APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง นางร้ายหวนรัก

นางร้ายหวนรัก

เมื่อความผิดพลาดในอดีตได้สร้างรอยแผลลึกไว้ในใจของเขา จนกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ยากจะทำลาย แม้ว่าวันนี้เธอจะสำนึกผิดและเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นเพียงใด แต่ในสายตาของเขาก็ยังคงเห็นเธอเป็นเพียงนางร้ายผู้แสนเย็นชาที่ไม่น่าไว้วางใจอยู่เสมอ การเดินทางเพื่อกอบกู้ความรักและความเชื่อมั่นที่เคยสูญเสียไปให้กลับคืนมา จึงกลายเป็นบทพิสูจน์อันแสนเจ็บปวดว่า รอยร้าวลึกในหัวใจดวงนั้นจะสามารถประสานกลับคืนมาให้งดงามได้ดังเดิมหรือไม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

พงษ์พัทนั่งมองร่างบางที่หลับใหลอยู่บนเตียง สีหน้าชายหนุ่มไม่ได้ดีเลยสักนิด สิริรัตน์เป็นคนรักของเขาเธอเป็นคนหน้าตาดี ใครต่อใครต่างก็พูดกันว่าเธอเป็นนางร้ายมีดีแค่ใบหน้าเท่านั้น ซึ่งนั่นเขาก็ไม่อาจเถียงได้ ชายหนุ่มหลับตาลงนึกย้อนเรื่องราวระหว่างเขาและเธอ มันเริ่มตั้งแต่วันนั้นวันที่เขาและเธอเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง เขาและเธอได้รับเลือกให้เป็นดาวและเดือนของคณะ ทุก ๆ วันมักจะมีกิจกรรมให้เลิกช้าอยู่เสมอ ความประทับใจแรกที่เขามีต่อเธอไม่ ใช่เพราะนิสัยอย่างแน่นอน เพราะเธอช่างหยิ่งยโสและเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ เมื่อนึกมาถึงตรงนี้พงษ์พัทก็ยกริมฝีปากแสยะยิ้มขึ้นมา ความร้ายกาจของสิริรัตน์ก็ถูกพูดถึงพอ ๆ กับหน้าตาของเธอนั่นแหละ

ชายหนุ่มสะบัดศีรษะออกเมื่อคิดย้อนออกนอกเรื่องไปไกล ความจริงต่อให้เธอจะร้ายกาจเพียงใด แต่ลึก ๆ แล้วเธอจิตใจของเธอยังมีความดีอยู่เช่นกัน อย่างน้อย ๆ วันนั้นวันที่พวกเราอยู่ร่วมกิจกรรมกันจนดึก ครั้งนั้นรุ่นพี่ที่ไม่ชอบหน้าเขา กล่าวหาว่าเขาขโมยเงินกองกลางไป เขาจำได้ดีว่าเงินนั้นหายไปถึงหลักหมื่น พงษ์พัททั้งตกใจและกลัว เงินมากมายขนาดนี้เขาไม่มีปัญญาใช้คืนให้แน่ และอีกอย่างเพราะเหตุใดเขาจึงจะต้องใช้คืน ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นคนเอาไป คนอย่างพงษ์พัทต่อให้จนก็ไม่เคยขโมยเงินใคร แต่แล้วอย่างไรคำพูดคนจน ๆ อย่างเขาใครจะไปเชื่อ เรื่องราวลุกลามใหญ่โต ขนาดคนที่เป็นอาจารย์ยังไม่แม้แต่จะยอมเชื่อเขา แต่ก่อนที่เรื่องจะลุกลามไปถึงสถานีตำรวจ หญิงสาวที่นั่งเบื่อหน่ายมานานก็ลุกขึ้นมา พร้อมกับควักเงินก้อนโตออกมาจากกระเป๋า เธอเดินเอาเงินไปวางกระแทกไว้บนโต๊ะ

"เอา!!..เงินที่หายไปเท่าไร ฉันบริจาคให้สองเท่า จบเรื่องได้หรือยัง" คนในห้องต่างก็มองสิริรัตน์ด้วยความตกใจรวมถึงพงษ์พัทด้วย เงินไม่ใช่น้อย ๆ แต่เธอกับเอาออกมาวางบนโต๊ะอย่างไม่คิดเสียดาย

