APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

เรื่องราวความรักสุดอลเวงของสองคู่ต่างสไตล์แห่งราชวงศ์จิ่ง เมื่อชุนเสี่ยวป๋ายตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกคืบเข้าหาเหลียนไช่ บัณฑิตหนุ่มรูปงามด้วยตัวเองเพราะไม่อยากพลาดโอกาสครองคู่ จนในที่สุดเสน่ห์อันน่ารักของนางก็ทำให้เขาต้องยอมจำนน ขณะเดียวกัน จักรพรรดิจิ่งซานหวงก็พยายามสรรหากลอุบายสารพัดเพื่อหลีกเลี่ยงการร่วมเตียงกับอู่ซุนต้าเอ่อร์ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมลดละ แถมยังเผลอถีบพระองค์ตกเตียงโดยไม่ได้ตั้งใจ ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายและเรื่องราวชวนปวดหัวทั้งหมดนี้ สุดท้ายแล้วจักรพรรดิหนุ่มก็หาหนทางเผด็จศึกจับนางกินจนสำเร็จจนสำเร็จจนในที่สุด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านเหล่ามวลใบไม้ลงมาจนเห็นเป็นเส้น ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ชุนเสี่ยวป๋าย แอบชะเง้อมองผ่านหน้าต่างบานเล็ก นางแย้มรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นเขาผู้นั้นกำลังตวัดปลายพู่กันแต่งแต้มเป็นตัวอักษร เสียงเด็ก ๆ ท่องตำราดังออกมาจากข้างใน ทว่าเป้าหมายของนางหาใช่เด็กเหล่านั้นไม่ กลับเป็นบัณฑิตเฒ่าผู้เป็นอาจารย์ต่างหากเล่า

“พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไรกับคำกล่าวนั้น” เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือกระดาษและเอ่ยถามเมื่อเห็นเหล่าศิษย์ตัวน้อยทั้งหลายอ่านบทกวีจนจบ

ชุนเสี่ยวป๋ายตาหยาดเยิ้ม นางเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนต์สะกด ดวงตาน้อยสั่นไหววูบเมื่อได้ยินคำสอนจากปากท่านอาจารย์ผู้นั้น ในตอนนี้คล้ายว่านางจะตั้งใจฟังมากกว่าเหล่าศิษย์ตัวน้อยในห้องเรียนเสียอีก

“ถ้าเช่นนั้นจงเริ่มอ่านบทต่อไป แล้ววิจารณ์อย่างละเอียดตามความคิดของพวกเจ้าให้อาจารย์ฟังทีละคน”

น้ำเสียงของเขาช่างนุ่มละมุน ใบหน้าช่างหล่อเหลาจนนางไม่อาจมองข้ามได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เหลียวมอง หนวดเคราสะอาดสะอ้านไม่รกรุงรังเหมือนบัณฑิตท่านอื่น ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลังดูงดงาม ผิวของเขาเนียนละเอียดเสียยิ่งกว่านางที่เป็นสตรี เขากลับดูโดดเด่นเหนือผู้คนที่รายรอบนัก แม้ว่าจะสวมชุดมอซออยู่เสมอหากทว่าแลดูสะอาดสะอ้าน

ถึงแม้ว่านางจะแอบเรียกเขาว่าบัณฑิตเฒ่าเพราะอายุของเขาห่างจากนางถึงสิบเจ็ดปีก็ตามที ทว่าเขากลับเป็นบัณฑิตเฒ่าที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่นางเคยพบเจอมาทั้งชีวิต

“คุณหนู แอบมองบัณฑิตผู้นั้นอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

ฮุ่ยหลิน สาวใช้คนสนิทของเสี่ยวป๋ายเดินมาด้านหลังและโพล่งขึ้นมาจนนางสะดุ้งเฮือก หัวใจของคุณหนูตระกูลชุนเกือบหลุดออกมาด้านนอกเมื่อเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเสียงของมารดาตน

“โธ่พี่หลินหลิน ข้าตกใจหมด นึกว่าท่านแม่มาเห็นเข้าเสียแล้ว” ชุนเสี่ยวป๋ายโวยวายเสียงเบา

นางรู้ตัวดีว่าตนเองทำไม่ถูกนักหรอก ไม่มีสตรีเรือนใดจะมาสอดส่องบุรุษอย่างเช่นที่นางทำ ยิ่งเป็นในอาณาเขตของตระกูลด้วยแล้ว หากมีผู้คนรู้เห็นคงงามหน้ารับคำครหากันไปหลายสิบปี

“ถ้าเช่นนั้นคุณหนูก็กลับเข้าเรือนดีหรือไม่เจ้าคะ” ฮุ่ยหลินเอ่ย

“หากนายหญิงกลับมา คุณหนูอาจจะโดนทำโทษเอาได้นะเจ้าคะ”

“ท่านแม่คงไม่มีเรี่ยวแรงจะเอ่ยบ่นข้าได้หลายชั่วยามกระมัง” เสี่ยวป๋ายไม่สนใจ

“เกรงว่าจะไม่ใช่แค่คำตักเตือนนะเจ้าคะ” ฮุ่ยหลินว่าตามจริง “ข้าเกรงว่าจะเป็นไม้หวายมากกว่าเจ้าค่ะ”

สตรีผู้ทำผิดถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อนึกถึงสีหน้าถมึงทึงของมารดายามถือไม้เรียวที่ทั้งยาวทั้งหนารออยู่ในบ้าน เพียงแค่หวนคิดถึงไม้หวายคู่ใจของมารดา นางก็รู้สึกหนาวขึ้นมาตรงขั้วหัวใจเสียไม่ได้

ชุนเสี่ยวหง มารดาของนางนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดกว่าใคร คนในสำนักต่างรู้ดีและไม่มีใครกล้าฝืนกฎที่นางตั้งไว้ จะมีก็แต่เสี่ยวป๋ายผู้เป็นลูกนี่แหละลักลอบกระทำผิดกฎอยู่บ่อยครั้ง แม้จะโดนทำโทษจนท่านตาท่านยายพากันส่ายหน้าระอาแต่นางก็หาได้หลาบจำไม่

“พี่หลินหลินก็อย่าเอ็ดไป ท่านแม่ไม่อยู่ ถ้าพี่ไม่พูดและข้าไม่พูดท่านแม่คงไม่รู้หรอก” เสี่ยวป๋ายเอ่ย

ในตอนนี้ท่านแม่ของนางไม่อยู่เรือน ดังนั้นจึงไม่มีทางรู้ได้หากไม่มีใครพูด

“แต่ถ้านายหญิงรู้ขึ้นมา ข้าโดนหนักเลยนะเจ้าคะ” ฮุ่ยหลินครวญ แม้แต่นางเองก็กลัวเช่นกัน

“เช่นนั้นพี่หลินหลินจึงต้องช่วยข้าปกปิดเรื่องนี้อย่างไรเล่า”

ทั้งสองมัวแต่สนทนากันไปมาไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เมื่อหันมาอีกทีห้องเรียนที่เคยหนาแน่นไปด้วยศิษย์ตัวเล็กทั้งหลายก็ว่างเปล่าเสียแล้ว เด็กน้อยทยอยเดินกลับบ้าน ส่วนเป้าหมายอย่างบัณฑิตเฒ่านั้นก็หายตัวไปด้วย เด็กสาวจึงได้แต่ถอนหายใจก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“พี่หลินกลับเข้าไปในเรือนก่อนข้าเถอะ” เสี่ยวป๋ายเอ่ยโน้มน้าว “ข้างนอกนี่ร้อนนัก ข้าเกรงว่าพี่จะเป็นลมไปเสียก่อน”

“คุณหนูต่างหากเล่าเจ้าคะที่ควรรีบกลับเข้าเรือน” ฮุ่ยหลินไม่ยินยอม “ข้าไม่เป็นลมหรอกเจ้าค่ะ เกรงว่าจะเป็นคุณหนูต่างหากที่หมดสติก่อนข้า”

“ข้าแข็งแรงถึงเพียงนี้ ไม่เป็นลมง่าย ๆ หรอก”

“เช่นนั้นข้าก็จะอยู่กับคุณหนูเจ้าค่ะ”

“ข้าอยากกินขนมดอกกุ้ยฮวา” เมื่ออุบายเดิมไม่ได้ผล เสี่ยวป๋ายจึงเริ่มอุบายต่อไป “พี่หลินหลินช่วยไปเตรียมไว้ให้ข้าได้หรือไม่”

“ข้า...”

“ถ้าพี่หลินไม่ไปเตรียมไว้ให้ข้าเสียตั้งแต่ตอนนี้ กว่าข้าจะได้กินคงใกล้ยามเย็นแล้ว”

“แต่...”

“พี่หลินจะขัดคำสั่งข้าหรือ ท่านตาคงไม่พอใจแน่หากพี่ไม่เตรียมขนมไว้ให้หลานรัก”

“เจ้าค่ะ” ฮุ่ยหลินรับคำ แม้จะไม่ค่อยเต็มใจนักแต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งผู้เป็นนายได้อยู่ดี

คุณหนูมากลอุบายนี้ บ่าวอย่างนางจะบ่ายเบี่ยงอย่างไรได้เล่า

เมื่อสาวใช้คนสนิทยอมทำตามแต่โดยดี ชุนเสี่ยวป๋ายก็ยกยิ้มร่าขึ้นในใจ ฮุ่ยหลินเป็นคนเดียวที่รับรู้มาตลอดว่านางแอบมามองเขาทุกเช้าบ่าย ด้วยเพราะตามติดนางมาตั้งแต่เด็กและยังรู้ใจกันเป็นที่สุด แม้จะอยากห้ามปรามกันเพียงใดแต่เสี่ยวป๋ายก็ยังยืนกรานว่านางชื่นชอบบุรุษท่านผู้นั้นเหลือเกิน

จะให้ทำอย่างไรได้เล่า บัณฑิตเฒ่าผู้นั้นไม่เคยมีท่าทีพึงใจในสตรีนางใด หากชุนเสี่ยวป๋ายเฝ้ารอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักนางเองแล้วนั้นคงไม่มีวันได้ครองรักกันแน่ ดังนั้นนางจึงต้องบอกกล่าวด้วยตัวเองเสียเลย

บัณฑิตเฒ่าผู้แสนหล่อเหลาเจ้าคะ ข้าจะไปเกี้ยวท่านเอง...

ชุนเสี่ยวป๋ายรอจนกระทั่งสาวใช้คนสนิทของนางเดินจากไปแล้วจึงลอบเดินลัดเลาะผ่านตามแนวป่าซึ่งขนานกันกับหมู่บ้าน เส้นทางนี้ใช้สัญจรไปโผล่ที่ท้ายหมู่บ้านได้โดยไม่ต้องกลัวท่านแม่จะมาเห็น

“ถึงสักที” นางเอ่ยพลางสูดอากาศเข้าปอด ท่าทางหอบเล็กน้อย

ที่นี่เงียบสงบไม่ค่อยมีใครมาอาศัยอยู่ ผู้คนโดยส่วนมากมักจะอยู่รวมตัวกันแถวย่านตลาดเสียมากกว่า จะมีก็แต่เขาผู้นั้นเท่านั้นที่มาอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านเช่นนี้

“เมื่อใดเจ้าจะเลิกตามข้ามาเสียที”

เสียงทุ้มนุ่มดังออกมาจากด้านในบ้าน ทั้งที่ยังไม่เห็นตัวผู้พูดแต่นางก็รู้ดีว่าเป็นเสียงของเขา เด็กสาวค่อย ๆ เยี่ยมหน้าเข้าไปในชานบ้านซึ่งบัณฑิตเฒ่ามักจะนั่งอ่านตำราอยู่ตรงนี้แทบทุกวัน

“ท่านเห็นข้าด้วยหรือเจ้าคะ”

“หากข้าไม่เห็น แล้วข้าจะเอ่ยถามออกไปได้เช่นใดกันเล่า” เขากล่าวและถอนหายใจออกมาเบาๆ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เสี่ยวป๋ายถูกจับได้ว่ามาด้อมๆ มองๆ บริเวณบ้านของเขา แม้จะโดนดุโดนไล่เพียงใดนางก็ยังคงมุ่งมั่นทำอย่างที่ตั้งใจทุกครั้งไป

“แล้วเมื่อใดท่านจะยอมแต่งให้ข้าเล่าเจ้าคะ” ชุนเสี่ยวป๋ายแย้มรอยยิ้มกว้าง “หากท่านยอมแต่งกับข้า ข้าจะเลิกตามท่านทันทีเลยเจ้าค่ะ”

เหลียนไช่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาฟังนางถามคำถามนี้มานับสิบครั้ง ไม่สิ...อาจนับร้อยครั้งแล้วก็เป็นได้ แม้คำตอบของเขาจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่ก็เหมือนว่านางจะไม่ยอมเปลี่ยนใจเช่นกัน

บัณฑิตเฒ่าผู้อยู่คนเดียวมาจวบจนสามสิบสามปีโดยไร้สตรีเคียงกายมองหน้าเด็กสาวอย่างระอา นางเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาเพียงไม่ถึงขวบปี แต่กลับเกี้ยวพาบุรุษอย่างไม่รู้จักอายราวกลับว่าชาตินี้จะไม่ได้ออกเรือนแล้วกระนั้น

“คงเมื่อข้าอ่านตำราชุดนี้จบ”

“ท่านก็ว่าเช่นนี้ทุกที”

เด็กสาวทำหน้ามุ่ยเมื่อได้รับคำตอบ ใช่ว่าฟังครั้งแรกแต่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้ง นางก็อดจะขุ่นเคืองใจไม่ได้เสียที เพราะเจ้าตำราที่เขาว่านั้นเขาเคยเล่าให้นางฟังว่ามันยาวนัก สามสิบกว่าเล่มก็ยังไม่จบ แล้วเช่นนั้นนางไม่รอจนแห้งเหี่ยวตายไปก่อนหรอกหรือ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คำสาปรักท่านชายแวมไพร์
9.7
ชีวิตของลินินต้องพลิกผันไปตลอดกาล เพียงเพราะเธอเก็บดอกกุหลาบที่ตกอยู่ขึ้นมา โดยไม่คาดคิดว่าสิ่งนี้จะนำพาเธอไปสู่พันธนาการรักอันลึกลับของเจย์เดน แวมไพร์หนุ่มผู้มีชีวิตยืนยาวผ่านกาลเวลามานานหลายร้อยปี เขาปรากฏตัวเพื่อทวงคืนของสำคัญพร้อมแสดงความเป็นเจ้าของในตัวเธอฐานะว่าที่ชายาอย่างเอาแต่ใจ ภายใต้ไอหมอกแห่งมนตราและคำสาปรักที่ยากจะถอนตัว ลินินต้องเผชิญหน้ากับความลุ่มหลงและความหวงแหนอันแสนอันตรายจากปีศาจหนุ่มผู้ไร้ความปรานี ซึ่งตั้งมั่นว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอไปจนกว่าจะได้ครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของเธออย่างสมบูรณ์
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มกำพร้าที่ต้องทำงานหนักจนสิ้นใจ ได้รับโอกาสครั้งใหม่ให้มาเกิดเป็น จางอี้หมิง เด็กน้อยวัยห้าขวบในตระกูลบัณฑิต ทว่าความสุขในครอบครัวที่เขาปรารถนามาตลอดกลับปนเปไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อพวกเขาถูกบ้านใหญ่ขับไล่ส่งให้ต้องมาเผชิญความยากลำบากอย่างแสนสาหัสในชนบทที่ห่างไกล แม้ชีวิตใหม่นี้จะมีทั้งพ่อ แม่ และย่าคอยมอบความรักให้ แต่ความข้นแค้นแสนสาหัสก็กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่เขาต้องก้าวผ่านไปให้ได้ อดีตหนุ่มสู้ชีวิตจึงต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อปกป้องครอบครัวแสนอบอุ่นนี้ไว้ไม่ให้สูญสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาสู้ชีวิต
8.2
รลิน แพทย์หญิงวัย 27 ปี ผู้มีฝีมือการผ่าตัดอันยอดเยี่ยมและเป็นที่ยอมรับในวงการ เธอเชี่ยวชาญทั้งการรักษาโรคแผนปัจจุบันและการใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน โดยเฉพาะความรู้เรื่องพิษอันลึกล้ำ แต่เบื้องหลังภาพลักษณ์หมอสาวแสนสวยผู้เก่งกาจคนนี้ เธอมีความลับสุดอันตรายซ่อนอยู่ นั่นคือการเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจขององค์กรลับใต้ดิน รลินผ่านการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อแทรกซึมและสวมบทบาทอาชีพต่าง ๆ ได้อย่างแนบเนียนในการทำภารกิจ การใช้ชีวิตสองด้านที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วส่งผลให้เธอต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้และอุปสรรคมากมายที่ยากจะคาดเดา
ภาพปกนิยายเรื่อง เสวี่ยอี้ หมอยาสาวเจ้าเสน่ห์
8.1
เมื่อความรักอันลึกซึ้งกลับกลายเป็นความเจ็บช้ำที่ยากจะทนไหว จากการกระทำของท่านอ๋องผู้เป็นสามี เสวี่ยอี้ แพทย์หญิงผู้เปี่ยมด้วยความสามารถและเสน่ห์อันน่าหลงใหล จึงเลือกที่จะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความทุกข์ระทมอีกต่อไป นางตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องเกียรติยศของตนเอง พร้อมเอ่ยปากอย่างเด็ดเดี่ยวว่า หากเขายังคงละเลยและทำร้ายจิตใจกันเช่นนี้ หนทางเดียวที่เหลืออยู่คือการหย่าขาดจากกัน เพื่อที่นางจะได้ก้าวเดินต่อไปในฐานะสตรีผู้มีอิสระและไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความรักที่ไร้ค่าจากเขาอีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง พิศวาส 3000 ปี
8.4
เมื่อจอมมารชินซางต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังในรัก เขาจึงเลือกสะกดดวงตาโลกันตร์ของตนไว้ใต้เงื่อนไขว่า มีเพียงหญิงสาวที่เป็นเนื้อคู่แท้จริงเท่านั้นที่จะปลุกพลังนี้ได้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งเฉินวาวา หญิงสาวจากยุคอนาคตได้พลัดหลงเข้ามายังดินแดนสะกดร่างของเขา และปลุกให้ราชาปีศาจตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน การพานพบในครั้งนี้ทำให้จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อพลิกแผ่นดินตามล่าหาตัวเธอในทุกดินแดน หวังพาหญิงผู้เป็นดวงใจกลับมาเคียงคู่บัลลังก์และครองคู่กันชั่วนิรันดร์ ท่ามกลางขวากหนามและอุปสรรคมากมายที่รอคอยขวางกั้นขวางทาง
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายจีนชุด ร้อนรักนางจิ้งจอกสาว
7.9
ปีศาจจิ้งจอกสาวผู้บำเพ็ญเพียรนานกว่าห้าศตวรรษจนสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างไร้ที่ติ ทว่าหนทางเดียวที่จะช่วยรักษาความอ่อนเยาว์และชีวิตอันเป็นนิรันดร์ของนางเอาไว้ได้ คือการสูบกลืนพลังหยางจากบุรุษเพศมาหล่อเลี้ยงร่างกาย ด้วยรูปโฉมอันงดงามสะคราญตาจนยากจะห้ามใจ นางจึงใช้เสน่ห์อันเย้ายวนล่อลวงเหยื่อให้ตกหลุมพรางความใคร่ เพื่อให้ชายเหล่านั้นยอมมอบทั้งพลังชีวิตและร่างกายให้แก่นางด้วยความเต็มใจในท้ายที่สุด