APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม

พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม

หลินซานซานเป็นเด็กกำพร้าที่โชคดีได้รับความเมตตาจากประมุขตระกูลหลินชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ นางเฝ้าแอบรักพี่ชายบุญธรรมมาโดยตลอด ทว่าความหวังพังทลายลงเมื่อเขากำลังจะแต่งงานกับฮูหยินคนใหม่ตามสมรสพระราชทาน แม้ซานซานจะพยายามยอมรับพี่สะใภ้เลอโฉมผู้นี้ แต่ความลับสุดช็อกก็เปิดเผยขึ้นเมื่อแท้จริงแล้วสะใภ้คนนี้คือ จางอี้ซวน แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรที่ปลอมตัวมา เขาบีบบังคับให้นางปิดปากเงียบแลกกับสัญญาหย่าร้างภายในหนึ่งปี หากนางคิดตลบแตลง ตระกูลหลินทั้งหมดอาจต้องเผชิญกับความพินาศย่อยยับด้วยมือของจริง ๆ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

งานมงคลสมรสของบุตรชายเสนาบดีฝ่ายซ้ายสกุลหลินและธิดาของแม่ทัพใหญ่สกุลจางผ่านไปได้หลายวันแล้ว แต่หลินซานซานก็ยังทำใจไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่านางจะภาวนาขอให้หลินจิ้นฝูมีความสุข ปรารถนาที่จะให้พี่สะใภ้ดูแลคนที่นางรักให้ดี แต่เมื่อญาติผู้พี่ย้ายออกไปอยู่ยังจวนของตนที่ผู้เป็นบิดาได้มอบให้เป็นของขวัญแต่งงาน นางก็ได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้องทั้งวันทั้งคืน ไม่ออกมาพบปะผู้คน สงบปากสงบคำเสียจนเป็นที่น่าเป็นห่วงต่อเสนาบดีหลินและฮูหยินซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงและป้าสะใภ้เป็นอย่างมาก

นางเป็นเด็กกำพร้า เสียบิดามารดาไปตั้งแต่ยังเล็กด้วยอุบัติเหตุขณะเดินทางไปเยี่ยมญาติยังต่างเมือง เสนาบดีหลินไปรับมาดูแลก็ย่อมต้องรักประหนึ่งลูกในไส้ เห็นนางเอาแต่ซึมเศร้าเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะชวนฮูหยินเทียวไปหานางที่เรือน เอาอกเอาใจสารพัด แต่ก็หาเรียกรอยยิ้มของนางได้เลย

ทั้งที่นางเป็นดรุณีน้อยแสนสดใสแท้ๆ นางหาใช่คนยิ้มยาก ปกติจะต้องได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของนางทั้งวี่ทั้งวัน นางเอาแต่เงียบเช่นนี้ น่าเป็นห่วงว่าอาจจะป่วยทางใจ

ย่อมแน่ว่าทั้งสองรู้ดีว่าหลินซานซานคิดอย่างไรกับหลินจิ้นฝู หากไม่มีสมรสพระราชทาน หลินจิ้นฝูก็คงไม่แคล้วตบแต่งกับนางนี่ล่ะ แต่ในเมื่อรับราชโองการไปแล้ว จะให้นางตบแต่งเป็นอนุก็ดูไม่ดี เป็นถึงลูกหลานของเสนาบดี ตบแต่งไปเป็นภรรยาเอกให้คุณชายสกุลอื่นที่ยศศักดิ์ชาติตระกูลเท่าเทียมกันยังนับว่ามีเกียรติยิ่งกว่า ยามนี้นางก็อายุสิบแปดแล้ว เรียกได้ว่าเลยวัยออกเรือนมามาก แต่ในเมื่อนางบอกว่ายังไม่อยากแต่ง พวกเขาก็ไม่บังคับเพราะรู้ว่าที่นางไม่อยากแต่งเป็นเพราะจะรอหลินจิ้นฝู คงจะกล่าวได้ว่าตามใจนางจนเสียคนแล้วกระมัง

