APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย

Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย

หญิงสาวลืมตาขึ้นมาในร่างของนาเซีย ตัวร้ายหญิงผู้มีชะตากรรมอันน่าสลดใจรออยู่เบื้องหน้า เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดและหลีกเลี่ยงจุดจบอันโหดร้าย ควบคู่ไปกับการเสาะหาลู่ทางเพื่อเดินทางกลับสู่โลกแห่งความจริงที่เธอจากมา ทว่าการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามที่ใจปรารถนากลับไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อผู้คนรอบข้างต่างพากันก้าวเข้ามาในชีวิตและสร้างความวุ่นวายให้เธออย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยขวากหนามและการตัดสินใจครั้งสำคัญที่พร้อมจะเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

นาเซียถูกบรรดาสาวใช้ของตระกูลแต่งตัวให้ราวเกือบสองชั่วโมง เธอไม่คิดว่างานเลี้ยงฉลองเฉลิมพระชนมรัชทายาทแคลบอร์นจะยาวนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยกัน นาเซียที่เพิ่งจะเกิดเรื่องเธอไม่อยากที่จะไปงาน ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากเห็นว่างานเต้นรำในราชวังจะน่าตื่นเต้นแค่ไหน แต่เธอเกรงว่าหากต้องสบตาเข้ากับดยุกกาบริเอลเข้าเธอจะทำสีหน้าอย่างไร หากตามเนื้อเรื่องเดิมคือนาเซียถูกเหล่าขุนนางไปพบในสภาพที่ไม่น่าดูกลางสวน จนเธออับอายไม่ยอมออกห้องก่อนจะใช้กรรไกรแท่งที่คอตัวเอง แต่ตอนนี้เธอที่ไม่เป็นไปตามเนื้อเรื่องเดิม นาเซียก็ไม่สามารถที่จะอ้างได้โดยเฉพาะเป็นคำสั่งจากราชินีล้วนไม่อาจปฏิเสธได้

“งานเลี้ยงคืนนี้เป็นชุดราตรีจากร้านมิสเจนที่องค์ราชินีสั่งตัดไว้ให้คุณหนูค่ะ” เด็กสาวราวอายุสิบหกยกชุดราตรีสีครีมปักอัญมณีแพรวพราว มันคงจะดีถ้าชุดราตรีดูเรียบดังสีของชุด แต่ดีไซส์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ชุดราตรีที่พองโตกับเกาะอกที่ดูแหวกลึกเป็นพิเศษ ดูท่าเลดี้สมัยนี้ชื่นชอบการอวดโฉมหน้าอกอวบอิ่มของพวกเธอ ดีไซน์ส่วนใหญ่ล้วนแต่เผยหน้าอกทั้งนั้น แต่ตอนนี้เธอจะเผยโชว์ได้อย่างไร ในเมื่อเนื้อตัวเธอมีแต่รอยจ้ำแดง แม้จะอยู่ในส่วนที่ไม่ชัดเจน แต่หากเป็นชุดที่แหวกลึกขนาดนี้ไม่มีทางที่เธอจะปกปิดมันได้ สาวใช้ได้แต่ยืนเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยใด ๆ ต่อให้เห็นรอยพวกนั้นปรากฏชัดเจนก็ตาม

“เช่นนั้นข้าจะนำชุดมาเปลี่ยนให้คุณหนูใหม่นะคะ” เด็กสาวคนเดิมเธอมีชื่อว่านีร่าเธอเกิดและเติบโตในตระกูลนี้เพราะแม่ของเธอเป็นแม่บ้านประจำที่คฤหาสน์ตระกลูดาร์เรล ด้วยความเก่งและฉลาดแก้ไขสถานการณ์ได้ดีทำให้นาเซียมักจะเรียกใช้เธอเป็นสาวใช้ประจำตัว ชุดใหม่ถูกนำมาเปลี่ยนให้กับเธอ มันปิดสูงถึงลำคอ แต่ก็ไม่ได้ดูแน่นตาไปเสียหมด เพราะตั้งแต่ช่วงอกขึ้นไปเป็นเพียงผ้าบาง ๆ ที่ออกแบบเฉพาะให้ยกสูงถึงลำคอ แต่เปิดโชว์เรียวแขนที่เรียวสวย ชุดสีเขียวเข้ากับสีแววตาของนาเซีย เธอมองตัวเองในกระจกอดรำพึงรำพันไม่ได้ว่านาเซียผู้นี้ดูสวยราวกับตุ๊กตา นาเซียอดคิดไม่ได้ว่าหากเป็นนางเอกอย่างเซลีนแล้วนางจะสวยเพียงใด

