APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กำราบรักพิศวาสร้าย

กำราบรักพิศวาสร้าย

ดุลยาเผชิญค่ำคืนอันตรายหลังถูกล่อลวงมาเป็นสินค้าแลกเงินอย่างโหดร้าย ทว่าเธอกลับสั่นคลอนหัวใจของอลัน มหาเศรษฐีหนุ่มได้อย่างไม่คาดฝัน ท่ามกลางบรรยากาศอันเร่าร้อน ดุลยาพยายามอ้อนวอนให้เขาหยุดเพราะกังวลว่าชุดที่เช่ามาจะเสียหาย แต่อลันกลับไม่ฟังเสียงทัดทาน เขาจัดการรูดซิปและกระชากเสื้อผ้าของเธอออกอย่างเอาแต่ใจ เสน่หาที่พุ่งพล่านเมื่อได้เห็นความงดงามใต้ร่มผ้าทำให้อลันพร้อมแผดเผาร่างบางที่ถูกพันธนาการไว้ใต้ร่างหนา โดยเขาสัญญาว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นเอง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

พยายามกลั้นหายใจแต่กลิ่นประหลาดนั้นก็ทำให้ร่างที่ดิ้นรนอยู่ค่อยๆ หยุดนิ่งพร้อมดวงตาที่ปิดสนิทลง

“เจ้แน่ใจนะว่าไม่มีปัญหาที่หลัง” ชายคนที่อุ้มร่างที่หมอสติบ่นพึมพำ

“จะมีปัญหาได้ ก็ยัยแม่สั่งมาเองนี่” หญิงสาวคนเดิมพูดแล้วก้มลงเก็บกระเป๋าข้าวของหญิงสาวที่ตกพื้นขึ้น “มัวแต่พูดมากรีบไปได้แล้ว”

“ครับเจ้”

คนสองคนช่วยกันพาร่างคนที่หมดสติเข้าไปในรถตู้ หญิงสาววัยสี่สิบมองใบหน้าคนที่หมดสติไป ใบหน้าหวานรูปร่างบอบบาง ผิวขาวอมชมพูแบบธรรมชาติ หน้าไร้เครื่องสำอางแต่กลับดูน่ามองกว่าเมื่อครู่ที่อยู่บนเวทีเสียอีก

รถตู้พาหญิงสาวที่หมดสติมายังสถานที่แห่งหนึ่ง หญิงเริ่มรู้สึกตัวแต่ยังขยับตัวเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ เธอรู้สึกเพียงว่ามีมือมาจับเนื้อตัวเธอ หญิงสาวพยายามปัดป้องแต่ทำได้แค่คิดเพราะยกมือยังไม่ขึ้น

ดุลยาพยายามตั้งสติ เกิดอะไรขึ้นกับเธอนะ เธอถูกลักพาตัวใช่ไหม? ใครกันเล่า บ้านเธอก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ต้องมีการเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ หญิงสาวรู้สึกว่ามีคนพยุงร่างเธอมาวางบนพื้นพรมหรืออะไรสักอย่างที่ค่อนข้างนุ่ม เสียงพูดเป็นภาษาอังกฤษปนภาษาไทย ทำให้เธอพยายามตั้งใจฟัง และไม่กี่นาทีต่อมา แสงไฟก็เข้ามากระบใบหน้า เธอหยี่ตาแล้วขยับมือยกขึ้นบังแสงสปอร์ตไลน์นั้น เริ่มใจชื้นที่แขนขาขยับได้บ้าง แต่ยังยันตัวขึ้นอย่างยากลำบาก

“เริ่มประมูลที่ห้าหมื่นบาท ท่านใดสนใจหญิงสาวงดงามราวกับหลุดออกมาจากนางในวรรณคดี ขอเชิญเสนอราคากันมาเลยครับ!!!”

ประมูล! ประมูลอะไรกัน!

“อ๊ะ!”

ดุลยาร้องได้เพียงแค่นั้น รู้เพียงแค่มีคนมาจับให้เธอเงยหน้าขึ้น เพียงเธอกวาดสายตาไปเบื้องหน้า หัวคิ้วก็ขมวดยุ่ง อะไรกัน เหมือนกับที่เคยเห็นในภาพยนตร์แต่...นี่มันอะไรกัน คนสวมหน้ากากนั่งจ้องมองเธอราวกับเป็นสัตว์หรือสิ่งของชิ้นหนึ่ง

“หกหมื่น”

เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมชูป้ายหมายเลขของตนเอง ดุลยายังงุนงงอยู่จับต้นชนปลายไม่ถูก เธอมองไปอีกด้านของเวที มีหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยยืนอยู่ราวกับคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี

“เจ็ดหมื่น”

ดุลยาผวาเฮือก เป็นเธอใช่ไหมที่กำลังถูกประมูล

“ไม่ ไม่ เข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้...ว้าย! ”

“เชิญดูสินค้าก่อนได้ครับ รับรองไม่ผิวหวัง สาวไทยแท้ผิวพรรณผุดผ่องครับ”

หญิงสาวหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อมือใหญ่มากระชากเอาสไบที่เธอห่มอยู่หลุดออกไป เหลือเพียงผ้าแทบที่มัดหน้าอกอยู่ เสียงหือดังขึ้น มือเรียวรีบยกมือขึ้นปกทรวงอกที่แม้จะมีผ้าปิดอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ปกป้องเธอมากนัก ผมยาวสลวยคลี่กระจายราวแพรไหม หญิงสาวกลั้นน้ำตา กวาดสายตามองหาคนที่จะช่วยเหลือ เธอสะดุ้งสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองอยู่ มีแววประหลาดใจปนอยู่ในแววตาคู่นั้น

“แปดหมื่น”

“เก้าหมื่น”

ไม่เอานะ หยุดที ฉันฝันไปใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยด้วย ดุลยาได้แต่อ้าปากพะงาบๆ แต่เสียงก็เบาเหลือเกิน นี่ใครเล่นตลกอยู่ใช่ไหม เมื่อครู่...เธอยังอยู่กับเพื่อนๆพี่ๆ เธอเป็นนางรำ มาแสดงโชว์ ไม่ใช่มาขายตัว แล้วเธอก็นึกได้ว่า เธอเดินตามผู้หญิงคนนั้นออกมา แล้วผ้าผืนนั้นก็ปิดที่ปากกับจมูกทำให้เธอหมดสติไป

“สองแสน”

น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น สายตาหลายคู่หันไปมอง ดุลยาพยายามเพ่งมองแต่มองไม่ชัดนัก ม่านน้ำตาทำให้ภาพพร่าเบลอไปหมด

“มีใครให้มากกว่าสองแสนไหมครับ”

มีเพียงเสียงฮือฮาแต่ไม่มีการเสนอราคาเพิ่ม

“สองแสนครั้งที่หนึ่ง”

“สองแสนครั้งที่สอง”

“สองแสนครั้งที่สาม เคาะให้กับคุณหมายเลขสิบสามท่านนั้นครับ”

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ มีชายร่างใหญ่เข้ามาประคองดุลยา หญิงสาวผวาเฮือกกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาเดินยาวๆ เข้ามาดูสินค้า ที่ตนเองประมูลด้วยความไม่ตั้งใจ เขาปัดมือชายคนนั้นออกแล้วก้มตัวลงช้อนตัวหญิงสาวในชุดไทยขึ้นแนบอก

“ปล่อยฉันเถอะ คุณ... ฉัน...ไม่ได้...เป็น...อย่าง...ที่...คุณ...คิด”

น้ำเสียงแหบแห้งปนสะอื้น ชายหนุ่มอุ้มเธอไว้แนบอกแล้วพาลงเวทีไป มือเล็กพยายามที่จะยกขึ้นเพื่อดันเขาออก แต่มันกลับทิ้งลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาพาเธอเดินออมาไกลแค่ไหนไม่รู้ แต่เสียงการประมูลค่อยๆ ห่างออกไปทุกที จนกระทั้งเขาพาเธอเข้าไปนั่งในเบาะหลังของรถ ร่างเล็กขดตัวงอเป็นกุ้ง เธอสะดุ้งเมื่อนิ้วมือของเขาเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกใบหน้า หญิงสาวเม้มปากเน้นไม่ต้องการให้เขารับรู้ถึงความอ่อนแอของเธอ หากเธอขยับตัวได้มากกว่านี้อาจจะปกป้องตัวเองได้บ้าง มิใช่เพียงแค่ร้องไห้อยู่อย่างนี้

“ทำแบบนี้ค่าตัวก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรอกนะ”

ประโยคสนทนาเป็นภาษาไทยแต่สำเนียงติดออกไปทางต่างชาติสักหน่อย เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ใกล้เสียจนได้กลิ่นหอมจางๆจากหญิงสาว และกลิ่น... เหมือนกลิ่นยาสลบ

“โดนวางยารึ”

ดุลยาพยักหน้าแรงๆ หวังใจว่าเขาจะเป็นคนดีที่พอจะช่วยเหลือเธอได้ แต่เธอคงลืมไปว่าคนดีๆที่ไหนจะไปอยู่ในสถานที่ประมูลคนราวกับสินค้าเช่นนั้น เธอไม่รู้ว่าเขานิ่งคิดอะไรอยู่ แต่เขาขยับตัวถอยห่างแล้วปิดประตูรถ เธอพยายามรั้งสติของตัวเองไว้ ทว่าร่างกายและจิตใจที่แบกรับเรื่องราวที่ถาโถมแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ทำให้เธอผล็อยหมดสติไปอีกครั้ง

...

อลัน หยาง ชายหนุ่มเลือดฮ่องกงวัยสามสิบสองเดินเข้ามาดูร่างที่ยังหลับใหลบนเตียงนอนของเขา ดวงตาดุดันมักฉาบรอยเศร้าอยู่เสมอ เขาถอนหายใจอย่างไร้เหตุผล กลับได้กลิ่นหอมละมุนจากเรือนกายหญิงสาวทำให้ต้องถอยห่างออกมาอย่างไม่เข้าใจตัวเองนัก

เขาควรกบดานอยู่เงียบๆ ไม่ให้ใครรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ปล่อยให้คนที่แอบลอบฆ่าได้ใจว่ามีฝีมือสามารถปลิดชีวิตเขาได้ คิดเพียงแค่นี้ใบหน้าแบบหนุ่มเลือดมังกรก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาต้องแสร้งทำเป็นคนตายหลบมาอยู่ไกลถึงเมืองไทย เพียงเพื่อจะได้สืบข่าวได้ว่าใครเป็นคนวางแผนลอบฆ่าเขา เดิมทีเขาคิดจะหลบซ่อนตัวเองในกลุ่มนักท่องเที่ยวแถวพัทยา เพราะต้องการสืบเสาะหาเบาะแสอะไรบ้างอย่าง ทำให้บังเอิญเข้าไปเวทีการประมูลลับๆ นั่น

เดิมที่เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนจิตใจด้านชา ไร้ความรู้สึกไปแล้ว หากแต่เพราะดวงตาฉ่ำน้ำตาเต็มไปด้วยแววอ้อนวอนนั้นทำให้เขาตัดใจทำเป็นไม่สนใจไม่ได้ ยอมเสียเงินสองแสนเพื่อซื้อผู้หญิงคนนี้มา อลันเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวริมระเบียง หยิบแว่นกันแดดที่แหนบอยู่ที่อกเสื้อขึ้นมาสวม เอนกายในท่าสบาย แล้วปิดเปลือกตาพักผ่อน

‘เสียงคลื่น เสียงทะเล’

ดุลยาเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่งทำให้เธอคิดว่าตัวเองฝันไป จวบจนเปิดเปลือกตาและตั้งสติ ไม่ใช่แค่เพียงเสียงเท่านั้น เธอยังสัมผัสลมเย็นๆได้อีก หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน เบื้องหน้าคือระเบียงเล็กๆ ที่ทำให้เธอมองเห็นผิวน้ำสีครามเบื้องหน้า หากไม่เพราะตัวเองยังใส่ชุดนางรำอยู่ เธอคงคิดว่าตัวเองฝันไปแล้วแน่ๆ แต่กระนั้นเธอก็ยังคงก้าวลงจากเตียงเดินผ่านร่างที่เอนตัวบนเก้าอี้ยาวไปหยุดที่ราวระเบียงราวกับต้องมนตร์

“ทะเล”

“ว้าย!”

ดุลยาเผลอร้องอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ใกล้ๆนี่ด้วย เธอพลิกตัวหันมาเผชิญหน้า แผ่นหลังชิดราวระเบียง สายลมที่พัดแรงทำให้ผมยาวปลิวสยายจนเธอต้องยกมือขึ้นรวบผมไว้ เธอเพ่งมองชายหนุ่มที่ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั้งเหมือนแมวเกียจคร้าน เขาจ้องมองหญิงสาวที่ท่าทีตื่นตระหนกก่อนถอนลมหายใจยาวเฮือกใหญ่แล้วถอดแว่นกันแดดออกเปิดเผยดวงตาคมเข้มคู่นั้น แล้วหญิงสาวก็อ้าปากค้าง เขาคือผู้ชายคนเดียวกับเธอที่เคยพบตอนที่เธอไปเดินเล่นที่ชายหาดคนเดียว

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์
8.1
รดาถูกภาคิน สามีที่เธอรักและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานถึงห้าปี ผลักตกจากหน้าผาสูงชันอย่างไร้ความปรานี หวังกำจัดเธอให้พ้นทางเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชลิตา ชู้รักของเขา ท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำและความทรมานปางตาย รดาได้ยินแผนการชั่วร้ายที่ภาคินเตรียมจัดฉากว่าการจากไปของเธอเป็นอุบัติเหตุ ความโกรธแค้นจึงปะทุขึ้นมาแทนที่ความสิ้นหวัง ในช่วงเวลาวิกฤตที่ลมหายใจใกล้จะหมดลง จูเลียน ธีรเดชวงศ์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งคนสำคัญของอดีตสามีได้เข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ เขาจึงเป็นหนทางเดียวที่รดาจะใช้เพื่อกลับไปทวงแค้นและทำลายล้างทุกสิ่งของภาคินให้พังพินาศ
ภาพปกนิยายเรื่อง หนี้ร้อนซ่อนสวาท
8.1
เมื่อวิกฤตหนี้สินร้อยล้านของครอบครัวบีบคั้น 'จันทร์ศิตางค์' สาวนักเรียนนอกโปรไฟล์ดีจึงตัดสินใจแฝงตัวเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงในคฤหาสน์ของ 'อติภัทร' นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ผู้เป็นเจ้าหนี้ โดยใช้ชื่อปลอมว่า 'ลูกจันทร์' สาวต่างจังหวัดผู้ไร้เดียงสาเพื่อสืบหาเบื้องหลังหนี้ก้อนโตนี้ ทว่าภารกิจลับกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอได้ล่วงรู้ความลับบางอย่างของเขา พร้อมทั้งต้องรับมือกับเสน่ห์อันเหลือร้ายและการเย้ายวนที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน แม้เธอจะพยายามหักห้ามใจและต่อต้านเพียงใด แต่สุดท้ายหัวใจเจ้ากรรมกลับพ่ายแพ้ ตกบ่วงเสน่หาและแรงปรารถนาอันเร่าร้อนที่เจ้าหนี้หนุ่มรูปงามผู้นี้วางเอาไว้โดยไม่ทันที
ภาพปกนิยายเรื่อง รักบำเรอแค้น
8.9
เมื่อเจ้าสาวตัวจริงหนีหาย รชนิชลจึงต้องยอมเข้าพิธีวิวาห์กับคาร์ลอส มหาเศรษฐีน้ำมันผู้ทรงอิทธิพลแทนลูกพี่ลูกน้องของเธอ แม้หญิงสาวจะเคยมีใจรักให้เขา ทว่าชายหนุ่มในปัจจุบันกลับแปรเปลี่ยนเป็นซาตานไร้ความปรานี เขามองเธอเป็นเพียงตัวสำรองและกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งความเกลียดชังเพื่อระบายโทสะ รชนิชลต้องทนทุกข์ทรมานชดใช้หนี้แค้นนี้ด้วยร่างกายและน้ำตา โดยไม่มีวันได้รับความรักหรือความเห็นใจจากนักธุรกิจหนุ่มผู้แสนเย็นชาคนนี้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
ในวันครบรอบแต่งงาน ซูหว่านหนิงถูกฮั่วเยี่ยนสือทิ้งอย่างไม่ใยดีเพื่อไปหาคนรักเก่า เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดทันทีแล้วหวนคืนสู่วงการบันเทิงจนก้าวขึ้นเป็นดาวเด่น พร้อมทั้งเปิดโปงโฉมหน้าแท้จริงของมือที่สามอย่างสะใจ ทว่าอดีตสามีผู้เคยเย็นชาและเย่อหยิ่งกลับเริ่มอยู่ไม่สุข เมื่อเห็นหนุ่มโปรไฟล์เลิศมากมายเข้ามาขายขนมจีบอดีตภรรยา จากคนไร้ใจกลายเป็นคนคลั่งรักที่ตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่คิดแลหางตาซ้ำยังประกาศชัดว่าเขาไม่มีค่าพอ และเธอจะไม่มีวันหันหลังกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด
ภาพปกนิยายเรื่อง พลาดรักท่านประธาน
8.1
โชคชะตาพา 'ริสา' กลับมาเผชิญหน้ากับอดีตคนรักอีกครั้งในฐานะเลขาฯ ส่วนเขาคือประธานหนุ่มผู้มีอิทธิพลล้นมือ หลังเลิกรากันไปนานถึงห้าปีด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มผู้ยังคงจมอยู่กับความแค้นจึงใช้ความผูกพันในวันวานเป็นเครื่องมือพันธนาการเธอไว้ เพื่อชำระล้างความเสียใจที่เคยเผชิญ แม้ริสาจะพยายามร้องขออิสรภาพมากเพียงใด เขากลับยิ่งบีบคั้นและคาดคั้นหาเหตุผลที่เธอทิ้งเขาไปในอดีต ท่ามกลางหยดน้ำตาและความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง สายสัมพันธ์ครั้งเก่าได้กลายเป็นกรงขังที่เหนี่ยวรั้งเธอไว้ไม่ให้ดิ้นรอดทนหนีไปไหนเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง อิหนูของป๋า
8.3
ชีวิตของ เวียงพิงค์ ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อพ่อแท้ๆ นำเธอไปขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้พนันกับ เจ้าสัว มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนและมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล แม้หญิงสาวจะตกหลุมรักผู้มีพระคุณคนนี้ตั้งแต่แรกพบ ทว่าเส้นทางความรักของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อฝ่ายชายมีคู่หมั้นที่คู่ควรอยู่เคียงข้างแล้ว เธอจึงต้องเก็บงำความรู้สึกแอบรักป๋าเอาไว้ในใจ พร้อมเผชิญหน้ากับสถานะอันยากลำบากและกลืนไม่เข้าคายไม่ออกท่ามกลางโลกมาเฟียอันตราย