APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)

ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)

ฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติก เผชิญเงื่อนไขเวลาห้าปีในการให้กำเนิดทายาทเพื่อรักษาฐานอำนาจในเมืองไลแคนโทรป ทว่าด้วยความรักในเสียงเพลง เขาจึงตัดสินใจจ้างปริ๊น มนุษย์ที่ข้ามมิติมาทำหน้าที่เป็นครูสอนร้องเพลง ความใกล้ชิดนำไปสู่ความผูกพันลึกซึ้ง แต่ความสัมพันธ์นี้กลับกลายเป็นอุปสรรคต่อตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถตั้งครรภ์ทายาทตามกฎเกณฑ์ได้ ท่ามกลางความกดดันจากศัตรูต่างเผ่าที่คอยหาโอกาสโจมตีเพื่อทำลายล้าง ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

"เมืองไลแคนโทรป ที่แปลว่ามนุษย์หมาป่า จริงอะ เล่นมุกนี้เลยเหรอ? วันหลังถ้าจะเลือกเป็นปีศาจอะไรก็เลือกเป็นพวกพญานาค หรือไม่ก็หนุมานก็ได้นะ ไทย ๆ ดี เพราะเมืองไทยไม่มีมนุษย์หมาป่า ลืมไปแล้วเหรอ อย่าว่าแต่มนุษย์หมาป่าเลย หมาป่าสักตัวยังไม่มีเลย" ปริ๊นเลิกคิ้วสูงจ้องหน้าชายหนุ่มผมยาวสลวยราวกับหญิงสาวหากเส้นผมเป็นสีเงินแกมขาว ส่วนร่างกายกลับกำยำแข็งแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อทอดเรียงเป็นระเบียบภายใต้เสื้อคลุมที่ดูแล้วเหมือนพวกเด็กเนิร์ดแต่งตัวเล่นคอสเพลย์ ทั้ง ๆ ที่อากาศเมืองไทยไม่เอื้ออำนวยเลยแม้แต่น้อย

มิน่าทำไมพี่รุ้ง เจ้าของหอถึงยอมให้เข้ามาเจอเขา...ปริ๊นมองหน้ารุ้งที่ยังยืนมองฮันเตอร์ด้วยแววตาหยาดเยิ้มเหมือนต้องมนต์สะกด

"ข้าไม่เคยพูดเล่น และมุกตลกของเจ้าก็ฝืดสนิท ส่วนเรื่องข้ามาจากเมืองไลแคนโทรปหรือไม่ เจ้าควรจะถามตัวเองว่าขนาดเจ้ายังพูดกับหมาได้ แล้วทำไมข้าถึงมาจากเมืองไลแคนโทรปไม่ได้" ฮันเตอร์ขมวดคิ้วจ้องปริ๊นแล้วเอ่ยคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแต่สุภาพเหมือนพวกผู้ดีพูดกับบ่าวรับใช้ ซึ่งทำให้ปริ๊นหัวเสียหน่อย ๆ

"เอาเป็นว่านายจะเป็นอะไร ฉันไม่สนใจ เพราะคนบางคนต้องออกไปทำมาหากิน ไม่มีเวลาวุ่นวายกับธุระของพวกทีนวูล์ฟหรือแวร์วูล์ฟอะไรทั้งนั้นล่ะ" ปริ๊นตัดบทแบบไม่ให้เสียเวลา

ปริ๊นเดินหันหลังไปกดลิฟต์ รอจนแน่ใจว่าชายหนุ่มสติแตกไม่ได้เดินตามเขาเข้ามาด้วย แล้วจึงกดปุ่มขึ้นชั้นที่พัก

ทว่าพอปริ๊นเปิดกุญแจห้องซึ่งอยู่ชั้นสี่ของหอ เขาก็สะดุ้งเฮือกรีบหันกลับไปดูหน้าประตูให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้เข้าห้องผิดเพราะในห้องที่เขาเพิ่งเดินเข้าไป มีร่างของชายหนุ่มผมยาวเดินสำรวจห้องพักของเขาอยู่ราวกับเป็นแขกกิตติมศักดิ์  

"เจ้าไม่ได้ปิดประตูระเบียง" ฮันเตอร์ชี้นิ้วเตือนเหมือนเป็นความผิดของเจ้าของห้องที่เขาบุกรุกเข้ามาได้ง่าย ๆ 

"สัส!!! นี่มันชั้นสี่ เฮ้อ...ช่างแม่งงงง" ปริ๊นโบกมือแก้ตัวแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะถึงด่าไอ้หน้าหมานี้ มันก็คงไม่สำนึกอยู่ดี

