APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หนูน้อยพามาพบคู่แท้

หนูน้อยพามาพบคู่แท้

ชีวิตสมรสสี่ปีของเฉียวอีต้องจบลงด้วยความช้ำใจจากการหย่าร้าง เพราะเธอไม่สามารถให้กำเนิดทายาทได้ หญิงสาวจึงเลือกเดินทางไปรักษาแผลใจ ณ เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่นั่นเธอได้พบทารกเพศชายที่ถูกทิ้งไว้และตัดสินใจชุบเลี้ยงเขาด้วยความรักจนเติบใหญ่ ทว่าสี่ปีต่อมา กู้เช่อ มหาเศรษฐีหนุ่มได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมข้อเสนอเงินสิบล้านเพื่อขอรับตัวลูกชายกลับคืน แต่เฉียวอีปฏิเสธอย่างหนักแน่นเพราะไม่อาจพรากจากเด็กน้อยได้ เมื่อเห็นความรักอันลึกซึ้งของทั้งคู่ กู้เช่อจึงยื่นข้อเสนอสุดท้ายที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการพาตัวทั้งเธอและลูกกลับไปอยู่ด้วยกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เฉียวยียืนอยู่ตรงประตูทางเข้าสำนักงาน น้ำตาที่กลั้นเอาไว้แสบจนสุดจะทน เครื่องสำอางที่แต่งอย่างพิถีพิถันก็ไม่อาจปกปิดความซีดเซียวบนใบหน้าได้

เธออ้อนวอนต่อชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเจ็บปวด “เรามาลองกันใหม่เถอะนะ ฉันไม่กลัวว่าจะทุกข์ทรมาน จิ่งเฉิง พวกเรามาลองกันอีกครั้งได้ไหม?”

เขากอดเธอเข้าไปในอ้อมกอด ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด น้ำเสียงแหบแห้ง “ยียี พวกเราตกลงกันเอาไว้แล้ว... คุณอย่าโทษผมเลย ผมเองก็จนปัญญาเหมือนกัน”

เฉียวยีซบหน้าไปที่ไหล่ของจิ่งเฉิง ในที่สุดน้ำตาก็ไหลออกมา ทำให้เสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขาเปียกโชกไปหมด เธอพูดเน้นย้ำครั้งแล้วครั้งเล่า “พวกเรามาลองกันอีกครั้งเถอะ ลองกันอีกครั้งนะ...”

มือของเขาลูบหลังของเฉียวยีอย่างปลอบประโลม “ผมรู้ว่าคุณทุกข์ทรมาน แต่ว่าแม่ของผม... ยียี คุณเชื่อผมนะ ผมรักคุณ คุณอย่าทำให้ผมลำบากใจเลย...”

เฉียวยีรู้ว่าพูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ร้องไห้ฟูมฟายออกมาไม่หยุดหย่อนอย่างไม่สนภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้น ไม่สนแม้กระทั่งเครื่องสำอางที่เลอะเทอะไปหมด

ไร้ซึ่งภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่สวยดูดี ต่อให้จะสายก็ยังต้องเลือกสีลิปสติกให้เข้ากันกับเสื้อผ้าก่อนจะก้าวออกจากประตูบ้าน

ตระกูลจิ่งของพวกเขาคาดหวังว่าจะได้อุ้มหลานตั้งแต่วันที่พวกเขาแต่งงานกัน รอคอยมาสองปีแล้ว ท้องของเฉียวยีก็ไม่มีสัญญาณว่าจะตั้งครรภ์แต่อย่างใด สีหน้าของแม่สามีเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ

ตอนที่เฉียวยีได้รับผลวินิจฉัยของโรงพยาบาล คนทั้งคนก็อึ้งไปทันที นี่มันผลวินิจฉัยที่ไหนกัน นี่มันคือหนังสือคำพิพากษาการแต่งงานชัด ๆ

“ภาวะมีบุตรยากตลอดชีวิต”

หลังจากออกมาจากสำนักงานเขต จิ่งเฉิงก็มองเฉียวยีที่มีสีหน้าหม่นหมอง “ให้ผมไปส่งคุณนะ”

ตลอดครึ่งชั่วโมงที่เฉียวยีรออยู่ที่ล็อบบี้ ในที่สุดเสียงร้องไห้ก็หยุดลง แต่เสียงกลับขึ้นจมูก เมื่อตะกี้นี้ร้องไห้หนักมากจริง ๆ