แต่ถึงครั้งนี้หากจู่ๆ นางมาบอกว่าอยากตบแต่งขึ้นมา พวกเขาก็จะยังไม่รับปากใดๆ ด้วยเกรงว่าหากตอบรับคำไปแล้วนางบอกขึ้นมาอีกว่าอยากตบแต่งเป็นอนุของหลินจิ้นฝู เป็นเช่นนั้นคงได้มีเรื่องปวดหัว ต่างจึงพากันไม่พูดถึงเรื่องแต่งงานของนางเลยแม้แต่น้อย อย่างไรเสีย ตอนนี้ทำให้นางยอมออกมาจากเรือนย่อมเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

หลินซานซานไม่ออกมาจากห้องจวบจนเข้าอาทิตย์ที่สองแล้ว ผู้อาวุโสทั้งสองอดรนทนไม่ไหว พากันมาหาหลานสาวคนเดียวถึงที่เรือนอีกครั้ง หมายมั่นปั้นมือว่าไม่ว่าอย่างไร วันนี้ก็จะเอานางออกจากห้องให้จงได้

บ่าวรับใช้ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกตั้งท่าจะไปเรียนคุณหนูให้ทราบว่าผู้ใดมาหาอย่างเช่นทุกที ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเสนาบดีหลินยกมือห้ามเอาไว้ ครั้นบ่าวรับใช้ถอยออกห่าง เขาก็ยกมือขึ้นเคาะที่ประตูสองสามครั้ง

“มีสิ่งใด”

เสียงใสร้องถามออกมาด้วยนึกว่าบ่าว ทว่าเมื่อไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ หลินซานซานก็ร้องถามมาอีก

“ข้าถามว่ามีสิ่งใด”

ถึงน้ำเสียงจะราบเรียบแต่ก็เจือไปด้วยความรำคาญใจ เสนาบดีหลินเหลือบมองหน้าฮูหยินของตนเล็กน้อย เมื่อเห็นว่านางพยักหน้าให้ เขาก็ผลักประตูเข้าไปโดยไม่รอให้คนด้านมาเปิด

หลินซานซานที่หมายจะลุกมาเอ็ดบ่าวรับใช้ที่กวนใจนางถึงกับชะงักเมื่อเห็นว่าผู้ที่มาเรียกนางนั้นหาใช่คนที่นางคิด พอเห็นว่าเป็นใคร นางก็ย่อตัวคำนับนอบน้อม

“ท่านลุง ท่านป้า... มาหาซานเอ๋อร์เช่นนี้มีสิ่งใดหรือเจ้าคะ”

ย่อมแน่ว่ามีธุระ ไม่อย่างนั้นผู้อาวุโสทั้งสองจะมาหานางพร้อมหน้าเช่นนี้หรือ

“ซานเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าถึงไม่ออกไปนอกห้องบ้าง อาทิตย์ที่สองแล้ว เจ้าก็ยังเอาแต่เก็บตัวอยู่ในนี้ มิอุดอู้หรืออย่างไร”

เสนาบดีหลินเอ่ยถาม หลินซานซานเหลือบมองใบหน้าที่ผ่านโลกมาถึงวัยกลางคน ก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำ

“ระยะนี้ซานเอ๋อร์ไม่ค่อยสบายเจ้าค่ะ”

ไยคนฟังทั้งสองจะไม่รู้กันว่าดรุณีน้อยตรงหน้านั้นโกหกคำโต เสนาบดีหลินเหลือบมองฮูหยินของตนอีกครา เป็นสัญญาณให้นางทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่นางจะตรงเข้าไปหาหลินซานซาน จับมือแล้วว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หากเจ้าไม่สบายก็บอกท่านลุงของเจ้าสิ เก็บตัวอยู่แต่ผู้เดียวทำไม เจ้าเป็นเช่นนี้ ข้ากับท่านลุงของเจ้าเป็นห่วงนะ”

“ซานเอ๋อร์ขออภัยที่ทำให้ท่านลุงกับท่านป้าเป็นห่วงเจ้าค่ะ”

นางตอบเสียงแผ่ว คนฟังทั้งสองไยจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนางป่วยใจ หาได้ป่วยกาย เรื่องที่หลินซานซานมีใจให้กับบุตรชายเพียงคนเดียวของพวกเขานั้น เขาก็เห็นใจนางอยู่หรอก แต่ในเมื่อหลินจิ้นฝูไม่เคยมีใจก็ไม่อยากบังคับ ตอนนี้ยิ่งบังคับไม่ได้ใหญ่ เขาตบแต่งฮูหยินไปแล้ว หากตบแต่งหลินซานซานด้วยอีกคนก็เท่ากับว่านางเป็นอนุ แล้วจะให้หลานสาวคนเดียวของเสนาบดีมีศักดิ์เป็นเพียงอนุได้อย่างไร

ในเมื่อผู้อาวุโสคิดเห็นตรงกันว่าระหว่างหลินซานซานและบุตรชายของพวกเขามิอาจบรรจบกันได้ จึงหมายคิดเอาใจให้นางรู้สึกดีขึ้น

“ซานเอ๋อร์” เป็นฮูหยินหลินที่เอ่ยขึ้นมา ครั้นหลินซานซานเงยหน้ามอง นางก็พูดต่อ “หากเจ้าคิดถึงอาจิ้นมากถึงเพียงนั้น เจ้าก็ไปหาก็ได้”

หลินซานซานถึงกับเบิกตาโตราวกับว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นหาใช่เรื่องจริง

“ท่านป้าหมายถึง...”

“จวนของอาจิ้นก็หาได้อยู่ไกลจากจวนของลุงเจ้า ห่างกันเพียงอำเภอเดียว อีกทั้งยังกว้างใหญ่ ภายในมีหลายเรือนรองรับแขก หากเจ้าจะไปอยู่ก็หาได้มีผู้ใดขัด แม้แต่อาจิ้นเองก็ไม่ขัดเพราะเจ้าเป็นญาติผู้น้องของเขา”

ประโยคนี้เป็นเสนาบดีหลินที่เอ่ยแทรกขึ้นมา ความดีใจในวูบแรกของหลินซานซานมลายหายไปเล็กน้อย

เป็นญาติผู้น้องของเขา... นางรู้แล้ว ไม่ต้องย้ำนางนักก็ได้

“แล้วพี่สะใภ้ของเจ้าก็จะได้มีเพื่อนด้วย อาจิ้นออกตรวจการทุกวี่วัน ทิ้งฮูหยินไว้ในจวนแต่ลำพัง หากมีเจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนคงจะคลายเหงาได้ไม่น้อย นางหาได้เคยอยู่เมืองหลวง ลืมตาเกิดขึ้นมาก็อยู่ที่ชายแดนแล้ว ได้เจ้าช่วยแนะนำสิ่งต่างๆ นางคงจะดีใจ คลายเหงาคิดถึงบ้านเป็นแน่”

ฮูหยินหลินกล่าวเสริม จากที่สลดไปเมื่อครู่ ตอนนี้หลินซานซานสลดหนักกว่าเดิมอีก

เป็นแค่ญาติผู้น้องของบุรุษที่นางรักไม่พอ ยังจะต้องไปเป็นเพื่อนคลายเหงาให้กับฮูหยินของเขาอีก

ดี! เอาเข้าไป! เอาให้สาแก่ใจเลยสวรรค์!

หลินซานซานอยากจะปฏิเสธนัก แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้ยินว่า...

“อาจิ้นจะได้หายเหนื่อยด้วยเมื่อเห็นเจ้า ช่วงนี้ข้าได้ยินว่างานหลวงหนักหนายิ่ง หากมีเจ้าอยู่ใกล้ๆ คอยแบ่งเบาบรรเทาทุกข์ให้ เขาคงดีใจ ไม่มีผู้ใดรู้ใจอาจิ้นได้มากเท่าเจ้าอีกแล้วซานเอ๋อร์ ไปเถิด เจ้าเองจะได้เลิกเก็บตัวด้วย”

...ยามนี้เองที่นางแย้มยิ้มขึ้นมาได้

เหตุผลนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ถึงแม้ว่าการบรรเทาความเหนื่อยหรือทุกข์ใดๆ ของหลินจิ้นฝูจะเป็นเพราะเขาสนิทสนมกับนางและเห็นนางเป็นเสมือนสหายหรือไม่ก็น้องสาวก็ตามทีเถิด แต่เอาล่ะ นางจะไปที่จวนของหลินจิ้นฝูเพราะเหตุนี้แหละ!