ปริ๊นเริ่มจัดตารางสอนในใจว่าถ้าเขาต้องสอนหมอนี่จริง ๆ คาบแรกที่เขาต้องคุยกับมันอย่างจริงจังก็คือเรื่องมารยาททางสังคม เพราะเห็นได้ชัดว่ามนุษย์หมาป่าไม่เข้าใจว่าเวลาถูกคนไล่กลับบ้าน เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอมันปีนเข้ามาหาเขาทางประตูหลังแทน

"ข้าไม่ได้มาหาเรื่องเจ้า เจ้าเป็นคนบอกเองว่าข้าจ้างเจ้าสอนดนตรีข้าได้ ข้าแค่อยากมาคุยเรื่องข้อตกลงและสัญญาว่าจ้าง" ฮันเตอร์กล่าวด้วยสายตาใสซื่อพลางยื่นถุงผ้าลินินสีทองปักลายด้วยด้ายสีดำเป็นรูปหมาป่ากำลังอ้าปากหอนกับวงจันทราดูแล้วเหมือนสัญญาลักษณ์ของคนเผ่าพื้นเมืองโบราณให้กับปริ๊น

มนุษย์โลกเปิดดูของด้านในแล้วรีบวางถุงลงบนโต๊ะรับแขกซึ่งตั้งอยู่ตรงหน้าโซฟาที่ฮันเตอร์เพิ่งเดินไปนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยมดูเหมือนเจียมตัวมาก

"นายเป็นใครกันแน่" สีหน้าของปริ๊นเริ่มจริงจังขึ้นเมื่อเห็นแท่งทองคำแท้ขนาดความยาวประมาณหนึ่งนิ้วห้าแท่งบรรจุอยู่ภายในถุงผ้าที่ฮันเตอร์มอบให้เขา

"ข้าคือทายาทของราชาเมืองไลแคนโทรป เจ้าจะเรียกพวกเราว่ามนุษย์หมาป่าหรือแวร์วูล์ฟก็ไม่ผิด แต่พวกเราไม่เคยทำร้ายมนุษย์เหมือนหนังทีวีที่พวกเจ้าชอบดูกัน ว่ากันจริง ๆ แล้วการแปลงคนธรรมดาเป็นมนุษย์หมาป่าถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากที่สุดเพราะมนุษย์ธรรมดาอ่อนแอเกินไป ถ้าถูกพวกเรากัดจริง ๆ ก็คือตายสถานเดียว พวกเรามีระบบสืบพันธุ์ที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ธรรมดาและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างกองทัพด้วยการแปลงมนุษย์ หรือถึงแม้ว่าเราจะสามารถแปลงมนุษย์เพื่อรับใช้พวกเราได้จริง ๆ มนุษย์ก็ต้องใช้เวลาฝึกร่างกายอีกหลายปีกว่าจะร่วมสู้รบกับพวกเราได้" ฮันเตอร์อธิบายในขณะที่นั่งมองกีต้าร์ที่ตั้งอยู่ข้างตู้วางโทรทัศน์ด้วยท่าทางสนอกสนใจ

"ถ้าอยากเล่นก็เปิดออกมาได้" ปริ๊นยักไหล่ แต่ฮันเตอร์ยังไม่กล้าขยับตัว เจ้าของบ้านจึงเดินไปหยิบกีตาร์ออกมาจากกล่องหนังแล้วยื่นให้แขก

"ทำไมนายถึงอยากเรียนดนตรีของมนุษย์ เอ่อ...ธรรมดาอย่างพวกเรา" ปริ๊นลากเก้าอี้มานั่งที่ฝั่งตรงข้ามของเจ้าขาวซึ่งตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่ามันได้กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าจริง ๆ เพราะเขาเห็นแววตาของฮันเตอร์ที่จ้องกีตาร์ของเขาซึ่งเป็นแววตาเดียวกันกับเจ้าขาวเวลาที่มันนั่งฟังเขาบรรเลงเพลง

"วันที่ข้าเกือบตายเพราะโรคประหลาดบางอย่าง" ฮันเตอร์ละรายละเอียดของเรื่องฟีโลโมนออกเพราะรู้ว่าพูดไปมนุษย์ธรรมดาก็ไม่มีวันเข้าใจ

"ข้าได้ยินเสียงเพลงของเจ้าแว่วขึ้นมา แต่ตอนนั้นข้าคิดว่าข้าคงเพ้อเพราะพิษไข้ จนกระทั่งข้าได้ยินเจ้าเล่นเพลงนั้นในวันที่ข้าเดินทางไปโลกมนุษย์เป็นครั้งแรก ข้าถึงอยากรู้ว่าทำไมในวันนั้น ข้าถึงได้ยินเสียงเพลงของเจ้า ทั้ง ๆ ที่ข้าไม่เคยฟังเพลงของเจ้ามาก่อน" 

ปริ้นถอนลมหายใจยาว ใจหนึ่งก็คิดว่าตอนนี้เขาก็กำลังตกอับสุดขีดเพราะติดค่าเช่าหอพี่รุ้งไว้เกือบสองเดือนแล้ว ส่วนอีกใจหนึ่งก็หวั่นว่าหากวันหนึ่งไอ้หน้าหมานี่เกิดหมั่นไส้เขาขึ้นมา มันจะกระโดดกัดคอเขาหรือเปล่า สัตว์หน้าขน คนหน้าหมา โบราณบอกไม่ให้ไว้ใจซะด้วยสิ...

"เจ้ากลัวข้างั้นเหรอ" ฮันเตอร์เอียงคอถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ

"ระ...รู้ได้ไง" ปริ๊นสะดุ้งเพราะคิดว่าฮันเตอร์อ่านความคิดของเขาออก

"หัวใจเจ้าเต้นแรงกว่าปกติ" ฮันเตอร์ตอบเสียงเรียบแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับเดินสำรวจรอบ ๆ ห้องจนเจอสิ่งที่เขาต้องการ

"มานี่ ข้าจะบอกความลับให้เจ้าฟังอย่างหนึ่ง" เขาหันกลับไปเรียกปริ๊น แล้วชี้ไปที่สร้อยเงินที่ถูกวางอยู่บนชั้นหนังสือในห้องรับแขก "เจ้าเคยได้ยินที่มีคนว่ามนุษย์หมาป่ากลัวเครื่องเงินไหม" 

ปริ๊นกัดริมฝีปาก เขาคิดว่าเขารู้ว่าฮันเตอร์ต้องการจะสื่ออะไรเพราะหลังจากนั้นฮันเตอร์ก็แบมือออกตรงหน้าเขา

"เอาสร้อยเจ้า วางไว้บนมือข้า" ฮันเตอร์สั่ง ปริ๊นทำตามเพราะเขาเองก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าหนังฮอลลิวู๊ดบอกไว้จริงไหม

ทว่าพอปริ๊นวางสร้อยลงบนมือฮันเตอร์ ก็ไม่ปรากฏว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเจ้าชายปีศาจเลยแม้แต่น้อย ทำเอาสีหน้าปริ๊นออกอาการเลิ่กลั่กขึ้นมาทันที

"คราวนี้ลองพูดคำว่า 'เอ็กซูโร' (Exuro)" ฮันเตอร์ออกคำสั่งอีกครั้ง

"เอ็กซูโร" ปริ๊นพูดตาม แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ท่องเหมือนเจ้ากำลังสวดมนต์ ท่องเหมือนชีวิตของเจ้าจะตายหรือจะรอดก็ด้วยคำคำนี้" น้ำเสียงของฮันเตอร์เปล่งออกมาดังกว่าคำพูดปกติ 

ปริ๊นหลับตาตั้งสมาธิแล้วตะโกนดังกว่าเดิม

"เอ็กซูโร!!!"

คราวนี้สายสร้อยที่อยู่บนมือของฮันเตอร์เปลี่ยนเป็นสีเข้มและเนื้อของฮันเตอร์เริ่มไหม้จนแม้แต่ปริ๊นก็ยังได้กลิ่นผิวหนังของเจ้าชายปีศาจถูกเผาผลาญจนเขาต้องรีบเอามือปิดจมูก

"อ๊าก!!!" ฮันเตอร์ร้องออกมาเสียงดัง สีหน้าของเจ้าชายหนุ่มซีดลงจนเห็นได้ชัด 

"บ้าหรือเปล่า" ปริ๊นปัดสายสร้อยออกจากมือของฮันเตอร์

"ถ้าเจ้ากลัวข้า ก็ใส่สร้อยเส้นนั้นไว้ จำบทสวดไว้ให้ดี ข้ารับรองว่าจะไม่มีชาวไลแคนโทรปคนไหนที่จะทำร้ายเจ้าได้" ฮันเตอร์กัดฟันข่มความเจ็บปวดของเขาไว้ 

แผลจากเครื่องเงินจะหายช้ากว่าแผลจากอาวุธอย่างอื่น แต่เขาเป็นอัลฟ่า เขาแน่ใจว่าอีกไม่กี่ชั่วโมง แผลนี้ก็จะหายเป็นปกติ เขาแค่ต้องทนเจ็บอีกนิดหน่อย แต่ถ้าสิ่งนี้จะทำให้ปริ้นไว้ใจเขามากขึ้น ฮันเตอร์ก็ต้องยอมแฉจุดอ่อนของเขาให้ชายหนุ่มรู้