เธอสูดจมูก ก่อนจะโบกมือให้กับเขา “คุณไปเถอะ”

เรื่องนี้มันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์

จิ่งเฉิงประคองไหล่ของเฉียวยีด้วยความเป็นห่วง รู้สึกว่าเธอจะล้มลงไปได้ทุกเมื่อ “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”

เฉียวยีเงยหน้าขึ้นมองจิ่งเฉิง เธอกลับยิ้มออกมา แต่ดวงตาที่บวมแดงและเสียงที่ขึ้นจมูกนั้น มันทำให้รอยยิ้มของเธอดูค่อนข้างจะเศร้าหมอง “หย่าร้างกับผู้ชายที่รักกันมาสี่ปี คุณคิดว่าฉันจะเป็นไรไหมล่ะ?”

จิ่งเฉิงถูกถามจนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย “ยียี ขอโทษนะ...”

เฉียวยีโบกมือ ก่อนจะเดินจากไป

เลิกพูดขอโทษได้แล้ว เธอฟังจนเบื่อแล้ว

ตอนนี้ผู้ชายคนนี้ ถ้าไม่เอาแต่พูดขอโทษ ก็เอาแต่พูดว่า:แม่ของผมบอกว่า แม่ของผมบอกว่า...

ตัวเองรักลูกแหง่ติดแม่มาสี่ปี แม้กระทั่งตอนนี้ในกระเป๋าของเธอมีใบหย่าที่เพิ่งได้มาสด ๆ ร้อน ๆ แต่ภายในใจของเธอกลับยังทำใจไม่ได้อยู่ดี

เขามองเฉียวยียืนเรียกรถแท็กซี่อยู่ริมถนน ก่อนจะปิดประตูจากออกไป จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ที่ปิดเสียงเอาไว้ออกมา กดเปิดหน้าจอ บนหน้าจอมีสายที่ไม่ได้รับจาก ‘แม่’ เจ็ดสาย

เขาไม่ทันได้เปิดขึ้นมา สายโทรศัพท์ของแม่ก็โทรเข้ามาอีกครั้งอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

จิ่งเฉิงถือใบหย่าที่เพิ่งจะได้มาด้วยมือข้างหนึ่ง เขาหยิบใบหย่าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง มืออีกข้างถือโทรศัพท์ “หย่าแล้ว”

เขารู้ว่าแม่จะถามอะไร จึงชิงตอบกลับไปก่อน

น้ำเสียงของแม่จิ่งดีอกดีใจอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่นิดเดียว “เห้อ ถ้าอย่างนั้นก็ดี ยืดเยื้อมาตั้งนานขนาดนี้ ผู้หญิงคนนั้นรับมือยากมากจริง ๆ !”

จิ่งเฉิงแสดงควมหงุดหงิดต่อแม่อย่างที่ไม่ได้เห็นบ่อย ๆ “แม่ ยังมีธุระอีกไหม”

ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เขาอยากจะไปดื่มสักหน่อย

“มีสิ หลิงหลิงบอกกับลูกแล้วยัง ว่าเธอจะลงจากเครื่องบ่ายสอง ลูกไปรับเธอกลับมาที่บ้านนะ แม่จะให้น้าจางทำของว่างที่เธอชอบเอาไว้รอ”

ปลายสาย แม่จิ่งรู้สึกว่าวันนี้มีเรื่องที่น่ายินดีถึงสองเรื่อง เรื่องแรกคือในที่สุดเฉียวยีที่เธอเกียจก็หย่ากับลูกชายสุดที่รักของเธอแล้ว เรื่องที่สองคือลูกสะใภ้ในอุดมคติของเธอกลับมาทำงานที่ประเทศแล้ว ไม่ช้าก็เร็วจะต้องได้มาเป็นลูกสะใภ้เธอแน่นอน

“รู้แล้ว” จิ่งเฉิงโยนหนังสือหย่าเข้าไปในช่องเก็บของตรงที่นั่งข้างคนขับ แม่จิ่งยังไม่ทันได้สั่งกำชับต่อ เขาก็วางสายไปด้วยความรำคาญเสียก่อน

เฉียวยีกลับมาถึงบ้าน

ไม่ เรียกบ้านไม่ได้อีกแล้ว เพราะว่านับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป คุณผู้ชายของบ้านคนนั้นจะไม่กลับมาอีกแล้ว ถึงแม้ว่าที่นี่จะเต็มไปด้วยร่องรอยการมีอยู่ของเขา