"น้องฝนเก็บเงินไปเถอะ พวกพี่ไม่ได้อยากได้เงินของน้อง แต่พวกพี่ต้องการเอาตัวคนผิดมาลงโทษ"  หนึ่งในรุ่นพี่ของคณะเอ่ยออกมาทว่าก็แอบมองเงินก้อนโตที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะด้วยสายตาละโมบ

"พวกพี่เอาแต่โทษว่าพัทขโมย แต่ฝนขอถามหน่อยเถอะ พัทจะขโมยไปตอนไหน ตั้งแต่เข้ามาพัทก็ซ้อมกิจกรรมของคณะคู่กับฝนตลอด เอาเถอะถึงพวกพี่จะไม่ชอบหน้าพัทแต่นั่นก็ไม่ควรใช้วิธีทุเรศแบบนี้มากล่าวหาเขา หรือว่าเรื่องนี้จะต้องให้ฝนไปฟ้องคุณพ่อ อย่าลืมนะว่าคุณพ่อฝนเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าของมหาลัยนี้ จะเอายังไง"  สิริรัตน์มองใบหน้าของรุ่นพี่และอาจารย์ที่อยู่ตรงนี้ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่ตกอกตกใจ ในเมื่อเห็นว่าทุกคนไม่พูดอะไร เธอก็เชิดหน้าขึ้น และเดินไปดึงแขนพงษ์พัทออกมาจากรุ่นพี่คนหนึ่ง

"เอาล่ะให้เรื่องมันจบแค่นี้เถอะ เงินจำนวนนั้นฝนว่าพี่ ๆ ก็น่าจะรู้นะว่าหายไปยังไง ไปกันเถอะพัท น่าเบื่อ ถ้ารู้ว่าเป็นดาวคณะแล้วจะเจอเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ไม่รับเป็นซะดีกว่า" พงษ์พัทมองมือตนเองที่ถูกมือเล็กดึงออกมา ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว แต่ในใจกลับตื้นตัน ในเมืองหลวงที่กว้างใหญ่ ยังมีผู้หญิงตัวน้อย ๆ คนนี้ที่กล้าออกมาปกป้องเขา ถึงแม้เธอจะทำไปด้วยความเบื่อหน่าย รำคาญใจ แต่นั่นก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้ว และครั้งนั้นก็ทำให้เขายอมตามใจเธอทุกอย่าง ถึงแม้ต่อมาเขาจะเริ่มเปิดใจคบหากับผู้หญิงอีกคน แต่เมื่อสิริรัตน์ไม่พอใจ เขาก็เลือกที่เลิกกับผู้หญิงคนนั้นเพราะคำพูดเพียงคำเดียวของเธอ

"...ถ้าพัทยังอยากคุยกับฝน ก็ไปเลิกกับนังนั่นซะ ฝนไม่ชอบและถ้าฝนไม่ยอมพัทก็ห้ามสนใจใครนอกจากฝน" คำพูดของเธอเหมือนกับว่ากำลังหึงหวงเขา ไม่ว่าเธอจะทำไปเพราะอะไร แต่นั่นเขาก็มอบทั้งชีวิตให้เธอไปหมดแล้ว มันอาจจะฟังดูโง่เง่ามากซึ่งเขาเองก็รู้ตัว แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลง จะยังไงก็ช่างขอแค่มีเธออยู่ข้างกายก็เพียงพอแล้ว...

พงษ์พัทถอนหายใจออกมา เขาลุกขึ้นยืนและมองหน้าหญิงสาวที่ยังคงนอนหลับตาอยู่บนเตียงความรู้สึกอัดอั้น ในใจตีรวนกันอย่างบอกไม่ถูก ทั้งรักทั้งเกลียดจนแน่นอก เขาหลับตาลงช้า ๆ กำลังจะหันหลังกลับไป ทว่าเสียงแหบพร่าของหญิงสาวบนเตียงกับเรียกเขาเอาไว้เสียก่อน

"พัท.."

"ฟื้นแล้วเหรอ ฟื้นแล้วก็กลับไปได้แล้ว" สิริรัตน์เบิกตาขึ้น เธอลุกขึ้นนั่งแต่เพราะลุกเร็วเกินไป เธอจึงเวียนศีรษะขึ้นมาอีกครั้ง ร่างบางเอนตัวจะล้มลง แต่แล้วกลับมีมือหนามาช่วยพยุงเธอเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวรีบยิ้มกว้างออกมา พงษ์พัทยังใจดีกับเธอเสมอ ในชีวิตคงมีแค่พัทเท่านั้นที่เธอสามารถวางใจได้เต็มที่

"ฝนไม่เป็นอะไรค่ะ ทำไมฝนถึงมานอนที่นี่ได้ล่ะ พัทช่วยฝนมาเหรอ" พงษ์พัทสูดลมหายใจเข้าลึก เขากระชากมือตนเองออกมา ปล่อยให้หญิงสาวล้มลงไปบนที่นอนนุ่ม นึกอยากจะตัดมือตัวเองทิ้งนัก ทำไมถึงได้มือไว้อย่างนี้นะ

"พัทยังโกรธฝนเหรอ ฝนขอโทษได้ไหม" ใบหน้าหวานฉ่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ท่าทางเช่นนี้ของเธอ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟไอ้พงษ์พัทคนโง่คนเก่าก็คงจะยินดีถวายหัว แต่ไม่ใช่กับพงษ์พัทคนใหม่คนนี้ เขาเจ็บมามากพอแล้ว

"หยุดตอแหลสักที น้ำตาเธอมันไม่ได้ผลแล้วล่ะฝน จำเอาไว้นะ ไอ้พัทที่โง่เขลาไอ้ควายตัวนั้นมันตายไปแล้ว และฉันไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ต่อให้เธอจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ฉันก็ไม่มีวันใจอ่อน ถ้าลุกไหวแล้วก็ไสหัวไปซะ อย่ามาทำให้บ้านเล็ก ๆ ของฉันต้องเหม็นกลิ่นคนรวยอย่างเธอเลย" สิริรัตน์เบิกตาขึ้น น้ำตาที่ไหลก็ดูเหมือนจะหยุดชะงักลง เธอมองเขาเหมือนคนแปลกหน้า เขาพูดอย่างนี้กับเธอได้ยังไงเจ็ดปีที่ผ่านมา อย่าว่าแต่ด่าเธอด้วยคำหยาบคายอย่างนี้เลย แม้แต่ขึ้นเสียงให้เธอตกใจสักครั้งก็ยังไม่เคย

พงษ์พัทแสยะยิ้มมองใบหน้าที่ขาวซีดของเธอ เขากำมือตนเองแน่น และหันหลังเดินออกไป เสียงประตูปิดลงพร้อมกับสติของสิริรัตน์ที่กลับคืนมา น้ำตาหญิงสาวไหลอาบน้ำแก้มอีกครั้ง เธอเหม่อมองประตูด้วยความปวดร้าว ไม่เคยคิดเลยว่าพงษ์พัทผู้ชายที่รักเธอยิ่งกว่าชีวิต จะมีวันที่เกลียดเธอแบบนี้เช่นกัน

"พัท..อึกอึก..ฝน..ฮื้อ ๆ ฝนขอโทษ"

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เป็นสามีหรือพี่เขย
8.9
จากคนที่เคยก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอด หญิงสาวผู้แสนดีต้องพบกับจุดแตกหักเมื่อความจริงปรากฏ แฟนหนุ่มที่เธอรักและซื่อสัตย์กลับลอบคบชู้กับพี่สาวร่วมสายเลือดของเธอเอง บาดแผลลึกจากการถูกทรยศโดยคนที่ไว้ใจที่สุดได้เปลี่ยนแปลงตัวตนของเธอไปตลอดกาล เธอปฏิเสธที่จะเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายอีกต่อไป เธอลุกขึ้นสลัดคราบความอ่อนแอทิ้งไป พร้อมตั้งตนเป็นศัตรูกับพี่สาวและแม่เลี้ยงอย่างเต็มรูปแบบ การตอบโต้เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้แก่หัวใจที่บอบช้ำจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดและไม่มีคำว่าปรานี
ภาพปกนิยายเรื่อง อำนาจและทรัพย์สมบัติ
9.5
ชายหนุ่มรอดพ้นความตายจากการถูกหักหลังโดยอดีตคู่หมั้นด้วยความกล้าหาญของสตรีแปลกหน้า ครึ่งทศวรรษผ่านไป เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะผู้ครอบครองความมั่งคั่งและอิทธิพล การหวนคืนหนนี้มีเป้าหมายเพื่อชดใช้หนี้ชีวิต ทว่าเขาต้องเผชิญความจริงอันน่าตื่นตะลึง เมื่อพบว่าหญิงสาวผู้มีพระคุณได้อุ้มชูเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งเกิดจากสายเลือดของเขาเอง เมื่อตระหนักว่าบุญคุณนี้ไม่อาจตอบแทนด้วยทรัพย์สิน เขาจึงปฏิญาณว่าจะทุ่มเทชีวิตและใช้อำนาจที่มีเพื่อเป็นเกราะกำบัง คอยปกป้องและมอบความสุขให้แก่สองแม่ลูกอย่างสุดหัวใจตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันรอเธอตลอด
7.1
หญิงสาวที่ตั้งครรภ์แปดเดือนต้องพบความจริงอันโหดร้ายจากปากคู่ชีวิต ความสัมพันธ์สามปีพังทลายเมื่อเขาเอ่ยถ้อยคำไร้เยื่อใยผ่านโทรศัพท์ ชายหนุ่มปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทารกอย่างสิ้นเชิง พร้อมกล่าวอย่างเย็นชาว่าหากเธอประสงค์จะกระโดดตึกจบชีวิตก็ทำได้ตามสบาย เพราะเขาไม่เคยต้องการสายเลือดคนนี้ การดึงดันอุ้มท้องต่อไปเป็นความดื้อรั้นของเธอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ถ้อยคำบาดลึกนี้ผลักไสให้เธอต้องแบกรับความทุกข์ทรมาน ถูกทิ้งให้เผชิญชะตากรรมลำพังพร้อมจิตใจที่แตกสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง รักนายครั้งสุดท้าย
7.7
เปลวอัคคีที่โหมกระหน่ำโดยไม่ทันตั้งตัวได้กลืนกินทุกสรรพสิ่งในชีวิตของชายหนุ่มให้มลายหายไป ภัยพิบัตินี้ไม่ได้พรากแค่ความมั่งคั่งและรากฐานที่มั่นคง แต่กลับเผาผลาญสายใยแห่งความรักให้มอดไหม้กลายเป็นจุล เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นอันแสนสาหัสที่ไม่อาจลบเลือน เมื่อสิ่งที่เคยยึดเหนี่ยวจิตใจถูกแปรสภาพเป็นเศษธุลี เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับความอ้างว้างอันไร้ขอบเขต เรื่องราวความรักที่เคยงดงามต้องพบกับจุดจบอันแสนรันทด ท่ามกลางซากปรักหักพัง หัวใจของเขาก็ได้ดับสูญไปพร้อมกับประกายไฟหยดสุดท้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!
7.9
ความตายจากน้ำมือพวกกบฏไม่ใช่จุดจบ เมื่อซูยิน มารดา และน้าสาวได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ทั้งสามรีบพาชาวหมู่บ้านซิ่งฮวาอพยพหนีไฟสงคราม บนเส้นทางสุดแสนลำบาก พวกเธอได้พบกับบิดาที่เคยถูกตระกูลทอดทิ้ง ชายที่ดูซื่อตรงผู้นี้กลับมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดและเด็ดขาดอย่างคาดไม่ถึง เมื่อถึงเมืองหลวงยังได้พบกับน้องชายฝาแฝดที่ภายนอกดูใสซื่อ ทว่าคนหนึ่งกลับซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ส่วนอีกคนมีจิตใจเย็นชาไร้ความรู้สึก ท่ามกลางไฟสงครามและภยันตรายรอบด้าน ครอบครัวที่มีเบื้องหลังแตกต่างกันต้องหันมาจับมือและผสานพลังอย่างแนบแน่น เพื่อฟันฝ่าวิกฤตและนำพาทุกคนให้รอดพ้นจากยุคสมัยแห่งความโกลาหลนี้ไปได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
7.9
ถังจือเปิดใจถึงความรู้สึกอันสับสนต่อสวีเชิง โดยย้ำชัดว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเพศและไม่นึกพิศวาสเรื่องบนเตียง ทว่าความผิดพลาดที่เมืองตุนซึ่งเกิดจากความเมามาย กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกที่มอบความเจ็บปวดรวดร้าวให้เขายิ่งกว่ารอยแผลใด คำสารภาพที่มาพร้อมหยาดน้ำตานี้ ทำให้สวีเชิงทำได้เพียงกระชับอ้อมกอดและลูบแก้มปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน แม้ใจของสวีเชิงจะอัดแน่นด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหาคำตอบ แต่เขาก็เลือกรับฟังความจริงนั้นเงียบๆ พร้อมตระหนักว่าความผูกพันนี้ถลำลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับได้อีก