APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง มนตร์เสน่หาอสูร

มนตร์เสน่หาอสูร

9.1 / 10.0
การเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของหญิงสาวแสนซนคนหนึ่งกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มทรงเสน่ห์ผู้เปรียบเสมือนอสูรร้ายที่จ้องจะจับกลืนกินเธอตั้งแต่แรกพบ แม้เขาจะเป็นหนุ่มฮอตเนื้อหอมที่มีผู้หญิงล้อมรอบ แต่การกลั่นแกล้งที่เขาเริ่มขึ้นทำให้เธอตั้งตนเป็นศัตรูกับเขาอย่างชัดเจน ทว่ายิ่งเธอพยายามหลบหนี เขากลับยิ่งไล่ล่าเธอด้วยแรงปรารถนาอันเร่าร้อน หวังจะสั่งสอนบทเรียนรักให้เธอตกเป็นเหยื่ออย่างราบคาบ เธอจึงต้องดิ้นรนต่อต้านสุดชีวิตเพื่อปกป้องทั้งหัวใจและศักดิ์ศรีของตนเอง ไม่ยอมพ่ายแพ้จนกลายเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวบนเตียงของเขา

มนตร์เสน่หาอสูร ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

“ตื่นได้แล้วน้ำผึ้ง” ชายวัยกลางคนใบหน้าเปื้อนยิ้มร้องเรียก ดวงตาแฝงความรักใคร่เอ็นดูยามทอดสายตามองสาวน้อยร่างเล็ก ซึ่งนอนเอนกายให้ใบหน้าอิงแนบชิดกับเบาะรถ

“ถึงแล้วนะฮันนี่ของป๋า” บอกอีกครั้ง พร้อมยื่นมืออวบอูมทาบบนไหล่กว้าง เขย่าตัวสาวน้อยร่างเล็กที่เพียงก้าวขึ้นรถได้ก็เอนตัวซบอิงแอบบ่าเขาและหลับตาพริ้มในทันทีอย่างอ่อนโยน

ปลายมือสั้นอวบจับปอยผมสีดำสนิทเฉกเช่นขนกาน้ำและนุ่มประดุจใยไหมที่รุ่ยร่ายลงมาทัดหลังใบหูให้ด้วยความเอ็นดู ก่อนดวงตาชั้นเดียวเล็กหยีมีแววกังวล เมื่อเห็นใบหน้านวลผ่องค่อนไปทางขาวจนซีด มีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามข้างขมับ

“อือ...อย่ายุ่งน่า คนจะนอน” คนถูกรบกวนยกมือปัดไล่มือที่ป้วนเปี้ยนอยู่บนวงหน้า เปลือกตานุ่มเพียงแค่ขยุกขยิกเป็นการตอบรับ พร้อมคลี่ปากสีชมพูอ่อนๆ ยิ้มเล็กน้อยโดยยังไม่ลืมตาตื่น เธอยังจับแขนอวบอูมของคนยอมพลีไหล่กว้างให้หนุนต่างหมอนตั้งแต่ก้าวขึ้นรถมากอดแนบอก

คนปลุกได้แต่อมยิ้มเล็กน้อย ดึงแขนออกมาวางบนลาดไหล่กว้าง เขย่าร่างแม่คนขี้เซาอีกครั้ง ประกายในดวงตาที่ทอดมองน้ำผึ้งหรือนางสาวมธุรส ชีพอิง สาวน้อยจอมขี้เซา ซึ่งเพิ่งฉลองวันเกิดอายุยี่สิบสองปี พ่วงด้วยปริญญาตรีเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยมีชื่อในประเทศไทย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู

มธุรสเป็นเด็กดีมีความคิดความอ่าน ไม่ว่าทำอะไรมักบอกกล่าวและขอความเห็นจากเขาเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธออยากมาท่องเที่ยวเมืองไกล แม้เขาไม่อยากยินยอม เพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพของสาวน้อยแสนน่ารัก ที่อาจไปเตะตาหนุ่มต่างเชื้อชาติต่างศาสนาคว้าดวงใจไปครอบครอง แต่เมื่อหญิงสาวรบเร้าอ้อนวอนเสียงอ่อนเสียงใสระคนใบหน้าเศร้าหมอง จนเขาซึ่งรักเธอสุดหัวใจต้องยอมแพ้ในที่สุด เพราะมันคือความสุขเมื่อเห็นคนที่รักยิ้มได้