แต่เฉียวยีก็เป็นหญิงสาวธรรมดาทั่วไป คบกันกับจิ่งเฉิงมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ถึงแม้ว่าตระกูลจิ่งที่ทำธุรกิจจะดูถูกดูแคลนเฉียวยีที่ไม่ได้มีภูมิหลังอะไร แต่เฉียวยีก็จบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง นิสัยน่ารักร่าเริง หน้าตาก็สวยโดดเด่น หลังจากจบการศึกษาก็ได้รับคำชื่นชมจากเจ้านายของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำงานอยู่ เป็นผู้หญิงที่โดดเด่นมาโดยตลอด

จิ่งเฉิงยืนกรานที่จะคบกับเธอ ตระกูลจิ่งเองก็รู้สึกว่าเฉียวยีก็พอจะเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้ ในอนาคตก็น่าจะช่วยเหลือจิ่งเฉิงในเรื่องธุรกิจได้อยู่บ้าง จึงไม่ได้กีดกันอะไรอีก

แต่ใครจะคิดว่ายุคสมัยนี้แล้ว เฉียวยีจะถูกทอดทิ้งเนื่องจากไม่สามารถ ‘มีทายาท’ ให้ตระกูลจิ่งได้ เธอเกลียดความหัวโบราณของตระกูลจิ่ง แล้วก็เกลียดความอ่อนแอของจิ่งเฉิง แต่มากไปกว่านั้น ก็คือความอาลัยอาวรณ์

เขาเป็นผู้ชายที่เธอรักมาอย่างสุดหัวใจมาเป็นเวลาสี่ปี

เฉียวยีกลับมาที่ห้องนอน ห่มผ้าห่มพยายามข่มตานอน เยียวยาตัวเอง

แต่ผ้าห่มยังคงมีกลิ่นของจิ่งเฉิง บนหมอนเองก็เช่นกัน เฉียวยีไม่สามารถนอนหลับได้

เธอลุกขึ้นออกไปสูดอากาศที่ระเบียง เห็นที่เขี่ยบุหรี่และบุหรี่ที่สูบไปได้ครึ่งเดียวบนโต๊ะ มันเป็นของจิ่งเฉิง

เฉียวยีหยิบบุหรี่หนึ่งมวนขึ้นมาจุด ก่อนจะพ่นควันออกมาเบา ๆ ดูเหมือนว่าตัวเองจะไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับที่คิด

ที่นี่เต็มไปด้วยร่องรอยการมีอยู่ของจิ่งเฉิง พวกเขาเคยจูบกันบนโซฟา เคยทำอาหารกันในห้องครั้ว แล้วก็มักจะกอดกันชมวิวทิวทัศน์อยู่ที่ระเบียง ถึงขนาดที่นัดกันว่าในฤดูหนาวปีนี้จะไปจุดพลุริมชายหาดที่บ้านเก่าด้วยกันด้วย

หลังจากที่สูบบุหรี่หมดไปหนึ่งมวน เฉียวยีก็น้ำตาไหลอาบเต็มหน้า

เธอเก็บข้าวของจากไปในคืนนั้น

ไปที่ไหนดี

ที่ไหนก็ได้ ขอแค่ไม่มีร่องรอยของจิ่งเฉิง

เฉียวยีไปที่สถานีรถไฟ จ้องมองหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องจำหน่ายตั๋วอยู่ห้านาที จากนั้นก็เลือกสถานที่ที่ตัวเองไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนแต่ดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลมาก:หนานอู่

หนึ่งชั่วโมงต่อมาเฉียวยีก็ขึ้นรถไฟ เธอเขียนหนังสือลาออกบนรถ ก่อนจะส่งข้อความไปหาเจียงอวี๋ เพื่อนที่สนิทที่สุด บอกข่าวหย่าร้างของตัวเองกับเธอ จากนั้นก็ปิดเครื่อง

ตั๋วนั่งสิบกว่าชั่วโมง ตอนที่เฉียวยีลงมาจากรถ ก็รู้สึกแข็งชาไปทั้งตัว เจ็บปวดไปทั่วร่างกาย เธอขยับมือเท้าสักพัก จากนั้นก็ออกมาจากสถานี

