงก็ยังคงลืมตาอยู่

เฉียวยีวางนิทานบนหัวเตียง ก่อนจะดึงผ้าห่ม พร้อมกับสั่งขึ้นมา “หลับตา นอน”

เฉียวซิงซิงหดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยความน้อยใจ “แม่ครับ วันนี้ผมทำผิดจริง ๆ เหรอ”

ผิดแล้วจริง ๆ เหรอ ถ้าได้รู้ความจริงทั้งหมด เฉียวซิงซิงก็ไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเป็นเด็กที่รู้หลักเหตุผล แต่วิธีการในการแก้ปัญหามันสุดโต่งไปนิด เขาไม่ใช่คนที่จะมาพูดคุยด้วยเหตุผลอย่างใจเย็น

เฉียวยีไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนที่จะพูดออกมาว่า ‘ลูกทำผิด’ เธอลูบหัวของซิงซิง “ลูกไม่ได้ทำผิด”

ตอนที่สงบสติอารมณ์ลง เฉียวยีเป็นคนที่มีเหตุมีผลมาก เธอรู้ว่าเด็กอายุเท่าเฉียวซิงซิง นี่คือช่วงเวลาเรียนรู้ที่จะแยกแยะถูกผิด ผู้ใหญ่มีหน้าที่ชี้นำในทางที่ถูกต้อง

“แล้วทำไมทุกคนถึงทำเหมือนกับว่าผมทำผิดด้วย แม้แต่แม่เองก็ตำหนิผมเหมือนกัน” ซิงซิงรู้สึกน้อยใจอยู่ไม่น้อย

“เพราะว่าวิธีการแก้ปัญหาของลูกมันไม่ถูกต้อง ลูกปกป้องคนอื่น ในขณะเดียวกันก็ทำร้ายคนอื่นเหมือนกัน ลูกยังเด็ก ไม่รู้ว่าบางครั้งทุกคนก็มักจะคิดว่าคนที่อ่อนแอเป็นฝ่ายถูกเสมอ เด็กที่ร้องไห้มักจะได้กินลูกอม ลูกเข้าใจไหม?”

“ผมไม่เข้าใจ ถ้าแม่เข้าใจ แล้วทำไมถึงยังมาดุผมอีกล่ะ” ในโลกของเฉียวซิงซิง ไม่มีแนวคิดที่จะใช้เสียงร้องไห้เพื่อแลกกับลูกอม เขาไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยกำลัง ทำไมถึงต้องร้องไห้ด้วย

“เพราะพ่อแม่พวกเขาโมโหแล้ว ถ้าแม่ไม่สั่งสอนลูก พวกเขาก็จะสั่งสอนลูกเอง พวกเขาลงมือหนักกว่าแม่แน่นอน เพราะฉะนั้นแม่ต้องลงมือก่อน แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายลูกจริง ๆ ไม่ใช่เหรอ?” เฉียวยีไม่รู้ว่าเฉียวซิงซิงเข้าใจความซับซ้อนของโลกผู้ใหญ่หรือไม่

“ผิดแล้วก็ต้องได้รับโทษ ถูกก็ต้องได้รับการสรรเสริญ ผมรู้สึกว่ามันควรจะเป็นแบบนี้” เฉียวซิงซิงเงยหน้าขึ้นมองแม่ พวกเขาต่างฝ่ายต่างพูดโน้มน้าวอีกฝ่าย

เฉียวยีแอบรู้สึกปลื้มใจ เด็กมักจะบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทำไมผู้ใหญ่ถึงต้องยัดเยียดสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบให้กับเด็กด้วย เธอจุ๊บหน้าผากของเฉียวซิงซิง “ลูกพูดถูก ขอโทษนะ วันนี้แม่ผิดเอง ต่อไปถ้ามีตรงไหนที่ไม่ถูกต้อง ลูกก็มาบอกกับแม่โอเคไหม”

ในที่สุดเฉียวซิงซิงก็แสดงรอยยิ้มภาคภูมิใจ พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ครับ!”

วันต่อมา เฉียวยีกำลังทำอาหารเช้าอยู่ในบ้าน เฉียวซิงซิงก็เริ่มประพฤติตัวนอกลู่นอกทางอีกแล้ว

เมื่อเห็นว่าอาหารใกล้จะเสร็จแล้ว ไม่เห็นเขากลับมาสักที เฉียวยีก็ถอดผ้ากันเปื้อนลงไปตามหาข้างล่าง แต่กลับเห็นรถยนต์สีดำสองสามคันจอดอยู่ข้างล่าง มีชายหนุ่มในชุดสูทผูกเน็กไทสีดำประมาณเจ็ดแปดคนลงมาจากบนรถ

เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมรอบรถยนต์ที่เป็นประกายแวววาว ดวงตาเต็มไปด้วยความอิจฉา เฉียวซิงซิงเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วยเช่นกัน เขากำลังจ้องมองชายหนุ่มคนหนึ่งที่ลงมาจากรถคันแรก

ตอนแรกชายคนนั้นสวมแว่นดำ หลังจากลงจากรถก็ถอดแว่นออก คนที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขารีบรับเอาไว้ทันที

เขายืนมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอาคารที่ทั้งเล็กเตี้ยและเก่าโทรม จากนั้นก็มองไปยังเด็กที่อยู่ตรงหน้ากลุ่มนี้ สุดท้ายก็หันไปจ้องมองเฉียวซิงซิง

เฉียวยีเองก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน ความมีสง่าราศีของคนกลุ่มนั้นมันไม่เข้ากันกับทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่อย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่คนท้องที่นี้อย่างแน่นอน เธอมองป้ายทะเบียนรถ มาจากเมืองซูอัน

เฉียวยีไม่อยากมีส่วนร่วม อีกทั้งเธอก็ยังไม่ได้ปิดประตูข้างบน เธอจึงตะโกนเรียกเฉียวซิงซิง

“เฉียวซิงซิง กลับบ้านกินข้าวได้แล้ว!”

ผู้หญิงที่เคยเอามือปิดปากเวลาหัวเราะต่อหน้าสาธารณะ ตอนนี้ต้องตะโกนเสียงดังวันละหลายสิบครั้ง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีการตอบสนองใด ๆ

เฉียวซิงซิงมองผู้ชายที่ยืนนำหน้า ก่อนจะตอบรับกลับไป “ครับ” จากนั้นก็วิ่งไปหาเฉียวยี

ทั้งสองคนจูงมือกันขึ้นไปข้างบน เฉียวยีเพิ่งจะล้างมือออกมา จู่ ๆ เสียงเคาะประตูห้องรับแขกก็ดังขึ้น

“ใครคะ?” เฉียวยีวางถ้วยชามลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะเดินไปเปิดประตู

หลังจากประตูนิรภัยเปิดออก เฉียวยีกลับอึ้งตะลึง คนที่ยืนอยู่ตรงประตู ก็คือผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดข้างล่างคนนั้นไม่ใช่เหรอ?

เฉียวยีตกใจมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าคนที่ตัวเองรู้จักจะมีเยอะมาก คนที่มีปฏิสัมพันธ์กันสมัยตอนทำงานก็มีไม่น้อย แต่เธอก็มั่นใจมากว่าไม่เคยเจอผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้มาก่อน

ก่อนหน้านี้อยู่ค่อนข้างไกลกันจึงไม่ได้สังเกต ตอนนี้คนคนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเอง เฉียวยีก็เกิดความรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

ผู้ชายคนนี้น่าจะสูงอย่างน้อยหนึ่งร้อยแปดสิบห้า รูปร่างสูงใหญ่ คิ้วหนาดวงตาเป็นประกาย ใบหน้าโดดเด่น สวมใส่ชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างพอดีตัว เห็นก็รู้แล้วว่าราคาแพง

ตอนนี้เขากำลังมองสำรวจเฉียวยีด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก

“มาหาใครเหรอคะ?” เฉียวยีจับขอบประตูอย่างระแวดระวัง ไม่มีเจตนาจะให้เขาเข้ามา

“กู้ฝานซิงล่ะ?” ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้น

“ใครเหรอคะ” เฉียวยีไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยด้วยซ้ำ

“กู้ฝานซิง” เขาเน้นย้ำออกมาอีกหนึ่งรอบ ดูใจเย็นอย่างมาก พูดเน้นย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “กู้ ฝาน ซิง ลูกชายของผม!”

เฉียวยีพึมพำอยู่ในใจ จู่ ๆ ก็มีความคิดที่ยากจะเชื่อผุดขึ้นมาในใจของเธอ แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งใจเย็น “ฉันไม่รู้จัก คุณมาหาผิดคนแล้วหรือเปล่า” พูดจบก็ทำท่าจะปิดประตู

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ผลักประตูเดินเข้าไปข้างในทันที มองไปรอบ ๆ บ้าน ถึงแม้ว่าบ้านจะเก่า แต่ก็ถือว่าสะอาดสะอ้าน สามารถเห็นถึงการใช้ชีวิตของเด็กได้ทุกซอกมุม เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ไปนั่งลงบนโซฟา

หลังจากเฉียวซิงซิงล้างมือเสร็จออกมา เขาก็มองผู้ชายแปลกหน้าที่อยู่บนโซฟา ก่อนจะมองไปหาแม่ที่ดูประหม่านิดหน่อย เขารู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างผิดปกติ

แม่ในสายตาของเขาเป็นดั่งเหยี่ยวที่กางกรงเล็บแหลมคมมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เธอเหมือนกับลูกนกที่ตัวสั่นเทา

เฉียวซิงซิงเดินมาอยู่ตรงหน้าของเขา น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “คุณเป็นใคร”

น้ำเสียงแข็งกร้าวพยายามที่จะทำให้ดูเหมือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง

ผู้ชายคนนั้นเห็นเฉียวซิงซิง ก็จะยื่นออกมาคว้าเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เฉียวซิงซิงกลับหลบเลี่ยงไปเสียก่อน

ชายคนนั้นก็ไม่ได้โมโหอะไร เขาดูสุขุมใจเย็นเหมือนกับนั่งอยู่บนโซฟาของบ้านตัวเอง “พ่อเป็นพ่อของลูกเอง”

ถึงแม้ว่าเฉียวยีจะแอบคาดเดาอยู่ในใจแล้ว แต่ตอนที่ผู้ชายคนนี้พูดความสัมพันธ์ของตัวเองกับเฉียวซิงซิงออกมา เธอก็ทำอะไรไม่ถูก ราวกับแทบจะล้มทั้งยืน

มาแล้ว มาแล้วจริง ๆ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอปกป้องเฉียวซิงซิงราวกับไข่ในหินมาโดยตลอด เพราะกลัวว่าจะมีสักวันที่เฉียวซิงซิงจะต้องจากเธอไปในตอนที่เธอยังรักเขาได้ไม่มากพอ

เฉียวซิงซิงหรี่ตาจ้องมองผู้ชายคนนั้น ก่อนจะหันไปมองแม่ที่สีหน้าซีดเผือดไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น ผ่านไปสักพักถึงได้พูดขึ้น “พ่อตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ผู้ชายคนนั้นหันไปมองเฉียวยีที่สีหน้าซีดเผือดตรงประตู เขาเข้าใจดีว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ่้น เขายิ้มให้กับเฉียวยีอย่างย้ำเตือน “พ่อสบายดี ตอนนี้มารับลูกกลับบ้าน”

เฉียวยีกับเฉียวซิงซิงต่างก็ช็อกตกใจจนพูดไม่ออก

ถึงแม้ว่าเฉียวซิงซิงอายุเพียงแค่สี่ขวบ แต่ก็ฉลาดเฉลียวมาตั้งแต่เด็ก จากสีหน้าของแม่ เขาก็พอจะมองออกว่า สิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดน่าจะเป็นความจริง

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่หยูชิงเป็นหญิงสาวที่รักความก้าวหน้าและทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างสุดตัว ทว่าเธอกลับต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากครอบครัวที่พยายามบังคับให้เธอแต่งงานมีครอบครัว เพื่อตัดปัญหาที่คอยกวนใจและช่วยให้เธอสามารถโฟกัสกับเรื่องงานได้อย่างเต็มที่ตามที่ปรารถนา หญิงสาวจึงตัดสินใจนัดบอดและเลือกทำข้อตกลงแต่งงานหลอกๆ กับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดา เพื่อใช้ชีวิตแต่งงานบังหน้าและยุติปัญหาครอบครัว
ภาพปกนิยายเรื่อง วางแผนเพื่อเธอ
9.0
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เสิ่นเฉียวมอบความรักทั้งหมดให้ลี่จิ่งฮั่น แต่เขากลับทรยศด้วยการเอาผลงานภาพถ่ายที่เธอเสี่ยงชีวิตมาได้ไปให้คนรักใหม่เพื่อใช้ประกวดรางวัล ความเจ็บช้ำครั้งนี้ทำให้เธอตัดสินใจหย่าเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเอง ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ คู่แข่งทางธุรกิจของอดีตสามีก็เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือ โดยอ้างว่าอยากคืนความยุติธรรมให้คนมีความสามารถ แต่แท้จริงแล้วเขากลับพยายามเข้าใกล้และรุกคืบเธออย่างหนัก จนเสิ่นเฉียวได้พบความจริงว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการที่เขาตั้งใจวางไว้เพื่อครอบครองเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง จากเถ้าถ่าน: โอกาสครั้งที่สอง
9.0
ชีวิตเก่าของฉันมอดไหม้ไปในกองเพลิง ณ สตูดิโอศิลปะ เมื่อภาคิน คู่หมั้นที่ผูกพันกันมาแต่เยาว์วัย ตัดสินใจทิ้งฉันให้เผชิญความตายอย่างโดดเดี่ยว เพื่อช่วยเหลือจูลี่ น้องสาวต่างสายเลือดของฉัน ความภักดีทั้งหมดที่เคยมีถูกตอบแทนด้วยความสมเพชในแววตาของเขาขณะเดินจากไปพร้อมเธอ ทว่าโอกาสครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันสำคัญก่อนการประชุมบอร์ดบริหารตระกูล ในชีวิตนี้ฉันจะไม่ยอมเป็นเพียงหมากในเกมรักลวงโลกหรือธุรกิจของใครอีกต่อไป ฉันจึงเลือกประกาศถอนหมั้นต่อหน้าสาธารณชนเพื่อทวงคืนอิสรภาพและเริ่มต้นแผนการทวงแค้นอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
9.0
เคลวิน แม็คคลาเรน ถูกคู่หมั้นหักหน้าด้วยการประกาศแต่งงานกับชายคนอื่น ด้วยความคั่งแค้นที่ถูกหยามหน้า ทำให้เขาว่าจ้างเด็กสาววัยกำดัดที่ตนเองอุปการะเอาไว้มาแต่งงานด้วย เพื่อเอาคืนคนเคยรักให้กระอักเลือด เพราะบุญคุณล้นหัว ทำให้เฌอปรางต้องยอมลงชื่อในสัญญาจ้างแต่งงาน แทนที่ผู้หญิงคนนั้นที่เขารักมาก "เธออ่านสัญญาละเอียดหรือยัง" "หนูอ่านละเอียดแล้วค่ะ" "ถ้าอ่านละเอียดแล้ว เธอคงรู้ข้อห้ามทั้งสามข้อที่เธอต้องทำให้ได้แล้วใช่ไหม" "ค่ะ หนูทราบแล้วค่ะ" "งั้นลองบอกฉันมาสิ ว่าข้อห้ามมีอะไรบ้าง" หล่อนช้อนตาขึ้นมองผู้มีพระคุณด้วยสายตาที่ซ่อนความเศร้าเอาไว้แทบไม่มิด "ข้อแรก หนูไม่มีสิทธิ์ในตัวของคุณค่ะ" "ถูกต้อง" เขายิ้มอย่างพอใจ "แล้วข้อสองล่ะ" หล่อนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก "ห้ามรักคุณค่ะ" เขายิ้มอย่างพอใจอีกแล้ว "แล้วข้อสามล่ะ" "ห้าม... เอ่อ... ห้ามปล่อยให้ท้องค่ะ เพราะถ้าท้อง คุณจะไม่รับผิดชอบ" "ถูกต้อง และฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" หล่อนไม่มีทางเลือกนอกจากฝืนยิ้มออกไป "แล้วถ้าครบสัญญาหกเดือนแล้ว เอ่อ... หนูต้องไปจากที่นี่ไหมคะ" "ฉันคิดว่ามันจะดีสำหรับเรา หากไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก หรือเธอคิดว่าไง" ท่าทางของเขาเย็นชา ไร้หัวใจ ทำราวกับกำลังเจรจาธุรกิจไม่มีผิด "เอ่อ หนูแล้วแต่คุณค่ะ" เธอทำได้แค่ฝืนยิ้ม ซ่อนน้ำตา ให้กับผู้ชายที่ตรเองทั้งรักทั้งบูชาเท่านั้น แต่ใครจะรู้เล่าว่า เมื่อสัญญาจบสิ้นลง เธอได้เดินจากไปพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง แผนรักบุรุษร้าย
8.8
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างเคลวินผู้ไม่เคยเชื่อในเรื่องของโชคชะตา กลับต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้โคจรมาพบกับลัลน์นาราอีกครั้ง ณ เมืองไทย ชายหนุ่มจึงเริ่มต้นวางแผนการอันร้ายกาจเพื่อล่อลวงให้เธอมาติดกับดัก ทว่าท้ายที่สุดแล้วกลับเป็นตัวเขาเองที่ต้องยอมสยบให้แก่เธอ แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามหลบหนีไปให้ไกลจากผู้ชายแสนยียวนผู้เคยฝากความอับอายไว้ให้เธอในอดีต แต่สายลมแห่งพรหมลิขิตก็ยังคงพัดพาให้ทั้งสองต้องกลับมาใกล้ชิดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการเผชิญหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความดุเดือดจึงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นความผูกพันอันแสนเร่าร้อนที่จะตราตรึงอยู่ในใจของพวกเขาทั้งสองคนตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง
8.8
หลินซีใช้เวลาสามปีในฐานะสะใภ้ตระกูลมู่ด้วยความอดทนและรักมู่จิ่วเซียวอย่างสุดหัวใจ ทว่าเขากลับเย็นชาใส่ ทั้งยังปล่อยให้น้องสาวตนเองวางแผนร้ายทำร้ายเธอจนหลินซีตาสว่าง เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองไม่มีค่าสำหรับเขาอีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าแล้วเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เวลาผ่านไปเธอกลายเป็นหญิงแกร่งที่ประสบความสำเร็จและมีเสน่ห์เคียงข้างชายคนใหม่ที่แสนดี แต่เมื่อต้องกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง จิ่วเซียวกลับต้องพบความจริงอันน่าเจ็บปวดว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นเพียงแค่ตัวแทนของชายอื่นในใจเธอเท่านั้น นั่นทำให้เขาไม่อาจยอมปล่อยเธอไปได้ง่ายๆ อีก