“น้ำผึ้ง”

“ค่า...รู้แล้วค่า น้ำผึ้งตื่นแล้วค่าคุณป๋าขี้บ่น” คนถูกปลุกขานรับเสียงกังวานใสแจ๋ว พร้อมสปริงตัวขึ้นนั่ง สองมือจับไล้ใบหน้านุ่มไพล่ไปจับปอยผมนุ่มสางช้าๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนชูแขนขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย ผ่อนความเมื่อยล้าจากการเดินทางไกล

“แหม...คุณป๋าน่ะ ให้น้ำผึ้งนอนซบอีกนิดก็ไม่ได้ เหนียวตัวไว้ให้ผู้หญิงคนอื่นใช่ไหมล่ะ” พ้อเสียงหวานใส แก้มใสซับสีเลือดฝาดอย่างคนสุขภาพดีป่องออกอย่างกระเง้ากระงอด แต่ประกายในดวงตากลมโตกลับแพรวพราวระยับ ยื่นมือคว้าหมวกแฟชั่นปีกกางออกกว้าง มีผ้าลูกไม้สีหวานผูกมัดเป็นโบขนาดไม่ใหญ่ เวลาเธอจับสวมใส่แล้วทำให้ดูหวานแต่แอบเซ็กซี่นิดๆ

“มีใครเสียที่ไหนกันล่ะ แค่เราคนเดียวก็ยุ่งวุ่นวายไปหมดแล้ว” ยกมือวางทาบบนศีรษะทุยและเขย่าเบาๆ “เรานี่ทุกทีเลยนะน้ำผึ้ง เมื่อไหร่จะหายเสียทีหือ” เพราะเหตุมธุรสขึ้นรถทีไรเป็นต้องหลับ เขาจึงไม่ไว้ใจปล่อยให้หญิงสาวเดินทางไกลเพียงลำพัง กลัวคนไม่ดีฉวยโอกาสทำร้ายขณะเธอไม่มีสติ

“ไม่รู้สิคะ น้ำผึ้งก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เสียหน่อย” หญิงสาวตอบกลับอย่างเซ็งๆ เหมือนกัน ไปเที่ยวแต่ละครั้งไม่เคยได้สนุกกับเพื่อนเลย เพราะไอ้อาการบ้าๆ ที่พอขึ้นรถแล้วต้องรีบหลับตา ไม่เช่นนั้นจะมีอาการมึนงง หายใจติดขัดและปวดมวนในท้อง ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบ ก่อนอาการสุดท้ายคืออาเจียนจะตามมา เคยกินยาแก้เมารถเมาเรือแล้วก็ไม่ได้ผล

ใบหน้านวลผ่องแบะออก พร้อมผ่อนลมหายใจออกจากปอดอย่างเหนื่อยหน่ายใจตัวเอง ไม่ว่าวิธีการไหนที่เคยได้ยินก็นำมาใช้แล้ว แต่ไม่ได้ผลเช่นกัน อีกอย่างมาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เธอเห็นภาวัติทำงานหามรุ่งหามค่ำ จนมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะอยู่เนืองๆ ควรมีโอกาสท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง

สองมือนุ่มนิ่มสอดรอบแขนใหญ่ “คุณป๋าไม่เปลี่ยนใจจริงๆ หรือคะ จะอยู่กับน้ำผึ้งแค่คืนเดียวจริงๆ อะ” ช้อนหน้านวลเนียนผิวแก้มใสกิ๊กป่องออกเล็กน้อยขึ้น พร้อมกะพริบตาออดอ้อน

“แน่ใจว่าจะไม่อยู่เที่ยวกับน้ำผึ้งจริงๆ หรือคะคุณป๋าขา อืม...แล้วไม่ห่วง ไม่หวงน้ำผึ้งสาวน้อยแสนสวยคนนี้หรือคะ” เอียงคอเล็กน้อย ยิ้มจนแก้มป่อง ประกายในดวงตาวาววับราวกับแสงพระอาทิตย์ที่สะท้อนแผ่นผืนน้ำทะเลสีเขียวมรกตกว้างสุดลูกหูลูกตา

“ถ้ามีหนุ่มๆ ตาน้ำข้าว หุ่นมาดแมนแอนด์แฮนด์ซั่ม แวะเวียนมาแจกขนมจีบ” ริมฝีปากอิ่มเบ้ไปซ้ายทีขวาที แววตาแพรวพราวระยับ ถูไถใบหน้านวลผ่องกับลำแขนเจ้าเนื้อ “สาวน้อยคนนี้เผอิญตกหลุม...รัก จังบะเร่อด้วย คุณป๋าสุดหล่อจะทนได้หรือคะ ถ้าต้องเสียสาวน้อยช่างจำนรรจาไปน่ะ”

“ให้จริงอย่างที่พูดเถอะ ใครกล้าเข้ามาจีบ คุณป๋ายินดียกให้แถมข้าวสารอีกกระสอบใหญ่เลย” ภาวัติตอบกลั้วหัวเราะในลำคอ เลยได้รับค้อนขวับๆ จากสาวน้อยแก้มใสราวกับแก้มก้นเด็กกลับมา

มือใหญ่ยกขึ้นทาบบนศีรษะแล้วเขย่าไปมาเบาๆ “แต่ไม่รู้จะมีหนุ่มตาถั่วคนไหน มองเห็นเด็กขี้งอนของคุณป๋าเป็นสาวน้อยแสนสวย พอเรียกความสนใจได้นะสิ” กระเซ้าหยอกน้ำเสียงครึกครื้น หน้าตามธุรสไม่ได้สวยเตะตา แต่คนที่เห็นจะสะดุดในความน่ารักมากกว่า จนเขาเกิดความไม่แน่ใจ ให้เธออยู่ที่นี่ตามลำพัง คิดถูกหรือผิดกันแน่

“คุณป๋าน่ะ” มธุรสทำเสียงกระเง้ากระงอด แก้มนวลใสซับสีเลือดฝาดป่องออก พลางค้อนด้วยสายตาพลางย่นจมูกเล็กน้อยใส่ภาวัติ

“งอนแล้ว ไม่พูดด้วยห้านาที” ทำเป็นพูดเสียงเข้ม ทั้งที่รู้ดีว่าภาวัติไม่ได้หมายความอย่างที่พูดเลยสักนิด ขืนใครกล้าแหย็มเข้ามาแจกขนมจีบเธอสิ ได้เป็นเจอดีทุกราย ล่าสุดก็เพื่อนหนุ่มที่แฝงตัวมาเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วง ทำราวกับบ่มเพาะความรู้สึกรักในหัวใจเธอให้สุกงอม แล้วเมื่อมั่นใจว่าความห่วงใยที่มีให้กันและกัน คือความรักพร้อมพัฒนาเป็นครองเรือนได้ ก็เลยกล้าเอ่ยปากขอคบด้วย

มธุรสอดหัวเราะไม่ได้ ยามนึกถึงใบหน้าราวกับโดนผีหลอกของเพื่อนชายที่ถูกหลอกให้ไปเอ่ยปากบอกรักเธอท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วคนที่ถูกเอ่ยบอกรักกลับกลายเป็นสาวอ้วนตุ๊ต๊ะอย่างกับตุ่มสามโคก ถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงราวกับเด็กช่วยตัวเองไม่ได้ ถูกตามติดจนแทบไม่มีเวลาให้หายใจ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไม่มีเวลามาตามตื๊อขอเธอไปเป็นแฟน

“ถึงแล้วใช่ไหมคะ ลงจากรถดีกว่า”

“งอนคุณป๋าแน่หรือน้ำผึ้ง” ถามเสียงนุ่มทุ้ม กลั้นหัวเราะจนพุงพลุ้ยไหวกระเพื่อม รีบก้าวตามแม่สาวขี้งอนลงไปติดๆ โอบแขนรวบร่างอรชรมาแนบชิด “ดีจัง...คุณป๋ากำลังคิดว่าจะให้พ็อกเกตมันนี่น้ำผึ้งเที่ยวสักหน่อย แต่งอนแบบนี้แสดงว่าไม่เอาแล้วใช่ไหม”

“จริงหรือคะ คุณป๋าไม่ได้หลอกให้น้ำผึ้งดีใจเล่นนะคะ” ดวงตากลมโตเป็นประกายสุกใสเบิกกว้าง กลีบปากอวบอิ่มอ้าค้างเกือบหลุดเสียงหวีดร้องออกมาด้วยความดีใจ แต่เอ๊ะ...ศีรษะทุยเอียงนิดๆ กลีบปากอวบอิ่มสีน้ำผึ้งระเรื่อโดยไม่ต้องแต่งแต้มด้วยลิปสติกขยับไปซ้ายทีขวาที

มันน่าสงสัยอยู่นะ เพราะคุณป๋าขี้เหนียวจะตาย ทุกครั้งที่เธอขอเงิน ต้องอ้างโน่นอ้างนี่สารพัด หรือไม่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ใจดี ยอมให้เงินเธอเที่ยวละ อย่างนี้ต้องมีอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยนหรือเปล่า แต่ก็ช่างเถอะ มีเงินเที่ยวแล้ว เอาไว้ก่อนดีกว่า จะได้ไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเอง

“ขอบคุณค่ะ คุณป๋าของน้ำผึ้งน่ารักที่สุดเลย” รีบเอาใจอีกฝ่ายไว้ก่อน สองมือเล็กประนมและกราบบนอกกว้างก่อนคลายออกแล้วสอดเข้ากอดแขนใหญ่ เขย่งเท้าเล็กน้อยทาบจมูกโด่งได้รูปบนแก้มอวบอูมทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋วราวกับลูกแก้วสะท้อนแสงไฟ

อ่านต่อ

สารบัญ มนตร์เสน่หาอสูร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ชีวิตของใบบัวต้องพลิกผันสู่ความยากลำบาก เมื่อเธอถูกส่งตัวไปเป็นของบรรณาการเพื่อล้างหนี้สินที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้น เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเจ้าของคาสิโน จึงตักตวงและใช้ประโยชน์จากเธออย่างเต็มที่ ทว่าท่ามกลางเปลวไฟแห่งความปรารถนาอันเร่าร้อน เสน่ห์อันอ่อนหวานของเธอกลับค่อยๆ ละลายหัวใจที่เคยเย็นชาและแข็งกร้าวของเขาให้ยอมสยบ จากบทลงโทษอันแสนร้ายกาจแปรเปลี่ยนเป็นห้วงรักลึกซึ้งที่ทำให้เอเดนปรารถนาจะกักขังและครอบครองเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาเพียงผู้เดียวดียวตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอจอมบงการ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.2
เมื่อคุณหมอหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์อย่าง ธันวา ถูกมารดาบังคับให้แต่งงานกับ ดารัณ หญิงสาวที่เขาเคยพยายามวิ่งหนีเมื่อเก้าปีก่อน แต่การกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะภรรยา ความสวยหวานของเธอกลับทำให้หัวใจเขาหวั่นไหวอย่างรุนแรง จนคุณหมอหนุ่มถึงขั้นวางแผนลักพาตัวภรรยาตัวเอง และเมื่อดารัณต้องเผชิญหน้ากับธันวาในเวลาที่ไม่คาดคิด เธอกลับถูกเขาลงโทษด้วยจูบอันเร่าร้อนและดุดันเพราะความห่วงใยอย่างหนัก ท่ามกลางความสับสนว่าตนเองทำผิดอะไร ดารัณกลับต้องรับมือกับตัวตนแสนร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันแสนอบอุ่นของสามีจอมบงการคน
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอฮอตเนิร์ดของนายมาเฟีย
9.1
แพทย์หญิงคนหนึ่งต้องเผชิญกับความช้ำรักเมื่อชายหนุ่มที่เธอแอบมีใจให้เปิดตัวคนรักใหม่ ในค่ำคืนอันแสนเศร้าใจนั้น เธอได้พบกับมาเฟียหนุ่มโดยบังเอิญที่หน้าลิฟต์ จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปอย่างสิ้นเชิง แม้คุณหมอสาวจะคิดว่าตนเองเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดธรรมดา ทว่าเสน่ห์อันซ่อนเร้นของเธอกลับสามารถสั่นคลอนและมัดใจมาเฟียผู้สมบูรณ์แบบคนนี้ได้อย่างหมดคาบ จากความผิดพลาดในคืนนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่เขาตั้งมั่นว่าจะไม่มีวันยอมปล่อยเธอไป ความรักสุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายและกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะถอนตัว
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์