ข้างนอกสถานีทั้งเสียงดังทั้งวุ่นวาย มีแผงขายของหาบเร่ แล้วยังมีรถรับจ้างส่วนตัวคอยเรียกผู้โดยสารจอดอยู่มากมาย

โกลาหลวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา

เธอลากกระเป๋าสัมภาระไปสักพัก สุดท้ายก็เช่าบ้านที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยหลังหนึ่งในเมือง สองห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก ค่าเช่าเดือนละสี่พันห้าร้อย ราคาค่อนข้างถูก

หนานอู่เป็นเมืองเล็ก ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนท้องถิ่น เฉียวยีจึงตัดสินใจไปเดินสำรวจในละแวกใกล้เคียง ทำความคุ้นเคยกับสถานที่สักหน่อย

ตอนที่กลับมาถึงบ้านพร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้มากมาย ท้องฟ้าก็มืดแล้ว แต่เฉียวยีไม่ใช่คนที่ตามมีตามเกิด ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยมาก แต่สุดท้ายเธอก็รวบรวมเรี่ยวแรงเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อน ไม่อย่างนั้นคืนนี้เธอก็จะไม่มีที่ให้นอน

หลังจากเก็บกวาดเสร็จ ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว เฉียวยีถือถุงขยะขนาดใหญ่สองใบลงมาชั้นล่าง

หลังจากที่ทิ้งขยะลงไปในถังขยะอย่างหมดเรี่ยวแรงแล้ว เฉียวยีก็กำลังหันหลังวิ่งกลับไป แต่กลับได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กดังขึ้นมาเบา ๆ

ดึกดื่นป่านนี้แล้ว น่ากลัวจริง ๆ หรือที่นี้เหี้ยนงั้นเหรอ? เฉียวยีรีบเร่งฝีเท้าด้วยความตกใจกลัว

หลังจากที่วิ่งหนีมาได้สิบกว่าเมตรก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เสียงนี้มันดูเหมือนจะอยู่ใกล้กับบริเวณที่ทิ้งขยะเมื่อตะกี้นี้ มีเด็กกำลังร้องไห้จริง ๆ

เฉียวยีที่ได้รับการศึกษาสูง ถึงแม้ว่าภายในใจจะรู้สึกตื่นตระหนก แต่ถึงยังไงก็ไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา เธอเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ ก่อนจะตามหาแหล่งที่มาของเสียงอย่างระมัดระวัง

ในเงาทางด้านซ้ายของถังขยะมีห่อผ้า เสียงของเด็กดังมาจากในนั้น เฉียวยีขยับโทรศัพท์เข้าไปส่องใกล้ ๆ เห็นเด็กทารกคนหนึ่ง ร้องจนหน้าแดง แต่เสียงไม่ดังมาก ไม่รู้ว่าร้องมานานแค่ไหน บางทีอาจจะเหนื่อยแล้ว

นี่คือเด็กทารกที่ถูกทิ้ง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่หยูชิงเป็นหญิงสาวที่รักความก้าวหน้าและทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างสุดตัว ทว่าเธอกลับต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากครอบครัวที่พยายามบังคับให้เธอแต่งงานมีครอบครัว เพื่อตัดปัญหาที่คอยกวนใจและช่วยให้เธอสามารถโฟกัสกับเรื่องงานได้อย่างเต็มที่ตามที่ปรารถนา หญิงสาวจึงตัดสินใจนัดบอดและเลือกทำข้อตกลงแต่งงานหลอกๆ กับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดา เพื่อใช้ชีวิตแต่งงานบังหน้าและยุติปัญหาครอบครัว
ภาพปกนิยายเรื่อง วางแผนเพื่อเธอ
9.0
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เสิ่นเฉียวมอบความรักทั้งหมดให้ลี่จิ่งฮั่น แต่เขากลับทรยศด้วยการเอาผลงานภาพถ่ายที่เธอเสี่ยงชีวิตมาได้ไปให้คนรักใหม่เพื่อใช้ประกวดรางวัล ความเจ็บช้ำครั้งนี้ทำให้เธอตัดสินใจหย่าเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเอง ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ คู่แข่งทางธุรกิจของอดีตสามีก็เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือ โดยอ้างว่าอยากคืนความยุติธรรมให้คนมีความสามารถ แต่แท้จริงแล้วเขากลับพยายามเข้าใกล้และรุกคืบเธออย่างหนัก จนเสิ่นเฉียวได้พบความจริงว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการที่เขาตั้งใจวางไว้เพื่อครอบครองเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง จากเถ้าถ่าน: โอกาสครั้งที่สอง
9.0
ชีวิตเก่าของฉันมอดไหม้ไปในกองเพลิง ณ สตูดิโอศิลปะ เมื่อภาคิน คู่หมั้นที่ผูกพันกันมาแต่เยาว์วัย ตัดสินใจทิ้งฉันให้เผชิญความตายอย่างโดดเดี่ยว เพื่อช่วยเหลือจูลี่ น้องสาวต่างสายเลือดของฉัน ความภักดีทั้งหมดที่เคยมีถูกตอบแทนด้วยความสมเพชในแววตาของเขาขณะเดินจากไปพร้อมเธอ ทว่าโอกาสครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันสำคัญก่อนการประชุมบอร์ดบริหารตระกูล ในชีวิตนี้ฉันจะไม่ยอมเป็นเพียงหมากในเกมรักลวงโลกหรือธุรกิจของใครอีกต่อไป ฉันจึงเลือกประกาศถอนหมั้นต่อหน้าสาธารณชนเพื่อทวงคืนอิสรภาพและเริ่มต้นแผนการทวงแค้นอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
9.0
เคลวิน แม็คคลาเรน ถูกคู่หมั้นสาวประกาศหมั้นหมายกับชายอื่นทิ้งกลางงาน ทำให้ศักดิ์ศรีของเขาถูกเหยียบย่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยความคั่งแค้น เขาจึงหันไปหาเฌอปราง เด็กสาวที่อุปการะมาด้วยเงื่อนไขที่โหดร้าย เธอต้องยอมเป็นเพียงตัวสำรองในพิธีวิวาห์ที่สร้างขึ้นเพื่อแก้แค้น เฌอปรางรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงหมากในเกม แต่ด้วยบุญคุณที่ยากจะทดแทน เธอจึงจำใจเซ็นสัญญา แม้หัวใจจะปวดร้าวเพียงใด ขอเพียงได้อยู่ใกล้เขาแม้เพียงระยะเวลาหกเดือนก็ยอม "ห้ามรักฉัน" คำพูดที่ทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้ง แต่เธอกลับทำได้เพียงเก็บงำความเจ็บปวดไว้ข้างใน เมื่อถึงวันหมดสัญญา เธอเลือกเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับความลับที่เขาไม่มีวันรู้... ความจริงที่ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ลูกของเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง แผนรักบุรุษร้าย
8.8
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างเคลวินผู้ไม่เคยเชื่อในเรื่องของโชคชะตา กลับต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้โคจรมาพบกับลัลน์นาราอีกครั้ง ณ เมืองไทย ชายหนุ่มจึงเริ่มต้นวางแผนการอันร้ายกาจเพื่อล่อลวงให้เธอมาติดกับดัก ทว่าท้ายที่สุดแล้วกลับเป็นตัวเขาเองที่ต้องยอมสยบให้แก่เธอ แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามหลบหนีไปให้ไกลจากผู้ชายแสนยียวนผู้เคยฝากความอับอายไว้ให้เธอในอดีต แต่สายลมแห่งพรหมลิขิตก็ยังคงพัดพาให้ทั้งสองต้องกลับมาใกล้ชิดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการเผชิญหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความดุเดือดจึงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นความผูกพันอันแสนเร่าร้อนที่จะตราตรึงอยู่ในใจของพวกเขาทั้งสองคนตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง
8.8
หลินซีใช้เวลาสามปีในฐานะสะใภ้ตระกูลมู่ด้วยความอดทนและรักมู่จิ่วเซียวอย่างสุดหัวใจ ทว่าเขากลับเย็นชาใส่ ทั้งยังปล่อยให้น้องสาวตนเองวางแผนร้ายทำร้ายเธอจนหลินซีตาสว่าง เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองไม่มีค่าสำหรับเขาอีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าแล้วเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เวลาผ่านไปเธอกลายเป็นหญิงแกร่งที่ประสบความสำเร็จและมีเสน่ห์เคียงข้างชายคนใหม่ที่แสนดี แต่เมื่อต้องกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง จิ่วเซียวกลับต้องพบความจริงอันน่าเจ็บปวดว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นเพียงแค่ตัวแทนของชายอื่นในใจเธอเท่านั้น นั่นทำให้เขาไม่อาจยอมปล่อยเธอไปได้ง่ายๆ อีก