APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง NightZ [V] CLINGY JUNIOR

NightZ [V] CLINGY JUNIOR

เมื่อภารกิจสำคัญต้องสะดุดลงเพราะ ‘เลโอ’ รุ่นน้องสุดกะล่อนแห่งแก๊ง Nightshade ที่คอยตามตื้อและรุกจีบอย่างหนักหน่วงในทุกวัน ฉันจึงเลือกใช้ ‘ทฤษฎี 21 วัน’ มาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ใจ โดยหวังจะใช้แผนนี้กำราบและสลัดคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาให้ออกไปจากชีวิตเสียที ทว่าหนทางสลัดความวุ่นวายครั้งนี้จะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ หรือแท้จริงแล้วมันจะเป็นการเปิดทางให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาจนความสัมพันธ์ครั้งนี้ถลำลึกและปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม ร่วมลุ้นไปกับบททดสอบหัวใจครั้งสำคัญครั้งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

@ Treatise Univ.

(ภาคฤดูร้อนก่อนเปิดเทอม)

ตึงงงง!

“ไอ้ห่าเชนแม่งคึกเหี้ยไรชวนพวกกูลงซัมเมอร์วะ เสียเวลาปิดจ๊อบฉิบหาย!”

กระเป๋าเป้ใบใหญ่ถูกโยนลงตรงหน้าฉันพร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบของไอ้ดิว ส่วนไอ้หมิวกับไอ้พอร์ชก็ลากสังขารเดินตามมาด้วยท่าทางไร้วิญญาณ

“ชวนห่าไร แม่งเผด็จการ!”

“หึ...”

ฉันหลุดขำในลำคอพอได้ยินคำพูดประชดประชัน ก็จริงของพอร์ชมัน..จะเรียกว่าชวนก็คงไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะเชนมันเล่นมัดมือชกทุกคนด้วยการลงทะเบียนเรียนซัมเมอร์พร้อมจ่ายค่าเทอมให้พวกเราเสร็จสรรพ

ส่วนสาเหตุหลักๆ ที่พวกมันนอยด์กันอยู่ตอนนี้ ก็เพราะเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองมีชื่อลงเรียนซัมเมอร์เมื่อไม่กี่วันก่อน ไอ้หมิวที่กำลังแพ็คกระเป๋าจะไปชะอำ กับไอ้ดิวที่มีนัดกับสาวๆ ก็ต้อง Cancel กลางคัน หนักกว่านั้นคือไอ้พอร์ชที่ต้องหาไฟล์ทด่วนบินกลับจากฮ่องกงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาด้วยซ้ำ จนสภาพมันตอนนี้ แค่ทิ้งตัวลงนั่งก็สลบเป็นตายอยู่ข้างฉันไปแล้วเรียบร้อย

“ขำไรไอ้เฟรย์ มึงรู้เห็นกับมันใช่มั้ยฮะ เก็บเงียบเลยนะไม่บอกกูสักคำเนี่ย!” หมิวมันหันมาชี้หน้าฉันแล้วทำหน้าตาเอือมระอาพร้อมจับผิด ก็นะ...

“แค่เดินผ่านไปถ่ายรูปแถวนั้น โทษมัน อย่าลามมา”

พูดจบฉันก็ชี้เป้าไปที่ตัวปัญหาที่เพิ่งจะเดินเข้ามา แต่เชนมันกลับทิ้งตัวลงนั่งทำหูทวนลมไม่สนใจจนไอ้ดิวถึงกับกุมขมับโอดโอยออกมายกใหญ่

“มึงเดินผ่านไปถ่ายรูปแถวห้องลงทะเบียนแล้วลากยาวไปถึงห้องการเงินเลยเนี่ยนะ ทีหลังช่วยห้ามมันได้มั้ยว้าาา น้องพิ้งค์กูจีบโคตรนาน เปย์ไปก็ไม่ใช่น้อย เสียระบบหมดล๊าววววว อ๊ากกก T^T”

“พอ! งอแงเหี้ยไร ตั้งใจเรียนไป โตขึ้นจะได้ไม่ลำบาก”

ถึงจะพูดติดตลกออกมาขำๆ แต่แววตาเชนมันก็ดูเหมือนกำลังหนักใจกับอะไรบางอย่างจนเห็นได้ชัด

“สัส! บ่นเป็นพ่อพวกกูเลยนะ ไปเลยมึงสองตัวอ่ะ ซื้อกาแฟมาโด๊ปหน่อยดิ๊”

พอร์ชส่งเสียงอู้อี้ออกมาทั้งที่ยังหลับตาด้วยท่าทางล้าขั้นสุด ดูจากสภาพคงต้องสงเคราะห์มันหน่อยล่ะนะ น่าสงสารซะไม่มี

“อืม ขึ้นก่อนเลยถ้างั้น”

พรึ่บ!