X

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าจะเป็นจักรพรรดินี
8.5
จุดจบอันน่าสยดสยองบนลานประหารของตระกูลโกรเชสเตอร์ เกิดขึ้นเพียงเพราะเปโตรนิยาบุตรสาวคนโตได้ครองบัลลังก์ ทว่าปาฏิหาริย์นำพาแพทริเซียน้องสาวคนเล็กย้อนเวลากลับมาก่อนโศกนาฏกรรมจะอุบัติ เมื่อเห็นรอยยิ้มของพี่สาว เธอจึงตั้งปณิธานพลิกชะตากรรมครอบครัว หญิงสาวตัดสินใจเสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกเป็นจักรพรรดินีแทน แม้รู้ดีว่าเส้นทางนี้เต็มไปด้วยไฟริษยา การแก่งแย่งชิงดี และเล่ห์เหลี่ยมในราชสำนัก เธอพร้อมเสี่ยงชีวิตเพื่อขัดขวางไม่ให้อดีตอันนองเลือดหวนกลับมาทำร้ายคนที่รักได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณนักลอบสังหารสาวข้ามภพมาสถิตในร่างคุณหนูใหญ่ที่สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว นางตัดสินใจผันตัวเป็นแพทย์ผู้เก่งกาจและรับงานมืดบางคราวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าชีวิตเรียบง่ายกลับถูกทำลาย เมื่อราชสำนักมีบัญชาให้นางวิวาห์กับจวิ้นอ๋องผู้มีดวงตาสีม่วงประหลาด บุรุษผู้นี้มักถูกเหยียดหยามและตั้งข้อสงสัยเรื่องชาติกำเนิด ในสายตาคนทั่วไป การแต่งงานนี้คือการลงทัณฑ์ แต่สำหรับอดีตนักฆ่า นางกลับมองเห็นเสน่ห์เร้นลับในตัวว่าที่สวามี การจับคู่ที่ดูเลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นเด็กถูกทิ้ง แม่บุญธรรมพาหนูรวยล้นแผ่นดิน
9.1
วิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างทารกที่ถูกสลับตัวและทิ้งให้ตายกลางพายุหิมะ เธอรอดชีวิตเพราะหญิงใจบุญเก็บมาเลี้ยง แม้ครอบครัวใหม่จะยากจนข้นแค้นแต่เธอก็ได้รับความอบอุ่นจากพี่ชายทั้งสอง คนหนึ่งแสร้งโง่ซ่อนความฉลาด อีกคนหล่อเหลาเยือกเย็น เมื่อรู้ว่ามารดาบุญธรรมคือทายาทจวนแม่ทัพที่ถูกรังแก เธอจึงใช้พลังวิเศษสื่อสารกับสัตว์เพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตของทุกคน ขณะเดียวกัน ศัตรูผู้มีความทรงจำจากอดีตชาติต้องตกตะลึง เมื่อครอบครัวนี้ที่ควรตายไปแล้วกลับผงาดขึ้นเป็นทั้งจอหงวนและแม่ทัพ พร้อมชิงเกียรติยศที่ตนหมายมั่นไปจนหมด
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่ผัวตัวป่วน! ลุยพาครอบครัวฝ่าวิกฤต
9.8
เสิ่นชิงตื่นมาในร่างแม่สามีใจร้ายกลางกระท่อมผุพังยุคข้าวยากหมากแพง เธอต้องรับมือกับบุตรชายที่โง่ทึ่ม ตะกละ และเห็นแก่ตัว รวมถึงฮั่วปิงสะใภ้ที่ถูกข่มเหง ขณะที่ภัยน้ำท่วมและหิมะถล่มกำลังใกล้เข้ามา เธอจึงใช้ระบบแลกเปลี่ยนสินค้าสุดมหัศจรรย์มาพลิกวิกฤต หญิงสาวจัดการดัดนิสัยลูกชายให้ขยันทำกิน ดูแลสะใภ้และหลานสาวให้ได้กินเนื้อและไข่จนอิ่มหนำ จากสตรีที่ใครต่างชิงชัง เธอได้กลายเป็นผู้นำที่ชาวบ้านและตระกูลเจียงเคารพรัก พร้อมพาทุกคนรอดพ้นความวุ่นวายสู่ความรุ่งเรืองได้อย่างปลอดภัย
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นแม่ม่าย กลายเป็นแม่ของลูกตั้งเจ็ดคน!
7.3
เหยียนชิงชิง ผู้บริหารสาวจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาเป็นหญิงม่ายตั้งครรภ์ที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีกเจ็ดชีวิต เธอต้องรับมือกับญาติสามีที่แสนโลภและจ้องเอาเปรียบทุกทาง หญิงสาวไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครกดขี่ จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว เธอใช้ประสบการณ์และไหวพริบทางธุรกิจที่เฉียบคมเพื่อปกป้องครอบครัวและต่อกรกับความอยุติธรรม เรื่องราวการพลิกชะตานี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อเธอต้องใช้สมองยกระดับความเป็นอยู่ของลูกๆ พร้อมทั้งนำพาหมู่บ้านที่ยากไร้ให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน