APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Promise of love ปฏิญญารัก  (ปฏิญญา-เออเนส/เซนส์-น้ำฟ้า)

Promise of love ปฏิญญารัก (ปฏิญญา-เออเนส/เซนส์-น้ำฟ้า)

เรื่องราวความรักสองรูปแบบที่ต้องเผชิญอุปสรรคต่างกัน ปฏิญญาเด็กสาวแสนซื่อต้องรับมือกับเออเนส ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเอาแต่ใจตัวเอง เขามองว่าเธอเป็นแค่คนอาศัยในบ้านที่พร้อมจะละทิ้งไปได้ทุกเมื่อเมื่อหมดประโยชน์ นำไปสู่บททดสอบทางความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ขณะเดียวกัน เซนส์เด็กกำพร้าที่ได้รับโอกาสเข้ามาเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลใหญ่ ได้พบรักกับน้ำฟ้าหญิงสาวไทยในต่างแดน เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา ทั้งคู่ต้องร่วมกันต่อสู้กับคำดูถูกและความขัดแย้งรอบตัว เพื่อปกป้องคำสัญญาแห่งรักแท้นี้ไว้ให้มั่นคงตลอดไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

แสงแดดตอนสายสาดส่องลอดมาจากกระจกห้องนอน ทำให้ร่างเล็กของปฏิญญาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ปากเล็กอ้าปากหาวหวอดๆ เมื่อคืนเธอปวดข้อเท้ามากๆ ขยับแทบไม่ได้เลย แม่ของเธอต้องพยุงพาเข้าห้องน้ำ อาบน้ำกินข้าว แต่มันก็ยังปวดมากจนนอนไม่หลับ นางปทุมมาศต้องเรียกให้กินยาแก้ปวดทุก 4 ชม. เธอรับยาเม็ดจากมือแม่แล้วใส่ปาก หลังจากนั้นก็ดื่มน้ำตามลงไป น่าแปลกว่าตอนนี้เธอกลับกินยาเม็ดเองได้แล้ว ขนาดแม่เธอที่บดยามาให้เธอตั้งแต่เล็กจนโตยังแปลกใจเลย แต่เธอก็ยังปวดข้อเท้าตุบๆ นอนหลับๆ ตื่นๆ กว่าจะหลับลงได้ก็เกือบตีสาม

หลังจากทานข้าวเช้าที่แม่บ้านนำมาให้ที่ห้องพักแล้ว นางปทุมมาศก็นำผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาและเนื้อตัวให้ลูกสาว จะได้สบายตัวขึ้น แล้วจึงให้ทานยา และให้น้องญานอนพักไปก่อน เพราะเซดริกได้ติดต่อให้คุณหมอช่วยมาตรวจดูอาการให้ โดยคุณหมอแจ้งว่าจะมาตรวจให้ราวๆ 11 โมงเช้า

ก๊อกๆๆ ..

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น นางปทุมมาศรีบเดินไปเปิดประตู มัมมาริสา เออเนส เซดริก และมาลารินทร์ ก้าวเข้ามาในห้องเพื่อเยี่ยมดูอาการของเด็กสาว

"น้องญาเป็นยังงัยบ้างคะคุณมาศ พี่กับเออเนส อยากขอดูอาการน้องสักหน่อยค่ะ" มัมมาริสาพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย

"เมื่อครู่ให้ทานข้าวแล้วก็ทานยาแก้ปวดไปแล้วค่ะ เชิญคุณมาริสาด้านในเลยค่ะ" นางปทุมมาศเดินนำทุกคนเดินเข้าไปภายในห้องนอนด้านใน ร่างเล็กกำลังนอนตะแคงอยู่บนเตียง สองแขนเรียวกอดหมอนข้างไว้ดวงตาคู่สวยหลับสนิท มัมมาริสานั่งลงที่เก้าอี้ตรงหัวเตียง แล้วมองดูเด็กสาวตรงหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก ปากกระจับสีชมพูอวบอิ่ม พวงแก้มสีชมพูระเรื่อ มีลูกผมระลงมาปรกที่ใบหน้าสวย มัมมาริสายิ้ม แล้วเอื้อมมือไปลูบศรีษะเล็กๆ นั้นอย่างเอ็นดู พลางใช้นิ้วเกลี่ยผมที่ปรกหน้านั้นออก เด็กสาวยังคงนอนนิ่ง เธอหลับสนิทอาจเป็นด้วยฤทธิ์ของยาก็เป็นได้

มัมมาริสาเปิดผ้าห่มที่คลุมบริเวณข้อเท้าของเด็กสาวออกดู พบว่ามันบวมเป่งมากจริงๆ เธอถึงกับถอนหายใจพลางส่ายหน้า แล้วหันไปพูดกับลูกชายคนเล็ก

