APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม

เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม

เมื่อความจริงเปิดเผยว่าซูหลีไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตระกูลซู เธอจึงถูกเนรเทศให้กลับไปหาครอบครัวเดิมท่ามกลางคำดูถูกว่าเป็นเพียงชาวนา ทว่าความจริงกลับพลิกผันเมื่อพ่อแม่แท้ๆ ของเธอคือตระกูลลั่วมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง พี่ชายทั้งสามคนซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกต่างพร้อมใจกันทิ้งทุกอย่างเพื่อมาคอยดูแลและปกป้องน้องสาวคนนี้อย่างสุดความสามารถ ในขณะที่ตระกูลซูและอดีตคู่หมั้นต่างต้องจมอยู่กับความเสียดายในภายหลัง ซูหลีก็ก้าวขึ้นเป็นดาวเด่นดวงใหม่ของสังคมชั้นสูงอย่างสง่างาม ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลชือผู้ทรงอำนาจสูงสุดในกองทัพเรือยังได้ก้าวเข้ามาเสนอการแต่งงานครั้งใหญ่ที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองจิง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“นี่เธอริอาจวางยาฉันเหรอ ทำไมฉันถึงได้มีน้องสาวที่ชั่วร้ายแบบเธอได้ห้ะ!” ซูเหอโยนชามและตะเกียบไปที่ข้างเท้าของเธอ ขณะที่กำลังไอออกมาเป็นเลือดสีดำก็ตะโกนด้วยความโกรธแค้นไปด้วยว่า “ถ้าฉิงเอ๋อร์ไม่เตือนฉัน เธอก็คงจะฆ่าฉันไปแล้วใช่ไหม!”

“เฮียใหญ่ ฉันเคยบอกไปแล้วว่าในยาต้มไม่มีพิษ ในนั้นมีแค่ส่วนผสมของยาชนิดนึงหากเฮียดื่มเข้าไปแล้วจะอาเจียนเอาลิ่มเลือดออกมาเท่านั้น แบบนี้อาการของเฮียจะได้ดีขึ้น”

ซูหลีมองชามยาต้มที่หกอยู่บนพื้น แววตาของเธอดูเจ็บปวด ยาที่เธอทุ่มเทเวลาและเงินทองไปตั้งมากมายเพื่อตามหามากลับถูกเททิ้งไปซะแล้ว

สุ่ยฉิงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ซูเหอตลอดคือลูกสาวบุญธรรมของตระกูลซู เวลานี้เธอกำลังกอดหนังสือทางการแพทย์เล่มหนึ่งเอาไว้พลางพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า “พี่ มาถึงตอนนี้แล้วพี่อย่าโกหกอีกเลย เฮียรองเก็บตัวอย่างยาของพี่ไปตรวจมาแล้ว ผลการตรวจออกมาว่าในนั้นมียาพิษร้ายแรงอยู่”

ซูหลีเหลือบมองเธอแวบหนึ่งด้วยสีหน้าเอือมระอาในความโง่เขลาของเธออย่างชัดเจน แล้วก็พูดขึ้นว่า “ยัยโง่ ขึ้นชื่อว่ายาก็ต้องมีพิษอยู่บ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งอาการของเฮียใหญ่ร้ายแรงขนาดนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย พิษแรง ๆ ก็ต้องใช้พิษแรง ๆ สู้กลับ มันไม่มีทางอื่นแล้ว”

ดวงตาของสุ่ยฉิงมีน้ำตาคลอเบ้าอยู่ เธอพูดขอร้องวิงวอนขึ้นว่า “พี่ เฮียใหญ่ถึงกับอาเจียนออกมาเป็นเลือดขนาดนี้แล้ว พี่ยังจะโกหกอยู่อีกเหรอ! พวกเราทุกคนต่างก็เป็นนักศึกษาแพทย์กันทั้งนั้น ถ้ายังไม่มีทักษะมากพอแล้วจะไปช่วยชีวิตผู้อื่นได้ยังไง อย่าทำเป็นอวดเก่งจะดีกว่านะ”

เธอก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วก็พูดกับซูหลีอย่างสะอึกสะอื้นว่า “ฉันไปหาฤๅษีท่านหนึ่งให้เฮียใหญ่มาแล้ว แถมยังได้ตำรับยาที่สามารถช่วยชีวิตเฮียใหญ่ได้จากเขามาอีกด้วย พี่ยอมรับผิดซะเถอะ แล้วก็ให้พวกเราใช้ตำรับยาของท่านฤาษีรักษาอาการป่วยให้เฮียใหญ่ก่อนจะได้ไหม?”

ซูเหอไอออกมาและตะโกนออกมาด้วยความโกรธว่า “ซูหลี เธอไม่เพียงแต่เอายาที่ไม่รู้แหล่งที่มามาให้ฉันกินเท่านั้น แต่เธอยังดูหมิ่นน้องสาวของตัวเองอีก! ถ้าเธอมีจิตใจที่ดีได้สักครึ่งหนึ่งของน้องสาวเธอก็คงจะดี! รีบคุกเข่าลงและยอมรับความผิดเดี๋ยวนี้!”

ซูหลียืดหลังตรงและมองไปที่ซูเหอด้วยสายตาเย็นชา “ฉันก็แค่อยากจะช่วยเฮีย แล้วฉันผิดตรงไหนเหรอ? จะให้ฉันคุกเข่าให้เธองั้นเหรอ? ไม่มีทาง”

“ได้ ได้ ได้! เธอจะให้ฉันโมโหจนตายเลยใช่ไหม! เธอนี่มันนิสัยเสียแก้ไม่หายจริง ๆ!” ซูเหอโกรธมากจนคว้าแส้ที่อยู่ข้างมือลุกขึ้นยืน จากนั้นก็จะฟาดไปที่ตัวของซูหลี “รีบไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันเลยนะ! ออกไปจากตระกูลซูซะ! ฉันไม่ต้องการน้องสาวที่สร้างแต่ปัญหาอย่างเธอ! ขนาดเลี้ยงหมามันยังซื่อสัตย์มากกว่าเธอเลย!”

ซูหลีถอยหลังไปสองก้าวเพื่อหลบแส้ แล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นบน หลังจากนั้นกระเป๋าเป้ใบหนึ่งก็ถูกโยนมาที่ข้างเท้าของเธอ

ซูไป๋หรือเฮียรองพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันเองก็มีความจริงจะบอกเธอเหมือนกัน ความจริงแล้วฉิงเอ๋อร์ต่างหากที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพวกเรา หลายปีที่ผ่านมาพวกเราปิดบังเรื่องนี้กับเธอมาโดยตลอด เพราะกลัวว่าเธอจะคิดมาก แต่ตอนนี้พวกเราเห็นแล้วว่าเธอเป็นคนที่จิตใจชั่วร้ายมากแค่ไหน”

“ถ้าเธอยังจะยืนกรานว่าเธอไม่ผิด งั้นก็ออกไปจากตระกูลซูซะ พวกเราจะได้ประกาศอย่างเป็นทางการไปเลยว่าฉิงเอ๋อร์เป็นน้องสาวแท้ ๆ เพียงคนเดียวของพวกเรา แล้วเธอก็จะสูญเสียทรัพย์สมบัติและเกียรติยศที่มีอยู่ในตอนนี้ไป กลับไปหาครอบครัวที่ชนบทของเธอซะเถอะ”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซูหลีต้องเผชิญกับการคุกคามเช่นนี้ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ตลอดเวลาที่อยู่ในตระกูลซูเธอถูกกดขี่ข่มเหงมามากพอแล้ว อย่างวันนี้พอได้ยินว่าตัวเองคือน้องสาวตัวปลอม เธอก็รู้สึกโล่งใจ ซึ่งมันกลับเบาใจขึ้นมาก

ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องเอายาที่ตัวเองวิจัยมาให้กับคนที่ไร้ซึ่งวิสัยทัศน์อย่างตระกูลนี้แล้ว

ถึงว่าเธอเป็นคนชาญฉลาดขนาดนี้ แต่ทำไมพี่น้องถึงได้โง่เขลาเบาปัญญากันหมด

“ได้”

ซูหลีหยิบกระเป๋าเป้ที่อยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็หยิบลูกอมเม็ดหนึ่งบนโต๊ะยัดใส่เข้าปากไป จากนั้นก็หันหลังและจากไปโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

สุ่ยฉิงมองตามแผ่นหลังของเธอไป แล้วมุมปากของเธอก็ยกขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

เธอใช้เวลาถึงห้าปีเต็ม ในที่สุดก็ขับไล่ซูหลีออกไปได้สักที เธอจะได้กลายเป็นแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวในตระกูลซู แล้วก็เป็นที่รักของพวกพี่ชายสักที

แต่สุ่ยฉิงก็ยังแสร้งทำเป็นไล่ตามซูหลีไปและตะโกนเรียกขึ้นมาอย่างจอมปลอมว่า “พี่! พี่อย่าไปเลยนะ ครอบครัวของฉันยังมีที่สำหรับพี่เสมอ พี่อย่าทำให้ฉันต้องโทษตัวเองเลยได้ไหม! ฉันขอร้องเถอะนะ!”

ซูเหอเรียกเธอด้วยความโมโหว่า “ฉิงเอ๋อร์ เธอกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! ให้ยัยนั่นไปน่ะดีแล้ว เด็กเมื่อวานซืนที่มาจากชนบท ความคิดต่ำทราม ปล่อยให้ยัยนั่นกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในชนบทตลอดไปน่ะดีแล้ว”

จะบอกว่าคนตระกูลซูไม่มีสมองเลยจะได้ไหมนะ?

พวกเขาคิดจริง ๆ น่ะเหรอว่า ที่ซูเหอสามารถฟื้นขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนสามารถพูดสามารถเดินได้ ทั้งหมดเป็นเพราะความโชคดีของเขาเพียงอย่างเดียว?

เธออยากจะดูสิว่า หากไม่ได้รับการนวดฟื้นฟูตามกำหนดของเธอและยาพิเศษที่เธอวิจัยขึ้นมาแล้ว ซูเหอจะยืนไปได้อีกนานแค่ไหน

ซูหลีสวมฮู้ดของเสื้อสเวตเตอร์คลุมศีรษะเอาไว้ ผมยาว ๆ ที่ปล่อยสยายอยู่ปลิวไปตามลมจนมาโดนริมฝีปากสีแดงสดของเธอ ดวงตางดงามของเธอแสดงความเย้ยหยันออกมา

......

อีกทางด้านหนึ่ง ที่บ้านตระกูลลั่ว ณ เมืองหลวงของประเทศคาเรีย

ภายในคฤหาสน์สุดหรูหรา ชายชราผู้เป็นที่เคารพนับถือคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟา เขาโยนไม้เท้าชุบทองในมือออกไปพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ไหนบอกว่าหาเจอแล้วไม่ใช่รึไง ทำไมถึงยังไม่ไปรับตัวกลับมาอีกล่ะ!”

ชายผู้สูงศักดิ์ที่ดูสง่างามมีเสน่ห์สามคนกำลังห้อมล้อมเขาอยู่ พวกเขาคือลูกชายทั้งสามของตระกูลลั่ว ซึ่งทั้งสามคนต่างก็โดดเด่นและมีอำนาจสูง แม้แต่ประธานาธิบดีก็ยังต้องให้ความเคารพพวกเขาเลย

ขณะนี้เนื่องจากยังไม่มีข่าวคราวของน้องสาวคนที่สี่ของพวกเขาที่หายตัวไปตั้งแต่เด็ก พวกเขาจึงเป็นกังวลมากจนหน้าตาเคร่งเครียดไม่ต่างกัน

“เบาะแสหยุดอยู่ที่เมืองจิง โดยทางสายสืบบอกว่าน้องสี่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านบนภูเขา แต่ต่อมากลับถูกคนจับไปขาย แล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขาจึงยังสืบไม่พบเลยครับ”

พอฟังจนจบชายชราก็รู้สึกทุกข์ใจมาก “น้องสาวของพวกแกหายตัวไปตั้งสิบแปดปีแล้ว ไม่รู้เลยว่าเธอต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในชนบทมากขนาดไหน!”

“คุณปู่ พวกเราเจอตัวคนค้ามนุษย์ที่จับเธอไปขายตอนนั้นแล้วครับ เขาบอกว่าสุดท้ายแล้วเขาเอาเธอไปขายต่อให้กับคุณนายเศรษฐีคนหนึ่งในเมืองจิง ให้เวลาพวกเราอีกหน่อยนะครับ อีกไม่นาน พวกเราจะต้องหาน้องสี่เจอได้แน่นอนครับ

น้ำเสียงของคุณปู่ไม่ได้ฟังดูโกรธเคืองขนาดนั้นแล้ว เขาลุกขึ้นยืนและพูดขึ้นด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังว่า “งั้นตอนนี้ก็ไปกันเถอะ ฉันก็จะไปกับพวกนายด้วยเหมือนกัน!”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักไม่ผิด ผิดที่ฉันรักคุณ
7.7
หญิงสาวเคยวาดฝันถึงอนาคตที่แสนอบอุ่นร่วมกับคู่หมั้นหนุ่ม แต่แล้วฝันร้ายก็มาเยือนเมื่อเธอพบว่าชายที่รักสุดหัวใจลักลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับพี่น้องสายเลือดเดียวกัน การร่วมมือกันแทงข้างหลังอย่างโหดร้ายจากบุคคลที่เธอเชื่อใจมากที่สุดทั้งสองคน กรีดลึกลงไปในจิตใจจนกลายเป็นบาดแผลที่ไม่อาจลบเลือน ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการถูกทรยศบังคับให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนทารุณ เธอจำต้องเรียนรู้และยอมรับว่าบนเส้นทางของความรัก ความซื่อสัตย์ที่เคยยึดถือนั้นอาจเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าที่ไม่มีความหมายอะไรเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง Daddy ท่านประธานเขาชอบหึง
7.0
ห้าปีก่อนชีวิตของเธอพังทลายเมื่อถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหญิงขายบริการในต่างแดน ซ้ำร้ายยังถูกคู่หมั้นสวมเขา เธอจึงตัดสินใจหนีหายไป ก่อนจะหวนคืนมาพร้อมลูกชายอัจฉริยะ เรื่องราวพลิกผันกลางงานแข่งขันเปียโน เมื่อเด็กน้อยประกาศผ่านสื่อตามหาพ่อ โดยระบุว่าบิดาต้องมีใบหน้าเหมือนตนเอง เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้เธออย่างมาก เพียงไม่กี่วันต่อมาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้ปรากฏตัวเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ ทันทีที่เห็นชายผู้มีรูปหน้าถอดแบบมาจากลูกชาย ความเคียดแค้นก็ปะทุขึ้น เพราะเขาคือคนที่ข่มขืนเธอในอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กฉลาดของประธาน
6.8
ท่ามกลางโลกธุรกิจอันทรงอำนาจ หญิงสาวต้องสวมบทเป็นเด็กผู้ชายเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย โดยตั้งเป้าจะซ่อนความจริงจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ทว่าโชคชะตากลับดึงเธอมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของประธานหนุ่ม การทำงานใกล้ชิดทำให้หัวใจของทั้งสองเริ่มหวั่นไหว ขณะที่เจ้านายเริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติในตัวลูกน้อง เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความลับนี้ไว้ไม่ให้พังทลายก่อนเวลาอันควร ตำนานรักที่ซ่อนเร้นภายใต้คำโกหกและการพิสูจน์ความรู้สึกที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยรักแห่งเม็ดทราย
9.2
เมื่อมารดานำคฤหาสน์และโรงแรมมรดกของบิดาไปขายให้เจ้าชายแห่งอัลนูรีน นีราพรรณจำต้องสละศักดิ์ศรีเพื่อรักษาสมบัติชิ้นนี้ไว้ เธอต้องยอมเป็นนางบำเรอของบุรุษผู้แสนเย็นชา ทว่าภายใต้ความแข็งกร้าวนั้น เจ้าชายกลับตกหลุมรักหญิงสาวตั้งแต่แรกพบ ท่ามกลางอคติที่ขวางกั้น เขาต้องพยายามพิชิตใจเธอให้ได้ ขณะที่นีราพรรณเองก็ต้องค้นหาความรู้สึกที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังความไร้เยื่อใย มีเพียงรักแท้และความภักดีเท่านั้นที่จะละลายกำแพงน้ำแข็งและเชื่อมหัวใจทั้งสองดวง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
7.9
ถังจือเปิดใจถึงความรู้สึกอันสับสนต่อสวีเชิง โดยย้ำชัดว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเพศและไม่นึกพิศวาสเรื่องบนเตียง ทว่าความผิดพลาดที่เมืองตุนซึ่งเกิดจากความเมามาย กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกที่มอบความเจ็บปวดรวดร้าวให้เขายิ่งกว่ารอยแผลใด คำสารภาพที่มาพร้อมหยาดน้ำตานี้ ทำให้สวีเชิงทำได้เพียงกระชับอ้อมกอดและลูบแก้มปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน แม้ใจของสวีเชิงจะอัดแน่นด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหาคำตอบ แต่เขาก็เลือกรับฟังความจริงนั้นเงียบๆ พร้อมตระหนักว่าความผูกพันนี้ถลำลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่ลูกข้ามภพสู่บ้านนา แยกบ้านปุ๊บ รวยปังทันที!
8.9
ทนรับใช้ครอบครัวสามีเยี่ยงทาสมานาน จ้าวอวี้เจินกลับถูกโกงเงินชดเชยที่ดิน เธอจึงทำตามคำแนะนำของหลินจือเซี่ย ลูกสาวผู้ข้ามภพมา เพื่อแยกตัวมาสร้างชีวิตใหม่ แม้เริ่มจากกระท่อมทรุดโทรม แต่ความเพียรก็พลิกฟื้นชะตาของพวกเธอให้ร่ำรวย มีบ้านหลังใหญ่และอาหารอุดมสมบูรณ์ ปล่อยให้บ้านเดิมต้องเผชิญความลำบาก เมื่อเวลาผ่านไป หลินจือเซี่ยเติบโตเป็นหญิงสาวรูปงาม สหายวัยเด็กที่เคยจากไปไกลได้เร่งรุดกลับมาทวงถามสัญญาหมั้นหมาย เขาไม่ยอมเสียเธอให้ใครและอ้อนวอนให้เธอรับรักอย่างจริงใจ