ฉันตกปากรับคำแล้วคว้ากระเป๋าลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะ เชนมันก็ลุกเดินตามมาเงียบๆ ผิดวิสัยที่น่าจะร่าเริงพอได้แกล้งไอ้สามคนนั้นแบบนี้

“ไม่ถามนะ”

พอเดินมาได้สักพักฉันก็พูดลอยๆออกไป เพราะรู้ว่าเราต่างเข้าใจในความหมายนั้นดี ปกติฉันไม่ใช่คนที่ชอบจุ้นจ้านเรื่องของใครเท่าไหร่ ยิ่งเป็นเชนที่สนิทกว่าเพื่อนคนไหนยิ่งไม่ต้องขยายความอะไรให้ยืดยาว

“ก็ไม่ได้อยากให้รู้ป่ะวะ”

มันตอบกลับมาแล้วนิ่งไป ก่อนจะทิ้งตัวนั่งรอที่โต๊ะ out door หน้าร้านกาแฟด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย อืม หนักอยู่..แต่คงไม่ถึงตาย ไว้พร้อมเมื่อไหร่ก็คงเล่าเองนั่นแหละ

กริ๊ง กริ๊ง~

กรี๊ดดดดดดดดดด

‘รุ่นพี่คะ ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ’

‘ได้สิครับ อัพแล้วแท็กมานะ’

แชะ!

‘กล้องนี้ด้วยค่ะรุ่นพี่’

‘จ้ะ ได้จ้ะ มาพี่กดให้น้า’

แชะ!

‘อร๊ายยยย เค้าจับโทรศัพท์กูอ่ะมึงงง’

‘กรี๊ดดดด รุ่นพี่คะ จับเครื่องนี้ด้วยค่ะ’

‘ครับ ได้สิ’

‘กรี๊ดดดดด ขอบคุณนะคะ’

‘ชู่ววว ไม่ต้องกรี๊ดพี่ไม่ได้จี๊ดขนาดนั้น’

เฮ่อออออ!

ทันทีที่ผลักประตูเข้ามาในร้าน ก็เหมือนฉันก้าวข้ามพรมแดนความสงบสู่ความวุ่นวาย เสียงกรี๊ดและเสียงโหวกเหวกดังก้องไปทั่วจนร้านที่เคยเงียบสงบกลายเป็นหนวกหูจนน่าหงุดหงิด

แต่ถามว่าแปลกใจมั้ยก็ไม่ ถ้าให้เดาว่าคนที่มีอิทธิพลต่อเสียงหวีดจนแสบแก้วหูพวกนี้เป็นใคร คำตอบง่ายๆ ก็ Nightshade ไง แต่ถ้าให้เจาะจงว่าคนกลางวงล้อมนั่นคือใคร... จำเป็นต้องใส่ใจมั้ย? มาซื้อกาแฟรึเปล่า

พรึ่บบบ!

ฉันเดินฝ่าวงล้อมความวุ่นวายนั้นเข้ามาที่หน้าเคาน์เตอร์แบบเซ็งๆ ท่ามกลางสีหน้าไม่พอใจของเหล่าแฟนคลับ Nightshade ที่เสี้ยวนาทีพอฉันเดินปาดหน้าก็ส่งสายตาจิกกัดกันกะเอาตาย -.-

กลับมาที่คำถามเดิมต้องสนมั้ย? ก็ไม่อยู่ดีไง เพราะถ้าให้เดินอ้อมวงล้อมแปดร้อยเอเคอร์มาที่หน้าเคาน์เตอร์คงเหนื่อยตาย ถามจริง..เรียนโรงเรียนหญิงล้วน หรือย้ายมาจากดาวไหน ไม่เคยเจอผู้ชายกันรึไง

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ ^_^”

“เอา..เอสเพรสโซ่โทนิค เมลโล่มอคค่า โคล่าเพรสโซ่ ฮันนี่บอมบ์ แล้วก็...”

“...แฟร์รี่เบอร์รี่”

ขวับ!

“ฮู่ววว อย่าได้ทักเชียว”

ฉันถอนหายใจแล้วพูดขัดออกไปพอเห็นว่าคนที่พูดแทรกขึ้นมาเป็นใคร จริงๆ หมอนี่นี่แหละเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ฉันไม่ตื่นเต้นกับการเจอ Nightshade ตัวเป็นๆ เท่าไหร่ แถมยังเป็นคนแนะนำแฟร์รี่เบอร์รี่ให้ จนฉันติดงอมแงมจนถึงทุกวันนี้ไง

“ไอ้เชนไปไหน?”

“บอกว่าไม่คุยเว้ย”

ฉันสวนกลับไปแล้วเมินใส่ ไม่ใช่เพราะกลัวโดนแฟนคลับ Nightshade มาถล่มหรืออะไร แค่..ไม่รู้ต้องใช้คำไหน รำคาญที่รู้จักคนดังได้มั้ย? รู้สึกชีวิตมันจะวุ่นวายถ้าออกตัวว่าเคยซี้จนตบหัวกันได้

“หึ...แน่ใจ?”

แล้วร่างสูงที่ยืนข้างกันก็หลุดขำในลำคอเหมือนสะใจ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากและเลิกคิ้วออกมายกใหญ่

“ไสหัวไปเลยไป”

ฉันกัดฟันพูดแล้วกลอกตาใส่ คิดว่าหมอนี่สำนึกมั้ยให้ทาย? ถึงจะยอมเดินห่างออกไป แต่ท่าทางที่ดูสะใจไม่น้อยมันบอกชัดว่าไอ้บ้านั่นกวนประสาทขนาดไหน แล้วไอ้แจ๊คเก็ตสีดำนั่น จะใส่ทุกวันไม่ซักเลยรึไง -_-?

กรี๊ดดดดด

‘รุ่นพี่คะ รุ่นพี่ยิ้มหน่อยน้าาา มองกล้องนี้หน่อยค่า~’

‘อร๊ายยย วันนี้รุ่นพี่เข้า Ztudio มั้ยคะ ออกมาข้างนอกบ้างสิคะ >_<”

‘เสาร์นี้รุ่นพี่ว่างมั้ยค้าาา~’

เออ เอาเข้าไป..ทั้งไอ้บ้านั่น ทั้งความเบียดเสียดหน้าเคาน์เตอร์ที่น่าอึดอัดจะตาย วันนี้มันจะมีใครทำอะไรถูกใจฉันบ้างมั้ยเนี่ย =_=?

ฉันยืนอุดอู้อยู่ข้างเคาน์เตอร์อย่างข่มใจ ไม่ใช่ไม่มีที่นั่งแต่มันไม่รู้จะนั่งยังไง เพราะไอ้วงล้อมตรงหน้านี่มันทั้งใหญ่และวุ่นวายจนโต๊ะกับเก้าอี้กระจัดกระจายมั่วไปหมด

“เอสเพรสโซ่โทนิค เมลโล่มอคค่า โคล่าเพรสโซ่ ฮันนี่บอมบ์ แฟร์รี่เบอร์รี่ได้แล้วค่าาา~”

“ช็อกโกแลตซิกเนเจอร์ได้แล้วค่าาา~”

เสียงตะโกนของพนักงานสองคนที่ดังแข่งกับเสียงกรี๊ดในร้านทำให้ฉันละสายตาจากความชุลมุนของใครต่อใครที่กำลังรุมคนกลางวงล้อมนั่นจนน่าจะขาดอากาศตายหันกลับมารับแก้วกาแฟที่สั่งไว้จนเต็มมือ

แต่แค่หมุนตัวก้าวขาออกจากเคาน์เตอร์มาได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีแรงปะทะมหาศาลจากคนที่พยายามจะแทรกตัวเข้าไปในวงล้อมนั้นแล้วโดนผลักจนเซถอยออกมากระแทกกับฉัน ลำพังแก้วกาแฟในมือฉันน่ะไม่เป็นไร แต่แก้วช็อกโกแลตของลูกค้าอีกคนที่โดนกระแทกเหมือนกันดันเสียหลักพุ่งเข้ามาคว่ำใส่จนฉันเปียกโชกในพริบตา

พลั่กกก! ซ่าาาา!

“จิ๊!”

แล้วความอดทนของฉันก็หมดลงทันที เพราะเกลียดที่สุดคือความสกปรกเลอะเทอะแบบนี้ และหนวกหูจนกำมือแน่นเลยล่ะตอนนี้ไอ้ภาพความวุ่นวายและอะไรที่มันขัดตาเพราะคนทำสำนึกไม่ได้เนี่ย

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

“โอ๊ย / ว๊าย / อร๊าย”

ฉันวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะที่ใกล้ที่สุดแล้วเดินฝ่าวงล้อมที่น่าอึดอัดเข้าไปจนถึงกลางวงจนเจอแผ่นหลังของร่างสูงในยูนิฟอร์มมหาลัย ก่อนจะคว้าแขนหมอนั่นอย่างแรงให้หมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากัน แล้วเอื้อมมือไปกระชากเนคไทดึงคอเสื้อหมอนั่นลงมาพร้อมกับตะคอกออกไป

“ไอ้บ้าเอ๊ย! ไปหว่านเสน่ห์ที่อื่นไม่ได้รึไง?!!”

“......”

แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมร้านทั้งร้านทันที เช่นเดียวกับที่คนหันมาก็ดูจะทำหน้างงๆ และดูอึ้งไป

“ขะ..ขอโทษครับ”

สายตาของคนตัวสูงก็ก้มลงสำรวจเสื้อสูทที่เปียกโชกของฉัน ก่อนจะมองย้อนไปข้างหลังจนน่าจะพอประเมินสถานการณ์ได้

“เจ็บตรงไหนมั้ย เอาของผมไปใส่ก่อนก็ได้”

หมับ! พรึ่บบบ!

“อุ่ย...”

ฉันปัดออกทันทีที่มือหนาถูกเลื่อนมาโดนตัว ก่อนที่หมอนั่นจะชะงักไปแล้วยกมือขึ้นสองข้างทำท่ายอมแพ้แต่ก็แอบอมยิ้มทำตาปริบๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร

จิ๊!

“อ้อ...”

ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาทะเล้นนั่นแล้วส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอออกไป แล้วร่างสูงก็เหมือนจะนึกได้ รีบกุลีกุจอถอดเสื้อสูทของตัวเองออกและยื่นมันมาให้ ฉันเลยสะบัดเนคไทหมอนี่ที่อยู่ในมือออกไป พร้อมถอดสูทที่โคตรจะเลอะของตัวเองปาใส่หมอนี่เต็มแรง

พรึ่บบบ!

“ไปซักมาคืนด้วย!”

“คะ..ครับ รับทราบครับ ^^”

พรึ่บบบ!

พูดจบฉันก็คว้าสูทตัวใหญ่ที่ถูกเสนอให้มาคลุมร่างตัวเองไว้ เพราะช็อกโกแลตมันซึมเข้ามาข้างในจนเกือบจะเห็นชั้นในอยู่ละ ก่อนจะหมุนตัวเดินฝ่าสีหน้าที่อึ้งทึ่งกันยกใหญ่ของคนรอบข้าง แต่ก็ถูกคว้าแขนไว้ด้วยมือใหญ่ที่แค่ออกแรงกระชากเบาๆ ก็รั้งตัวฉันไว้โดยไม่ต้องพยายามอะไร

หมับ! พรึ่บ!

ฉันสะบัดมือหนานั่นออกอีกครั้ง ไอ้หมอนั่นก็ทำตาปริบๆ แล้วส่งยิ้มกว้างหว่านเสน่ห์มาให้

“เอ่อ..ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ^^”

ยิ่งเห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนหน้าหมอนั่น กับน้ำเสียงที่ดูร่าเริงไม่เป็นเดือดเป็นร้อนแบบนั้นฉันยิ่งหัวร้อนตัวสั่น ไอ้ท่าทางทีเล่นทีจริงที่ทำอยู่ คือหมอนี่สำนึกผิดสุดในชีวิตแล้วรึไง!

พรึ่บบบบ!!!

‘เฮ้ยยย O[]O’

ฉันกระชากเนคไทหมอนี่ แล้วดึงคอเสื้อลงมาอย่างแรงอีกครั้ง จนเหล่าแฟนคลับตาโตเดือดร้อนกันพัลวัน ก่อนจะกัดฟันพูดออกไปสั้นๆ

“น่ารำคาญ!!!”

พลั่กกกก!

พูดจบฉันก็ผลักร่างสูงเทอะทะนั่นออก แล้วเดินมาคว้าแก้วกาแฟเปิดประตูร้านออกมาอย่างไม่พอใจ

“ผอมลงรึไง เสื้อตัวใหญ่ขึ้นเยอะ”

เชนมันเข้ามารับแก้วกาแฟในมือฉันไป แล้วเอ่ยปากพูดบางอย่างที่ไม่เข้าหูชวนให้อารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิมขึ้นมาใหม่

“อยากใส่ตาย” ฉันตอบกลับไปแล้วมองสภาพตัวเองที่โคตรเละจนอยากกลับไปอาบน้ำใหม่ -.-

“คาบเดียวเอง ทนไป”

พูดจบเชนมันส่งสายตาเป็นเชิงให้ติดกระดุมเสื้อสูทปิดส่วนที่เปียกโชกไว้

“พูดง่าย ไม่ลองโดนเองดูบ้าง”

ฉันบ่นๆ ออกไป แล้วเอื้อมมือมาติดกระดุมพร้อมกับจ้องหน้าเชนอย่างรู้อยู่แล้วว่ามันจะพูดอะไร แล้วก็ใช่อย่างที่คิดจนได้

“หมดฤดูจำศีลแล้วรึไง ถึงออกมาอาละวาดได้ ฮ่ะๆ”

แล้วเชนมันก็เดินขำนำไป ส่วนฉันก็ปรายตามองคนในร้านที่ก็กำลังมองมาด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าซ้ำๆ อยู่ได้

เหอะ! ไม่ได้อยากรู้จักแต่ก็ดันจำได้

ประธานชมรมวารสาร...

ทายาทเจ้าของมหาลัย...

เลโอ Nightshade!

————————————————

รฐนนท์ ธีระธาดา (เลโอ)

Journal Club’s PRESIDENT

KING OF IE

กำลังศึกษา : คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ (ปี 2)

ทายาทเจ้าของมหาลัย Treatise Univ.

บุคลิก : เฟรนด์ลี่ น่ารัก คึกคัก รักทุกคน

โหมดธรรมดาใจดีขี้อ้อน connection เหลือล้น

โหมดทำงานจริงจังจนเปลี่ยนเป็นคนละคน (สมาชิกชมรมรู้ดี -_-)

งานอดิเรก : ไม่มี

ของสะสม : ไม่มี

สเปคสาวในฝัน : ไม่มี เอ้ย จริงๆ ก็มี แต่ไม่บอกหรอก

ปล.ไม่ต้องกรี๊ดพี่มาทุกวันนนน รวั๊กนะะะ

————————————————

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ขออย่าพบอีก
7.7
รอยแผลในใจของหญิงสาวเกิดจากการถูกเขาขับไล่ออกจากชีวิตอย่างไม่เหลือเยื่อใยในอดีต แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี คนที่เคยสร้างความเจ็บปวดกลับหวนคืนมาอย่างกะทันหันพร้อมคำขอแต่งงาน ชายผู้เคยปฏิเสธเธออย่างเลือดเย็นในวันวาน กลับพยายามใช้พันธะวิวาห์มาดึงรั้งเธอไว้ในวันนี้ เหตุการณ์ที่พลิกผันสร้างความสับสนอย่างหนักให้กับหัวใจที่บอบช้ำ เธอจำต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่ย้อนกลับมา และค้นหาคำตอบว่าความสัมพันธ์ซึ่งเต็มไปด้วยรอยร้าวเก่านี้จะดำเนินไปอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอให้คุณรักใคร่
7.1
เขาใช้ความเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนเป็นเครื่องมือลงทัณฑ์ความผิดพลาดในอดีตของเธอ ไม่ว่าสถานการณ์จะวิกฤตถึงขั้นความเป็นความตาย เขาก็ยังคงเพิกเฉยอย่างเลือดเย็น พร้อมประกาศว่าความวุ่นวายทั้งหลายไม่ใช่ธุระที่ตนต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ความเกลียดชังฝังรากลึกเพราะเขามองเธอเป็นเพียงฆาตกรที่มีตราบาปติดตัวตลอดไป ความผิดที่ไม่อาจลบล้างทำให้ความสัมพันธ์จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้น เมื่อหัวใจของเขาปิดตายและไร้ซึ่งความเมตตา ความขัดแย้งอันแสนเจ็บปวดนี้จึงกลายเป็นบ่วงกรรมที่ยากจะหาทางออก
ภาพปกนิยายเรื่อง นักตกสาว
6.9
ชีวิตจืดชืดของหนุ่มอ้วนเตี้ยผู้เก็บตัวต้องจบลง เมื่อเขาถูกเลือกโดยระบบประหลาดที่มาพร้อมเงื่อนไขสุดโหด เสียงหญิงสาวลึกลับในหัวคอยบงการให้เขาต้องลุกขึ้นมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความรัก ภารกิจหลักคือการหว่านเสน่ห์และล่อลวงหญิงสาวให้สำเร็จในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ความท้าทายนี้ไม่ใช่แค่การสร้างเสน่ห์ที่เขาไม่เคยมี แต่คือการดิ้นรนเพื่อรักษาลมหายใจ หากทำตามคำสั่งไม่ทันเวลา บทลงโทษเดียวคือความตาย เขาจึงไร้ทางเลือกนอกจากต้องปฏิวัติตัวเอง งัดทักษะการจีบสาวเพื่อก้าวเป็นสุดยอดนักรัก และเอาชนะเกมมรณะจากระบบ
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่! ปลดล็อกมิติหยกวิเศษก่อนแต่งแทน
9.3
ซูอวิ๋นหว่านย้อนเวลากลับมาก่อนวันวิวาห์พร้อมค้นพบมิติวิเศษในจี้หยก ทว่าซูซวงซวงน้องสาวก็หวนคืนมาเช่นกัน ชาติก่อนซูอวิ๋นหว่านแต่งกับบัณฑิตจนได้เป็นฮูหยินตราตั้ง ส่วนน้องสาวต้องลำบากกับนายพรานพิการ ซูซวงซวงจึงสลับตัวเจ้าบ่าวเพื่อแย่งชิงชีวิตที่สุขสบาย โดยไม่รู้ว่าวาสนาไม่อาจขโมยกันได้ แม้ต้องแต่งกับชายพิการ ซูอวิ๋นหว่านก็ใช้มิติวิเศษพลิกชะตาจนร่ำรวยและมีความรักที่งดงาม ขณะที่คนคิดแย่งของผู้อื่นกลับต้องเผชิญความทุกข์ระทมที่สาหัสยิ่งกว่าเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียหวานของประธาน
9.3
หญิงสาวตัดสินใจรับข้อเสนอสุดเสี่ยงด้วยการสวมรอยเป็นตัวแทนเข้าพิธีวิวาห์กับนักธุรกิจหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือ เพื่อแลกกับการรักษาบ้านพักเด็กกำพร้าเอาไว้ การก้าวเข้ามาในฐานะภรรยาจอมปลอม ทำให้เธอต้องแบกรับความกดดันอย่างหนักหน่วง ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยความหวาดระแวงว่าความลับจะถูกจับได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการหลอกลวงค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความผูกพันอันซับซ้อน ทว่าความลับไม่อาจปิดบังได้ตลอดไป เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ชายหนุ่มจะจัดการกับภรรยาตัวแทนคนนี้อย่างไร และความรักที่สร้างบนความลวงตาจะมีตอนจบเช่นไร
ภาพปกนิยายเรื่อง รักผิดๆที่ไม่ควรเกิด
7.6
ชีวิตที่ต้องทนทุกข์ในวังวนความสัมพันธ์อันวิปริต หญิงสาวพยายามใช้ทุกวิถีทางขับไล่ชายผู้เป็นดั่งฝันร้าย แต่การปฏิเสธกลับยิ่งกระตุ้นความบ้าคลั่งของเขาให้รุนแรงขึ้น ยิ่งเธอดิ้นรนหนี เขาก็ยิ่งกระชับโซ่ตรวนแห่งการคุกคามให้แน่นหนาจนเธอแทบขาดใจ ความเจ็บปวดสาหัสที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้บดขยี้ความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ของเธอให้แหลกสลายลงทีละน้อย เมื่อการสลัดเงาดำมืดในชาตินี้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เธอจึงจำต้องถูกจองจำอยู่ในพันธนาการแห่งความผิดพลาดนี้ไปตลอดกาลอย่างไร้ความหวัง