APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

หลี่เมิ่งเหยาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหญิงวัยสิบสองปี ในช่วงเวลาวิกฤตที่แม่ของเธอซึ่งเป็นอนุภรรยาผู้อ่อนต่อโลก ถูกใส่ร้ายว่าเป็นต้นเหตุให้ผู้อื่นแท้งลูกจนต้องโทษเนรเทศออกจากจวนตระกูลหลี่ ทว่าการเดินทางสู่ดินแดนลี้ภัยครั้งนี้ไม่ได้สิ้นหวังอย่างที่คิด เมื่อเมิ่งเหยามาพร้อมกับกำไลหยกอเวจี อาวุธวิเศษที่ติดตัวเธอมาจากความตาย แม้ตระกูลหลี่จะพยายามกำจัดพวกเธอเพื่อเอาใจขุมกำลังที่ทรงอำนาจ แต่การตื่นขึ้นของเมิ่งเหยาพร้อมพลังวิเศษลึกลับได้เปลี่ยนโชคชะตาทั้งหมดไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กสาวที่เคยอ่อนแอและยอมคน บัดนี้เธอพร้อมเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของการถูกทอดทิ้งด้วยพลังอันแข็งแกร่งที่ใครก็ยากจะหยั่งถึง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

3 : ยืมกระโถนฉี่ข้างบ้าน

หลังเข้ามาอยู่ในห้องนอนแล้ว สองแม่ลูกกลับพบปัญหาใหญ่ ไม่มีน้ำสะอาดให้ใช้ เฉาซูหลิ่งถึงกับน้ำตาคลอเบ้า นางทำความสะอาดจนเนื้อตัวสกปรกไปหมด ต้องการอาบน้ำให้สดชื่น

ขณะที่ผู้เป็นบุตรสาวนั้น กำลังเป็นกังวลกับห้องสุขาของที่นี่ สภาพผุพังเช่นนั้น เข้าไปทำธุระไม่ได้แล้ว

“ช่างหัวน้ำมันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยหาทางเอา เหยาเอ๋อร์หากเจ้าปวดเบา ก็ใช้กระโถนไปก่อนก็แล้วกัน”

เฉาซูหลิ่งตัดใจจากน้ำสะอาด โชคดีที่ถุงน้ำของนางกับบุตรสาว ยังพอมีน้ำเหลืออยู่ นำมาเทใส่ผ้าสะอาด เช็ดหน้าตาไปก่อนได้

“ท่านแม่กระโถนที่ว่านั่นอยู่ที่ไหนกัน” หลี่เมิ่งเหยาเห็นเพียงเตียงเก่า ๆ หลังหนึ่ง ตั้งอยู่ภายในห้อง

“มันต้องมีสิ แม่ไปหาห้องอื่นดูก่อน”

หลังจากมองหากระโถนฉี่ให้บุตรสาวไม่พบ นางก็รีบเดินออกไปยังห้องอื่น

อย่าว่าแต่กระโถนฉี่ไม่มีเลย กระทั่งตะเกียงกับหินจุดไฟก็หาไม่เจอ นางรีบเดินกลับมาหาบุตรสาวในห้อง สีหน้าจนหนทางแล้วจริง ๆ

“ท่านแม่อีกหน่อยฟ้ามืดสนิทจะแย่เอานะเจ้าคะ” เอ่ยแล้วรอดูว่ามารดาของตนจะทำอย่างไร

“มืดก็ช่างสิ เข้านอนเร็วหน่อยก็แล้วกัน หากปวดเบาจริง ๆ เราค่อยคลำทางไปปลดทุกข์ ตรงสวนข้างหลังนี่ก็ได้”

อืม สติปัญญาของท่านมีเท่านี้จริง ๆ รึ

“ท่านแม่ท่านรออยู่นี่แหละ ข้าจะลองไปถามเรือนด้านข้างนี่ดู” หลี่เมิ่งเหยาเอ่ยขึ้นในที่สุด

“มีคนอยู่ด้วยรึ เงียบขนาดนั้น”

“ข้าไปดูก่อนก็แล้วกัน ท่านไม่ต้องไปหรอก ข้าเป็นเด็กคนพบเห็น ย่อมให้ความช่วยเหลือได้ง่าย หากท่านไปเกรงว่าหน้าตางาม ๆ อย่างท่าน จะทำให้ผู้อื่นหลงเข้าใจผิดได้”

เฉาซูหลิ่งมองบุตรสาวเหมือนเห็นตัวประหลาด

“เหยาเอ๋อร์เหตุใดเจ้าพูดจาฉะฉานเพียงนี้”

ก่อนหน้าเอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาผู้คน ไหนเลยจะกล้าต่อปากต่อคำกับนาง เหมือนในตอนนี้

“ท่านคิดมากไปแล้ว เดี๋ยวข้ากลับมา” นางรีบเดินออกจากเรือนไป

ก่อนจะมืดไปกว่านี้ ต้องรีบหายืมตะเกียงเพื่อนบ้านให้ได้เสียก่อน ประตูเรือนด้านข้างที่มีกำแพงฝั่งขวาติดกับเรือนของนาง ไม่รู้ว่าเจ้าของเป็นใคร หลี่เมิ่งเหยารีบยื่นมือออกไปจับห่วงประตูรูปหัวสิงห์ เคาะเบา ๆ ด้วยความเกรงใจ ไม่ช้ามีชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งเดินออกมาเปิดให้

“เจ้าเป็นใคร”

“เอ่อ พี่ชายข้าเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่เรือนด้านข้างนี้ เนื่องจากเดินทางมาอย่างฉุกละหุก จึงไม่ได้เตรียมตะเกียงกับหินจุดไฟมาด้วย พี่ชายท่านพอจะมีของให้ข้าหยิบยืมหรือไม่ พรุ่งนี้ข้าจะรีบเอามาคืน”

คุณปู่สอนว่ายามขอร้องผู้อื่น ต้องอ่อนน้อมถ่อมตนเข้าไว้ ยามนี้นางจึงยืนตัวเล็กตัวลีบ ทำหน้าตาใสซื่อให้สมกับวัย ของเด็กสาวเจ้าของร่างเดิม แต่ชายผู้นี้ดูเหมือนไม่ค่อยไว้วางใจนาง

ฉีห้าวตงเดินออกมาสำรวจดูรอบ ๆ บริเวณหน้าประตู เกรงว่าจะมีผู้อื่นใช้แม่นางน้อยผู้นี้ มาหลอกล่อคุณชายของตนเอง เมื่อไม่เห็นมีสิ่งผิดปกติใด เขาจึงหันไปเอ่ยกับนาง

“เจ้ารออยู่หน้าประตูนี่แหละ ข้าจะเข้าไปถามคุณชายก่อน”

“ได้เจ้าค่ะ”

อีกฝ่ายหันหลังจากไป พร้อมกับบานประตูที่ปิดลง

มีแขกไม่เชิญเข้าบ้าน ท่าทางระแวดระวังเช่นนี้ หรือว่าจะเป็นคนไม่ดี คิดแล้วก็หันไปมองเรือนหลังที่อยู่ฝั่งซ้าย นั่นยิ่งไม่มีแม้แต่แสงไฟจากตะเกียงน้ำมัน เกรงว่าคงไม่มีผู้อยู่อาศัย

หยวนเหวินเซียวมองผู้เข้ามารายงาน ด้วยสีหน้าประหลาดใจ เดิมทีเรือนของเขาไม่เคยมีใคร มาเคาะประตูเหมือนในวันนี้ วางถ้วยชาที่เพิ่งจิบลงบนโต๊ะ

“เจ้าบอกว่าใครมานะ”

ฉีห้าวตง “เป็นแม่นางน้อยผู้หนึ่งขอรับ บอกว่าเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เรือนด้านข้าง ที่เรือนของนางไม่มีตะเกียงกับหินจุดไฟ เลยอยากมาขอยืมขอรับ”

ซ่งหลินต๋า “น่าจะเป็นบุตรสาวของเรือนหลังนั้นขอรับ”

“เหตุใดใช้เด็กสาวมาขอยืมตะเกียงจากบ้านบุรุษ ไม่รู้จักความเหมาะสมเอาเสียเลย แล้วเด็กนั่นอยู่ไหนแล้วล่ะ” หยวนเหวินเซียวอดตำหนิมารดาของนางไม่ได้

“ข้าให้นางรออยู่หน้าประตูใหญ่ขอรับคุณชาย”

เพราะคุณชายของเขาไม่ชอบสตรี พวกนางมักนำแต่ปัญหามาให้ จึงมีกฎห้ามสตรีที่ไม่รู้จักเข้าใกล้

“ให้นางเข้ามาพบข้าที่ห้องโถงรับแขก ต้อนรับนางให้เป็นทางการ อย่าให้ผู้อื่นนำไปติฉินนินทาเอาได้” หยวนเหวินเซียวไม่อยากมีปัญหาภายหลัง

“ขอรับคุณชาย” ฉีห้าวตงน้อมคำนับรับคำสั่ง

ไม่ช้าฉีห้าวตงก็เดินนำหน้าเด็กสาว เข้ามายังห้องโถงรับแขก หยวนเหวินเซียวนั่งรออยู่บนเก้าอี้ ด้านหลังของเขามีซ่งหลินต๋ายืนอยู่ด้วย

หลี่เมิ่งเหยาลอบสังเกตเรือนหลังนี้ ดูไปแล้วมีแต่บุรุษทั้งนั้น ที่อยู่ด้านนอกสองคนนั้น เหมือนเป็นผู้คุ้มกันทั่วไป ส่วนคนที่เชิญนางเข้ามา ดูเหมือนจะมีตำแหน่งเหนือกว่าคนด้านนอก

คนนั่งบนเก้าอี้มีดวงตาค่อนข้างคมดุ แต่ก็รับกับคิ้วหนาเข้มเฉียงได้รูป ใบหน้านับได้ว่าหล่อเหลาอยู่ไม่น้อย รัศมีรอบกายดูเป็นเจ้านายของทุกคนที่นี่ ดูไปแล้วอายุคงไม่เกินยี่สิบปี

นางนึกสรรพนามที่ใช้แทนตัวเองก่อนหน้า รีบประสานมือน้อมศีรษะลง

“เหยาเอ๋อร์คำนับคุณชายเจ้าค่ะ”

นางเรียกเขาแบบนี้ไปก่อน

หยวนเหวินเซียวหน้าตึงในทันที “ข้ากับเจ้าไม่ได้สนิทกัน อย่าแทนชื่อตัวเองกับข้าเช่นนั้น นี่เจ้ามีชื่อแซ่ว่าอะไร”

นี่รังเกียจนางหรอกรึ

“ข้าชื่อหลี่เมิ่งเหยาเจ้าค่ะ แล้วท่านเล่ามีชื่อเสียงเรียงนามอันใด”

อีกฝ่ายถึงกับผงะ “เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”

อ้าว เจ้ารู้ชื่อข้าได้ แต่ข้ารู้ชื่อเจ้าไม่ได้ นี่มันตรรกะอะไรกัน

นางเผลอทำตัวเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็ก จ้องหน้าเขาตรง ๆ อย่างไม่หวั่นกลัว

“ไม่อยากยืมของแล้วหรือ”

แต่พอเขาเอ่ยเท่านั้นแหละ นางรีบกลืนความโกรธลงท้องไป ฉีกยิ้มอย่างใสซื่อ

“ข้าไม่อยากรู้ชื่อท่านแล้ว แต่ยังอยากยืมตะเกียงกับหินจุดไฟ อ้อ ยืมกระโถนฉี่ด้วยเจ้าค่ะ”

“กระโถนถี่ !” หยวนเหวินเซียวใบหน้าดำคล้ำหลังได้ยิน ตระกูลใดกันสั่งสอนบุตรหลาน ไม่ได้เรื่องถึงเพียงนี้

ฉีห้าวตงหันไปมองซ่งหลินต๋าด้านข้าง ก่อนส่ายหน้าไปมาเหมือนบอกว่า เขาไม่เคยได้ยินเรื่องกระโถนฉี่มาก่อน

“เจ้าค่ะ ห้องสุขาเรือนข้าผุพังไปหมดแล้ว พี่ชายท่านพอจะให้ข้ายืม กระโถนฉี่หนึ่งคืนได้หรือไม่”

พี่ชาย ?! คนได้ยินกลั้นความโกรธที่อยู่ในอกเอาไว้

“หลี่เมิ่งเหยาข้าไม่เคยนับญาติกับคนแปลกหน้า ห้ามเรียกข้าว่าพี่ชายอีก ไม่เช่นนั้น”

หลี่เมิ่งเหยาจ้องหน้าเขา รอฟังคำตอบว่าเขาจะทำอะไรตัวนาง

“ข้าจะไม่ให้เจ้ายืมกระโถนฉี่ !”

ฉีห้าวตง “?”

ซ่งหลินต๋า “...?”

หลี่เมิ่งเหยา “?!”

“ไม่เรียกแล้ว ๆ แต่ว่าท่านจะให้ข้าเรียกท่านว่าอะไรล่ะ” เพื่อกระโถนฉี่นางยอมถอยให้แบบสุด ๆ แล้วนะ

“เรียกข้าว่าคุณชายสามก็พอ”

“ได้ ๆ ขอบคุณคุณชายสามมาก ที่ให้ข้ายืมตะเกียง หินจุดไฟ แล้วก็กระโถนถี่ด้วย”

ด้านได้อายอด ท่องเอาไว้หลี่เมิ่งเหยา

หยวนเหวินเซียวดูเหมือนจะรำคาญนางอยู่ไม่น้อย หันไปสั่งลูกน้อง ไปเอาของที่นางยืมออกมาให้

“คุณหนูหลี่นี่เป็นกระโถนอันใหม่นะขอรับ ยังไม่ได้ผ่านการใช้งานมาก่อน” ฉีห้าวตงรีบอธิบาย เกรงว่านางจะเข้าใจว่าตนเอาของใช้แล้วมาให้

“ขอบคุณพี่ชายมากเจ้าค่ะ หากใช้เสร็จแล้วข้าจะเอามาคืนให้” นางเอ่ยกับฉีห้าวตง

แต่หยวนเหวินเซียวกลับเสียงแข็งใส่นาง

“ไร้ยางอายสิ้นดี กระโถนที่เจ้าฉี่ใส่แล้ว จะเอากลับมาคืนข้าอีกทำไม ข้ายกให้ทั้งหมดนั่นแหละ ไม่ต้องเอามาคืน ทางที่ดีไม่ต้องมาที่เรือนหลังนี้อีก”

รังเกียจข้าจริง ๆ สินะ

หลี่เมิ่งเหยายิ้มหวาน ๆ ใส่เขาไปหนึ่งที “ขอบคุณคุณชายสามเจ้าค่ะ” เอ่ยแล้วหมุนเท้าเดินจากไปในทันที

หยิ่งยโสโอหังยิ่งนัก เชอะ !

กลับเข้าไปในเรือน นางก็มอบของที่ยืมให้กับมารดาในทันที เฉาซูหลิ่งดีใจจนตาเป็นประกาย อย่างน้อยคืนนี้ก็มีแสงสว่าง มีกระโถนให้ปลดทุกข์ยามค่ำคืนแล้ว

“เหยาเอ๋อร์เรือนข้าง ๆ ใครเป็นเจ้าของหรือ วันหลังจะได้ไปทำความรู้จักกันเอาไว้”

“เขาไม่บอกว่าเป็นใคร และห้ามไปยุ่งวุ่นวายกับเขาด้วย ทางที่ดีต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด ของที่เขาให้มา เขาก็ให้เลย ไม่รับคืน” นางเอ่ยด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก

“พิลึกคนแทนที่จะได้ทำความรู้จักกันเอาไว้ ภายภาคหน้าจะได้พึ่งพาอาศัยกัน” เฉาซูหลิ่งมองค้อนไปทางเรือนหลังด้านข้าง

“ท่านแม่ก็เอ่ยเกินไป พวกเรามีอะไรให้เขามาพึ่งพากัน ท่านก็อย่าคิดไปตีสนิทกับพวกเขาเข้าล่ะ”

“ข้าจะไปอยากตีสนิทด้วยทำไม ไม่อยากรู้จักกันก็ไม่ต้องไปสนใจ ต่างคนต่างอยู่อย่างที่เจ้าว่านั่นแหละ”

“ท่านแม่คิดได้ก็ดีแล้ว”

เฉาซูหลิ่งมองค้อนบุตรสาว เจ็บป่วยคราวนี้เหยาเอ๋อร์ของนาง นิสัยเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก แต่พอมองหน้าบุตรสาวก็ต้องส่ายหน้าเบา ๆ ก็ยังเป็นเหยาเอ๋อร์ของนางอยู่ดี เพียงแต่ไม่ได้ขี้ขลาดขี้กลัว อีกทั้งยังพูดเก่งขึ้นกว่าเดิมอีก

เมื่อท้องฟ้ามืดสนิท สองแม่ลูกก็รีบดับตะเกียงเข้านอน ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาตลอดสองวัน ทำให้คนเป็นแม่นอนหลับสนิทลงไปอย่างง่ายดาย

ส่วนหลี่เมิ่งเหยา นางต้องการนอนหลับ เพื่อที่จะได้มั่นใจ ว่าความฝันก่อนหน้า เป็นเรื่องจริงหรือไม่

และเมื่อนางนอนหลับสนิทตามมารดาไป กำไลหยกบนข้อมือ ก็เปล่งแสงสีขาวนวลออกมา ลืมตาขึ้นอีกทีก็อยู่ในความฝันเหมือนเมื่อตอนกลางวัน

สถานที่แห่งเดิม หมอกควันหนาตา ความรู้สึกเงียบสงัด เพียงแต่ไม่มีชายชราเคราขาวผู้นั้น สงสัยดวงวิญญาณดับสูญไปแล้วจริง ๆ หลี่เมิ่งเหยาหมุนกำไลหยกในมือเล่นไปมา

กำไลหยกโลกันตร์

เจ้านี่สินะ ที่ช่วยเปิดกุญแจให้นาง มันส่องแสงสว่างวาบออกมา นางรีบเพ่งสายตามองดูดี ๆ ปรากฏว่าภายในกำไลวงนี้มีภาพสถานที่ต่าง ๆ อยู่ในนั้น พอนางแตะนิ้วที่ตรงไหน พื้นที่ที่นางอยู่ก็เปลี่ยนตามไปด้วย สถานที่เหล่านั้นหมุนเวียนเปลี่ยนไป ตามความต้องการของนาง

มีที่ไหนเป็นตึกสมัยใหม่บ้างไหมนะ

เหมือนกำไลหยกโลกันตร์จะรู้ความคิดของนาง มันกะพริบแสงถี่ ๆ คล้ายไม่พอใจ

“เอาล่ะ ๆ ข้าขอโทษ ไม่คิดถึงที่นั่นแล้วก็ได้ มีแต่ป่าเขาเต็มไปหมด ไม่เห็นจะมีบ้านคนเลย”

นางเลื่อนดูแผนที่ไปเรื่อย ๆ พบว่ามันสามารถขยายภาพขึ้นได้ ตามความคิดของนาง เลื่อนดูจนเกือบครบรอบวงกำไล กลับไม่พบสถานที่ ที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย กระทั่งสายตาของนางมาหยุดอยู่สถานที่สุดท้าย

มีเรือนสี่ประสานอยู่แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนยอดภูเขาสูงชัน พบน้ำตกธรรมชาติที่ไหลลู่ลงสู่เบื้องล่าง

ที่นี่แหละ !

นางหลับตาใช้ความคิดเลือกสถานที่ พอลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเอง กำลังยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน ด้านหลังเป็นเรือนสี่ประสานสภาพเก่า ดูขลังทรงพลังเป็นอย่างมาก จึงได้เดินเข้าไปสำรวจดูภายในเรือน

พบว่ามีอยู่ทั้งหมดสี่เรือนด้วยกัน เรือนแรกที่นางเข้าไปดูเป็นห้องเก็บสมุนไพรแ ละตำรายาเต็มไปหมด มีกระทั่งยาที่ถูกปรุงเสร็จเก็บไว้อยู่ตามลิ้นชัก

มีทั้งวิธีการผลิต การรักษา นี่มันยาเทวดารึไง บางตัวเขียนไว้ว่า รักษาได้สารพัดโรค

นางยังไม่เข้าใจเรื่องยาโบราณ จึงเดินออกจากเรือนหลังแรกไปยังหลังที่สอง ที่นี่เป็นเหมือนห้องหนังสือทั่วไป มีตำรามากมาย พร้อมสี่สิ่งล้ำค่าของห้องหนังสือ

เรือนที่สามเป็นเหมือนที่อยู่อาศัย มีเตียงนอนและของใช้ครบครัน ดูไปแล้วผู้พักอาศัยก่อนหน้าคงอยู่เพียงลำพัง

แต่สิ่งที่ทำให้นางตื่นตาตื่นใจมากที่สุด กลับเป็นเรือนหลังที่สุด เปิดไปเข้านางก็ได้กลิ่นอายของความร่ำรวยในทันที เพราะมันคือห้องเก็บสมบัติของที่นี่ ทั้งไข่มุกทั้งก้อนทองคำ ทองคำแท่ง และสิ่งล้ำค่ามากมาย

นางมาจากโลกยุคปัจจุบัน สิ่งของเหล่านี้ล้วนประเมินราคาไม่ได้ ท่านเซียนที่เคยบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่ ท่านคงไม่ได้ละทิ้งทางโลกอย่างแท้จริง ถึงได้ยังเก็บสะสมของล้ำค่า เอาไว้มากมายถึงเพียงนี้

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มหัวใจเต้นแรง กลายเป็นห่อเหี่ยวลงในทันใด หลังนึกได้ว่า

ข้าอยู่ในความฝัน ?!

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณชายลงจากสวรรค์
8.5
ความเชื่อมั่นที่ธิชามีต่อคุณชายธาวินแห่งตระกูลธนาภูวนัตถ์ต้องจบลงเมื่อเธออายุสิบแปดปี ชายผู้เคยปกป้องเธอได้แปรเปลี่ยนเป็นคนโหดร้ายที่กักขังและมองเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่า ชีวิตของหญิงสาวจมดิ่งสู่วังวนแห่งความมืดมน ทว่าโชคชะตาก็นำพาบุรุษลึกลับเข้ามาประดุจแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เขาหยิบยื่นความหวังเพื่อฉุดรั้งเธอจากขุมนรก แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความรักนั้นคือคมหนามที่พร้อมจะทิ่มแทง การรับความช่วยเหลือจากเขาอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะพลิกผันชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง กำเนิดจิ้งจอกน้อยจอมซ่าส์
9.8
ชีวิตใหม่ของวิญญาณข้ามภพในร่างสตรีสูงศักดิ์ต้องพลิกผัน เมื่อวิกฤตบังคับให้เธอตั้งครรภ์กับชายลึกลับ ทารกที่ลืมตาดูโลกกลับเป็นลูกจิ้งจอกสุดฉลาดที่หวงมารดาเป็นที่สุด สองชีวิตต้องยืนหยัดฝ่าฟันคำดูถูกจากญาติใจร้ายและศัตรูรอบทิศ แต่ความวุ่นวายก็บังเกิดเมื่อบิดาตัวจริงก้าวเข้ามาหมายจะช่วงชิงทั้งเธอและทายาทกลับไป ร้อนถึงจิ้งจอกน้อยที่ต้องออกหน้ากางปีกป้องมารดา พร้อมประกาศกร้าวให้บิดาแท้ๆ ไปต่อแถวรอการพิจารณาเสียใหม่ เพราะในใจของเจ้าตัวแสบมีท่านลุงเพื่อนบ้านผู้มั่งคั่งเป็นผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งที่หมายมั่นให้มาดูแลมารดา
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง หงส์พันปี
8.4
ชีวิตขององค์หญิงเฉินเสียนพังทลายเมื่อถูกใส่ความว่าโง่เขลา นางถูกขับออกจากจวนด้วยใบหน้าที่ยับเยินทั้งที่กำลังอุ้มท้อง ทว่าความเจ็บปวดได้หล่อหลอมนางขึ้นใหม่ ในวันที่อดีตสวามีเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสกับอนุภรรยา นางหวนกลับมาปรากฏตัวท่ามกลางแขกเหรื่อเพื่อมอบบทเรียนครั้งใหญ่ หญิงที่เคยถูกมองว่าอ่อนแอไร้ทางสู้ ได้ลงมือจัดการผู้ที่มาทีหลังด้วยความเฉียบขาดและรุนแรงจนทุกคนตกตะลึง การทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้คือการประกาศสงครามที่จะสั่นสะเทือนทุกขั้วอำนาจที่เคยทำลายชีวิตนาง
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าทำนาให้รวยเป็นมาเฟีย
9.3
หลังทะลุมิติ ซ่งอิงปรารถนาเพียงวิถีเกษตรกรและมุ่งมั่นที่จะครองตัวเป็นโสด ทว่าขวดหยกวิเศษที่ติดตัวมากลับมอบมิติลับและอิทธิฤทธิ์ในการสยบปีศาจให้แก่เธอ ผืนนาจึงกลายเป็นที่พำนักของสิ่งมีชีวิตพิศวง ทั้งภูตโสมที่อุปการะเป็นบุตร ปีศาจกบ ลาที่หัวเราะได้ และไก่ที่โบยบินบนฟ้า หญิงสาวกอบโกยความมั่งคั่งพร้อมสะสมบุญจากการปราบมารเพื่อมุ่งสู่การเป็นเซียนในภพหน้า แต่ชีวิตอันแสนสงบก็พังทลาย เมื่อสามีในนามซึ่งเชื่อกันว่าสิ้นชีพไปแล้ว กลับปรากฏตัวอีกครั้งด้วยยศบรรดาศักดิ์เป็นถึงขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจ