APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์รักอสูรร้าย (ภาคต่อสูรร้อนซ่อนรัก)

ทัณฑ์รักอสูรร้าย (ภาคต่อสูรร้อนซ่อนรัก)

เมื่อปรางค์รวีต้องตกอยู่ใต้พันธนาการของชายหนุ่มนัยน์ตาสีเขียวดุดันผู้เปรียบเสมือนอสูรร้ายในร่างมนุษย์ เธอถูกเขาตราหน้าอย่างไร้ความปรานีว่าเป็นฆาตกรผู้ปลิดชีพลูกแท้ๆ ของตัวเอง แม้หญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนและยืนยันความบริสุทธิ์เพียงใด เขากลับไร้ความปรานีและปิดกั้นเสียงร้องขอความเห็นใจด้วยความป่าเถื่อน ชายหนุ่มกักขังเธอไว้กับหัวเตียงอย่างไร้อิสรภาพ เพื่อหวังใช้ร่างกายของเธอเป็นทาสบำเรอกามในการให้กำเนิดทายาทคนใหม่มาทดแทน ปรางค์รวีจึงต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสทั้งทางร่างกายและจิตใจท่ามกลางเพลิงแค้นที่ไม่มีวันดับ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

2

“ปรางค์ มีคนพูดกับฉันหลายคนนะว่าเจ้าของบริษัทที่เธอจะไปฝึกงานด้วย ชื่อเสือ ชื่อดุน่าดูเลย ปรางค์ว่าเขาจะหน้าตาเป็นยังไง”

เจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตสะดุดชื่อเล่นที่สองสาวกล่าวถึง เพราะชื่อเสือ เป็นชื่อเล่นของเขาเช่นกัน คราแรกเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่ตนเองหรือไม่ แต่พอมาวิเคราะห์อะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชั้นที่คนถูกถามไปนั้นก็เป็นชั้นที่ตั้งบริษัทของตน เขาคิดว่า เสือ ที่ทั้งคู่พูดถึงนั้นคือตนแน่นอน

วิตโตริโอเลือกที่จะเงียบและโบกมือให้รังสรรค์ที่กำลังจะอ้าปากพูดให้หุบปาก เพราะต้องการรู้ว่า คำตอบที่กำลังจะถูกขับออกมาจากปากของสาวสวยร่างเล็กว่าเป็นอย่างไร

ปรางค์รวีทำท่าคิดได้น่ารัก ใสซื่อจนคนที่มองดูเธออยู่ถึงกับเคลิ้ม เขาไม่เคยพบผู้หญิงคนไหนยิ้มได้สวยอย่างนี้มาก่อนเลย เวลาเธอยิ้มทำให้ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา คืนชีพได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“อืม อายุก็คงหกสิบกว่าๆ อ้วนลงพุง หน้าตาดุๆ เหมือนกับชื่อกระมัง อ้อ...มีเขี้ยวสองข้างด้วย เอาไว้คอยขย้ำลูกน้องที่ทำงานไม่ได้ดั่งใจ” ปรางค์รวีตอบเพื่อนด้วยการคาดเดา เธอคาดคะเนจากหลายประการ บริษัทแห่งนี้เติบโตมากกว่า 34 ปี เพราะฉะนั้นเจ้าของบริษัทน่าจะอายุประมาณหกสิบปีอย่างแน่นอน ส่วนลักษณะท่าทางและองค์ประกอบต่างๆ เธอพูดโดยไม่ได้ทันคิด พูดเล่นๆ สนุกปาก หากแต่เจ้าของชื่อกับไม่ตลกด้วย เขาถึงกับลมออกหู กัดกรามแน่นเมื่อได้ยินถ้อยคำที่ดูถูกเขาอย่างหนัก ไม่เคยมีใครกล้าหยามเขามากขนาดนี้มาก่อนเลย

“แก่ขนาดนั้นเลยเหรอปรางค์ แต่ก็น่าจะใช้เนอะ”

“ปรางค์ว่าน่าจะใช่นะ ชื่อเสือก็ต้องหน้าดุเสียงเข้มสมกับชื่อ ถ้าชื่อแมวหรือหนูก็ว่าไปอย่าง ไม่ต้องปั้นหน้าดุ คอยแต่วิ่งหนีเสืออย่างเดียว” สองสาวหัวเราะอย่างชอบใจ

ต่างจากคนรอบข้างที่เริ่มร้อนๆ หนาว ๆ แทนปรางค์รวีที่สาธยายรูปร่างหน้าตาของเจ้านายหนุ่มมากอารมณ์ ที่ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้างหากได้พบกับคุณเสือ ตัวจริงเสียงจริง

ปรางค์รวีและภัทราก้าวออกมาจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นที่ 46 พอก้าวออกมาทั้งสองก็ตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานที่อยู่ด้านนอกลิฟต์ เนื่องจากลิฟต์ตัวนี้ไม่มีพนักงานคนไหนหรือว่าบุคคลอื่นกล้าใช้ รู้ดีว่าเป็นของผู้บริหารระดับสูง แล้วสองนักศึกษาสองคนนี้ใช้บริการลิฟต์ตัวนี้ได้อย่างไร

“ปรางค์ ฉันไปก่อนนะ เจอกันตอนเที่ยงนะเพื่อน”

ปรางค์รวีและเพื่อนสนิทแยกกันที่หน้าลิฟต์ ปรางค์รวีเดินตรงไปที่แผนกบุคคลเพื่อรายงานตัว ส่วนภัทราก็ไปยังลิฟต์อีกตัว

ภายในลิฟต์

“เสก ไปสืบมาสิว่าผู้หญิงที่วิจารณ์ฉันฝึกงานที่แผนกไหน ถ้าจะให้ดีย้ายมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยเลขาของฉัน”

น้ำเสียงทรงอำนาจของวิตโตริโอสั่งการรังสรรค์ คนรับคำสั่งรีบทำตามคำสั่งทันที นึกหวาดหวั่นกับสาวน้อยแสนสวยคนนี้ยิ่งนัก สงสัยงานนี้เจออ่วมแน่

ปรางค์รวีออกมานั่งรออยู่หน้าห้องแผนกบุคคล หลังจากที่เข้าไปรายงานตัวเมื่อห้านาทีที่แล้ว ระหว่างที่รายงานตัวอยู่นั้น มีชายคนหนึ่งเข้ามาในห้องที่เธอจำได้ดีว่าเจอกันในลิฟต์ ก่อนจะสั่งให้เธอออกไปคอยข้างนอก ราวกับว่าเรื่องที่สนทนากับเจ้าของห้องเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเธอก็ปฏิบัติตามแต่โดยดี

“ต้องขอโทษหนูด้วยที่ทำให้คอยนาน พอดีว่ามีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย หนูต้องไปฝึกงานเป็นผู้ช่วยเลขาท่านประธานแทนตำแหน่งเดิม”

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเดินมาบอกปรางค์รวีหน้าห้อง โดยมีร่างขอรังสรรค์เดินตามมาติดๆ ปรางค์รวีทำสีหน้าฉงนเล็กน้อยแต่เมื่อเป็นคำสั่งเธอเองต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะให้เธอฝึกงานในตำแหน่งใดเธอก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นเธอจะเรียนไม่จบ

“ค่ะ ได้ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นตามผมมาเลยครับ ผมจะพาไปพบท่านประธาน”

ปรางค์รวีเดินตามรังสรรค์ไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปที่ชั้น 48 ซึ่งเป็นชั้นของผู้บริหาร ระหว่างที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัว มือเล็กทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อ หัวใจเต้นผิดแปลก มีความหวาดกลัวเข้าแทรกจิตใจ หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับว่า ตนเองกำลังเดินเข้าสู่หลักประหารก็ไม่ปาน

