APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง

ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง

วิญญาณนักฆ่าสาวมือหนึ่งผู้ไร้ความปรานีย้อนเวลามาอยู่ในร่างหญิงอัปลักษณ์ยุคโบราณ ท่ามกลางมรสุมชีวิตที่เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามและการรังแกสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่พร้อมใจกันสาปส่งเธออย่างทารุณ ทว่าด้วยจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวของเพชฌฆาตสาว เธอจึงไม่ยอมจำนนและพร้อมลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม พลิกผันชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องสยบยอม ยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่เคยโดนดูแคลน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่3 องค์รัชทายาทไป๋หลี่เย่

เซียถงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองก็พบกลุ่มคนจำนวนสองถึงสามคนที่กำลังยืนขวางทางตรงหน้าอยู่ และคนที่อยู่หน้าสุดเป็นหญิงสาวโฉมงาม แต่งหน้าประทินผิวละเอียดอ่อนสวย ทว่าน่าเสียดาย ที่ความงดงามเหล่านั้นต้องถูกสายตาและท่าทางอันหยิ่งผยองหวดดีทำลายภาพลักษณ์จนสิ้น นางคนนี้เป็นบุตรสาวคนโตของขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิ เจิ้นกัว ซึ่งมีทหารราบและทหารม้านับแสนนายอยู่ภายใต้อำนาจของเขา ซึ่งจางเสวี่ยหรงนางนี้ก็อาศัยพลังอำนาจของตระกูลข่มเหงรังแกเซียถงมาก็ไม่น้อยเลย

เซียถิงปรายตามองอีกฝ่ายแวบหนึ่งเท่านั้น แล้วก็เดินผ่านหน้าอีกฝ่ายไปโดยมิได้ใส่ใจสักนิด ทำราวกับจางเสวี่ยหรงเป็นเพียงอากาศธาตุ คนสันดานประเภทนี้มันไม่มีค่าเพียงพอที่จะสนใจ

จางเสวี่ยหรงที่เห็นเซียถิงปฏิบัติอย่างเมินเฉยใช่ก็พลันเดือดดาล นางกางแขนวาดออกไปขวางทางเซียถงเอาไว้ คลี่ยิ้มหัวเราะเยาะเย้ยกล่าวว่า

"เซียถง ยามนี้เจ้าหาใช่อัจฉริยะดั่งกาลก่อนแล้ว! ทางที่ดีเจ้าควรซุกหัวอยู่แต่ในจวน อย่าโผล่หน้าออกมาอีกเลยจะดีกว่า เพราะจะอย่างไร ท่านองค์รัชทายาทกลับไม่คู่ควรกับสวะอย่างเจ้า!"

คนที่อยู่ข้างกายของจางเสวี่ยหรงที่ได้ยินแบบนั้นต่างหัวเราะคิกคักเสียงดังลั่น เซียถงหยุดชะงักฝีเท้าพร้อมเหลียวหลังเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตาแวบหนึ่ง เบื้องลึกในแววตาคู่นี้ทั้งเย็นชาและเฉียบคมประดุจมีดกริชเล่มหนึ่ง ปราศจากระลอกคลื่นอารมณ์ใดผันผวนเจือผสมอยู่เลย นั่นกลับทำให้จางเสวี่ยหรงเสียวสันหลังวูบ รู้สึกราวกับตัวเองตกลงในบ่อน้ำแข็งเย็นบรรพกาลพันปีในเสี้ยวพริบตา ทั่วร่างกายาเย็นเฉียบจับขั้วหัวใจเกินจะบรรยาย

“หากเจ้ามีเวลาหัวเราะเยาะข้า ไฉนไม่เอาเวลานี้ไปคิดหาวิธีร่านใส่องค์รัชทยาทให้หลงเสียล่ะ?”

องค์รัชทายาทไป๋หลี่เย่ก็แค่เศษบุรุษชายที่ใจเสาะกว่าสุนัขตัวหนึ่ง ภายนอกดูอ่อนโยนเป็นชายอบอุ่น ทว่าภายในกลับเน่าเฟะ ถึงแม้เซียถงเจ้าของร่างเก่าจะเคยใช้ชีวิตแลกชีวิตช่วยเหลือเขาเอาไว้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่เคยแม้นกระทั่งมาเยี่ยมนางเลยสักครั้ง มารยาทโดยพื้นฐานยังไม่มี คนแบบนี้ยังเรียกว่า ‘ผู้ดี’ ได้อย่างไร?

เซียถงรู้สึกเสียใจแทนเจ้าของร่างเก่าเหลือเกิน ที่ยอมทิ้งชีวิตอันมีค่าเพื่อช่วยเศษมนุษย์เฉกเช่นมัน ไม่คุ้มเอาเสียเลย

จางเสวี่ยหรงอาจไม่เข้าใจคำว่า ‘ร่าน’ ที่เซียถงกล่าว ก็หลงดีใจคิดว่า อีกฝ่ายกำลังหวาดกลัวตน จึงเชิดค้างชี้ขึ้นฟ้าอย่างหยิ่งผยอง ชี้นิ้วกล่าวเย้ยเยาะว่า

“นับว่าเจ้ายังรู้ตัวเองดี! ครั้งหน้าหากพบเจอข้าอีกล่ะก็ จงอ้อมเดินไปทางอื่น อย่าโผล่หน้าอัปลักษณ์มาให้ข้าเห็น!”

แววตาคู่นั้นของเซียถงดูเย็นชาขึ้นในบัดดล ตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้ ยังไม่มีใครกล้าชี้นิ้วสั่งด้วยถ้อยคำที่หยาบเหยียดปานนี้ กระทั่งนักฆ่าในวงการหรือสายลับบางคนแค่ได้ยินชื่อนางก็พลันสั่นกลัวกันหมดแล้ว!

“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะมีปัญญาเพียงใด”

กล่าวจบเซียถงก็สาวเท้าก้าวเดินหน้าต่อไปโดยไม่สนใจอันใดอีก แต่ทันใดนั้นพลันมีสายลมหนาวพัดผ่านมาจากด้านหลัง เข้าโจมตีนางโดยฉับพลัน

อาศัยสัญชาตญาณนักฆ่าเก่า เซียถงหันขวับกลับไปมองอย่างรวดเร็ว เห็นเพียงกรงเล็บทั้งห้าของจางเสวี่ยหรงที่พวยพุ่งฉกเข้าใส่ หวังจะฉีกกระชากเสื้อผ้าบนเรือนร่างของนางให้ขาดรุ่ย ตั้งใจจะทำให้อับอายขายหน้าต่อหน้าชาวเมืองเฟิ่งหลี่ทุกคน

แม้เซียถงจะไม่มีลมปราณแล้ว แต่ความว่องไวของนางยังคงเพียบพร้อมคงอยู่ เพียงเบี่ยงร่างไปทางซ้ายปรับทิศองศาแตกต่างเล็กน้อย ก็สามารถเลี่ยงหลบกรงเล็บทั้งห้าของจางเสวี่ยหรงที่พยายามจะพุ่งจู่โจมได้อย่างง่ายดาย

จางเสวี่ยหรงที่เห็นเซียถงหลบกระบวนโจมตีของตนก็พลันตกใจ รีบระดมใช้ลมปราณขุมใหญ่ฟันฟาดใส่ต่อเนื่อง ทว่าชั่วอึดใจขณะ นางกลับรู้สึกได้ว่า บริเวณพื้นดินที่นางยืนอยู่กลายเป็นความว่างเปล่า คู่ขาที่ยืนหยัดก่อนหน้ากลับถูกเซียถงตวัดขากวาดลานวัดใส่จนล้มคะมำนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น มือเรียวยาวสีขาวผ่องข้างหนึ่งจับกดไหล่อีกฝ่ายติดแน่นในท่านอน ส่วนมืออีกข้างพุ่งเข้าไปบีบคอแน่นจนคมเล็บฝังลึกเป็นแผล ทั้งสีหน้าแววตาของเซียถงในยามนี้เลือดเย็นไร้เมตตาประดุจว่าสามารถหักคอของจางเสวี่ยหรงได้โดยไม่มีลังเล

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน? เซียถงไม่ได้พิการแล้วหรอกรึ? ไฉนมันถึงสามารถเอาชนะข้าได้ภายในกระบวนท่าเดียวอย่างง่ายดายปานนี้? สงสัยว่าข้าจะประมาทมันเกินไป!

“ไอ้ขยะปล่อยข้า! ปล่อยข้าเร็ว!”

จางเสวี่ยหรงตะลึงงันอยู่พักใหญ่ ชั่วขณะต่อมาค่อยส่งเสียงกรีดร้องลั่นด้วยความโกรธจัด

“หากเจ้าแหกปากขึ้นอีกคราเดียว เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถหักคอเจ้าทิ้งได้ทันที?”

เซียถงยังคงกระชับออกแรงบีบคออีกฝ่ายแน่น ก่นเสียงเย็นขู่ออกไปคำหนึ่ง

สุ้มเสียงที่สุดแสนจะเย็นชานี้ทำเอาผู้คนที่อยู่รอบข้างขนหัวลุกซู่ว จางเสวี่ยหรงกับผู้ติดตามข้างกายนางต่างตะลึงงันค้างแข็งอยู่กันที่ อ้าปากกว้าง เบิกตาโตแทบถลน นี่มิใช่ว่าเซียถงเป็นนังอัปลักษณ์แสนขี้ขลาดที่เคยรู้จักหรอกรึ? ไฉนนางถึงเปลี่ยนไปได้ปานนี้? ไม่เพียงแค่ลักษณ์นิสัย แต่ยังรวมไปถึง...กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกนี้อีก?

“เจ้า...เจ้า...”

จางเสวี่ยหรงเข้าสบตาอีกฝ่ายสีหน้าบิดเบี้ยวเปี่ยมล้นไปด้วยจิตสังหารข้นคลัก ทว่าในท้ายที่สุดกลับต้องเบี่ยงสายตาเลี่ยงหนี หดหัวหดคอลงด้วยความหวาดกลัว และไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีกเลย

เซียถงคอยมือออกจากคอของอีกฝ่าย ปัดเศษดินเศษฝุ่นบนมือเล็กน้อยพร้อมลุกขึ้นยืน จากนั้นค่อยเหลียวหางตาเหลือบมองจางเสวี่ยหรงอย่างดูแคลนประดุจเบื้องบนปรายตามองจัณฑาล แววตาเย็นสะท้านวาบขึ้น

“ต่อให้ข้าเป็นขยะ ก็มากเกินพอแล้วที่จะสังหารเจ้าทิ้งดุจเศษธุลี!”

พูดจบนางก็เดินจากออกไป

แสงตะวันสีทองทอประกายสาดส่องไปทั่วเมืองเฟิ่งหลี่ ทว่าจางเสวี่ยหรงและคนอื่นๆกลับไม่รู้สึกอบอุ่นเลยแม้สักนิด ในทางตรงกันข้าม พวกเขาต่างรู้สึกหนาวเหน็บอย่างไร้เหตุผล

อิ๋งเอ๋อร์รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง คุณหนูของนาง...แข็งแกร่งเหลือเกิน! นางสามารถเอาชนะจางเสวี่ยหรงที่มีระดับพลังอยู่ในขอบเขตเสาหลักเหลืองได้ภายในกระบวนท่าเดียว!

แม้ว่าคุณหนูจะมีพรสวรรค์ในเส้นทางการบำเพ็ญตบะที่สูงเสียยิ่งกว่าองค์รัชทายาท แต่เนื่องจากนิสัยประจำตัวที่ขี้ขลาดตาขาวจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ทำให้นางไม่กล้าโต้ตอบผู้ใดแม้จะถูกรังแกก็ตาม

ทว่ากลับคิดไม่ถึง คล้อยหลังจากเหตุการณ์ที่คุณหนูได้รับบาดเจ็บสาหัส นิสัยก็ดูจะเปลี่ยนไปมาก แต่อย่าว่าอย่างโน่นนี่เลย อิ๋งเอ๋อร์รู้สึกเป็นปลื้มกับคุณหนูที่เป็นอย่างในตอนนี้มากกว่า

หลังจากเดินเตร่อยู่บนท้องถนนได้รอบหนึ่ง เซียถงก็กลับมายังเรือนหลังน้อยของตน ไมนานอิ๋งเอ๋อร์ก็รีบวิ่งเข้ามารายงานกับนาง สีหน้าดูมีความสุขอย่างยิ่งว่า

“คุณหนู! องค์รัชทายาทเสด็จมาเจ้าค่ะ!”

ยังไม่ทันกล่าวจบ ก็ติดตามมาด้วยเงาร่างสีม่วงสายหนึ่งที่เดินโฉบเฉี่ยวเข้ามาในตัวเรือนด้านใน มาในชุดคลุมผ้าไหมหรูหราสีม่วงตัดทอง ผมเผ้าถูกรวบสูงปักด้วยปิ่นหยกเขียว ใบหน้าหล่อเหลาราวกับคมมีดกรีดใจของเหล่าสตรี ดวงตาคู่นั้นช่างกลมโตแต่แฝงไปด้วยความหยิ่งยโสจองหองอยู่หลายส่วน ทั่วร่างกายาปรากฏกลิ่นอายแห่งเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงแผ่ซ่าน

ชายผู้นี้คือองค์รัชทายาทไป๋หลี่เย่ เบื้องหลังของเขามีเหล่าองครักษ์หลายคนกำลังถือหีบสมบัติล้ำค่ามากมายในวังหลวง และห่อผ้าไหมชั้นเลิศอีกหลายสิบกล่อง

ยังไม่ทันที่เซียถงจะได้เอ่ยปากอันใด ไป๋หลี่เย่ก็เอ่ยขึ้นเสียงเย็นว่า

“เซียถง องค์รัชทายาทผู้นี้มีเรื่องต้องการจะบอกเจ้าให้ทราบเสียก่อน เจ้าอย่าหวังที่จะให้องค์รัชทายาทผู้นี้แต่งตั้งเจ้าเป็นพระชายารอง! เลิกฝันกลางวันเสีย!”

กล่าวจบเขาก็ยกมือเป็นสัญญาณให้องครักษ์เหล่านั้นแบกหีบสมบัติกองไว้ตรงหน้าของเซียถง แววตาคู่นั้นที่จับจ้องใส่เซียถงมันอัดแน่นไปด้วยความดูแคลนหยามเหยียด ทั้งยังกล่าวน้ำเสียงรังเกียจต่ออีกว่า

“ของพวกนี้เป็นรางวัลมอบให้แก่เจ้า ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตข้า”

หากไม่ใช่เพราะเสด็จพ่อทรงบังคับให้เขาเดินทางมายังจวนเสนาบดี คนอย่างเขาไม่มีทางมาแน่นอน

นังอัปลักษณ์นี่ทั้งขี้ขลาดและไร้ประโยชน์ แต่เห็นแบบนี้นางกลับเจ้าเล่ห์เป็นอย่างยิ่ง คงอยากจะใช้หนี้บุญคุณนี้เป็นข้ออ้าง เพื่อที่จะบีบบังคับให้เขาอภิเษกกับนางและขึ้นเป็นพระชายารอง!

แผนการไม่เลว!

เซียถงเลิกคิ้วเล็กน้อย นางไม่แม้แต่เหลือบสายตามองไป๋หลี่เย่เลยเช่นกัน ทว่าค่อนข้างสนใจกับบรรดาหีบสมบัติตรงหน้า

“อิ๋งเอ๋อร์รับของทั้งหมดไว้”

อิ๋งเอ๋อร์ถึงกับตกลึงงันไปชั่วขณะหนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของนางก็มีน้ำตาเอ่อล้นออกมา นางรีบวิ่งตรงไปคุกเข่าต่อหน้าไป๋หลี่เย่ทั้งน้ำตาขอร้องว่า

“ท่านองค์รัชทายาท! ท่านมิอาจทำเฉกเช่นนี้กับคุณหนูของข้าได้! นางยอมกลายมาเป็นคนพิการไร้ลมปราณเพื่อช่วยชีวิตท่าน…นาง...นางเป็นถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิตงหลี...”

“อิ๋งเอ๋อร์ ยืนขึ้น!”

สีหน้าแววตาของเซียถงแปรเปลี่ยนไปทันที อิ๋งเอ๋อร์ที่ได้ยินดังนั้นกลับไม่แม้แต่จะเคลื่อนขยับ...แต่เหลียวหลังเงยขึ้นจับจ้องเซียถงแทน

“คุณหนู...”

สีหน้าของเซียถึงเย็นชาขึ้นหลายส่วน กระทั่งน้ำเสียงเองยังเย็นยะเยือกจนน่าขนหัวลุก

“ชีวิตข้าไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาร้องขอ”

พอเห็นสีหน้าการแสดงออกอันแสนเย็นชานี้ อิ๋งเอ๋อร์ตกใจถึงขั้นรีบลุกขึ้นในพริบตา

ไป๋หลี่เย่ตะลึงงันไปเล็กน้อย แววความหยิ่งยโสจองหองที่เร้นแฝงในดวงตายิ่งเข้มข้นเห็นชัดขึ้น เขาเพียงเค้นเสียงเบาๆขึ้นว่า

“นับว่าเจ้ายังมีไหวพริบดี”

“ข้าจะรับของเหล่านี้ไว้เอง ยามนี้ท่านเองคงกล่าวในสิ่งที่ต้องการจะกล่าวหมดแล้ว เช่นนั้นก็เชิญกลับไปได้”

เซียถงออกคำสั่งไล่แขกออกไปโดยไม่สนใจอีกต่อไป เจ้าของร่างเก่าชอบเดนมนุษย์ไร้ค่าเช่นนี้ไปได้ยังไงกัน?

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง คุณชายผู้รักความสบายและเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตจนต้องสูญเสียทุกอย่าง ได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ ดินแดนต่างมิติด้วยพลังของกล่องไม้โบราณลึกลับ ที่นี่เขาได้พบกับคนที่เคยผูกพันในอดีตอีกครั้ง การเดินทางครั้งใหม่เพื่อปกป้องครอบครัวและแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดจึงเริ่มต้นขึ้น แม้ว่าตัวเขาจะยังมีกิเลสและไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ แต่เส้นทางแห่งการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจะช่วยขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์คนนี้ให้เติบโตขึ้น พร้อมทั้งเรียนรู้ที่จะนำพาผู้คนอันเป็นที่รักไปสู่ความรุ่งเรืองครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักจอมโจร
9.7
ความดื้อรั้นของฝนทิพย์ทำให้เธอตกเป็นพยานปากเอกในเหตุการณ์โจรกรรมของกลุ่มเซบาสเตียน จนถูกจับตัวยัดท้ายรถเพื่อปิดปากอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ลูกน้องจะทำงานพลาดที่นำตัวเธอมา แต่เซบาสเตียนก็ขู่ฆ่าเธอทิ้งเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามและดัดนิสัยดื้อรั้น ท่ามกลางความตึงเครียดบนเฮลิคอปเตอร์ที่มุ่งหน้าสู่เกาะลึกลับ ฝนทิพย์ต้องงัดทุกความเพียรพยายามและสติที่มีเพื่อเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของจอมโจรหนุ่มผู้แสนเย็นชา ทว่าในสถานการณ์วิกฤตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนี้ โชคชะตากลับกำลังจะแปรเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นสายใยความผูกพันที่เธอไม่เคยคาดฝันถึงมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง ดาวอังคารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
8.3
ห้าปีก่อนเขาเลือกเดินจากไปอย่างไร้ร่องรอยเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คู่ควรกับคนรัก วันนี้เขากลับมาพร้อมเกียรติยศและความสามารถอันเหนือชั้น แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงหญิงสาวอันเป็นที่รักที่รอคอยเขาอยู่เท่านั้น เขายังต้องเผชิญกับความจริงครั้งใหญ่เมื่อพบว่าตนเองมีลูกสาวตัวน้อยอีกหนึ่งคน การเดินทางครั้งใหม่เพื่อพิสูจน์หัวใจในฐานะพ่อและคนรักจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่เข้ามาท้าทายความรับผิดชอบและความรักของเขาอย่างหนักหน่วง
ภาพปกนิยายเรื่อง GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
9.5
เพื่อปกป้อง ‘ณชาณัธฐ์’ หญิงสาวผู้เป็นดั่งชีวิตและจิตใจ ‘อธิเมศร์’ จึงพร้อมเผชิญหน้ากับอันตรายทุกรูปแบบโดยไม่เกรงกลัว แม้ว่าเขาจะต้องเหนี่ยวไกปลิดชีพศัตรูทุกคนที่กล้าก้าวเข้ามาทำร้ายเธอก็ตาม ท่ามกลางสมรภูมิแห่งความขัดแย้งที่ไร้ทางออก ชายหนุ่มถูกบีบคั้นให้ต้องเลือกอย่างเด็ดขาดระหว่างความเมตตาปรานีหรือการลั่นไกสังหาร เพื่อรักษาชีวิตของคนรักเอาไว้ การต่อสู้ครั้งนี้จึงมีชีวิตและความตายเป็นเดิมพัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวคือการคุ้มครองเธอให้ปลอดภัยตลอดรอดฝั่งและปลอดภัยไปตลอดกัลปลอดภัยตลอดกัล
ภาพปกนิยายเรื่อง สยบรักมาเฟีย
9.1
ความขัดแย้งที่ฝังรากลึกกว่าแปดสิบปีระหว่างสองตระกูลใหญ่แห่งโรมอย่างคอลิเอโน่และการ์เซียน่าได้ถูกจุดชนวนขึ้นอีกครั้งจากเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้า ในช่วงเวลาที่การต่อสู้ทวีความรุนแรง ดอนมิคาเอลตัดสินใจเผชิญหน้ากับอันตรายรอบด้านเพื่อออกตามหาและคุ้มครองอนงค์นาง หญิงสาวผู้เป็นที่รักยิ่ง โดยไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจของเฟรโด การเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัวนี้สร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่การสั่งเผาคฤหาสน์เพื่อตอบโต้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมนองเลือดที่ผสมปนเปไปกับความรักอันยากจะหาทางสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม
8.7
กู้จือหลิงยอมสละดวงตาเพื่อช่วยชีวิตซ่งจิ่งชวน ทว่าคืนก่อนแต่งงานเธอกลับถูกเขาหักหลังอย่างเจ็บแสบ ด้วยการส่งตัวเธอไปชดใช้หนี้ให้แก่ทายาทตระกูลลู่ผู้ไร้ชื่อเสียงแห่งเป่ยเฉิง เธอจึงเลือกแต่งงานประชดรักครั้งเก่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของคนทั้งเมืองที่คิดว่าพวกเขาเป็นคู่ที่ไร้ค่า แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือสุดยอดนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะ แฮกเกอร์ฝีมือระดับโลก และผู้นำองค์กรลับสุดยอด เมื่อความจริงอันน่าทึ่งเปิดเผย อดีตคู่หมั้นที่เคยทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี จึงทำได้เพียงร่ำไห้ด้วยความเสียดายที่ปล่อยให้หญิงสาวผู้เพียบพร้อมคนนี้หลุดมือไปเป็นของชาย