“ถ้าเช่นนั้นท่านลุงท่านป้าจะให้ซานเอ๋อร์ไปวันไหนดีเจ้าคะ”

ฉับพลันก็เริงรื่นขึ้นมาราวกับเป็นคนละคน เห็นท่าทางดีใจของนางแล้ว ผู้อาวุโสทั้งสองก็โล่งใจเป็นปลิดทิ้ง

“เจ้าอยากไปวันไหนก็สุดแท้แต่ใจเจ้าเลย”

วันนี้เลยเป็นอย่างไร!?

แต่ประเดี๋ยวก่อน... หากไปวันนี้เลยจะไม่เป็นการดี การที่จู่ๆ นางก็ปุบปับไปหา อาจจะทำให้หลินจิ้นฝูกับฮูหยินผิดใจกันได้เพราะทั้งสองเพิ่งตบแต่งอยู่กินฉันสามีภรรยาได้ไม่นาน หากโผล่ไปอย่างนั้น ฮูหยินของเขาอาจจะเข้าใจผิด อย่างน้อยก็ควรจะแจ้งล่วงหน้าก่อนสักสองสามวัน ถือเสียว่าเป็นมารยาท จวนนั้นเป็นของหลินจิ้นฝู ฮูหยินของเขาก็ถือว่าเป็นเจ้าของจวนเช่นกัน ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องให้เกียรติ

“ไว้ซานเอ๋อร์ส่งบ่าวไปบอกอาจิ้นเรียบร้อยเมื่อใด ซานเอ๋อร์ค่อยไปก็แล้วกันเจ้าค่ะ”

เมื่อตกลงได้ดังนั้น หลินซานซานก็ไม่อยู่แต่ในห้องให้เป็นที่เป็นห่วงของสองผู้อาวุโสแต่อย่างใด กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ส่งบ่าวรับใช้ไปแจ้งแก่หลินจิ้นฝูและฮูหยินของเขาว่าอีกสองวันให้หลัง นางจะไปเยือนที่จวนและขอพำนักอยู่ด้วยสักระยะหนึ่งโดยมีเหตุผลว่านางยังไม่คุ้นชินที่ญาติผู้พี่ที่สนิทดั่งพี่น้องร่วมสายโลหิตออกจากจวนไป นางจึงขอไปอยู่ใกล้ๆ จนกว่าจะปรับตัวให้ชินได้ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ... พี่สะใภ้จะได้มีเพื่อนคลายเหงา

เหตุผลนี้ไม่ใช่เหตุผลที่นางอยากจะใช้นักหรอก แต่เมื่อคิดทบทวนดูดีๆ แล้ว ไม่ว่าอย่างไร นางก็มิอาจหลบหน้าฮูหยินของหลินจิ้นฝูได้ อย่างไรก็เกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้ว ในเมื่อหนีไม่ได้ก็คงต้องผูกมิตร เป็นมิตรย่อมดีกว่าเป็นศัตรู...

หลินซานซานท่องจำไว้ในใจ... รักพี่สะใภ้ให้ได้อย่างที่รักหลินจิ้นฝู หากนางทำได้เมื่อไร เมื่อนั้นใจที่ว้าวุ่นของนางคงจะสงบเอง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
ชีวิตของมินทราภาต้องพลิกผันอย่างสิ้นเชิง หลังเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในห้องพักของเธอ แม้จะพยายามต่อสู้ป้องกันตัว แต่สุดท้ายกลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดในคราวนั้นได้ถักทอเป็นความสัมพันธ์สุดสลับซับซ้อน เมื่อเจ้าชายคริสตินผู้แสนโอหังเริ่มตกหลุมรักหญิงสาวที่ตนเคยดูแคลน พระองค์จึงวางแผนพาเธอเดินทางสู่ดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์หัวใจ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปเผชิญอันตรายถึงชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อเอาชีวิตรอดและปกป้องความรักที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
ท่ามกลางสายตาดูถูกที่มองว่าเขาไม่มีค่าและต่ำต้อย มีเพียงนางที่ยังคงเห็นความสง่างามในตัวบุรุษผู้นี้เสมอมา วันเวลาแห่งความทุกข์ทรมานและรอยแผลในอดีตของเขาถึงคราวต้องจบลง เมื่อนางตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องศักดิ์ศรีของเขาด้วยตัวเอง ใครก็ตามที่บังอาจก้าวล่วงเข้ามาทำร้ายชายที่นางรัก จะต้องชดใช้ด้วยความพินาศจากโทสะของนางอย่างสาสม ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใด นางก็พร้อมจะเดิมพันและสละทุกสิ่งในชีวิต เพื่อพิทักษ์บุรุษผู้เป็นที่รักและเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใดให้อยู่รอดปลอดภัย
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์ราคี
8.3
มัสลินต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่เมื่อเธอถูกชายแปลกหน้าลักพาตัวไปย่ำยีศักดิ์ศรีจนตั้งครรภ์ ท่ามกลางความสับสนและบอบช้ำ เธอพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมตนเองต้องเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้ายเช่นนี้ จนกระทั่งได้พบความจริงอันน่าเจ็บปวดว่าเธอเป็นเพียงเหยื่อในเกมชำระแค้น เพราะเธอคือเจ้าสาวของภานุ ชายผู้ก่อคดีทำร้ายพี่ชายของลักพาตัวเธอจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ความแค้นที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อถูกส่งต่อมาทำลายชีวิตเธอจนพังทลาย เมื่อเขาจงใจใช้เธอเป็นเครื่องมือระบายความเกลียดชังเพื่อแก้แค้นศัตรูให้สาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าผู้มีสายเลือดพิเศษและถูกเลี้ยงดูในองค์กรลับให้กลายเป็นนักวิจัยทางการแพทย์ที่ไร้ความรู้สึก เธอครอบครองชิปมิติอัจฉริยะในสมองเพื่อกักเก็บสิ่งของต่าง ๆ แต่แล้วความผิดพลาดจากการคิดค้นยาชุบชีวิตกลับก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม เมื่อมันเปลี่ยนผู้คนในตึกวิจัยให้กลายเป็นซอมบี้คลั่ง ท่ามกลางวิกฤตและความรู้สึกผิด เธอจึงเลือกจบชีวิตตัวเองไปพร้อมกับการระเบิดทำลายตึกวิจัยนั้น ทว่าโชคชะตาไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกทิ้งไว้กลางป่าลึก พร้อมกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่หลั่งไหลอย่างพรั่งพรู
ภาพปกนิยายเรื่อง สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เมื่อเนี่ยหลิงเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เขากลับลืมตาตื่นขึ้นมาในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนอย่างน่าอัศจรรย์ โลกใบใหม่นี้เต็มไปด้วยพลังลมปราณที่เขาไม่คุ้นเคย ทว่าเขากลับได้รับพรลึกลับสองประการมาครอบครองโดยไม่คาดฝัน พร้อมด้วยอาวุธคู่ใจอย่างคันธนู ลูกศรครบชุด และแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของ แม้จะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเหตุใดตนเองจึงมาติดอยู่ในร่างใหม่และโลกใบนี้ แต่เนี่ยหลิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับโชคชะตาและก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางสายนี้ โดยหวังว่าชีวิตใหม่ในดินแดนแห่งนี้จะนำพาเขาไปสู่จุดหมายที่ดีกว่าอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ในวันที่ฉันตั้งครรภ์ได้แปดเดือน อุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนอย่างจงใจบนถนนสายเปลี่ยวได้พรากทุกสิ่งไปจากฉันและพี่สาว เมื่อฉันโทรหาคินผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ เขากลับปฏิเสธอย่างเย็นชาเพื่อไปดูแลน้องสาวต่างมารดาที่แค่มีอาการปวดหัว ท้ายที่สุดฉันต้องสูญเสียลูกในครรภ์ไปอย่างไม่มีวันกลับ และพี่สาวนักเปียโนต้องกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต ในเมื่อเขาเลือกที่จะละทิ้งพวกเราในยามวิกฤตเพื่อผู้หญิงคนนั้น จากนี้ไปความแค้นของฉันและพี่สาวจะกลายเป็นเปลวเพลิงที่แผดเผาชีวิตอันแสนสุขของพวกเขาทั้งสองให้พังพินาศจนไม่เหลือชิ้นดี