"ดูสิเออเนส เท้าน้องบวมเยอะเลย น่าสงสาร" มัมมาริสาพูดแล้วหันไปถามกับนางปทุมมาศ "ตอนที่ล้มก็รีบให้เออเนสอุ้มมาส่ง ไม่น่าจะบวมขนาดนี้เลยนะคะ หลังจากล้มแล้วน้องได้เดินไปไหนหรือทำอะไรบ้างหรือเปล่าคะ" มัมมาริสาถามนางปทุมมาศ

"ตอนที่ดิฉันขึ้นมาดูน้องญาที่ห้องก็พยุงพาเขาไปอาบน้ำ เขาก็ร้องบอกว่าเจ็บตลอดเลยค่ะ หลังจากนั้นก็นอนร้องไห้งอแงทั้งคืน เพิ่งจะหลับไปเมื่อตอนตีสามเห็นจะได้" มัมมาริสาพยักหน้ารับคำ ฝ่ามืออบอุ่นนั้นยังคงลูบหัวคนตัวเล็กไม่หยุด เธอเองก็อยากมีลูกสาว แต่อาจเป็นเพราะแด๊ดโนแอลอายุมากแล้ว จึงไม่มีลูกอีกนับตั้งแต่มีเออเนส เมื่อเธอเห็นปฏิญญาก็เกิดความรู้สึกถูกชะตา และนึกรักและเอ็นดูขึ้นมาในทันที

เย็นวันนี้เซดริกจะจัดดินเนอร์ที่ริมหาดอีกวันหนึ่ง หลังจากตกลงกันว่าวันพรุ่งนี้จะกลับไปพักผ่อนต่อที่บ้านนางปทุมมาศอีกสักวันสองวันก่อนที่จะกลับไปคฤหาสน์มาร์ติน เพราะมัมมาริสาอยากไปดูการทำขนมไทย ส่วนแด๊ดโนแอลกับเออเนสจะกลับฝรั่งเศสในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากมีงานจะต้องรีบจัดการ

ส่วนน้องญาหลังจากหาหมอแล้วอาการก็ดีขึ้นมาก ข้อเท้าที่บวมก็ยุบลงอย่างเห็นได้ชัด มัมมาริสาจึงชวนให้ลงมาทานดินเนอร์ด้วยกันเย็นนี้ เธออาบน้ำแต่งตัว สวมชุดเดรสเกาะอกสีโอลด์โรส ส่วนของคอเสื้อที่จีบรอบคอเป็นผ้าแก้วเย็บต่อกับส่วนเกาะอกเป็นแขนกุด รวบผมเป็นมวยหลวมๆ แต่งหน้าโทนสีส้มอ่อน ปัดแก้มสีพีซ น่ารักสมวัยสาว เธอมองตัวเองผ่านกระจกเงาแล้วยิ้มพอใจ ปีนี้เธออายุ 18 ปีแล้ว เทอมหน้าก็จะเรียนจบม.6 นางปทุมมาศจะให้น้องญาไปอยู่กับป้าวิมาลาที่กรุงเทพ เพื่อเรียนต่อมหาลัย

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง แม่คงจะมารับเธอแล้ว น้องญาเดินไปที่ประตู สวมใส่รองเท้าแบบไม่มีส้น แล้วเปิดประตูยิ้มหวานออกไป แต่ต้องหุบยิ้มทันที เมื่อเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"มัมให้ฉันมารับเธอ" เออเนสกล่าวสั้นๆ แล้วก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆ ร่างเล็กถอยหลังหนี แต่ไม่ทันกับลำแขนแข็งแกร่งของเขา ที่รวบร่างเล็กนั้นกระชับเข้าแนบอกแกร่งทันที

"ปล่อยฉันค่ะ ฉันเดินเองได้" น้องญากล่าวห้วนๆ ทำให้ใบหน้าหล่อนั้นบึ้งตึงขึ้นมาทันที

"อย่ามางอแง ทำอย่างกับฉันไม่เคยอุ้มเธออย่างนั้นแหละ" เออเนสพูดพลางกระชับร่างเล็กเข้าหาตัวเองแน่นๆ จนใบหน้าหล่อนั้นแทบจะชิดกับเรียวหน้าจิ้มลิ้ม น้องญาเบือนหน้าหนีใบหน้าหล่อคมทันที หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก

ร่างแกร่งเดินก้าวตรงมายังลิฟท์ เขารู้สึกหงุดหงิดกับตัวเองที่คอยจะวอกแวกไปกับเรือนร่างนุ่มนิ่มและหอมกรุ่นของเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมแขนนั่น "นี่กูคิดอะไรกับเด็กอายุแค่ 17-18 จริงเหรอวะเนี่ย? กูเป็นบ้าไปแล้วหรือไงวะ..จิ๊" เออเนสครุ่นคิดอยู่ในใจ และต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองอย่างหนัก โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้รับรู้อะไรด้วยเลย

ตอนนี้ทุกคนพร้อมกันที่โต๊ะอาหารริมชายหาดเรียบร้อยแล้ว ขาดแต่ปฏิญญากับเออเนสเท่านั้น

"รอสักครู่นะคะทุกคน สาให้เออเนสไปรับน้องญาแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงมาถึง" มัมมาริสาบอกกับทุกคนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

ครู่หนึ่งร่างสูงของเออเนสก็อุ้มร่างเล็กของน้องญาเดินเข้ามาถึง มัมมาริสารีบเดินเข้าไปประคองร่างเล็กให้เดินมานั่งข้างๆ ที่นั่งของตัวเองโดยให้เออเนสไปนั่งฝั่งตรงข้ามข้างๆ นางปทุมมาศ เออเนสถึงกับขมวดคิ้วด้วยความงุนงง แด๊ดโนแอลอมยิ้มน้อยๆ ขำอาการของลูกชายคนเล็ก

"น้องญาเป็นยังงัยบ้างลูก ขอมัมดูเท้าหน่อยสิ หายบวมรึยัง" มัมมาริสาพูดพลางก้มลงไปดูข้อเท้าของคนตัวเล็ก น้องญากระดักกระเดิดด้วยความเกรงใจ

"ไม่บวมแล้วนี่นาลูก เดี๋ยวก็หายวิ่งได้แล้วเนอะ มาๆๆ ทานข้าวกันลูก ทานกันให้เต็มที่เลยนะคะทุกๆ คน" มัมมาริสาพูดพลางหยิบกุ้งตัวใหญ่มาแกะเปลือกออก เออเนสยิ้มกริ่ม .. มัมน่ารักเสมอ จำได้ว่าเขาชอบกินกุ้งเผาเป็นที่สุด มัมมาริสาบรรจงแกะเปลือกกุ้งแล้ววางลงบนจานของน้องญาทันที

"เห็นแม่มาศบอกกับมัมว่าหนูชอบกินกุ้งเผา กินเยอะๆ เลยนะลูก เดี๋ยวมัมแกะให้เอง" มัมมาริสาเอ่ยพร้อมกับยิ้มหวานให้น้องญา

"ขอบคุณค่ะ คุณป้ามาริสา" เด็กสาวยกมือไหว้ขอบคุณมัมมาริสา

"โอ้ย.. เรียกคุณป้าได้ยังงัยคะ ไม่เอาค่ะ เรียกมัมสิลูก ไหนเรียกใหม่สิ"

"อะ..เอ่อ.. ขอบคุณค่ะ .. มัม" น้องญากล่าวตะกุกตะกัก เธอก้มหน้าก้มตาทานกุ้งที่มัมมาริสาแกะให้อย่างเกรงใจ พลางเหลือบขึ้นไปมองร่างแกร่งที่อยู่ตรงข้ามแล้วรีบหลบสายตาทันที เพราะตอนนี้เออเนสหน้างอคอหัก เหมือนปลาทูในตลาดสดไม่มีผิด

Write Talk: อ้าว...ตายละวา จะเกิดศึกชิงมัมกันไหมคะเนี่ย ก็อีพี่ดูเหมือนจะงอนจนหน้างอคอหักไปซะแล้ว 555

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานเถื่อนทมิฬ
8.0
ชีคชามิลตกหลุมรักอญู่ร่า หญิงสาวไทยซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวเขาอย่างหมดหัวใจ ฝั่งอญู่ร่าเองก็แอบมีใจให้พี่ชายของเพื่อนสนิทคนนี้มาตลอดเช่นกัน แต่ทว่าการกลับมาพบกันอีกครั้งกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อชีคหนุ่มยื่นข้อเสนอสุดช็อกเพื่อล้างหนี้สินทั้งหมดให้พ่อของเธอ โดยแลกกับการที่เธอต้องยอมตกเป็นนางบำเรอของเขานานสามเดือน ข้อเสนอที่เหยียดหยามเกียรติยศนี้สร้างความโกรธแค้นและหวาดระแวงให้หญิงสาวอย่างมาก จนเธอไม่อาจทำใจยอมรับความสัมพันธ์ที่มีเจตนาแอบแฝงในครั้งนี้ได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่ง(รัก)เมียเด็ก
9.3
เมื่อค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนควรจบลงตามข้อตกลง แต่นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้ากลับไม่ยอมปล่อยมือ เพราะเขาเกิดลุ่มหลงในตัวนักศึกษาวัยยี่สิบเอ็ดปีอย่างบ้าคลั่ง แม้หญิงสาวจะพยายามเรียกร้องอิสระและทวงสัญญาเดิม แต่เขากลับใช้กลอุบายและข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อผูกมัดเธอไว้ข้างกายอย่างไม่มีทางเลี่ยง ชายหนุ่มพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสถานะของเธอให้กลายเป็นคนรักอย่างเผด็จการ โดยไม่สนใจว่าเธอจะยินยอมเรียกเขาว่าพี่หรือสามี ขอเพียงแค่ได้ครอบครองเธอตลอดกุมตัวเธอไว้ตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง กริชเพียงขิม
9.0
เมื่อความต่างทางชนชั้นกลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นความรัก ภัคธีมาจึงต้องเผชิญกับการกีดกันจาก ศาสตรา ภูวเดชาธร เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเชียงใหม่ พี่ชายของชายคนรักที่ทำทุกวิถีทางเพื่อแยกพวกเขาออกจากกัน แม้หญิงสาวจะพยายามหลบหนีจากเอื้อมมือของเขา แต่โชคชะตากลับบีบบังคับให้เธอต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชายใจร้ายคนนี้อย่างไม่มีทางเลือก ทว่าในระหว่างที่ความเกลียดชังและการต่อต้านดำเนินไป บ่วงเสน่หาที่เขาสร้างขึ้นกลับค่อยๆ ผูกมัดหัวใจของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อถึงวันที่เธอได้รับอิสรภาพกลับคืนมาตามต้องการ การหักห้ามใจไม่ให้รักเขาซ้ำยังเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจป่วนไอรัก
9.6
ฐิตตาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อซ่อนความลับเรื่องลูกแฝดไม่ให้นายแพทย์ภวินท์ล่วงรู้ เพราะเธอหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะต้องสูญเสียแก้วตาดวงใจทั้งสองไปก่อนที่กระบวนการหย่าร้างจะสิ้นสุดลง แต่แล้วความตั้งใจทั้งหมดก็พังทลายอย่างไม่มีชิ้นดี เมื่อเธอเปิดประตูมาเจอภาพของภวินท์ที่กำลังนั่งเผชิญหน้ากับเด็กน้อยทั้งสอง ซึ่งเรียกเขาว่าพ่ออย่างใสซื่อไร้เดียงสา วินาทีนั้นฐิตตาตื่นตระหนกจนตัวสั่นเทาและหน้าซีดเผือด เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาอันคมกริบของสามีที่จ้องมองมาอย่างกดดันและยากจะคาดเดาว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ดั่งทรายต้องลม
9.1
เมื่อปรินทร์พาหญิงอื่นอย่างทิวาทิพย์เข้ามาในบ้านเพื่อเป็นภรรยาอีกคน พราวฟ้าต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตายจากการหักหลังครั้งนี้ แม้สามีจะเห็นว่าการมีชู้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงและพยายามบังคับให้เธอยอมรับสภาพ ทว่าพราวฟ้ากลับไม่ยอมลดทอนศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อทนอยู่กับชายที่หมดรักและไม่เคยแยแสเธออีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ หันหลังให้อดีตอันขื่นขมเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง โดยพาลูกน้อยในครรภ์ที่เขาไม่มีวันได้รับรู้ร่วมเดินทาง
ภาพปกนิยายเรื่อง ถึงเฮียจะร้าย…หนูก็จะรัก (Jay & Aeng Aei )
8.3
เมื่อความลับที่ซ่อนไว้ถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก หญิงสาวจึงเกิดความคลางแค้นใจว่า เหตุใดชายหนุ่มผู้เคยลั่นวาจาว่าไม่เคยไยดีในตัวผู้หญิง กลับรู้จักจุดอ่อนไหวบนเรือนร่างของเธออย่างทะลุปรุโปร่งทุกตารางนิ้ว ทว่าแทนที่เธอจะได้รับคำตอบไขข้อข้องใจ เขากลับเลือกที่จะตอบแทนด้วยสัมผัสอันร้อนแรง พร้อมทั้งออกคำสั่งแกมบังคับให้สาวน้อยผู้ไร้เดียงสาต้องยอมศิโรราบและคล้อยตามแต่โดยดี ภายใต้ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยมวลเสน่หาและแรงดึงดูดทางเพศอันแสนเย้ายวนใจเกินกว่าที่คนทั้งคู่จะต้านทานไหว