ห้องโถงกลางของพระราชวัง เต็มไปด้วยเหล่าบุตรสาว และบุตรชายของขุนนางมากมายเกือบร้อยชีวิต นาเซียพยายามหลบเลี่ยงสายตาที่จะดูโดดเด่นเกินไป แต่ดูท่าจะทำไม่ได้ เพราะทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้างานขุนนางผู้ทำหน้าที่ตรวจรายชื่อเข้างานก็ขานชื่อเธอดังเพื่อให้การต้อนรับ จากนั้นก็มีอัศวินคอยประคองให้เธอเดินเข้าไปในงาน นาเซียมองแท่นบัลลังก์ที่มีกษัตริย์แคลบอร์นประทับคู่องค์ราชินี ด้านข้างมีชายหนุ่มใบหน้าคล้ายคลึงกับมิกาเอล เธอเดาได้ทันทีว่าเขาคือลาฟาซ นาเซียเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขาก่อนย่อตัวลงตามธรรมเนียม

“ถวายพระพรแด่แสงอรุณแห่งแคลบอร์น ถวายพระพรองค์ราชินีผู้โอบล้อมแคล์บอร์น ถวายพระพรแด่ดวงสุริยะดวงน้อยแห่งแคลบอร์นเพค่ะ” นาเซียยกยิ้มอย่างภูมิใจ เธอภูมิใจในตัวเองที่ได้ตั้งหน้าตั้งตาอ่านเรื่องนี้มาหลายรอบเพราะเธอชอบในความเก่งของนางเอกและความรักของพระเอกนั่นเอง ทำให้เธอจดจำคำเหล่านี้ได้อย่างขึ้นใจ

“มานี่ซินาเซีย” เสียงเรียกจากองค์ราชินีพร้อมกางแขนออกราวรอโอบกอดเธออยู่ นาเซียก้าวเดินเข้าไปพร้อมโน้มตัวลงให้นางได้โอบกอดอย่างเต็มอิ่ม แม้นาเซียจะร้ายกาจแต่นางก็เอาอกเอาใจองค์ราชินีเป็นอย่างมาก จนทำให้องค์ราชินีทั้งรักและเอ็นดูเธอ แต่ในความจริงแล้วนาเซียที่รู้ว่าองค์รัชทายาทนั้นเกรงใจองค์ราชินีเพียงใด นาเซียจึงใช้ความเกรงใจนั้นทำให้องค์ราชินีชื่นชอบเธอ

“ลาฟ เจ้าพาน้องไปเต้นรำเสียหน่อยซิ เมื่อคืนเจ้าก็มิได้พาน้องออกไปเต้นรำ จนนาเซียงอลหายไปเลย” องค์ราชินีที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ได้กล่าวตามที่ตนเห็นเท่านั้น หากแต่แววตาแสนเยือกเย็นที่กำลังจ้องมองมาทางเธอคงกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรต่อจากนั้นกันแน่ เพราะทันทีที่องค์ราชินีเอ่ยลาฟาซก็รีบเดินตรงมาที่เธอ

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่” ลาฟาซเดินมาหยุดยืนตรงหน้านาเซียก่อนจะโค้งเชิญ นาเซียเพียงได้แต่ยืนมือออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอกลัวว่าเขาจะพาเธอไปให้กับทหารพวกนั้นอีก นาเซียถูกพาลงมายืนอยู่กลางโถงงานเลี้ยงก่อนที่เพลงจะบรรเลงขึ้น

“ดูท่าเจ้าจะไม่เกรงกลัวต่อข้าเลยงั้นสินะเลดี้คาร์เรล” ลาฟาซพูดเสียงรอดไรฟัน ทั้งที่ยังคงนำพาเธอเต้นรำได้อย่างตรงจังหวะ

“หม่อมฉันรู้สำนึกดี เมื่อคืนเป็นหม่อมฉันผิดเอง ต่อจากนี้หม่อมฉันจะไม่ขัดขวางพระองค์แล้วเพค่ะ” นาเซียพูดเสียงผ่านรอยยิ้มที่ยังคงฉีกยิ้มให้เขาอย่างไม่เต็มใจนัก เธอรู้สึกถึงแรงบีบที่ฝ่ามือของเขาราวกับว่ากระดูกมือกำลังจะแตก หากเทียบกับความร้ายกาจของนาเซียแล้วนั้น เขาก็คงเป็นบุรุษที่ร้ายกาจไม่น้อยไปกว่านาเซียแน่ เพราะนอกจากฝ่ามือที่บีบแรงแล้ว เขายังรัดเอวเธอแน่นราวต้องการให้กระดูกเธอหัก นาเซียบิดใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บเพียงเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้เป็นที่สังเกตจากองค์จักรพรรดิ และราชินี แต่ดูเหมือนฝ่ามือเธอจะไร้ความรู้สึกเพราะแรงบีบของเขา โชคดีที่บทเพลงบรรเลงจบเสียก่อนไม่งั้นมือเธอคงได้หักไปแล้วจริง ๆ นาเซียรีบใช้โอกาสนี้ถอยหนีเมื่อเห็นเซลีนยืนอยู่ใกล้ ๆ เธอคาดเดาได้ไม่ยากเพราะเส้นผมสีคาราเมลกับดวงตาสีฟ้าครามนั้นดูโดดเด่นกว่าใคร ๆ

“ทรงอย่างปล่อยให้เลดี้บอร์นเนอร์รอนานเลยเพค่ะ” นาเซียถอยหลังก่อนพูดบอกลาฟาซ เซลีนที่ยืนรวมอยู่กับกลุ่มบุตรสาวขุนนางกำลังมองมาทางเธอและเขา ลาฟาซจำต้องปล่อยนาเซียออกไป

นาเซียพ่นลมถอนหายใจออกทันทีที่ปลีกตัวออกมาตรงระเบียงด้านข้างได้ เธอนึกโกรธนักเขียนนะว่าทำไมต้องเขียนให้พระเอกคลั่งรักเพียงนางเอกผู้เดียว จนไม่เหลือมารยาทต่อนางร้ายอย่างเธอเลย แต่จะโทษเพียงนักเขียนก็ไม่ได้ เพราะนักอ่านอย่างเธอก็ชื่นชอบไอ้อาการคลั่งรักของตัวเอกเช่นกัน ยังไม่ทันพอได้หายใจหายคอ มิกาเอลก็เดินมาที่ระเบียงพร้อมแก้วไวน์ในมือทั้งสองข้าง

“ดูท่าจะมีความสุขไม่น้อย” มิกาเอลแกล้งแซวเมื่อเห็นว่าเธอได้เต้นรำกับชายที่เธอคาดหวังจะครอบครองเขา แต่นาเซียกลับถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“ท่านดยุกมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้กัน” นาเซียเปิดประเด็นขึ้นเมื่อเห็นแววตาเขาจับจ้องมองไปยังเซลีนที่กำลังเต้นรำกับลาฟาซ

“เลดี้ยินดีที่จะเต้นรำกับข้าหรือไม่” มิกาเอลโค้งตัวพร้อมยกมือรอ นาเซียรอบมองไปกลางฟลอร์เต้นรำ ดนตรีบรรเลงรอบนี้เป็นดนตรีค่อนข้างสนุกสนาน เธอคาดเดาไม่ยากว่าดยุกกาบริเอลคงใช้เธอเป็นเพียงตุ๊กตาเต้นรำที่จะสลับสับเปลี่ยนคู่เต้นกลางฟลอร์เมื่อหยุดกลางบทเพลง แม้เธอจะขยาดกับแรงบีบที่มือเมื่อครู่แต่เธอก็ได้เอ่ยสัญญากับเขาแล้วว่าจะช่วยเหลือเขา นาเซียค่อย ๆ วางมือลงที่ฝ่ามือกว้างของเขา

แม้นาเซียจะดูสูงราวร้อยเจ็ดสิบเห็นจะได้ แต่ดยุกบริกาเอลก็ดูสูงใหญ่ไม่น้อย เมื่อคืนเธอเร่งรีบเพราะฤทธิ์ยาทำให้ไม่ทันสังเกตว่ารูปร่างของเขาสูงใหญ่เพียงใด นาเซียถูกพามากลางฟลอร์เต้นรำอีกครั้งก่อนถูกเขารวบโอบที่เอวพลันทำให้เธออดคิดถึงเรื่องที่เธอกับเขาทำไว้ไม่ได้ นาเซียแก้มแดงขึ้นทันทีแม้เธอจะไม่ค่อยได้สติเพราะฤทธิ์ของยาแต่ใช่ว่าเธอจะจดจำไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเหมือนเธอหรือไม่แต่ตอนนี้หัวใจเธอกำลังเต้นแรงเมื่อคิดถึงภาพนั้น บทเพลงหยุดลงก่อนที่มิกาเอลจะหมุนตัวเธอไปสลับกับเซลีน นาเซียอยากจะถอนหายใจแรง ๆ ใส่หน้าลาฟาซสักครั้งแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ เธอทำใจไว้แล้วว่าตัวเอกผู้นี้คงจะไม่คิดทะนุทะนอมเธอเหมือนเซลีนแน่ นาเซียถูกเขาเหวี่ยงไปมาราวกับตุ๊กตามากกว่าการเต้นรำ เธอรู้สึกถึงแรงผลักและแรงกระชากอย่างไม่พอใจจากลาฟาซ แต่เธอก็ยังคงอดทนขอเพียงแค่จบบทเพลงเธอก็จะรีบออกจากงานเลี้ยงนี้ทันที

แคว่ก!! เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ทุกคู่เต้นรำต่างหยุดมอง นาเซียรู้สึกถึงลมเย็น ๆ ที่ปะทะแผ่นหลังได้ทันที ดูเหมือนตะขอด้านหลังที่เกี่ยวไว้จะหลุดออก แต่เธอจะทำยังไงดีในเมื่อเธอไม่ได้สวมครอสเซ็ตที่สาวใช้เอามาให้เพราะมันอึดอัดเกินไปเธอจึงปฏิเสธที่จะสวมมัน อีกทั้งหากเปิดออกเช่นนี้แล้ว รอยแดงที่ดยุกกาบริเอลทำไว้ก็คงปิดไม่มิด

“ดูนั่น” เสียงบุตรสาวขุนนางหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเธอมองเห็นรอยจ้ำแดงที่แผ่นหลังนาเซีย

“นาเซียนี่เจ้า” ลาฟาซเอ่ยอย่างสงสัย ยังไม่ทันที่เธอจะตอบดยุกบริกาเอลก็พลาดเสื้อคลุมสีดำของเขามาที่เธอก่อนจะอุ้มตัวเธอเดินออกจากงานไป นาเซียอายแทบอยากจะหายตัวเสียให้ได้ในตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าเอิร์ลคาร์เรลจะมีสีหน้าอย่างไรตอนที่เห็นชุดของบุตรสาวตนเผยออกกลางงาน แต่นั้นไม่สำคัญที่รอยแดงบนแผ่นหลังถูกคนมองเห็น ดยุกบริกาเอลอุ้มเธอออกมาจากงานก็ตรงมายังปราสาทชั่วคราวของเขา

“นี่เจ้าสวมชุดอะไรกัน อยากประกาศให้ทั่วจักรวรรดิได้รู้กันหรือยังไง” เขาตวาดเธอทันทีที่โยนเธอลงไปที่โซฟาห้องรับรอง นาเซียยกตัวลุกทันทีก่อนจะเชิดหน้าตอบ

“แล้วใครใช้ให้ท่านทำรอยพวกนี้ไว้มากมายกัน อีกอย่างข้าไม่ได้ขอให้ท่านดยุกช่วยพาข้าออกมาเสียเมื่อไหร่กัน” นาเซียตอบอย่างโมโห เขาโยนตัวเธอราวกับว่าเธอเป็นเพียงสิ่งของ เธอรู้ว่าที่เขาช่วยเหลือพาเธอออกมานั้นก็เพราะกลัวว่าตนเองจะถูกมองไปด้วย แต่ในเมื่อเธอยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเกี่ยวกับเขาออกมา ทำไมเขาจะต้องร้อนตัวได้ขนาดนี้ นาเซียโยนเสื้อคลุมนั้นคืนไปที่เขา แล้วหันหลังออกมา โดยไม่สนใจท่าทีโมโหโกรธของเขา มิกาเอลเร่งฝีเท้าเดินตามก่อนจะคว้าตัวเธออุ้มไว้อีกครั้ง

“เจ้าจะกลับไปทั้งแบบนี้นะหรือ” เขาตวาดใส่เธอ

“ก็ข้ามีชุดนี้เพียงชุดเดียว จะให้ข้าถอดชุดทิ้งหรือยังไงกัน” นาเซียเถียงทั้งยังดิ้นให้เขาปล่อยเธอลง

“สวมเสื้อคลุมนี้ไว้ซะ แล้วข้าจะไปเจรจากับเอิร์ลดาร์เรลเอง” เขาเอ่ยปรามเธอด้วยเสียงดุ

“หยุดเลย ข้าไม่ได้ขอร้องให้ท่านต้องมารับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะแผนของข้าผิดพลาดเอง ท่านดยุกโปรดวางใจได้บิดาข้ารักข้ามากเรื่องแค่นี้ข้าอธิบายได้” นาเซียยกมือผลักตัวเขาไว้ เพราะท่าทางเขากำลังจะพุ่งตรงออกไปที่บิดาของนาเซีย เธอไม่ยากให้เรื่องที่เกิดต้องวุ่นวาย เพียงแค่นี้เธอก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ไหนจะต้องมานั่งคิดหาวิธีกลับไปยังโลกเดิมของเธออีก ขืนเองตัวเองมาผูกติดกับตัวละครหลัก เกรงว่าเธอจะไม่ได้กลับไปยังโลกเดิมง่าย ๆ เพราะตามเนื้อหาหลักนาเซียควรจะเก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์ของเธอ

“เจ้าเป็นเลดี้แบบไหนกันถึงไม่ถือสาเรื่องเช่นนี้ ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็ไม่สามารถที่จะอภิเษกกับองค์รัชทายาทได้ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มาเป็นคนของข้ามิดีกว่าหรือ” แววตาแสนเย็นชาจับจ้องมองพร้อมน้ำเสียงราวกับดูถูก นาเซียยกยิ้มมุมปากก่อนเอ่ยตอบ

“เรื่องเพียงเท่านี้ข้าไม่ถือสา ส่วนการอภิเษกได้หรือไม่นั้นข้าก็ไม่ใส่ใจว่าจะได้หรือไม่ เพราะข้าตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตอยู่เพียงตระกูลดาร์เรลเท่านั้น ...ลอร์ดเฮนรี่คะ ข้าของรถม้ากลับคฤหาสน์ข้าด้วย” นาเซียกระแทกน้ำเสียงตอบพร้อมหันไปบอกลอร์ดเฮนรี่ที่กำลังเดินเข้ามาจากทางด้านหลังมิกาเอล

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ลูน่า อัลฟ่าของเธอตกหลุมรักฉัน
9.1
ในคืนฉลองวันเกิดของอัลฟ่าเดนิส เขาได้พาคนรักเก่าที่เคยทิ้งไปกลับมาด้วย แม้เขาจะแสดงออกว่าทรมานผู้หญิงคนนั้นสารพัดเพื่อเอาใจฉัน แต่ในวันครบรอบสัญญา ฉันกลับต้องเผชิญความจริงอันเจ็บปวดเมื่อพบเขากำลังตีตราสร้างพันธะกับเธอในห้องนอน วีจิเนียยังเยาะเย้ยฉันด้วยแหวนแต่งงานที่เหมือนกันบนนิ้วมือ ขณะที่เดนิสอ้างว่าทั้งหมดเป็นเพียงการลงโทษ ความทรยศที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาทำให้หมาป่าในตัวฉันกรีดร้องด้วยความเสียใจอย่างแสนสาหัสที่ลูน่าของมันถูกหักหลังอย่างเลือดเย็น
ภาพปกนิยายเรื่อง โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
9.1
เมื่อสูญเสียผู้นำครอบครัว เย่หยุนเหนียงจำต้องพาแม่สามีและลูกชายอพยพมายังเจียงเฉิง ความยากจนบีบให้เธอรับงานเป็นแม่นมในจวนตระกูลเจียง โดยมุ่งหวังเพียงสะสมเงินทองเพื่ออนาคตที่สงบสุข แต่เส้นทางเรียบง่ายกลับถูกทำลายเมื่อเธอถลำลึกไปพัวพันกับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้เปลี่ยนชะตากรรมของหญิงม่ายผู้เจียมตัว จากคนรับใช้ที่หวังเพียงชีวิตราบเรียบ เธอถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายหญิงผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือจวนแห่งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์
8.0
มาวิน วิศวกรหนุ่มโสดต้องเผชิญโชคชะตาที่ไม่คาดฝัน เมื่อเขาหลุดมิติย้อนเวลามาอยู่ในร่างของ ‘อำนาจ’ ชายหนุ่มร่างอ้วน ณ ผืนแผ่นดินอีสานชนบทปี 2528 ที่นี่เขาได้พบกับ ‘นิตยา’ หญิงสาวผู้ถูกสังคมตีตราว่าอัปลักษณ์และโชคร้าย ซึ่งกลายมาเป็นภรรยาจากการคลุมถุงชนของครอบครัวที่หวังเพียงเงินสินสอดและทายาท ทั้งคู่ถูกส่งไปใช้ชีวิตร่วมกันในกระท่อมกลางป่าลึกอันห่างไกล แม้จะเผชิญแรงกดดันเรื่องการมีลูก แต่อำนาจยึดมั่นไม่ล่วงเกินภรรยาเพราะยังไร้ใจ จากความห่างเหินในดินแดนทุรกันดารจึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพและการพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง  Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)
8.5
เมื่อมนุษย์สามารถปรับตัวและเอาชีวิตรอดในโลกที่ล่มสลายมานานกว่าสี่สิบปีได้สำเร็จ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่ง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองได้ย้อนเวลากลับไปยังจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติครั้งใหญ่ในร่างของเด็กชายวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตการณ์วันสิ้นโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง เขาต้องใช้ความทรงจำและประสบการณ์ทั้งหมดจากอนาคตเพื่อเผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมเดิมที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่อีกหน
ภาพปกนิยายเรื่อง ยาโอเมก้าที่อัลฟ่าไม่ต้องการ
9.4
ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันยอมเป็นเพียงยาลับคอยถอนพิษร้ายในร่างกายให้อัลฟ่าคีรินทร์ โดยมีคำมั่นสัญญาว่าเขาจะเลือกฉันตราบใดที่ยังไม่เจอกับคู่แท้ ทว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง เขากลับเปิดตัวลิตาผู้หญิงคนใหม่พร้อมโยนเงินจ้างให้อย่างไร้เยื่อใย ซ้ำร้ายฉันยังถูกคนรักใหม่ของเขาใส่ร้ายจนต้องเผชิญกับการทำร้ายและคำดูถูกสารพัดจากคีรินทร์ เมื่อความอดทนหมดลงในวันที่เขาพยายามจะขืนใจและโยนความผิดให้ ฉันจึงเลือกตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมด เพื่อหนีไปพึ่งพิงเพื่อนในวัยเยาว์ผู้เป็นคู่แท้ลำดับที่สองซึ่งเฝ้ารอฉันอยู่ในฝูงที่เป็นศัตรู
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง
7.9
เมื่อพายุแห่งอุปสรรคและไฟสงครามโหมกระหน่ำเข้าใส่ ความรักแท้จึงต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบครั้งยิ่งใหญ่ มีเพียงความเชื่อมั่นและการเสียสละเท่านั้นที่จะเป็นแรงผลักดันให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ นี่คือบันทึกการต่อสู้ท่ามกลางสมรภูมิแห่งความรู้สึกและการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ระหว่างการลุกขึ้นหยัดยืนเพื่อไขว่คว้าหัวใจดวงที่ปรารถนามาครอบครอง หรือการยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ฟ้าลิขิตไว้ เส้นทางสายใดจะเป็นคำตอบสุดท้ายที่หัวใจดวงนี้เลือกเดิน เพื่อพิสูจน์คุณค่าของรักแท้อันมั่นคงท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจ