APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

เรื่องราวความรักสุดอลเวงของสองคู่ต่างสไตล์แห่งราชวงศ์จิ่ง เมื่อชุนเสี่ยวป๋ายตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกคืบเข้าหาเหลียนไช่ บัณฑิตหนุ่มรูปงามด้วยตัวเองเพราะไม่อยากพลาดโอกาสครองคู่ จนในที่สุดเสน่ห์อันน่ารักของนางก็ทำให้เขาต้องยอมจำนน ขณะเดียวกัน จักรพรรดิจิ่งซานหวงก็พยายามสรรหากลอุบายสารพัดเพื่อหลีกเลี่ยงการร่วมเตียงกับอู่ซุนต้าเอ่อร์ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมลดละ แถมยังเผลอถีบพระองค์ตกเตียงโดยไม่ได้ตั้งใจ ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายและเรื่องราวชวนปวดหัวทั้งหมดนี้ สุดท้ายแล้วจักรพรรดิหนุ่มก็หาหนทางเผด็จศึกจับนางกินจนสำเร็จจนสำเร็จจนในที่สุด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เวลาผ่านไปจนดวงอาทิตย์เริ่มลับลงตรงขอบฟ้า แสงเทียนจึงถูกจุดให้ส่องสว่างขึ้นบนโต๊ะหนังสือในยามค่ำคืน ทว่าบัดนี้เปลี่ยนจากโต๊ะตรงชานเรือนเข้ามาในห้องนอนแทน

เหลียนไช่หยิบตำราเล่มใหญ่ออกมาวางใต้แสง เขามักจะนั่งทบทวนตำราในยามว่างโดยเฉพาะช่วงก่อนเข้านอน ด้วยมันไร้เสียงรบกวนของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง

ระหว่างที่อ่านตำราของปราชญ์ผู้เลื่องชื่อมือหนาก็หยิบเอาขนมเข้าปากไปด้วย แม้นเขาจะไม่เคยตอบรับไมตรีจากสตรีน้อยนางนั้นแต่เขาก็ไม่ได้ตัดรอนขนมรสชาติดีพวกนี้เสียทีเดียว เพียงแต่ไม่กินต่อหน้าให้นางเห็นแล้วได้ใจเท่านั้นเอง

“ดอกเหมยงั้นหรือ...” เขาชำเลืองตามองดอกไม้สีชมพูสวยหนึ่งดอกที่วางอยู่ใกล้กันกับห่อขนม

บัณฑิตหนุ่มส่ายหน้าเบาๆกับความช่างเกี้ยวของนาง นางน่าเอ็นดูมากกว่าเหล่านางในพวกนั้นนั้นในความคิดของเหลียนไช่ เขาไม่ต้องหวาดระแวงกับเล่ห์กลและแผนการมากมายซึ่งแฝงมาเหมือนกับการกระทำของพวกนาง...ที่มากด้วยความโลภและผลประโยชน์ไม่รู้จักจบสิ้น

ปกติเขามักเบื่อหน่ายสตรีที่เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เนือง ๆ ยามอยู่ในวังจนเคยชิน หากแต่ชุนเสี่ยวป๋ายกลับต่างออกไป แม้นางจะโตจนพ้นวัยปักปิ่นมานับปีแต่นางก็ดูเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสาเสียมากกว่าดรุณีน้อยที่พร้อมจะออกเรือน

เพียงต้องสายตาบุรุษ นางก็สะเทิ้นอายจนใบหน้าขึ้นสีโดยไม่รู้ตน...

ไม่ต้องพูดถึงยามถูกเนื้อต้องตัว นางมักจะสะดุ้งจนเผลอหลบแทบทุกครั้งไป แม้จะโดนโดยไม่ได้ตั้งใจก็เถิด

ผิดกับฝีปากที่กล้าเกินหญิงของนางมากนัก

‘ข้าหาได้สะดุ้งไม่นะเจ้าคะ เพียงแค่ไม่ทันได้ตั้งตัวเท่านั้นเอง’

นั่นคือคำที่นางมักใช้แก้ต่างความเขินของตนเองอยู่เสมอ

ซึ่งสำหรับเหลียนไช่นั่นก็นับเป็นจุดอ่อนที่เขามักใช้โต้ตอบหญิงสาวนับครั้งไม่ถ้วนในยามที่ต้องการให้นางไปจากเขาเสียที แต่ไม่อาจเอ่ยปากไล่นางโดยตรงได้

ไม่สิ...เขาไล่จนปากเปียกปากแฉะ จนคิดว่านางอาจจะหูหนวกก็เป็นได้ แต่นางก็หาได้ตอบสนองในสิ่งที่เขาพูดไม่ ตรงกันข้ามนางกลับฉีกยิ้มจนแทบจะกลายเป็นแสยะและปักหลักนั่งอยู่ที่เดิมจนบางคราใกล้มืดค่ำ จนสาวใช้ของนางต้องมาตามกลับบ้านไป

‘ตรงนี้เงียบสงบร่มรื่น ข้าขออยู่ตรงนี้อีกสักพักเจ้าค่ะ’

‘ลมเย็นดีนะเจ้าค่ะ ที่เรือนข้าอากาศร้อนเหลือเกิน ไว้เย็นแล้วข้าจะกลับเจ้าค่ะ’

‘ท่านบรรเลงเพลงขลุ่ยให้ข้าฟังต่ออีกสักเพลงไม่ได้หรอกหรือ’

และอีกสารพัดคำกล่าวมากมายซึ่งแทบไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน

ทว่านางไม่ได้ดื้อดึงเอ่ยปากกับเขามากเกินจนเขารำคาญ นางเลือกที่จะนั่งนิ่งและมองเขาดังเช่นเมื่อกลางวันมากกว่า

แรก ๆ เขาก็อึดอัดที่มีคนมานั่งจ้องเช่นนี้ตอนอ่านตำรา แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็คุ้นชินจนทางทีเขาเองก็ลืมไปว่ามีดรุณีนางหนึ่งนั่งอยู่ใกล้

วันถัดมาเมื่อเขากลับมาจากสำนักศึกษาในยามบ่ายแก่ เหลียนไช่ก็พบว่าเรือนของเขาหาใช่ของเขาอีกต่อไป ด้วยมีสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งอ่านตำราจับจองแทนที่เขาเสียแล้ว

“อะแฮ่ม!”

เขากระแอมเสียงดังพอให้แขกที่ไม่ได้เชื้อเชิญได้ยิน นางรีบลุกเดินมาหาเขาด้วยรอยยิ้มติดใบหน้าเหมือนเคย มือน้อยยื่นห่อผ้าที่น่าจะมีกล่องขนมของโปรดเขามาให้

“กลับมาแล้วหรือเจ้าคะบัณฑิตเฒ่า” นางว่า “ข้านำขนมมาฝากเจ้าค่ะ”

เหลียนไช่ตากระตุกเพราะคำว่าบัณฑิตเฒ่า นานครั้งจึงได้ยินแต่ใช่ว่ามันจะน่ายินดีปรีดาเมื่อเขารู้สึกราวกับว่าตนเองแก่หง่อมลงไปนับยี่สิบหรือสามสิบปีเมื่อนางเรียกขานเช่นนั้น

จริงอยู่ว่านางยังเยาว์กว่าเขาหลายปีนัก แต่เขาเองก็นับว่าเป็นบัณฑิตที่ยังหนุ่มยังแน่น ไม่เห็นว่าจะเหมาะกับคำเรียกขานว่าบัณฑิตเฒ่าตรงที่ใด

อีกทั้งมวลกล้ามก็ยังคงแน่นปึกไม่ได้หย่อนคล้อยด้วย

“ขืนเจ้ายังเรียกข้าเช่นนี้อีก ไม่นานข้าคงชราทันตาเฒ่าชุนหลี่ ท่านตาของเจ้า”

“ไม่ถึงเพียงนั้นหรอกเจ้าค่ะ” นางยิ้มร่า “ท่านตาของข้าอายุมากกว่าท่านหลายปีนัก”

“เจ้าจะบอกว่าท่านตาของเจ้าเฒ่ากว่าข้ามากนักงั้นหรือ”

“ความจริงก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วนี่เจ้าคะ”

เหลียนไช่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับท่าทางหยอกล้อของเสี่ยวป๋าย นางหัวเราะชอบใจออกมาเมื่อเขากล่าวถึงชายชรา

ชุนหลี่นับเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งที่เขาเคารพนับถืออยู่ไม่น้อย หากแต่มันเป็นการนับถือที่แปลกประหลาดยิ่งนักสำหรับผู้พบเห็น ยามอยู่ในสำนักศึกษาเขาจะนอบน้อมต่อชายชราประหนึ่งเป็นใบ้ ท่าทางราวกับคนหูหนวกไม่ได้ยินคำตำหนิที่สาดใส่เอาเสียเลย

แต่ยามใดที่ก้าวเท้าพ้นอาณาเขตของสำนักศึกษาแล้วไซร้ เขากลับกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาของตาเฒ่าชุนหลี่ทันที เจอกันเมื่อใดย่อมได้ปะทะฝีปากกันเมื่อนั้น แต่ไม่มีสักครั้งที่จะเกลียดขี้หน้ากันราวกับจะเป็นจะตายให้ได้

ชายหนุ่มก้าวขึ้นเรือนพลางปลดสัมภาระที่แบกมาวางลงกับชานเรือนหน้าห้องนอน เรือนของเขาแม้จะเล็กกว่าเรือนของเสี่ยวป๋ายอยู่โข แต่ก็แบ่งเป็นสัดเป็นส่วนมีทั้งห้องนอนของเขาและห้องนอนของแขกที่มาเยือนชัดเจน มีห้องอาบน้ำจนถึงครัวไฟพร้อมสรรพ ชายโสดอย่างเขาอยู่คนเดียวได้สบาย

“วันนี้เข้าป่าไปเก็บสมุนไพรมาหรือเจ้าคะ”

ชุนเสี่ยวป๋ายหันมองกระบุงเล็กที่เขาแบกมาด้วย ในนั้นมีพืชสมุนไพรอยู่หลายอย่างอย่างละนิดหน่อย มิน่าเล่าเขาจึงกลับเรือนช้านัก นางมานั่งอ่านตำรารอจนแทบจะเผลอหลับไปเสียแล้ว

“ใช่ ข้าว่าจะเอาไปขายที่ตลาดยาเสียหน่อย”

“คงได้ราคาดีเชียวเจ้าค่ะ พวกนี้หายากและต้องเข้าไปลึกแม้จะไม่ต้องปีนหน้าผาเพื่อเก็บมันแต่ก็ไม่ใช่ว่าหลายคนจะรู้ว่าควรต้องเก็บมันที่ใด”

นางมองสมุนไพรด้วยสายตาใคร่รู้ จริงอยู่ที่นางพอรู้ว่าสรรพคุณและหน้าตาของมันจากหมอซึ่งเคยไปรักษา แต่นางก็ไม่เคยดั้นด้นเข้าไปหาถึงในป่าเองสักครั้ง

“ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่เจ้าค่ะ” นางเอ่ยถาม

“เจ้าจะไปด้วยเหตุใด”

“ข้าจะไปช่วยท่านขายสมุนไพรอย่างไรเล่าเจ้าคะ” ชุนเสี่ยวป๋ายพูดเสียงมาดมั่น “ข้าเคยไปตลาดมาหลายรอบแล้วเจ้าค่ะ”

“ผู้ใดก็เคยไปตลาด”

“โธ่...” นางยู่ปากเล็กน้อย “ข้าไม่ได้ไปบ่อยๆหากท่านตาและท่านแม่รับรู้นี่เจ้าค่ะ”

นางกล่าวตามจริง ชุนหลี่และชุนเสี่ยวหงไม่อนุญาตให้เสี่ยวป๋ายได้ไปเดินเตร็ดเตร่ในตลาดเหมือนคุณหนูเรือนอื่น ด้วยกลัวว่าเหล่าพ่อค้าใจคดจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากหลานสาวผู้ใสซื่อ

“แต่ท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะว่าจะโดนท่านตาตำหนิหากข้าไปด้วย” เสี่ยวป๋ายรีบบอก “ข้าแอบท่านแม่และท่านตาไปเดินเล่นหลายรอบแล้วเจ้าค่ะ”

เคยแอบไปหลายรอบแล้วเช่นนั้นหรือ คำพูดนี้มันช่วยให้เขาไม่โดนตาเฒ่าชุนหลี่ต่อว่าได้อย่างไรกัน

“ไม่เคยโดนจับได้สักครั้งเลยนะเจ้าคะ ขอให้ท่านสบายใจได้”

เหลียนไช่ส่ายหน้าเบาๆอีกครั้ง เขาพยักหน้าเป็นเชิงตกลงและพูดประโยคที่ทำให้จิตใจของชุนเสี่ยวป๋ายลอยละลิ่วว่า

“เอาเถิด หากเจ้าจะไปก็ย่อมเดินไปด้วยกันกับข้าได้”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คำสาปรักท่านชายแวมไพร์
9.7
ชีวิตของลินินต้องพลิกผันไปตลอดกาล เพียงเพราะเธอเก็บดอกกุหลาบที่ตกอยู่ขึ้นมา โดยไม่คาดคิดว่าสิ่งนี้จะนำพาเธอไปสู่พันธนาการรักอันลึกลับของเจย์เดน แวมไพร์หนุ่มผู้มีชีวิตยืนยาวผ่านกาลเวลามานานหลายร้อยปี เขาปรากฏตัวเพื่อทวงคืนของสำคัญพร้อมแสดงความเป็นเจ้าของในตัวเธอฐานะว่าที่ชายาอย่างเอาแต่ใจ ภายใต้ไอหมอกแห่งมนตราและคำสาปรักที่ยากจะถอนตัว ลินินต้องเผชิญหน้ากับความลุ่มหลงและความหวงแหนอันแสนอันตรายจากปีศาจหนุ่มผู้ไร้ความปรานี ซึ่งตั้งมั่นว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอไปจนกว่าจะได้ครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของเธออย่างสมบูรณ์
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มกำพร้าที่ต้องทำงานหนักจนสิ้นใจ ได้รับโอกาสครั้งใหม่ให้มาเกิดเป็น จางอี้หมิง เด็กน้อยวัยห้าขวบในตระกูลบัณฑิต ทว่าความสุขในครอบครัวที่เขาปรารถนามาตลอดกลับปนเปไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อพวกเขาถูกบ้านใหญ่ขับไล่ส่งให้ต้องมาเผชิญความยากลำบากอย่างแสนสาหัสในชนบทที่ห่างไกล แม้ชีวิตใหม่นี้จะมีทั้งพ่อ แม่ และย่าคอยมอบความรักให้ แต่ความข้นแค้นแสนสาหัสก็กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่เขาต้องก้าวผ่านไปให้ได้ อดีตหนุ่มสู้ชีวิตจึงต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อปกป้องครอบครัวแสนอบอุ่นนี้ไว้ไม่ให้สูญสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาสู้ชีวิต
8.2
รลิน แพทย์หญิงวัย 27 ปี ผู้มีฝีมือการผ่าตัดอันยอดเยี่ยมและเป็นที่ยอมรับในวงการ เธอเชี่ยวชาญทั้งการรักษาโรคแผนปัจจุบันและการใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน โดยเฉพาะความรู้เรื่องพิษอันลึกล้ำ แต่เบื้องหลังภาพลักษณ์หมอสาวแสนสวยผู้เก่งกาจคนนี้ เธอมีความลับสุดอันตรายซ่อนอยู่ นั่นคือการเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจขององค์กรลับใต้ดิน รลินผ่านการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อแทรกซึมและสวมบทบาทอาชีพต่าง ๆ ได้อย่างแนบเนียนในการทำภารกิจ การใช้ชีวิตสองด้านที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วส่งผลให้เธอต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้และอุปสรรคมากมายที่ยากจะคาดเดา
ภาพปกนิยายเรื่อง เสวี่ยอี้ หมอยาสาวเจ้าเสน่ห์
8.1
เมื่อความรักอันลึกซึ้งกลับกลายเป็นความเจ็บช้ำที่ยากจะทนไหว จากการกระทำของท่านอ๋องผู้เป็นสามี เสวี่ยอี้ แพทย์หญิงผู้เปี่ยมด้วยความสามารถและเสน่ห์อันน่าหลงใหล จึงเลือกที่จะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความทุกข์ระทมอีกต่อไป นางตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องเกียรติยศของตนเอง พร้อมเอ่ยปากอย่างเด็ดเดี่ยวว่า หากเขายังคงละเลยและทำร้ายจิตใจกันเช่นนี้ หนทางเดียวที่เหลืออยู่คือการหย่าขาดจากกัน เพื่อที่นางจะได้ก้าวเดินต่อไปในฐานะสตรีผู้มีอิสระและไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความรักที่ไร้ค่าจากเขาอีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง พิศวาส 3000 ปี
8.4
เมื่อจอมมารชินซางต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังในรัก เขาจึงเลือกสะกดดวงตาโลกันตร์ของตนไว้ใต้เงื่อนไขว่า มีเพียงหญิงสาวที่เป็นเนื้อคู่แท้จริงเท่านั้นที่จะปลุกพลังนี้ได้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งเฉินวาวา หญิงสาวจากยุคอนาคตได้พลัดหลงเข้ามายังดินแดนสะกดร่างของเขา และปลุกให้ราชาปีศาจตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน การพานพบในครั้งนี้ทำให้จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อพลิกแผ่นดินตามล่าหาตัวเธอในทุกดินแดน หวังพาหญิงผู้เป็นดวงใจกลับมาเคียงคู่บัลลังก์และครองคู่กันชั่วนิรันดร์ ท่ามกลางขวากหนามและอุปสรรคมากมายที่รอคอยขวางกั้นขวางทาง
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายจีนชุด ร้อนรักนางจิ้งจอกสาว
7.9
ปีศาจจิ้งจอกสาวผู้บำเพ็ญเพียรนานกว่าห้าศตวรรษจนสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างไร้ที่ติ ทว่าหนทางเดียวที่จะช่วยรักษาความอ่อนเยาว์และชีวิตอันเป็นนิรันดร์ของนางเอาไว้ได้ คือการสูบกลืนพลังหยางจากบุรุษเพศมาหล่อเลี้ยงร่างกาย ด้วยรูปโฉมอันงดงามสะคราญตาจนยากจะห้ามใจ นางจึงใช้เสน่ห์อันเย้ายวนล่อลวงเหยื่อให้ตกหลุมพรางความใคร่ เพื่อให้ชายเหล่านั้นยอมมอบทั้งพลังชีวิตและร่างกายให้แก่นางด้วยความเต็มใจในท้ายที่สุด