APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายเรื่องนี้ เป็นข้าที่เขียน!

นิยายเรื่องนี้ เป็นข้าที่เขียน!

เมื่อ จื่อเม่ย นักเขียนสาวต้องหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของ จื่ออิน อนุภรรยาของ ซีเฉิน ตัวร้ายสุดโหดเหี้ยมในนิยายที่เธอเป็นคนแต่งขึ้นเอง แต่ปัญหาก็คือตัวละครนี้มีจุดจบคือความตายภายในสองตอนแรกพร้อมกับเขา นางจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหลบหนีและเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของท่านอ๋องผู้เต็มไปด้วยแผนการชิงบัลลังก์ตามคำสั่งของ ซีกุ้ยเฟย ผู้เป็นมารดา แม้ในตอนแรกเขาจะดูไร้หัวใจและเป็นอันตรายต่อทั้งนางรวมถึง รั่วหนิง พระชายาเอก ทว่าความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวร้ายธงแดงคนนี้ให้กลายเป็นสามีผู้แสนดีที่รักมั่นเพียงนางคนเดียวโดยไม่มีวันแปรผันแปร
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ณ จวนซีอ๋อง

ซีเฉินอ๋องบัดนี้มีสีหน้ามืดคลึ้ม จับจ้องอนุของตนเองจนกระทั่งใบหน้าของนางซีดขาวราวหิมะด้วยความหวาดกลัว

จื่อเม่ยเพิ่งหนีออกจากจวนแห่งนี้ และถูกเขาลากตัวกลับมาได้ด้วยร่างกายที่บอบช้ำและยังมีรอยแผลอันเกิดจากการวิ่งหนีโดยที่นางไม่ได้สวมรองเท้า และบัดนี้เขาก็สั่งให้บ่าวไพร่ในจวนทุกคนมารวมตัวกันที่ลานกว้างพร้อมกับที่เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ท่าทางราวกับพญามัจจุราช

เบื้องหน้าของนางคือศพของผู้ชายสองคนซึ่งเป็นคนที่นางติดสินบนเพื่อให้ช่วยนางหลบหนี จื่อเม่ยตัวสั่นเมื่อเห็นเลือดของพวกเขาไหลนองพื้นที่กลางลำคอยังมีลูกธนูปักคาอยู่ ดวงตาเบิกกว้างและตายอย่างสยดสยอง

ในมือของซีเฉินมีคันธนู ซึ่งแน่นอนว่าผู้ลงมือฆ่าคนสองคนตายก็ย่อมเป็นเขา บ่าวไพร่ล้วนจับจ้องด้วยความรู้สึกหวาดกลัว นี่ย่อมเป็นการป่าวประกาศให้รู้กันทั่วว่าผู้ใดคิดช่วยเหลือพาอนุจื่อออกจากจวน โทษมีเพียงสถานเดียวก็คือความตาย

“คิดจะหนีหรือ ได้ เช่นนั้นไปสิ ไป! วิ่งไปหาความตายเลยตามที่เจ้าต้องการ”

มีใครจะกล้าหนีบ้าง จื่อเม่ยได้แต่นั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่บนพื้น

ซีเฉินหัวเราะคล้ายคนบ้า ไม่มีผู้ใดกล้ามองหน้าเขา ทุกคนไม่รู้ว่าอนุจื่อทำความผิดอันใดกันแน่จึงทำให้ซีเฉินอ๋องที่เคยทะนุถนอมนางลงโทษนางและกักขังนางเช่นนี้

ดังนั้นทุกคนได้แต่คาดเดากันต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่านางแอบลักลอบมีชู้แล้วคิดหนีไปพร้อมกับบุรุษผู้นั้น บ้างก็ว่านางคือสายลับหมายสังหารท่านอ๋อง ทว่าเรื่องจริงเป็นเช่นใดกลับไม่มีผู้ใดรู้

ซีเฉินจ้องนางคล้ายจะกินเลือดกินเนื้อจากนั้นก็เอ่ยว่า

ในเวลานั้นพี่บ้านโจวก็เดินไปหยุดยืนกลางลานกว้างเอ่ยเสียงดังฟังชัด

“โทษของคนที่คิดช่วยอนุจื่อหนีออกจากจวนมีเพียงตายสถานเดียว และเรื่องในจวนนี้หากผู้ใดกล้าแพร่งพรายแม้แต่น้อย โทษคือตัดลิ้นแล้วตัดมือตัดเท้าโยนทิ้งให้สัตว์แทะในป่า จำไว้ให้ดีว่าหากใครไม่อยากมีสภาพเช่นนั้น หุบปากพวกเจ้าให้สนิท เข้าใจแล้วก็แยกย้ายกันได้”

บ่าวทุกคนทำความเคารพ ไม่กล้ากระทั่งเงยหน้าขึ้นมองต่างคนต่างเดินเร็วหนีไปจากภาพสยดสยองนั้นให้เร็วที่สุด

ซีเฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จากนั้นก็เดินมาแบกร่างเล็กของจื่อเม่ยที่แข็งค้างเป็นตอไม้กลับเข้าไปในเรือน

เขาทิ้งร่างของนางลงบนพื้น ตัวนางสกปรกมอมแมมเสื้อผ้าเต็มไปด้วยเลือดและสิ่งสกปรกเพราะนางอาศัยรถขนขยะแอบลอบออกไปทว่ากลับถูกทหารหน้าจวนจับได้เสียก่อน

จื่อเม่ยปากสั่น เอ่ยวิงวอนทันใด

“ท่านอ๋องข้าบอกแล้ว ว่าข้าไม่ใช่นาง ปล่อยข้าไปเถิด หรือไม่ท่านก็ฆ่าข้าเถิด ข้าทนไม่ไหวแล้ว”

ซีเฉินจับแขนของนางอย่างแรงพร้อมกับบีบจนกระดูกของนางแทบจะหักคามือ

“ได้ อยากตายเช่นนั้นหรือ ยาพิษทำให้เจ้าตายไม่ได้เช่นนั้นก็ลองนี่เป็นอย่างไร”

“ท่านจะทำอะไร!”

และแล้วนางก็ถูกกระชากร่างมาที่ห้องอาบน้ำ ภายในถังน้ำยังมีน้ำที่เขาเพิ่งอาบอยู่จนเต็ม ซีเฉินไม่พูดมากความ มือใหญ่ราวคีมแข็งก็กดศีรษะของจื่อเม่ยจนกระทั่งจมน้ำ

เมื่อถึงคราวจะตายจริง ๆ จื่อเม่ยกลับดิ้นรนสุดชีวิต ทรมานเจียนคลั่งกระทั่งน้ำกระเซ็นแตกกระจาย สองมือพยายามดึงมือของเขาให้หลุดพ้นแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย

จวบจนร่างของนางเริ่มแน่นิ่งหัวสมองคล้ายจะว่างเปล่า ซีเฉินจึงกระชากนางขึ้นมา

จื่อเม่ยสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ แต่เขาไม่ให้โอกาสนางได้สูดลมหายใจอีกครั้ง เมื่อเขาก็กดนางจมน้ำเป็นครั้งที่สอง

จื่อเม่ยไร้แรงจะดิ้นแล้วครานี้ ซีเฉินปล่อยให้นางทรมานอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นจากนั้นจึงดึงนางออกจากถังน้ำ แล้วผลักร่างบอบบางลงไปบนพื้น

จื่อเม่ยทั้งไอเพราะสำลักน้ำ รู้สึกเหมือนว่าตนเองได้ตายไปแล้วและได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

เห็นท่าทางดิ้นรนเอาตัวรอดของนางเช่นนี้ ซีเฉินก็เอ่ยว่า

“ทำไม ไม่อยากตายแล้วหรือ เห็นท่าทางเช่นนี้ของเจ้าทำให้ข้าขบขันเสียจริง เมื่อสักครู่ใครกันที่ร้องขอความตาย ขลาดเขลาสิ้นดี”

เขาหัวเราะราวคนไร้สติ จากนั้นก็ลากร่างที่เปียกปอนของนางมาตามพื้นจนเปียกเป็นทางยาวในขณะที่จื่อเม่ยกรีดร้องด้วยรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว

เขาเปิดประตูเรือนปล่อยให้ลมหนาวพัดเข้ามาแล้วโยนนางไว้ที่หน้าประตูราวกับสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง

น้ำตาของจื่อเม่ยไหลพรากราวกับทำนบพัง นางหดตัวงอราวกับกุ้งสุกพร้อมกับสะอื้น สองมือเรียวยกขึ้นปิดใบหน้าตนเองร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย

คนผู้นั้นยังเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา

“หากเจ้ากล้าหนีไปอีก ข้าจะตีขาสองข้างของเจ้าให้หัก จากนั้นก็ควักลูกตาเจ้าเสีย คืนนี้ก็นั่งอยู่ตรงนี้สำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองกระทำ”

จื่อเม่ยเอ่ยพึมพำ

“ข้าบอกแล้วว่าไม่ใช่ข้า ข้าไม่ใช่นาง”

ซีเฉินมองนางด้วยสายตาราวกับจะบอกว่า นางกำลังหาเรื่องตายแล้ว!

“เจ้าวางยาพิษข้าเพราะจะช่วยหยางอ๋องหวังให้ข้าตายเจ้าจะได้ไปเสวยสุขกับคนผู้นั้น หลักฐานชัดเจนเพียงนี้ ยังจะปฏิเสธความผิด ที่ผ่านมาข้าถนอมเจ้าเพียงใดเจ้ากลับไม่เคยพอ จิตใจโสมมต่ำช้าโหยหาบุรุษอื่นทั้ง ๆ ที่เป็นอนุของข้า จื่ออินหากว่าไม่เห็นแก่พี่ชายของเจ้าที่ปกป้องข้าเพียงนั้น เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะยังได้อยู่ดีเช่นนี้”

กล่าวจบประตูถูกปิดโครมลง จื่อเม่ยได้แต่เอ่ยเบา ๆ ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่กำลังทำให้นางเหมือนตายทั้งเป็น

“เจ้าบ้าเอ๊ย คอยดูเถอะ ข้าจะหาทางหนีให้ได้”

ไม่รู้ทำกรรมอะไรไว้ นางจึงได้ดวงซวยที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของตัวประกอบในนิยายที่ตัวเองเขียนขึ้นมาแล้วทำให้ตัวเองลำบากแสนสาหัสเช่นนี้

จื่อเม่ยทั้งหนาวทั้งเจ็บไปทั้งตัว ตอนนี้ยังไม่กล้าขยับไปไหนเพราะกลัวว่าเขาจะหักขาตนเองจริง ๆ

ผู้ชายคนนี้คือตัวร้ายของเรื่องที่จื่อเม่ยสร้างขึ้นมาเอง ดังนั้นเขาสามารถทำเรื่องชั่วช้าได้โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ให้ตายเถอะ ทำไมเธอต้องเขียนตัวร้ายที่โรคจิตขนาดนี้ด้วย

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณนักลอบสังหารสาวข้ามภพมาสถิตในร่างคุณหนูใหญ่ที่สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว นางตัดสินใจผันตัวเป็นแพทย์ผู้เก่งกาจและรับงานมืดบางคราวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าชีวิตเรียบง่ายกลับถูกทำลาย เมื่อราชสำนักมีบัญชาให้นางวิวาห์กับจวิ้นอ๋องผู้มีดวงตาสีม่วงประหลาด บุรุษผู้นี้มักถูกเหยียดหยามและตั้งข้อสงสัยเรื่องชาติกำเนิด ในสายตาคนทั่วไป การแต่งงานนี้คือการลงทัณฑ์ แต่สำหรับอดีตนักฆ่า นางกลับมองเห็นเสน่ห์เร้นลับในตัวว่าที่สวามี การจับคู่ที่ดูเลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย
9.5
แพทย์ทหารหญิงหลุดเข้ามาในนิยาย กลายเป็นภรรยาที่ถูกลิขิตให้ตายของบุรุษอำมหิตผู้พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อล้างแค้นให้บุตรชาย เพื่อพลิกชะตากรรมมรณะ นางจึงยื่นข้อตกลงกับสามีจอมโหด โดยอาสารักษาขาที่พิการของเขาให้กลับมาเดินได้ แลกกับหนังสือหย่าและอิสรภาพ ทว่าระหว่างการรักษา นางต้องสวมบทบาทมารดาเพื่อฟูมฟักลูกชายฝาแฝดทั้งสี่ให้เติบโตอย่างปลอดภัย พร้อมกับดูแลสามีอันตรายผู้นี้อย่างใกล้ชิด การดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนตอนจบของเรื่องราวและเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือปีศาจร้ายจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
8.5
ชะตากรรมของครอบครัวพลิกผันเมื่อถูกตัดสินโทษเนรเทศจนต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด ทว่าวิกฤตนี้ทำให้แพทย์หญิงอัจฉริยะต้องก้าวมาเป็นเสาหลักเพื่อปกป้องสายเลือดของตน เธอผสานวิชาแพทย์อันล้ำเลิศเข้ากับพลังจากมิติเร้นลับเพื่อเอาชนะอุปสรรคอันตรายรอบด้าน บนเส้นทางแห่งความแร้นแค้น เธอใช้สติปัญญาและความเยือกเย็นพลิกฟื้นฐานะ สร้างความมั่งคั่งจากศูนย์ไปพร้อมกับการวางแผนชำระแค้นอย่างแยบยล การต่อสู้เพื่อล้างมลทินและทวงคืนความยุติธรรมให้กับตระกูลจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีมันสมองและความเด็ดเดี่ยวของหญิงแกร่งเป็นอาวุธ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติพร้อมมิติน้ำพุวิเศษ กลายเป็นเมียตัวร้ายของเสนาบดี
6.7
ชะตากรรมนำพาซ่งจิ่นข้ามเวลามาสวมบทเป็นหญิงใจทรามในนิยาย ท่ามกลางยุคภัยพิบัติหนาวเหน็บ เจ้าของร่างเดิมเคยก่อกรรมด้วยการทิ้งสามีพิการและขายลูกเลี้ยงทั้งสี่เพื่อเอาตัวรอด โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตเด็กเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจ และสามีจะก้าวขึ้นเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อได้ชีวิตใหม่ ซ่งจิ่นปฏิเสธที่จะเดินตามรอยเดิม เธอใช้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และมิติน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือพลิกสถานการณ์ หญิงสาวมุ่งมั่นแก้ไขความผิดพลาด หันมาปกป้องดูแลครอบครัวให้รอดพ้นจากความหิวโหย จากสตรีที่เคยถูกประณาม เธอจะใช้สองมือนี้ก้าวขึ้นเป็นภรรยาที่เคียงข้างท่านเสนาบดีอย่างสง่างาม
ภาพปกนิยายเรื่อง นางเซี่ย
9.2
เพื่อเป็นเสาหลักแห่งจวนจงหย่งโหว เซี่ยฟางหวาวัยเจ็ดขวบยอมทิ้งความสบายไปฝึกวิชากับองครักษ์เงา แปดปีต่อมานางถล่มค่ายฝึกจนสิ้นซากแล้วลอบเข้าเมืองหลวง ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อเผชิญหน้ากับฉินเจิง อ๋องน้อยแห่งจวนอิงชินอ๋อง การพบกันเพียงชั่วครู่ร้อยรัดนางไว้จนไม่อาจคืนสู่ฐานะเดิมได้ สตรีผู้แตกฉานทั้งกลยุทธ์และศาสตร์การแพทย์ถูกบีบให้ต้องสวมรอยเป็นสาวใช้ใบ้ข้างกายเขา แม้นางจะเก่งกาจไร้ผู้ต้าน แต่เมื่อต้องรับมือกับอ๋องน้อยผู้นี้ นางกลับต้องเผชิญความมืดแปดด้านและไร้หนทางจะดิ้นหลุดไปได้