ไม่นานนักทั้งสองก็เดินมาหยุดที่หน้าห้องประธานกรรมการใหญ่ รังสรรค์เคาะประตูสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะเปิดออกกว้างจากการกดปุ่มสวิตช์เปิดปิดจากด้านใน

“ท่านประธานรออยู่ เชิญครับ”

รังสรรค์พูดอย่างสุภาพ ปรางค์รวียิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเป็นมิตร เท้าเล็กเดินเข้าไปภายในห้อง ด้วยความรู้สึกไม่สู้ดีนัก ความรู้สึกที่มีก่อนหน้า เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จนอยากจะชักเท้ากลับ

ปรางค์รวีหยุดยืนกลางห้อง มองร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนหันหลังให้จน เรือนร่างที่มองจากด้านหลัง ช่างสมส่วน บ่ากว้าง ท่อนแขนกำยำ เรือนร่างของเขาช่างคุ้นตายิ่งนัก เส้นผมสีนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหน สะดุดใจกับเสื้อสูทของเขา มันเหมือนกับชุดที่ชายหนุ่มที่อยู่ในลิฟต์ใส่ไม่ผิดเพี้ยน

“สวัสดีค่ะท่านประธาน” ปรางค์รวีทักทายเสียงสุภาพ แม้หัวใจจะเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ อย่าให้สิ่งที่เธอคิดเป็นเรื่องจริงเลย วิตโตริโอหันมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างเชื่องช้า วินาทีแรกที่ปรางค์รวีเห็นใบหน้าของท่านประธานบริษัท ร่างกายเธอนิ่งราวกับท่อนไม้ หัวใจกระตุกไหวอย่างแรง

ใช่...เขาคือผู้ชายที่ยืนอยู่ในลิฟต์ เป็นเจ้าของดวงตามหาเสน่ห์ แค่มองสบตายังหลงใหลหากได้ชิดใกล้ หัวใจของเธอคงกระดอนออกมานอกอกเป็นแน่ แสดงว่าที่เธอวิจารณ์เขาในลิฟต์ เขาคงได้ยินหมดแล้ว

‘ตายแน่เลยยัยปรางค์งานนี้ต้องตายหยังเขียดแน่’

ปรางค์รวีพึมพำในใจ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สวีทรัก
9.1
เพื่อทดแทนคุณน้าสาว เธอจำต้องแต่งงานกับวรพล ชายหนุ่มผู้ไร้สมรรถภาพทางกาย ทว่าการแต่งงานนี้กลับซ่อนเงื่อนไขลับสุดประหลาด เขาต้องการให้เธอใช้สถานะภรรยาตามกฎหมายเป็นเพียงฉากบังหน้า ขณะที่ผู้ซึ่งต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมชายคาและทำหน้าที่เสมือนสามีตัวจริงกลับกลายเป็นน้องชายของเขาแทน สถานการณ์อันบิดเบี้ยวนี้สร้างความสัมพันธ์ที่แสนยุ่งเหยิง เธอต้องเก็บซ่อนความลับที่ไม่อาจแพร่งพราย พร้อมกับรับมือความขัดแย้งในใจ เมื่อความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นกับคนน้อง สวนทางกับพันธะในทะเบียนสมรสที่ผูกมัดเธอไว้กับคนพี่
ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เคยเสียใจที่เคยรักกัน
7.8
ชีวิตวิวาห์ที่เคยเปี่ยมสุขพลันพลิกผันเป็นฝันร้าย เมื่อหญิงสาวล่วงรู้ความจริงว่าสามีที่เธอรักสุดหัวใจกลับซุกซ่อนความรู้สึกเกินเลยที่มีต่อน้องสาวสายเลือดเดียวกัน ความสัมพันธ์อันงดงามจึงพังทลายลง เขาเริ่มตีตัวออกห่าง เย็นชา และมักหาข้ออ้างไม่ยอมกลับบ้าน ปล่อยให้เธอต้องจมปลักกับความอ้างว้างในเรือนหอที่ว่างเปล่า แม้อดีตจะเคยรักกันมาก ทว่าความลับอันเจ็บปวดและช่องว่างที่ขยายกว้างขึ้นทุกวันกำลังกัดกินหัวใจของเธออย่างหนักหน่วง บีบคั้นให้เธอต้องตั้งคำถามว่า การทนรั้งชีวิตคู่ที่หลอกลวงนี้ยังคงมีความหมายใดหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง รักวุ่นวาย-เจ้าชายซุปตาร์
9.0
เมื่อความแตกต่างทางชนชั้นกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ ทิชา ซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง ได้มอบหัวใจให้ จันทร์หอม พ่อค้าขายผักผู้แสนสมถะ ทว่าความสัมพันธ์กลับถูกขัดขวางอย่างหนักจากมารดาของทิชาที่ไม่ยอมรับคนรักไร้ฐานะ เธอใช้ชีวิตตนเองเป็นข้อต่อรองและบีบบังคับให้ลูกชายต้องแต่งงานกับหลานชายของเธอเพื่อตัดขาดรักครั้งนี้ให้สิ้นซาก ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาต้องเผชิญทางแยกครั้งสำคัญระหว่างการยอมจำนนต่อความกตัญญูตามจารีตครอบครัว หรือกล้าหาญพอที่จะยืนหยัดเพื่อปกป้องรักแท้
ภาพปกนิยายเรื่อง ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า พลิกผันชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อสิ่งตอบแทนคือความรักจากคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียว หลังแต่งงานเขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างท่วมท้นจนลูกชายตัวน้อยแทบกลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าใครจะคัดค้านเขาก็ไม่เคยใส่ใจและยังคงตามใจภรรยาขั้นสุดยอด แม้เธอต้องการจะยึดครองหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีประเคนให้โดยไม่เสียดาย ท่ามกลางความวุ่นวายใดๆ ที่ถาโถมเข้ามา หนิงซียังคงเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาเสมอ เพราะความสุขของเธอคือทุกสิ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของลูกน้อยสามคน
9.4
ฮวาเฉี่ยนเหมียน ผู้มีพลังมิติจากอนาคตสวมร่างแม่เลี้ยงใจทรามในต่างภพ เธอทิ้งนิสัยเกียจคร้านหันมาดูแลแม่สามีและลูกเลี้ยงทั้งสาม หญิงสาวใช้พรสวรรค์สร้างฐานะจากงานเกษตร เปิดร้านอาหาร และหมักสุราสมุนไพร พร้อมผลักดันให้เด็กๆ เรียนหนังสือและฝึกวิชาต่อสู้ ทว่าชีวิตอันสงบสุขต้องพังทลาย เมื่อบิดาปริศนาโผล่มาทวงสิทธิ์ในตัวเด็ก ความขัดแย้งนี้ทำให้เธอโกรธจัดจนขอหย่าขาด แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าชาตินี้ไม่มีการหย่าร้าง หากปรารถนาอิสระ หนทางเดียวที่มีคือการเป็นหญิงหม้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง อยากแก่พร้อมเธออย่างจริงจัง
9.4
บาดแผลที่คมสันต์ทิ้งไว้ในใจของเปลียว เปรียบดั่งหนามพิษที่ทิ่มแทงและสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ความร้าวรานจากอดีตทำลายความเชื่อใจจนหมดสิ้น เปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความบอบช้ำที่ยากจะเยียวยา ส่งผลให้เธอสูญเสียความกล้าที่จะมอบหัวใจให้ใครอีก ทว่าหากโชคชะตากำหนดให้เวลาหมุนย้อนกลับ และบังคับให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องราวเหล่านั้นอีกครั้ง หญิงสาวก็ยังคงเด็ดเดี่ยวที่จะเลือกเส้นทางเดิมอย่างแน่วแน่ แม้จะรู้ดีว่าปลายทางคือความรวดร้าวและการแตกสลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม