APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สวาทร้ายซ่อนรัก

สวาทร้ายซ่อนรัก

ในค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนและอบอวลไปด้วยความเสน่หา แอลลี่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกพลุ่งพล่านใจเมื่อไทเลอร์ก้าวเข้ามาปลุกเร้าอารมณ์อันแสนเย้ายวน ร่างกายของเธอเบียดชิดติดประตูด้วยความเสียวซ่าน ท่ามกลางเสียงกระซิบปลอบประโลมอันสั่นพร่าและนุ่มนวลจากเขา สัมผัสอันร้อนแรงที่ล่วงล้ำเข้ามาไม่เพียงแต่สร้างความรัญจวนใจอย่างที่สุด แต่ยังช่วยปัดเป่าและเติมเต็มความอ้างว้างในใจที่เธอต้องเผชิญมาแสนนาน ในค่ำคืนนี้ไทเลอร์ได้กระซิบบอกรักพร้อมทั้งยืนยันความปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่มีต่อแอนอย่างไม่มีวันทองแท้จริง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตัวจริงของพีระพงษ์ไม่ต่างไปจากภาพถ่ายซึ่งปรากฏอยู่ในนิตยสารจีเอ็ม แมกกาซีน ที่เขาได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ในคอลัมน์เกี่ยวกับผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจท่องเที่ยวและการโรงแรมจนเป็นที่จับตา

พีระพงษ์ในวันนี้ยังมีเค้าความหล่อเหลาไม่สร่าง แม่ร่างกายจะท้วมไปตามวัยซึ่งมากขึ้นทุกวัน แต่เขาก็ยังดูสมาร์ตและภูมิฐานสมวัย ไม่แปลกเลยที่ผู้หญิงสักคนจะหลงใหลเขาง่ายๆ

“เล่าอะไรเกี่ยวกับตัวคุณให้ผมฟังหน่อย…”

ประธานบริษัทเริ่มต้นด้วยคำถามแรก

คนถูกถามรู้ว่าเขาต้องการทดสอบเธอในเชิงจิตวิทยา จึงเริ่มแนะนำตัวว่าเธอชื่อแอลลี่ เป็นชาวเวียดนามโดยกำเนิด

หญิงสาวพยายามจะไม่เอ่ยถึงครอบครัวให้มากนัก แต่หันเหความสนใจของเขาด้วยการเล่าถึงการศึกษาและประวัติการทำงานที่ผ่านๆ มา

จากนั้นพีระพงษ์ก็ทดสอบความสามารถทางด้านภาษาด้วยการให้เธอแนะนำตัวเองในหลายๆ ภาษา ซึ่งแอลลี่สามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่วมากกว่าห้าภาษา จริงอย่างที่วิไลวรรณได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่าไทเลอร์ได้สัมภาษณ์หญิงสาวทางโทรศัพท์ไปแล้วครั้งหนึ่ง

“เกิดที่เวียดนามหรือ…”

พีระพงษ์ถามด้วยความอยากรู้ ขณะสบตากับหญิงสาว

“ค่ะ…”

คนถูกถามตอบสั้นๆ ดวงตาของเธอแฝงความทระนงเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด

“เมืองอะไร”

“กว่างนิงห์…ย่านฮาลองค่ะ”

พีระพงษ์รู้จักเวียดนามเป็นอย่างดี BK Paradise Hotel มีสาขาอยู่ที่นั่น ‘ฮาลอง’ คือเมืองซึ่งมีพื้นที่เป็นอ่าว รู้จักกันดีในชื่อ ‘ฮาลองเบย์’ อยู่ทางตอนเหนือของเวียดนาม ใกล้ชายแดนติดต่อกับประเทศจีน

“แล้วครอบครัวล่ะ…”

สายตาของเขาแสดงอาการครุ่นคิด พินิจใบหน้าของแอลลี่ราวกับว่าเคยเห็นมาจากที่ไหนสักแห่ง

“เป็นชาวเวียดนามค่ะ…”

แอลลี่ยังคงตอบแบบออมถ้อยคำ สั้นและกระชับที่สุด เธอรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อต้องเอ่ยถึงครอบครัว

คำตอบจากปากของหญิงสาวสะกิดใจพีระพงษ์ขึ้นมาอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นผู้จัดการโรงแรมอยู่ที่ฮาลองมาก่อน แต่หลังจากแต่งงานกับรพีพรรณ ได้ดิบได้ดีแล้วก็ย้ายกลับมาเป็นผู้บริหารโรงแรมที่เมืองไทยตามบัญชาของภรรยาที่อยากให้เขามาอยู่ใกล้ๆ

“งานเก่าก็ดีอยู่แล้วนี่…ทำไมถึงคิดจะเปลี่ยนงานเสียล่ะ”

พีระพงษ์ถามแทรก เมื่อได้ยินที่แอลลี่บอกไปตามตรงว่าปัจจุบันเธอทำงานอยู่ในโรงแรมชื่อดังระดับสี่ดาว ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเขา

“ดิฉันต้องการความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ใฝ่ฝันเอาไว้เสมอว่าอยากร่วมงานกับโรงแรมที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของภูมิภาคและมีความมั่นคงอย่าง BK Paradise Hotel ของท่านมานานแล้วค่ะ ดิฉันอยากใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ผ่านๆ มาให้เกิดประโยชน์ในการทำงานที่ตัวเองสนใจ อยากเรียนรู้งานที่ท้าทายและอยากพัฒนาตัวเองให้ถึงที่สุดค่ะ”

น้ำเสียงฉะฉานสะกดคนฟัง

หญิงสาวไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นเต้นแต่อย่างใด เมื่อเจอกับคำถามที่อาจทำให้หลายคนคิดหนัก หากแต่เธอสามารถตอบได้อย่างฉลาดเฉลียว ชัดถ้อยชัดคำ ตั้งสติได้เป็นอย่างดี ไม่ได้มีท่าทีประหม่าเกร็งเล็ดลอดออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เหมือนคนที่เตรียมตัวมาแล้วอย่างดีว่าการตัดสินใจก้าวเข้ามาใน BK Paradise Hotel แห่งนี้…ชีวิตเธอจะเจอกับอะไรบ้าง

พีระพงษ์ยิ้ม แววตาแสดงความพึงพอใจเมื่อได้ฟังคำตอบจากปากของหญิงสาวตรงหน้า เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแอลลี่ มองเห็นความตั้งใจจริงซึ่งครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยผ่านช่วงชีวิตนี้มาก่อน

“ดี…ผมชอบคนมุ่งมั่นและตั้งใจจริง หวังว่าคุณจะไม่ทำให้เราผิดหวัง เป็นอันว่าผมตกลงรับคุณเข้าทำงาน…เงินเดือนตามที่คุณเรียกไม่มีปัญหา คุณพร้อมจะเริ่มงานได้เมื่อไร”

เขาเอ่ยขึ้นโดยมิได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย

พีระพงษ์เชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองเสมอมา เขามองเห็นความทะเยอทะยานในดวงตาของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า เชื่อว่าเธอจะเป็นพนักงานที่มีศักยภาพของ BK Paradise Hotel ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

“ดิฉันพร้อมจะเริ่มงานได้เดือนหน้าค่ะ…”

แอลลี่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เธอพยายามระงับความตื่นเต้นจากสายตาของเขา ซึ่งแทบไม่คลาดไปจากดวงหน้าของเธอสักแม้นาทีเดียว

จากนั้นพีระพงษ์ก็เอื้อมมือออกไปกดอินเตอร์คอมซึ่งเป็นระบบสื่อสารที่ใช้กันภายใน เรียกวิไลวรรณเข้ามาในห้อง

“เดี๋ยวผมคงต้องขอตัวก่อน…เกี่ยวกับกฎระเบียบในการทำงานหรือมีข้อสงสัยอะไรที่อยากถาม เลขาฯ ของผมจะพาไปคุยกับแผนกบุคคล ฝากด้วยนะวิไล”

ประธานบริษัทสั่งพลางยกหลังมือขึ้นมองนาฬิกา ป่านนี้รพีพรรณผู้เป็นภรรยาคงเดินทางมาถึงแล้ว

“ค่ะท่าน”

เลขาฯ พยักหน้ารับด้วยน้ำเสียงสุภาพ

แอลลี่ยกมือไหว้ลาพีระพงษ์ ก่อนหยัดร่างระหงขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวตามวิไลวรรณที่เดินนำหน้าออกไปช้าๆ

นาทีต่อมา…

ภายหลังเสร็จสิ้นธุระเรื่องงาน แอลลี่แวะเข้าห้องน้ำของโรงแรมหรูแห่งนั้น

เธอจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ภายในห้องน้ำที่ได้รับการดูแลสะอาดสะอ้าน แลเห็นแจกันดอกไม้หลากสีสันตั้งตระหง่านอวดความงดงามอยู่ตรงกึ่งกลางกระจก แบ่งอ่างล้างหน้าออกเป็นสองส่วนซ้ายและขวา ใบเขียวขจีสวยงามของต้นพูด่างในแจกันสีฟ้าเทอร์คอยซ์ ระย้าย้อยลงมาจากผนังสีน้ำทะเล ทว่าความรู้สึกของแอลลี่ในตอนนี้กลับไม่ได้รับรู้ในความงามเหล่านั้นแม้แต่น้อยนิด มือของเธอบีบเกร็งจนรู้สึกเจ็บด้วยความลืมตัว

หญิงสาวหยิบทิชชูขึ้นซับคราบน้ำตากลมเกลี้ยงที่กลิ้งลงมาอาบนวลแก้ม จ้องมองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงา สบตากับผู้หญิงสวย หากแต่นัยน์ตากลับดูเศร้าหม่นและกร้าวกระด้าง ราวกับว่าผู้หญิงในกระจก

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ขอกลับไปข้องแวะกับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อมีเหตุให้เธอต้องกลับมาอยู่ข้างกายเขาอย่างไม่อาจขัดขืน การผิดคำสาบานนำมาซึ่งความอึดอัดใจแสนสาหัส แต่เคราะห์กรรมกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อพบว่าร่างกายกำลังถูกกัดกินด้วยยาพิษปริศนา ฤทธิ์ของมันรุนแรงจนแทบปลิดชีพเธอ และที่โหดร้ายที่สุดคือมันได้พรากโอกาสในการให้กำเนิดทารกที่สมบูรณ์ไปตลอดกาล หญิงสาวต้องทนรับบาดแผลลึกทั้งกายและใจที่แหลกสลาย ติดอยู่ในห้วงความทุกข์อันไร้ทางหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง รักยืนหยัดชั่วนิจนิรันดร์
6.7
ชีวิตสมรสพังทลายลงในพริบตา เมื่อข้อกล่าวหาจอมปลอมเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นเพียงเศษขยะในสายตาของชายผู้เป็นที่รัก เขาลงมือบดขยี้ความผูกพันจนแหลกลาญอย่างเลือดเย็น ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือแผนการอำมหิตที่เขาหมายจะพรากลมหายใจของลูกแท้ๆ เพื่อปูทางไปสู่งานวิวาห์กับหญิงสาวที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำ จากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นฝังลึก เมื่อพันธสัญญาถูกฉีกทิ้ง สตรีผู้สูญเสียทุกสิ่งจึงพร้อมลุกขึ้นทวงคืนความยุติธรรมให้สาสมกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำไว้กับเธอและลูกน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้ำพริก
9.7
สภาพของอาเรียตอนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ผมสีทองที่เคยงดงามกลับชุ่มโชกด้วยเลือดและหลุดลุ่ยจากเงื้อมมืออันรุนแรงของเคน เขาเค้นให้เธอสารภาพบาป แต่ร่างบอบช้ำไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะลิ้นถูกตัดขาดแถมยังถูกทรมานซ้ำด้วยเกลือจนปวดร้าวแทบขาดใจ นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดทุกสายตาบัดนี้บวมช้ำและไร้ซึ่งประกายความหวัง อาเรียหมดโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำสำนึกผิด เธอทำได้เพียงหลับตายอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีสุดท้ายบนลานประหาร หญิงสาวแสนดีที่เคยถูกเธอรังแกได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่นางมารร้ายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักนายครั้งสุดท้าย
7.7
เปลวอัคคีที่โหมกระหน่ำโดยไม่ทันตั้งตัวได้กลืนกินทุกสรรพสิ่งในชีวิตของชายหนุ่มให้มลายหายไป ภัยพิบัตินี้ไม่ได้พรากแค่ความมั่งคั่งและรากฐานที่มั่นคง แต่กลับเผาผลาญสายใยแห่งความรักให้มอดไหม้กลายเป็นจุล เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นอันแสนสาหัสที่ไม่อาจลบเลือน เมื่อสิ่งที่เคยยึดเหนี่ยวจิตใจถูกแปรสภาพเป็นเศษธุลี เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับความอ้างว้างอันไร้ขอบเขต เรื่องราวความรักที่เคยงดงามต้องพบกับจุดจบอันแสนรันทด ท่ามกลางซากปรักหักพัง หัวใจของเขาก็ได้ดับสูญไปพร้อมกับประกายไฟหยดสุดท้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของลูกน้อยสามคน
9.4
ฮวาเฉี่ยนเหมียน ผู้มีพลังมิติจากอนาคตสวมร่างแม่เลี้ยงใจทรามในต่างภพ เธอทิ้งนิสัยเกียจคร้านหันมาดูแลแม่สามีและลูกเลี้ยงทั้งสาม หญิงสาวใช้พรสวรรค์สร้างฐานะจากงานเกษตร เปิดร้านอาหาร และหมักสุราสมุนไพร พร้อมผลักดันให้เด็กๆ เรียนหนังสือและฝึกวิชาต่อสู้ ทว่าชีวิตอันสงบสุขต้องพังทลาย เมื่อบิดาปริศนาโผล่มาทวงสิทธิ์ในตัวเด็ก ความขัดแย้งนี้ทำให้เธอโกรธจัดจนขอหย่าขาด แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าชาตินี้ไม่มีการหย่าร้าง หากปรารถนาอิสระ หนทางเดียวที่มีคือการเป็นหญิงหม้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง อยากแก่พร้อมเธออย่างจริงจัง
9.4
บาดแผลที่คมสันต์ทิ้งไว้ในใจของเปลียว เปรียบดั่งหนามพิษที่ทิ่มแทงและสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ความร้าวรานจากอดีตทำลายความเชื่อใจจนหมดสิ้น เปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความบอบช้ำที่ยากจะเยียวยา ส่งผลให้เธอสูญเสียความกล้าที่จะมอบหัวใจให้ใครอีก ทว่าหากโชคชะตากำหนดให้เวลาหมุนย้อนกลับ และบังคับให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องราวเหล่านั้นอีกครั้ง หญิงสาวก็ยังคงเด็ดเดี่ยวที่จะเลือกเส้นทางเดิมอย่างแน่วแน่ แม้จะรู้ดีว่าปลายทางคือความรวดร้าวและการแตกสลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม