APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรักพญามาร

พยศรักพญามาร

9.5 / 10.0
จากความรักที่เคยหวานซึ้งกลับกลายเป็นความทุกข์ทรมานใจ เหมียวพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพาตัวเองให้หลุดพ้นจากกรงขังของพี่วิน ชายหนุ่มใจร้ายที่คอยใช้กำลังบังคับและข่มขู่จะลงทัณฑ์เธออย่างโหดเหี้ยม แม้ร่างกายและจิตใจจะต้องบอบช้ำจากแรงอารมณ์ของเขา แต่เธอก็ยังกล้าตัดพ้อที่เขาไม่เคยเห็นใจคนไร้ทางสู้เช่นเธอเลย ยิ่งความขัดแย้งทวีความรุนแรง เหมียวก็ยิ่งพลั้งปากประกาศว่าจะหนีไปจากเขาให้ได้ โดยไม่ทันคิดเลยว่าคำพูดท้าทายนั้นจะยิ่งกระตุ้นให้พญามารอย่างเขาคิดบทลงโทษที่แสนสาหัสและทารุณยิ่งกว่าเดิมเพื่อกักขังเธอไว้

พยศรักพญามาร ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

“ช่วยด้วยๆ ขโมย ช่วยจับขโมยหน่อย”

เสียงร้องตะโกนดังไล่หลังมาไม่ทำให้วิฬาร์กลัวได้เท่ากับเสียงตึกๆ วิ่งตามไล่หลังมาติดๆ พร้อมคำพูดที่บอกให้จับเธอเอาไว้อย่าให้หนีไปได้นั่นอีก ทำให้กลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น เท้าเรียวยาวสาวไปข้างหน้ารัวเร็วถี่ยิบจนแทบจะพันกัน ในหัวใจอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดหวาดหวั่น กลีบปากสีชมพูอ้าเล็กน้อย สูดเอาลมหายใจอัดเข้าในปอดแรงๆ เพื่อเสริมให้มีแรงวิ่งหนีจากเงื้อมมือคนใจร้ายต่อไป

‘ไม่น่าเลยเธอ...ไม่น่าเชื่อใจยอมออกมากับไอรินเลย ไม่งั้นคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น’

วิฬาร์ก่นด่าตัวเองในใจ รู้ดีอยู่แล้วยายแม่เลี้ยงตัวแสบคอยจ้องหาโอกาสที่จะกำจัดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในเมื่อเธอเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สมบัติซึ่งผู้เป็นพ่อทิ้งเอาไว้ให้ เป็นเสี้ยนหนามสำคัญที่ทำให้ไอรินไม่สามารถใช้จ่ายเงินตามอำเภอใจได้เหมือนตอนที่บิดายังมีชีวิตอยู่

อันที่จริงเธอก็คอยระมัดระวังตัวอยู่เสมอๆ แต่ไม่นึกว่าวันนี้จะมาพลาดท่าเสียที เพราะความเห็นอกเห็นใจ แล้วก็ลืมไปว่าคนเรา สันดอนน่ะขุดได้ แต่สันดานนะฝังแน่นอยู่ในกาย นิสัยคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ภายในเวลาไม่กี่วัน แม้จะพยายามปกปิดยังไง แต่หลายครั้งก็ยังคงแสดงออกมาทางดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความเกลียดชัง อิจฉาริษยาอยู่เสมอ

ไอรินวางแผนไว้แต่แรกแล้ว ถึงได้แกล้งทำเป็นมีไข้เอาในวันที่คนขับรถไม่อยู่ ภาระในการขับรถพาหล่อนไปส่งโรงพยาบาลจึงเป็นหน้าที่ของผู้ร่วมบ้านอย่างเธอ ที่เมื่อเห็นคนป่วยจะทำเป็นคนใจจืดใจดำอยู่ได้ยังไงกันล่ะ ที่เลวร้ายกว่านั้น ใครจะไปคิดกันล่ะว่าอาคารที่จอดรถของโรงพยาบาลนั่นน่ะ แท้ที่จริงคือสถานที่ซึ่งไอรินได้แอบนัดหมายกับคนของไอ้เสี่ยตัณหากลับมาจับเอาตัวไป

มือบางยกขึ้นปาดซับหยาดหยดเหงื่อบนวงหน้านวลแดงปลั่ง พร้อมเป่าพ่นลมหายใจออกจากปากบรรเทาความเหนื่อยล้า อยากหยุดพักใจจะขาด แต่เมื่อเหลียวมองไปด้านหลัง ชายร่างหนาใหญ่หน้าตารกครึ้มด้วยไรหนวดและเคราอย่างน่ากลัวยังวิ่งไล่ตามติดมาอย่างไม่ลดละ

โชคดีที่เธอพอจะมีฝีมือทางด้านการต่อสู้บ้าง ก็แบบว่าเป็นพวกอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่เป็น ว่างเมื่อไหร่ก็แอบพ่อไปเล่นกับเด็กข้างๆ บ้าน ซึ่งสำหรับพวกนั้นแล้วการต่อยตีเป็นเรื่องธรรมดามาก เธอเลยได้อานิสงส์ของการต่อยมวยวัดเป็นกับเขามานิดหน่อย ไม่ได้เก่งมากมายแต่ก็พอใช้ป้องกันตัวเองได้

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์อะไรหรอกนะ ฝึกไว้เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็เท่านั้น แต่ตอนนี้ยอมรับถึงประโยชน์ที่ได้รับแล้วละ พอก้าวลงจากรถปุ๊บ ก็ถูกเจ้าพวกนั้นเดินเข้ามาประกบในระยะกระชั้นชิดปั๊บ มือไม้มันก็เลยเคลื่อนไหวไปอย่างที่ใจกำหนด สามารถต่อยหน้ายักษ์ใหญ่ท่าทางเหี้ยมหาญจนพวกมันทรุดลงกองกับพื้น เพราะความที่ไม่ทันจะได้ตั้งตัวและคาดไม่ถึงว่าคนอย่างเธอ ที่เห็นตัวเล็กๆ ปราดเปรียวเพรียวบางอย่างกับเด็กจะมีฤทธิ์ ก่อนจะใส่เกียร์หมาให้เท้า วิ่งหน้าตั้งหูลู่เหมือนหมาจูถูกเจ้าถิ่นไล่ฟัดด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะความสะเพร่าของตัวเอง

“หยุดนะ!! มาให้จับซะดีๆ ”

อยากหันไปตะโกนใส่หน้าด้วยเสียงดังๆ “ฉันคงจะบ้า งี่เง่าและโง่จนต้องเอาหัวควายมาสวมซิ ถึงจะยอมหยุดให้พวกแกจับตัวเอาไปต้มยำทำแกงน่ะ อยากได้ตัวก็วิ่งตามมาจับเอาเองซิ”

แบร๋... ด้วยความทะเล้นแก่นกะโหลกซึ่งมีติดตัวมา ทำให้วิฬาร์หันหน้าไปแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกสองหนุ่มร่างยักษ์ที่วิ่งไล่กวดตามติดอย่างไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย ยั่วยวนให้พวกมันโกรธจัดๆ จะได้ปล่อยอารมณ์มุทะลุออกมาจนเพลี่ยงพล้ำปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่ายๆ

เท้าบอบบางสาวไปอย่างไม่หยุดยั้ง พอๆ กับเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของสมองซึ่งไม่ได้ฉลาดมากมายนักคิดทบทวนเรื่องราวภายในบ้าน ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่ทำให้เธอนั้นคลายความหวาดระแวงในตัวไอรินไปจนลืมระมัดระวังตัว ทั้งๆ ที่มีคนพูดจาตักเตือนเข้าหูมาเรื่อยๆ อย่างแรกก็คงจะเป็น...

ลักษณะท่าทางที่เปลี่ยนไปของไอริน จากคนที่เคยคอแข็ง เชิดหน้าสูงไม่มองดิน พูดจาระรื่นหวานหู แต่ต้องเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าบิดาเท่านั้นนะ ลับหลังน่ะหรือ เหอะ...ไม่อยากจะเซดเลยว่า แม่เจ้าประคุณอย่างกับหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย คำพูดแต่ละคำห้วน หยาบคาย กระด้าง ทำให้นึกถึงพวกนางยักษ์หรือแม่มดในนิทานที่แม่เคยเล่าให้ฟังเมื่อตอนยังเด็กๆ เลย นั่นก็คือ พูดจาหวานหู มองคนอื่นเหมือนกับคนที่มีสถานะเท่าเทียมกันมากขึ้น ท่าทางก็ดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด และอีกอย่างที่พ่วงมาด้วยก็เป็นอาการป่วย ซึ่งจะมีมาประจำทุกวันไม่เช้า...ก็ค่ำ

อืม...จะว่าไปนะ ตอนเช้าไม่ค่อยมีเท่าไหร่ เพราะแต่ละครั้งที่ไอรินออกจากบ้านไป หน้าตาจะผ่องใส ยิ้มเสียจนปากแทบจะฉีกถึงใบหูเลยทีเดียวละ ใช่ว่าแต่หน้าตาจะสวยใสผุดผ่องราวกับจะกระชากอายุจากเกือบจะสี่สิบให้ลงมาเหลือแค่สามสิบกลางๆ เท่านั้น จนเธอนี่มองตาค้างด้วยความอิจฉา ก็เธอนะเหมือนผู้หญิงซะที่ไหนล่ะ เห็นเป็นเด็กน้อยออกจะเป็นทอมบอยซะด้วยซ้ำไป

เสื้อผ้าหน้าผมหรือก็เลิศเสียจนน่ากลัว ผมเผ้าที่จัดทรงเสียจนสเปรย์บล็อกผมคงจะหมดครั้งละขวด แล้วยังจะชุดที่ใส่ไม่มียับแม้แต่นิดเดียว ถ้าชุดไหนมีกลีบนะ มันคงจะบาดคนที่อยู่ใกล้ๆ อย่างเธอกับเด็กน้อยสาวใช้แสนซื่อจนกลายเป็นโง่ให้ถูกหลอกอยู่บ่อยๆ เชียวละ

ปกติไอรินจะออกจากบ้านไปข้ามวันข้ามคืน เคยมีหายตัวไปเป็นอาทิตย์ก็มีนะ ก่อนจะกลับมาด้วยท่าทางของคนหมดเรี่ยวแรง หน้าตาก็โทรม ดวงตาลึกโบ๋ ขอบตาคล้ำยังกับคนอดหลับอดนอน กลิ่นกายจากที่หอมระรื่นก็มีกลิ่นควันบุหรี่คละคลุ้ง

ทว่าช่วงหลังๆ ซึ่งถ้านึกให้ดีก็ไม่น่าจะถึงสามเดือน ไอรินออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กลับมาก็ไม่ค่ำมาก สูงสุดไม่เกินสี่ทุ่ม หน้าตาก็หมองเศร้ากับอาการแปลกๆ เช่น ร่างกายโอนเอนไปมา หน้าตาซีดเผือด บ่นอุบว่าแน่นตรงเหนือท้องขึ้นไปถึงช่วงอก หายใจแรงเร็วราวกับคนเป็นโรคหอบหืด ร้องเรียกหายาดมยาลมยาหม่องเสียให้วุ่นวาย หรือไม่ก็พ่วงด้วยอาการอาเจียน แต่เปล่านะ ไม่ได้มีอะไรออกมาเลยนอกจากลมล้วนๆ

จนสองอาทิตย์หลังนี่เองที่ทำให้เธอต้องคอยหันมาดูแลเอาใจใส่ไอรินมากขึ้น อันเนื่องมาจากไอรินอาเจียนบ่อยขึ้น แล้วก็ยังมีเลือดผสมปนออกมาหลายครั้ง สุดท้ายก็คือตอนเย็นของวันนี้ ไอรินอาเจียนอีกและบอกว่าหายใจไม่ออก ทำอย่างกับคนกำลังจะสิ้นลมหายใจ ขอให้เธอพามาโรงพยาบาล

เรื่องราวทั้งหมดนี้...หมายความว่า ไอรินวางแผนเอาไว้ หลอกลวงให้หลงเชื่อ เพื่อจะพาเธอมาสังเวยให้กับไอ้แก่ตัณหากลับ ผู้หญิงอะไรชั่วช้าจริงๆ

“มันอยู่นั่น ไอ้พวกโง่ จับให้ได้ซิโว้ย!” ไอรินตะโกนสั่ง พลางชี้มือชี้ไม้ไปหาลูกเลี้ยงจอมแสบซึ่งซอยเท้าถี่ยิบ วิ่งหน้าเริดไปไม่เหลียวหลัง นัยน์ตาลึกโบ๋ ขอบตาซึ่งเป็นสีดำอยู่แล้วยิ่งแต่งหน้าจัดก็ยิ่งดำเป็นปื้น ราวกับหมีแพนด้าเปล่งประกายกราดเกรี้ยว ปากบูดเบี้ยวราวกับคนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตอย่างไม่สบอารมณ์

เสียงแหลมเล็กของอดีตแม่เลี้ยงตัวแสบดังสอดแทรกมาทำให้วิฬาร์หยุดคิดเรื่องที่ผ่านมา ถึงยังไงเสียก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ในตอนนี้หน้าที่เธอมีอย่างเดียวคือวิ่ง...วิ่งและวิ่งให้สุดแรงเกิด หนีจากยายแม่มดใจร้ายให้ได้

อ่านต่อ

สารบัญ พยศรักพญามาร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดเวลาสามปีที่หญิงสาวทุ่มเทให้ความรักและเฝ้าทะนุถนอมความสัมพันธ์ เธอวาดฝันถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่และรอคอยวันที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่โลกทั้งใบกลับล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นในคำสัญญามาตลอดได้ทรยศหักหลังเธออย่างไม่คาดฝัน เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่งานแต่งงานในฝันจะเริ่มขึ้น มันทำลายความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น ความรักที่เคยงดงามถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง ทำให้เธอต้องทนรับสภาพจิตใจที่แตกสลายและสูญเสียภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปอย่างถาวร
ภาพปกนิยายเรื่อง แซ่บสยิว
7.8
เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดไว้ด้วยสัญญาคลุมถุงชนตั้งแต่เด็ก ชายหนุ่มและหญิงสาวจึงต้องเผชิญหน้ากับสถานะคู่หมั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนเติบใหญ่ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางโลกปัจจุบันกลับปลุกเร้าความรู้สึกอันร้อนแรงให้ปะทุขึ้นอย่างไม่คาดคิด พันธะผูกพันในอดีตที่เคยเป็นเพียงข้อตกลงกำลังจะถูกทดสอบด้วยความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ทั้งคู่จะต้องร่วมกันค้นหาคำตอบว่า จะจัดการกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้และก้าวผ่านพันธนาการที่ผูกมัดพวกเขาไว้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมทุ่มเทความรักและมอบกายใจให้ราซิเอลโล่ทว่าเมื่อเธอบอกเขาเรื่องลูกในท้องชายหนุ่มกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะความเชื่อมั่นว่าตนเองป้องกันเป็นอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่ไร้สติเขาจึงตราหน้าว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเขาคำพูดทำร้ายจิตใจนั้นสร้างบาดแผลลึกให้หญิงสาวเธอจึงตัดสินใจหอบหัวใจที่พังทลายและลูกในครรภ์เดินทางกลับประเทศไทยโดยที่เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอและความมั่นใจอันแรงกล้านี้กำลังจะเปลี่ยนผันชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อชีวิตอันแสนจืดชืดทำให้หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มมองหาความตื่นเต้นใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารการกินทั่วไป ความปรารถนาลึกๆ ในใจจึงนำพาเธอให้มาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ดคนหนึ่ง จนเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว เธอไม่ได้เป็นคนมักมากในกามารมณ์ แต่เพียงแค่อยากลิ้มลองรสชาติชีวิตและสัมผัสแปลกใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม เตรียมพบกับเรื่องราวความรักยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกปนความแสบสัน เมื่อหัวใจของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่ความอิ่มท้อง แต่กลับเรียกร้องอยากลองลิ้มชิมรสชาติอื่นที่น่าเย้ายวนใจยิ่งกว่า
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ชีวิตคู่สามปีของพรกมลพังทลายลงในวันครบรอบแต่งงาน เมื่ออภิเดชผู้เป็นสามีแสดงออกอย่างเย็นชาว่าหัวใจของเขามีเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้ว่าพรกมลกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่อภิเดชกลับไร้ความปรานี บีบคั้นให้เธอหย่าร้างและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไม่ไยดี ยิ่งไปกว่านั้นเขายังหลงเชื่อคำลวงของศศิกานต์ที่คอยกลั่นแกล้งเธอในที่ทำงาน จนพรกมลหมดสิ้นความอดทน ตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อตัดขาดจากอดีตอันแสนเจ็บปวด เธอเลือกเดินหน้าเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพังพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมอง
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์