APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด

สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด

ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา เปมิกาอุทิศตนเพื่อผลักดันเจษฎากรจากดาราไร้ชื่อเสียงจนก้าวสู่จุดสูงสุดในฐานะซูเปอร์สตาร์ ทว่าความซื่อสัตย์ของเธอกลับถูกทรยศอย่างเลือดเย็น เมื่อพบว่าเขาแอบลักลอบคบชู้กับดุจดาวมานานหลายปี มิหนำซ้ำเขายังทำร้ายร่างกายเธอจนพังยับเยินและเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียลูกในครรภ์ไปอย่างไม่มีวันกลับ ความรักที่เคยลึกซึ้งจึงมลายหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงความแค้นอันเยือกเย็น เปมิกาตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม โดยเริ่มวางแผนการทำลายชื่อเสียงและอนาคตในวงการของเขาให้ย่อยยับแบบเดียวกับที่เธอเคยเผชิญ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ฉันทุ่มเททุกอย่างตลอดสิบปีเพื่อปั้นสามีของฉัน เจษฎากร จากนักแสดงข้างถนนจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์

แต่แล้วฉันก็พบว่าเขาแอบคบชู้กับดุจดาว ดาราสาวที่ฉันเป็นคนเลือกมากับมือ มานานหลายปีแล้ว

เขาไม่เพียงแต่ดูถูกเหยียดหยามฉัน แต่ยังใช้เงินที่เราร่วมกันหามาซื้อบ้านและรถหรูให้ผู้หญิงคนนั้น

ที่เลวร้ายที่สุดคือ ตอนที่ฉันกำลังตั้งท้อง เขาสั่งให้คนมาทำร้ายฉันจนแท้งลูก ทำลายทั้งร่างกายและจิตใจของฉันจนย่อยยับ

ความรักและความไว้ใจที่ฉันมีให้พังทลายลงในพริบตา ฉันไม่ใช่เปมิกาคนเดิมที่เคยอ่อนแออีกต่อไปแล้ว

ฉันจึงวางแผนแก้แค้นอย่างเลือดเย็นที่สุด ฉันจะทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และอนาคต เหมือนที่เขาเคยทำลายชีวิตของฉัน

บทที่ 1

เปมิกา POV:

"คุณเปมิกาคะ คุณแน่ใจนะคะว่าอยากทำแบบนี้" เสียงเลขาของฉัน เอมอร ถามมาตามสายโทรศัพท์ น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความกังวล

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างออฟฟิศ ภาพตึกระฟ้าเบื้องล่างดูเลือนรางราวกับไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริงสำหรับฉันอีกต่อไปแล้ว

ความรู้สึกที่ปวดร้าวอยู่ในอกมันจุกเสียดจนพูดไม่ออก ฉันไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

"เอมอร เธอได้ยินที่ฉันพูดไหม" ฉันพยายามบังคับเสียงตัวเองให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ฉันต้องการให้เธอทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง"

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ความเย็นเฉียบแล่นไปตามสันหลัง มันไม่ใช่ความหนาวจากแอร์ แต่เป็นความหนาวจากข้างใน

"เตรียมเอกสารทั้งหมดที่ฉันบอกไว้ ทุกอย่างต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่กำหนด"

ฉันบอกเธอไปอย่างใจเย็น แต่ภายในใจฉันกำลังลุกเป็นไฟด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง

เอมอรเงียบไปครู่หนึ่ง คงจะประหลาดใจกับความเด็ดขาดของฉัน ปกติแล้วฉันไม่ใช่คนแบบนี้

"ค่ะ คุณเปมิกา ดิฉันจะจัดการให้เรียบร้อยทุกอย่างค่ะ" เธอตอบรับอย่างหวั่นๆ ก่อนจะวางสายไป

ฉันวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงาน มันเป็นโทรศัพท์เครื่องเดียวกับที่ฉันเคยใช้คุยกับเจษฎากรหลายร้อยครั้ง

คุยกันถึงเรื่องอนาคตของเราสองคน

ฉันหลับตาลง ภาพของเจษฎากรก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที

"เปมิกา นี่เธอจะทำอะไรของเธอ!" เสียงหงุดหงิดของเขาดังขึ้นเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ตอนที่เราทะเลาะกัน

เขาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เห็นฉันกำลังจัดเสื้อผ้าบางส่วนใส่กระเป๋าเดินทาง

ฉันจำได้ดีว่าวันนั้นหัวใจฉันเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวด เหมือนมีมีดนับร้อยเล่มกรีดลงไป

ฉันพยายามซ่อนความเจ็บปวดนั้นไว้ภายใต้สีหน้าที่เรียบเฉย

เขาสบตาฉัน สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความรัก ตอนนี้กลับมีแต่ความหงุดหงิดและไม่เข้าใจ

"ฉันแค่อยากจะพักผ่อนบ้าง เจษฎากร" ฉันตอบไปอย่างเหนื่อยอ่อน

ฉันยังจำได้ดีว่าตอนนั้น น้ำเสียงของฉันมันสั่นเครือแค่ไหน แต่เขากลับไม่สังเกตเห็นเลย

เขามองกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ตรงหน้า เหมือนมันเป็นของแปลกปลอม

"พักผ่อน? ตอนนี้เนี่ยนะ? เธอรู้ไหมว่าฉันกำลังยุ่งแค่ไหน!" เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดัง

เขาไม่เคยคิดเลยว่าฉันเองก็เหนื่อยและเจ็บปวดมากพอแล้ว

"ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันมีบางอย่างจะบอกเธอ" เขาพูดต่อ ตอนนั้นฉันรู้แล้วว่าเรื่องที่เขาจะบอกมันคืออะไร

ความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ฉันก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน

เขาเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองฉันด้วยแววตาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

"ฉันคบกับดุจดาวมาหลายปีแล้ว เปมิกา"

คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ฉันยืนนิ่ง ตัวชาไปทั้งตัว

ความจริงที่ฉันพยายามปฏิเสธมาตลอด ตอนนี้มันถูกตอกย้ำด้วยคำพูดของเขาเอง

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า

"ฉันรักเธอ เปมิกา แต่ดุจดาว...เธออ่อนโยน เธอเข้าใจฉันมากกว่า"

เขาพูดออกมาอย่างง่ายดาย ราวกับว่าฉันเป็นเพียงตัวเลือกหนึ่ง

"ฉันรู้สึกผิดนะ แต่ฉันก็ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของดุจดาวด้วย"

ความผิดชอบต่อผู้หญิงคนอื่น ที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง เสียงนั้นมันบาดลึกเข้าไปในใจของฉัน

ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันพยายามตอบอะไรบางอย่าง แต่เสียงมันติดอยู่ตรงลำคอ

ฉันเคยเป็นคนแบบไหนนะ? เปมิกาคนเก่าคงจะกรีดร้อง ร้องไห้

คงจะอาละวาดใส่เขาแล้ว แต่เปมิกาคนนี้กลับนิ่งเฉย

ฉันแค่มองหน้าเขา แล้วพยักหน้าช้าๆ

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจษฎากร เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกขื่นขม

เขาโล่งใจที่ฉันไม่โวยวาย เขายิ้มราวกับว่าภาระอันหนักอึ้งได้หลุดพ้นไปแล้ว

"ฉันรู้ว่าเธอต้องเข้าใจ เปมิกา" เขากล่าว

"ดุจดาว เธอใสซื่อ เธอไม่เหมือนเธอเลยนะเปมิกา"

คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงไปซ้ำๆ บนบาดแผลที่ยังสดใหม่

"เธอควรจะเรียนรู้จากดุจดาวบ้างนะ" เขายังคงพูดต่อโดยไม่สนใจความรู้สึกของฉัน

"เธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวของฉัน เปมิกา เธอต้องคอยสนับสนุนฉัน"

โทรศัพท์ของเจษฎากรดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วเดินออกไปคุยที่ระเบียง ทิ้งให้ฉันยืนอยู่คนเดียวในห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเรา

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ภาพสะท้อนของฉันในกระจกดูแตกต่างจากเมื่อสิบปีก่อนมาก

สิบปีที่แล้ว ฉันคือเปมิกา ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความฝัน

ผู้หญิงที่ตกหลุมรักเจษฎากร นักแสดงข้างถนนที่ไม่มีใครรู้จัก

ฉันเห็นแววตาของเขา แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความฝัน

ฉันเชื่อในตัวเขา เชื่อว่าเขาสามารถเป็นซูเปอร์สตาร์ได้

ฉันทุ่มเททุกอย่าง ทั้งเวลา สุขภาพ และเงินส่วนตัว

เราสองคนช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมา

ฉันจำได้ว่าตอนนั้น เราเคยนั่งกินข้าวด้วยกันบนพื้นออฟฟิศเล็กๆ

เราเคยหัวเราะด้วยกัน เคยร้องไห้ด้วยกัน

เขาเคยบอกฉันว่า "เปมิกา เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน"

หลังจากที่เขามีชื่อเสียงโด่งดัง เขาก็ยังคงแสดงความรักกับฉันอย่างเปิดเผย

ในงานประกาศรางวัลใหญ่ เขาคุกเข่าลงต่อหน้าผู้คนนับร้อย

แล้วพูดว่า "เปมิกา ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างผมมาตลอด ผมรักคุณ"

ฉันรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก

แต่แล้วความจริงก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา

ฉันเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ

เขาเริ่มกลับบ้านดึกขึ้น อ้างว่าติดงาน

ฉันเริ่มเห็นรูปของดุจดาวในโทรศัพท์ของเขา

รูปที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน

ดุจดาว นักแสดงสาวดาวรุ่งที่ฉันเป็นคนเลือกมาให้เขาร่วมงานด้วย

เธออ่อนหวาน น่ารัก ใครๆ ก็ชอบเธอ

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นคนที่มาแย่งทุกอย่างไปจากฉัน

ฉันจำได้ว่าตอนนั้น เจษฎากรเริ่มมอบบทบาทสำคัญที่ฉันหามาให้เขา ไปให้ดุจดาวแทน

เขาบอกว่าดุจดาวเหมาะกับบทนี้มากกว่า ฉันเริ่มสงสัย แต่ก็พยายามไม่คิดมาก

ความเจ็บปวดที่ถูกทรยศมันยากที่จะรับไหว

แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือตอนที่ฉันเห็นรูปของดุจดาวบนอินสตาแกรมของเธอ

รูปที่เธอกำลังสวมแหวนคู่กับเจษฎากร

พร้อมแคปชั่นว่า "ของขวัญครบรอบของเรา"

ฉันกำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อ

ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าความรักที่ฉันทุ่มเทให้ทั้งหมดจะจบลงแบบนี้

จบลงด้วยการทรยศหักหลังอย่างเลือดเย็น

"เปมิกา! เธออยู่ไหน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย!" เสียงของเจษฎากรดังขึ้นจากชั้นล่าง

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ

ได้เวลาเผชิญหน้ากับความจริงแล้ว ไม่ใช่เปมิกาคนเก่าที่เคยอ่อนแอและร้องไห้

แต่เป็นเปมิกาคนใหม่

คนที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

ฉันเดินลงไปชั้นล่าง รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้า

เจษฎากรกำลังยืนรอฉันอยู่ตรงบันได ใบหน้าของเขาดูไม่พอใจ

"เธอไปทำอะไรมา ทำไมฉันถึงถามแล้วเธอไม่ตอบ" เขากล่าว

"ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ" ฉันตอบไปอย่างเฉยชา

ฉันรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

และฉันจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่ๆ

ฉันจะเอาทุกอย่างของฉันคืนมา

ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง  ปรารถนารักครั้งใหม่
9.7
เมื่อความรักครั้งเก่าจบลงด้วยความช้ำ หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความหวังจึงเลือกก้าวเดินต่อไปข้างหน้า โดยตั้งมั่นว่าจะตามหาผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ในอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ทว่าเส้นทางการค้นหาครั้งนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มแสนจองหองผู้ไร้ความสำนึกผิดในหัวใจ ชายผู้ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดแม้กระทั่งนรกภูมิก็ยังมองเป็นเพียงเรื่องตลก การเผชิญหน้าระหว่างหญิงสาวผู้กอดเก็บความหวังกับชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจจึงปะทุขึ้น ท่ามกลางอุปสรรคและบททดสอบแสนท้าทายที่รอให้พวกเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]
8.8
ชายหนุ่มผู้ที่วิ่งหนีข้อผูกมัด แต่ต้องมาเจอหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาผูกมัดและล่ามเขาไว้ในสถานะ'สามีที่ถูกต้องตามกฏหมาย' คราแรกรังเกียจนักหนา แต่เอาไปเอามากลับเป็นเขาที่วิ่งตามล่า&มัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล ------------------------------ แสงตะวัน หนุ่มใหญ่วัยสามสิบหก เจ้าของฟาร์มแสงตะวัน ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้มากด้วยเงินทองและเสน่ห์ --------- เหมือนดาว สาวแสนสวย เปรี้ยว เฉี่ยวและน่ารัก ผู้มีมาดมั่น และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ êตัวอย่างสักเล็กน้อย [น้ำจิ้ม] ê "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า ผมแค่บอกว่าจะยืดเวลาหย่าไปอีกสามปี เพื่อเหมือนดาวจะได้พิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าสามารถดูแลอะไรต่อมิอะไรได้เอง ไม่ใช่เอาไปทำโดยไม่มีประสบการณ์ไม่นานเดี๋ยวก็เจ้ง หรือไม่ก็ขาดทุนเหมือนครั้งก่อนจนผมต้องเหนื่อยมาทำให้มันฟื้นขึ้นมาอีก” แสงตะวันเลยอธิบายด้วยความใจเย็นอีกครั้งหลังจากทนายบอกไปในรอบแรก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีใครอยากเชื่อ “ถ้าถึงสามปีแล้วคุณเห็นว่าฉันยังไม่พร้อมเหมือนวันนี้ล่ะ”คนไม่ยอมใครเลยรีบยิงคำถามตรงๆ “คุณก็คงต้องไปฟ้องเอาแล้วล่ะ และผมขอแนะนำให้หาทนายเก่งๆ ไว้ด้วยนะ เพราะคุณสุทินฝีมือไม่เป็นสองรองใคร แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาเบิกจากผมแม้แต่บาทเดียว” “ว่ายังไงล่ะ จะเอายังไงก็บอกมา คุณสุทินจะได้ทำข้อตกลงร่วมกันอีกรอบ” แสงตะวันไม่ใคร่จะแยแสนักว่าเด็กสาวตรงหน้าจะคิดยังไง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยทุกอย่างให้พังลงมาอีกรอบได้แน่ “ฉันจะไม่หย่าและจะทำงานที่นี่อย่างที่คุณต้องการ ถ้าคุณตกลงจะจัดงานแต่งงานระหว่างเราให้ทุกคนรอบข้างคุณและฉันรับรู้ ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านของคุณในฐานะภรรยาไม่ใช่ฐานะพนักงานธรรมดาๆ ทุกคนรอบข้างคุณจะต้องให้ความนับหน้าถือตาว่าฉันที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆ กับคุณในทุกๆ เรื่อง พอครบสามปีหรืออาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นที่คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถจะบริหารงานเองได้ เราถึงจะหย่ากัน” “ผมไม่ได้อยากมีเมีย และไม่คิดว่าจะมีด้วย โดยเฉพาะเมียเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดด้วยซ้ำ” “ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามของคุณเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกันใดๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ยกเว้นให้คนรอบข้างรับรู้ และฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเหนือบรรดาคู่นอนของคุณเท่านั้น ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้หรอก เพราะฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน เราจะให้อิสระกันและกันในเรื่องนี้ คุณจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ฉันไม่สน และในทางเดียวกันคุณก็ต้องไม่สนด้วยว่าฉันจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ แฟร์ไหมคะวิธีนี้” “ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่อยากจะได้อำนาจบริหารคืนเหมือนคุณนี่”
ภาพปกนิยายเรื่อง ร่วงลงทีละขั้น: ประธานาธิบดีผู้ไม่ถือศีลตกอยู่ในความรักอันร้อนแรง
9.3
เนี่ยซือต้องเผชิญกับความอัปยศที่ถูกจีเหิงกักขังไว้ในฐานะของเล่นลับ ๆ เมื่อเขากำลังจะแต่งงาน เธอจึงหวังจะหลุดพ้นและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าในงานดูตัวเธอกลับถูกแฉเรื่องราวอันเลวร้ายของครอบครัว พร้อมทั้งข่าวลือเสียหายจนไร้ซึ่งศักดิ์ศรี แต่แล้วจีเหิงผู้ทรงอิทธิพลกลับปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด พร้อมประกาศต่อหน้าทุกคนอย่างทรงพลังว่าเธอคือคนของเขา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนในงาน เนี่ยซือได้แต่สับสนและตั้งคำถามในใจว่า เหตุใดชายหนุ่มที่ควรจะเข้าพิธีวิวาห์ของตัวเองในวันนี้ ถึงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาปกป้องเธอตรงหน้าเธอไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง ลูกเขยจอมราชันย์กลับมาแล้ว
9.5
เสี่ยวเทียนต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อสิบห้าปีก่อน หลังเสี่ยวซวนลี่ฆ่าพ่อแม่ของเขาเพื่อฮุบสมบัติและแสร้งอุปการะเลี้ยงดูอย่างเสแสร้ง ทว่าเมื่อเสี่ยวเทียนเติบโตจนสร้างธุรกิจระดับโลกได้สำเร็จ เขากลับถูกลุงแท้ๆ วางแผนใส่ร้ายในคดีอื้อฉาวจนสิ้นเนื้อประดาตัวและต้องลี้ภัยไปต่างแดน ห้าปีผ่านไป เขากลับมาอีกครั้งในฐานะผู้นำกองกำลังติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก พร้อมด้วยความมั่งคั่งและอำนาจล้นฟ้าที่แม้แต่นายกเทศมนตรียังต้องยอมสยบ ถึงเวลาที่เขาจะเปิดโปงความชั่วร้ายและบดขยี้ศัตรูที่เคยดูถูกให้ต้องสยบแทบเท้า
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อรักย่อมต้องเจ็บ
8.4
ชีวิตที่เคยเพียบพร้อมและน่าอิจฉาของเสิ่นซูต้องพังพินาศลงอย่างไม่มีชิ้นดี เธอสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกที่ต้องสูญเสียจากการทำแท้ง รูปร่างหน้าตาที่ต้องเสียโฉม หน้าที่การงานที่เคยรุ่งโรจน์กลับต้องดับวูบลง ตลอดจนชื่อเสียงที่ถูกทำลายจนกลายเป็นขี้ปากและถูกผู้คนรอบข้างดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งโศกนาฏกรรมอันแสนรันทดทั้งหมดในชีวิตของเธอนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากน้ำมือของชายหนุ่มที่ชื่อฟู่เซินเหยียนแต่เพียงผู้เดียว เรื่องราวอันเลวร้ายนี้เป็นสิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า การมอบความรักให้แก่คนผิดคนสามารถทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้พังทลายลงได้อย่างแทบไม่เหลือชิ้นดีได้อย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กในปกครอง
9.7
เมื่อความสัมพันธ์ที่ไร้ความชัดเจนกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตในชีวิต หญิงสาวที่ปรารถนาจะเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับใครสักคนเพื่อก้าวข้ามอดีต กลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าอึดอัดใจจากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของชีวิต เขาประกาศกร้าวอย่างหนักแน่นว่าระหว่างเราสองคนไม่เคยมีคำว่าเลิกรากันเลยสักวินาทีเดียว และสถานะเดิมก็ยังคงดำเนินอยู่ตลอดเวลา การผูกมัดในฐานะเด็กในปกครองที่เขาไม่คิดจะปล่อยมือไปง่ายๆ กลายเป็นเงาตามหลอกหลอนที่ตรึงเธอไว้ แล้วเธอจะเปิดใจต้อนรับคนใหม่เข้ามาได้อย่างไร ในเมื่อเขายังคงสลัดไม่หลุดเช่นเดิมๆ