APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สวาทหวาน

สวาทหวาน

หญิงสาวเผชิญกับห้วงรักอันเร่าร้อนจนแทบพยุงตัวไม่ไหว ร่างกายที่สั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านบังคับให้เธอต้องโอบกอดลำคอแกร่งของเขาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว เมื่อชายหนุ่มเอ่ยถามเรื่องการดูแลในค่ำคืนนี้ เธอก็ตอบตกลงอย่างว่าง่าย สร้างความพึงใจให้เขาจนเดินหน้ามอบสัมผัสอันเอาแต่ใจสู่เรือนร่างนุ่มนิ่มอย่างไม่ลดละ ทั้งที่ตอนแรกเธอเพียงตั้งใจจะช่วยเขาอาบน้ำชำระร่างกาย ทว่าสุดท้ายกลับกลายเป็นฝ่ายถูกเขาเคี่ยวกรำและตักตวงความหวานไปจนหมดเรี่ยวแรง กลายเป็นค่ำคืนแห่งการอาบน้ำที่แสนยาวนานและตราตรึงใจเธอไปตลอดกาล
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1

“หนูจะไม่เรียนต่อถ้าปู่ไม่ลาออกจากที่นี่”

“ถ้าปู่ลาออกแล้วหนูจะเอาเงินที่ไหนไปเรียนล่ะลูก” ชายชราวัยหกสิบห้าปีที่หลังงองุ้ม และหน้าตาแก่กว่าอายุมากเพราะต้องทำงานหนัก เอ่ยถามหลานสาวขณะที่กวาดถนนไปด้วย

“กลับไปอยู่บ้านนอกกันสิจ๊ะปู่ ที่บ้านนอกเราเก็บผักตามข้างทางกินก็ได้ โรงเรียนก็เรียนฟรีและอยู่ไม่ไกลด้วย หนูเดินไปโรงเรียนก็ยังได้ แล้วปู่ก็จะได้รักษาตัวฟรีด้วย”

“แต่ที่นี่หนูก็ได้เรียนฟรีเหมือนกันนี่ลูก เรียนที่นี่แหละนะ ไม่ต้องไปเรียนที่บ้านนอกหรอก ที่นั่นกับที่นี่ก็ไม่ต่างกันหรอกสำหรับเรา เพราะเราไม่เหลือใครแล้ว” เมื่อห้าปีก่อนเขายังมีย่าของหลานคอยช่วยกันทำมาหากิน แต่แล้วอยู่ ๆ นางก็มาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน ทิ้งให้เขากับหลานสาวที่กำพร้าพ่อแม่ด้วยสาเหตุเดียวกันเอาไว้ลำพัง

“แต่อย่างน้อยที่บ้านนอกเราก็ยังมีบ้านนี่จ๊ะ ถึงแม้ว่ามันจะเก่าและเล็กแต่มันก็เป็นบ้านของเรา เราไม่ต้องเสียเงินเช่าเขาอยู่แบบนี้นะปู่”

เพชรบุรีมันไม่ไกลจากกรุงเทพก็จริง แต่บ้านเกิดของภรรยาเขาก็ไม่ใช่สถานที่ที่น่าไปอยู่นัก เพราะย่านนั้นมีแต่สวนแต่ไร่ ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็ยากแก่การใช้ชีวิต โดยเฉพาะการเดินทางไปโรงพยาบาล ที่เขาต้องไปตามนัดทุกเดือน

“แต่มันไม่ดีสำหรับหนูหรอกลูก ที่นั่นมีแต่วัยรุ่นติดยา ปู่กลัวว่ามันจะทำร้ายหลานของปู่ แค่ก ๆ ๆ แค่ก ๆ ๆ” อุดมไอจนตัวโยน รู้สึกเหนื่อยจนต้องนั่งพักตรงริมรั้วของบ้านหลังหนึ่ง ที่มีเงาต้นไม้ใหญ่แผ่ปกคลุมให้ร่มเงา

“ปู่เป็นอะไรมากไหมจ๊ะ ดื่มน้ำสักหน่อยนะ” เด็กสาววัยย่างสิบหก รีบเปิดกระเป๋าผ้าเก่า ๆ ที่แขวนไว้กับหูรถเข็น หยิบกระบอกน้ำที่มีน้ำเหลืออยู่น้อยนิดเทให้ปู่ดื่ม

“ขอบใจนะลูก แค่ก ๆ ๆ แค่ก ๆ ๆ” ปู่ดื่มน้ำจนหมดแต่ก็ยังไม่หายไอ

“หนูไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้าปู่ไม่กลับไปอยู่ที่บ้านนอก หนูจะไม่เรียนต่อ หนูจะไปทำงานเป็นเด็กนั่งดริงก์ในร้านคาราโอเกะ จะได้มีเงินมารักษาปู่ ไม่เชื่อก็คอยดูสิ” เด็กสาวพูดทั้งน้ำตาเมื่อเห็นอาการไอจนหน้าตาแดงของปู่ ส่วนมือก็โบกพัดสานเก่า ๆ ที่ขาดลุ่ยเพื่อเพิ่มความเย็น

อุดมหายใจหอบโยนด้วยความเหนื่อย ค่อย ๆ ยกมือที่สั่นเทาไปลูบศีรษะหลานสาวสุดที่รัก สมบัติชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตที่เขาภูมิใจที่สุด

“ก็ได้ลูก เราจะกลับไปที่นั่นกัน แต่หนูต้องสัญญากับปู่ก่อนนะ ว่าจะอดทนกับความลำบากให้ได้”

“หนูไม่กลัวความลำบาก แต่หนูกลัวความสบายจ้ะปู่” ต่อให้ลำบากกว่าทุกวันนี้เป็นสิบ ๆ เท่าเธอก็ยอม เพื่อให้ปู่ได้มีเงินเหลือรักษาตัวบ้าง

“ถ้าอย่างนั้นรอเงินเดือนของปู่ออกแล้วเราค่อยเดินทางกันนะ”

“จ้ะปู่”

เห็นรอยยิ้มของหลานสาว ปู่อย่างเขาก็มีความสุขแล้ว ชายชราค่อย ๆ ฝืนตัวลุกขึ้น หวังจะกวาดถนนให้เสร็จ ๆ เพราะยังเหลืองานดูแลสวนสาธารณะของหมู่บ้านอีก แต่อาการวิงเวียนที่กำเริบหนักกว่าเดิมก็ทำให้เขาทรงตัวไม่อยู่ หงายหลังล้มลงไปไม่เป็นท่า ศีรษะฟาดกับกำแพงรั้วอย่างจัง

“ปู่!” เด็กสาวตะโกนเรียกปู่ดังลั่นด้วยความตื่นตระหนกตกใจ รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างที่ทรุดโทรมนั้นไว้ “ปู่ตื่นสิ ปู่จ๋า ปู่ได้ยินหนูไหม”

“อืออออ...” ผู้เป็นปู่พยายามอย่างยิ่งที่จะส่งเสียงให้หลานสาวรับรู้

เสียงขานรับแผ่วเบาของผู้เป็นปู่ทำให้เด็กสาวรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย เธอหันมองซ้ายขวาแต่ก็ไม่เห็นใครในรัศมีสายตา นอกจากคฤหาสน์หลังใหญ่โตที่อยู่ภายในรั้วรอบขอบชิด..

และเวลานี้เอง ที่ประตูรั้วของคฤหาสน์หลังที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้กำลังเปิดออก ซึ่งก็คือหลังที่เธอกับปู่กำลังอาศัยหลบแดดอยู่ตอนนี้

“ปู่รอหนูอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวหนูไปตามคนมาช่วยนะ” เธอวางปู่ลงบนพื้นแข็งอย่างเบามือ แล้วรีบวิ่งเข้าไปที่คฤหาสน์หลังนั้น.. เธอฉลาดพอที่จะไม่วิ่งไปทางด้านคนขับ แต่วิ่งไปทางประตูด้านหลังพร้อมกับพนมมือไหว้ “ท่านคะ ช่วยปู่หนูด้วยค่ะ” แล้วอ้อนวอนขอความเมตตาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้

“เกิดอะไรขึ้น!” คิ้วเข้มของบุรุษที่นั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถยนต์คันหรูขมวดเข้าหากัน ส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่คนขับรถออกไปดู แล้วหันไปมองเด็กสาวด้านนอกรถอีกครั้ง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเธอเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้น จึงรีบกดกระจกรถที่ติดฟิล์มดำเอาไว้ให้เลื่อนลง ยังไม่ทันได้เปิดปากถามไถ่เธอก็ฝืนตัวลุกขึ้น แล้ววิ่งตามบอดี้การ์ดของเขาไป

แต่เพียงแค่แวบเดียวที่ได้เห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเด็กสาวเต็มตา ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างวิ่งชนที่หัวใจของเขาอย่างแรง.. อะไรบางอย่างนั้นสามารถทำให้บุรุษวัยสามสิบสองรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถแล้วตามเธอไป

“เกิดอะไรขึ้นเอดิสัน”

“ปู่ของเธอล้มครับคุณฟิลลิป อาการไม่ค่อยดีเลย” บอดี้การ์ดหนุ่มตอบคำถามของเจ้านาย

“คุณท่านช่วยปู่หนูด้วยนะคะ หนูไหว้ล่ะค่ะ ช่วยปู่หนูด้วยนะคะ” เธอไม่เข้าใจคำพูดภาษาจีนของพวกเขา แต่เธอก็กลัวว่าเขาจะไม่ไยดีคนจน ๆ อย่างเธอกับปู่ จึงคุกเข่ายกมือไหว้อ้อนวอนน้ำตานองหน้า

ฟิลลิป หยาง หรือหยางอี้ หนุ่มฮ่องกงที่มีเชื้อสายอินเดียและโปรตุเกสผสมอยู่ด้วย มองเด็กสาวด้วยความรู้สึกพิเศษแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“หยุดร้องได้แล้ว” เขาบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วหันไปมองหน้าบอดี้การ์ด “พาเขาไปโรงพยาบาล”

“ขอบคุณค่ะคุณท่าน” เด็กสาวยกมือไหว้เขาอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความดีใจ รีบลุกไปช่วยคนของเขาประคองผู้เป็นปู่

ชายหนุ่มผู้เป็นนายมองบอดี้การ์ดที่กำลังช่วยประคองชายชราให้ลุกขึ้นนั่ง เห็นอาการทุลักทุเลที่เกือบจะแนบชิดแบบไม่ได้ตั้งใจของทั้งสอง ก็รู้สึกหึงหวงจนทนดูไม่ได้ ใจของเขามันรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ จนเขายังตกใจตัวเอง

“นายไปเอารถมาดีกว่า เดี๋ยวฉันช่วยเธอเอง” เขาไล่บอดี้การ์ดแล้วเสียบแทนที่ ใจยิ่งเต้นแรงเมื่อได้เห็นเธอในระยะใกล้ ๆ แบบนี้ ถึงแม้ใบหน้าเธอจะยังดูเด็กและมอมแมมไปด้วยคราบน้ำตา แต่ก็ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงทีเดียว “หยุดร้องไห้ได้แล้ว รู้ไหมว่าหน้าตาของเธอน่าเกลียดมากแค่ไหนตอนนี้” เขากลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองด้วยการต่อว่าเธอ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เกมร้ายเกมรัก
7.3
การวิวาห์ที่ไร้ความรักถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือบรรลุผลประโยชน์ทางธุรกิจตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง พวกเขาต้องย้ายมาใช้ชีวิตร่วมชายคาภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวดและการปกปิดความจริง ทว่าบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันกลับค่อยๆ กะเทาะกำแพงน้ำแข็งในใจ ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นเริ่มทำให้ความเฉยชาสั่นคลอน ขอบเขตที่เคยขีดกั้นระหว่างหน้าที่และแรงปรารถนาส่วนลึกเริ่มพร่ามัวลง จากข้อตกลงที่เคยชัดเจนกลับกลายเป็นการประลองอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต้องใช้ความรู้สึกแท้จริงเข้าแลกเปลี่ยน
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพไร้รัก
9.6
หญิงสาวต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุ เมื่อวิญญาณลงสู่ปรโลกเพื่อรอรับคำพิพากษา เธอกลับได้รับรู้ความจริงจากพญายมราชว่าความตายของตนเกิดจากการจับวิญญาณผิดดวง เพื่อชดเชยข้อผิดพลาด ทางนรกจึงมอบโอกาสให้เธอไปเกิดใหม่ในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือจินตนาการ การตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ทำให้เธอต้องเผชิญความสับสนในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางโชคชะตาที่พลิกผันและไม่อาจคาดเดา เธอต้องพยายามปรับตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง พร้อมกับค้นหาคำตอบว่าตนเองจะพบรักครั้งใหม่ในดินแดนอดีตกาลนี้ได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเจอความรัก
8.9
สตรีจากยุคปัจจุบันผู้มีความเยือกเย็น ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงเมื่อวิญญาณหลุดเข้ามาอยู่ในร่างหญิงสาวขี้โรคยุคโบราณ ชีวิตใหม่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เธอถูกบิดาแท้ๆ หมางเมิน และต้องรับมือกับการกลั่นแกล้งอย่างโหดร้ายจากแม่เลี้ยงที่จ้องทำลายเธอทุกวิถีทาง ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในบ้านที่ไร้ความรัก โชคชะตากลับชักนำบุรุษผู้หนึ่งเข้ามา เขาคือคนที่ยื่นมือช่วยประคองให้เธอก้าวข้ามอุปสรรค นำพาความอบอุ่นและจุดประกายความหวัง เปลี่ยนเส้นทางชีวิตที่อ้างว้างให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนต่างภพ
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายใจหวาน
9.6
ตลอดสามปี หญิงสาวประคับประคองชีวิตคู่ด้วยความเข้าใจ หลังจากสามีอ้างว่าเขาบกพร่องเรื่องบนเตียง เธอเลือกมองข้ามเพื่อรักษาครอบครัวให้สงบสุข ทว่าความเชื่อใจกลับถูกทำลายย่อยยับเมื่อความลับถูกเปิดเผย คำสารภาพในอดีตคือคำลวงโลกครั้งใหญ่ เมื่อความจริงปรากฏว่าชายที่เธอรักสวมเขาให้เธอโดยร่วมมือกับเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุด ชีวิตคู่พังทลายลงในพริบตา ความรักกลายเป็นมีดแหลมย้อนมาทิ่มแทงใจ เธอต้องแบกรับความเจ็บช้ำจากการถูกหักหลังโดยคนใกล้ชิดถึงสองคน พร้อมบาดแผลลึกจากการหลอกลวงอันแสนเลือดเย็น
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาของศัตรู
7.6
ซูเจี๋ยนวาดฝันถึงการก้าวเข้าสู่ดินแดนสุขาวดีอันแสนงดงามและสงบสุขหลังความตาย แต่เมื่อสติสัมปชัญญะฟื้นคืนมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำลายความคาดหวังนั้นลงอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นสรวงสวรรค์ตามอุดมคติ เขากลับพบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางความขาวโพลนที่จืดชืดและว่างเปล่าจนน่าใจหาย ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจ เพราะสภาพแวดล้อมที่อ้างว้างนี้ดูห่างไกลจากคำว่าสวรรค์ ทว่ากลับคล้ายคลึงกับสภาพของโรงพยาบาลอย่างน่าประหลาด ความเป็นจริงที่ผิดเพี้ยนไปจากจินตนาการทำให้เขาตกอยู่ในความสับสนอย่างหนัก