APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง บทเรียนลับคลับชั้นสูง

บทเรียนลับคลับชั้นสูง

ว่าแล้วเธอจำต้องยอมสวมบทเป็นนางทาสแต่งตัวให้นายท่านอย่างเขาด้วยความจำใจ แต่เธอก็มีวิธีที่จะไม่ต้องเห็นภาพบาดตานั่น ด้วยการปิดตามันดื้อๆ นี่แหละ รับรองไม่เห็นชัวร์ (เอ่อ! แต่ไอ้การปิดตาแบบนี้ ถึงมันจะไม่เห็นแต่มันก็ยังสัมผัสได้นี่) ยังไม่ทันขาดคำ ขณะที่เธอกำลังคุกเข่าเพื่อสวมอันเดอร์แวร์ให้เขาพร้อมกับปิดตาไปด้วย และไอ้การที่เธอกำลังปิดตานี่แหละที่ทำให้เธอทำอะไรไม่ค่อยสะดวก พยายามคลำโน่นคลำนี่เงอะงะไปหมด แน่นอนว่ามันอันตรายต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรของเขาด้วยเช่นกัน และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา เขาจึงพยายามเหวี่ยงตัวหลบมือเรียวของเธอ ในขณะที่เธอกลับพยายามไล่ตามจับมันอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ให้ตายเถอะ! ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเธอกำลังคลำหาอะไร แล้วเธอมาไล่จับของเขาเพื่ออะไรเนี่ย เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก เขากับเธอยังคงเล่นไล่จับกันอย่างเสียวไส้ ด้วยการขยับเอวซ้ายขวาซ้าย เอ้าซ้ายขวาซ้าย ‘ซึ่งกูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกูต้องมายืนส่ายเอวอยู่แบบนี้ด้วย ให้ตายเถอะกูอยากถ่ายภาพนี้เก็บไว้จริงๆ เลย แม่คุณจะได้รู้ว่า ตัวเองกำลังตามล่าอะไรอยู่’ แต่เมื่อทำแบบนั้นไม่ได้ เขาจึงต้องส่ายเอวต่อไป เธอขยับมาทางซ้าย เขาจึงย้ายมาทางขวา เมื่อเธอไล่ตามมา เกือบจะคว้าได้แล้วเชียว เขารีบเบี่ยงตัวหลบ กลัวจะพบกับความเสียว ขยับเอวเพียงนิดเดียว เธอกลับเลี้ยวตามมาทัน (หมับ!!!) “ฮ่าๆๆ จับได้แล้ว” เธอหัวเราะชอบใจ เมื่อในที่สุดเธอก็คว้าหมับเข้ากับอะไรบางอย่างได้สำเร็จ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เมื่อไม่รู้ก็ต้องดูให้เห็นกับตา “กรี๊ด...! ลามกจกเปรต ทุเรศที่สุด เอามันออกไป เอาออกไปเดี๋ยวนี้นะ” เธอโวยลั่นกับบางอย่างที่อยู่ในมือ แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ มือเธอที่กำลังขยับส่ายไปส่ายมาราวกับจับปลาชะโดตัวโต ทำเอาคนถูกจับถึงกับต้องรีบขยับตามแทบไม่ทัน ราวกับกลัวว่ามันจะหลุดติดมือเธอไป ให้ตายเถอะ! ไม่เข้าใจว่าแม่คุณจะส่ายไปส่ายมาเพื่ออะไร ‘ไม่ใช่ปลาช่อนนะเว้ยเฮ้ย! แล้วมันก็ดิ้นไม่ได้ เอ๊ะ! หรือว่าได้วะ’ “นี่! แม่คุณ ช่วยตั้งสติแล้วก้มมองหน่อยเถอะ ว่าไอ้ที่อยู่ในมือคุณน่ะ ผมไปบังคับให้คุณจับมันรึเปล่า อูว! ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดขยับตั้งแต่ตอนนี้ล่ะก็ เกิดปลาที่อยู่ในมือคุณมันพ่นน้ำออกมาอย่าหาว่าผมไม่เตือน” คำเตือนของเขาทำเอาเธอถึงกับรีบปล่อยมือทันที อีโรติก
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“นัดฉันออกมาทานร้านหรูๆ แบบนี้ มีอะไรจะเซอร์ไพรส์ฉันรึเปล่า” ชมพูแพรทำท่ากระมิดกระเมี้ยนถามโทบี้แฟนหนุ่มของตัวเองหลังจากจัดการอาหารแสนอร่อยบนโต๊ะนั้นเรียบร้อยแล้ว ด้วยอดคิดเข้าข้างตัวเองในใจไม่ได้

               ‘อ๊าย! หรือว่าเขาจะขอเราแต่งงาน ตายแล้ว! เสื้อผ้าหน้าผมฉันเป็นไงบ้างเนี่ย ตายๆๆ อย่าเพิ่งขอตอนนี้นะ ขอฉันเสริมสวยแป๊บนึงสิ’ คิดได้ดังนั้น เธอจึงผุดลุกขึ้นแบบปุบปับทันที

               “เฮ้ย! เป็นบ้าอะไรเนี่ย” โทบี้อุทานเสียงดัง เมื่อความรีบร้อนของชมพูแพรทำให้เธอไม่ทันระวัง เผลอดึงผ้าปูโต๊ะสีขาวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

               “ขอโทษ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวฉันเช็ดให้นะ” นี่คงเป็นคำพูดติดปากของเธอไปแล้ว เมื่อความซุ่มซ่ามเฟอะฟะมันเป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แก้เท่าไหร่ก็ไม่หายสักที บ่อยครั้งเธอจึงต้องเอ่ยคำๆ นี้กับใครต่อใคร เมื่อนิสัยนี้มันกำเริบขึ้นมา (นิสัยนะ ไม่ใช่โรคร้าย กำร่งกำเริบอะไรล่ะ)

               “ไม่เป็นไร ไม่ต้อง” โทบี้ทำท่าหงุดหงิดเล็กน้อยที่เธอทำให้เขาต้องกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นแบบนี้

               “ไม่เป็นไรเหมือนกัน ฉันเต็มใจทำให้” ด้วยคิดว่าอีกฝ่ายเกรงใจ เธอจึงเดินตรงเข้าไปหาอย่างสำนึกผิด และอยากจะชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดเอาไว้

               “โธ่เว้ย! ทำบ้าอะไรของเธอฮะชมพู่” เป็นอีกครั้งที่โทบี้อุทานเสียงดังออกมา เมื่อผ้าผืนเล็กๆ ที่ชมพูแพรตั้งใจเอามาใช้เช็ดทำความสะอาดให้นั้น ตอนนี้มันขึ้นไปอยู่บนหัวของโทบี้เรียบร้อยแล้ว ที่ร้ายไปกว่านั้น ผ้าผืนนั้นดันเป็นผ้าเช็ดปากที่เธอใช้แล้ว และมันก็มีรอยซอสมะเขือเทศเปื้อนเป็นหย่อมๆ ซะด้วยสิ ภาพที่ปรากฏต่อหน้าสาธารณชนตอนนี้จึงเป็นภาพที่ดูไม่จืดเอาซะเลย

               “ขอโทษ...ฉันรู้ว่าเธอคงเบื่อที่จะฟังคำนี้เต็มที แต่ฉันก็ยังต้องพูดอยู่ดี” เธอบอกเสียงอ่อยพร้อมกับก้มหน้าสำนึกผิดจากใจจริง และก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีกว่าการเอ่ยคำคำนี้

               “ช่างเถอะ มาคุยเรื่องที่ฉันนัดเธอออกมาวันนี้เถอะ” โทบี้ตัดบทพร้อมกับนั่งลงทั้งที่ตัวเลอะๆ แบบนั้นต่อ ทำเอาชมพูแพรถึงกับยิ้มออก ‘เราทำถึงขนาดนี้ แต่เขาก็ยังไม่โกรธ เขาช่างเป็นคนดีเหลือเกิน อ๊าย! เขานี่แหละเหมาะที่จะเป็นพ่อของลูกฉันที่สุด’

               “เอ่อ! เธอมีอะไรจะขอ เอ๊ย! พูดกับฉันงั้นเหรอ” ชมพูแพรทำท่าเขินอาย

               “ฉันอยากจะขอ” โทบี้ยังพูดไม่ทันจบ ชมพูแพรก็แทรกขึ้นมาอีก

               “คือ ฉันว่าฉันไปห้องน้ำก่อนดีกว่าเนอะ” ชมพูแพรผุดลุกขึ้นอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับผวาไปด้วย เพราะกลัวว่าเธอจะเผลอทำซุ่มซ่ามอะไรให้ตัวเองต้องอับอายอีก

               “มะไม่ต้อง รอให้ฉันพูดจบแล้วเธอค่อยไปก็ได้ นั่งลงเถอะ” โทบี้รั้งแขนเธอให้นั่งลงที่เดิมอีกครั้ง ด้วยไม่อยากให้ต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว

               “เธออยากขออะไรฉันอย่างนั้นเหรอ” ชมพูแพรถามพลางบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย

               ‘ถ้าเขาขอเราแต่งงานตอนนี้ แล้วเราจะต้องทำหน้ายังไงนะ จะตอบเขาไปว่าอะไรดีล่ะชมพู่ จะได้ดูแบบสวยเลือกได้ อ๊าย! หรือเราต้องเล่นตัวนิดนึง’

               “ฉันอยากจะขอเลิกกับเธอ ชมพู่” โทบี้บอกออกมาในที่สุด

               “ตกลง” ชมพูแพรพลั้งปากตอบออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะเล่นตัว ที่สำคัญเธอลืมไตร่ตรองคำพูดของอีกฝ่ายให้ดีซะก่อนด้วยนี่สิ

               “มะเมื่อกี้ เธอว่าอะไรนะ” เมื่อลองทบทวนให้ดี เธอจึงถามกลับไปอีกครั้งด้วยหน้าตาแตกตื่น ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับสีหน้าก่อนหน้า

               “เราเลิกกันเถอะ” โทบี้บอกอีกครั้งชัดถ้อยชัดคำ ชัดจนดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท ‘เราเลิกกันเถอะ เราเลิกกันเถอะ เราเลิกกันเถอะ’

               “ทะๆ ทำไม” เธอถามออกไปด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ในเมื่อก่อนหน้า เธอกับอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไปกันได้ด้วยดี มันดีซะจนเธอยังคิดว่ามันจะต้องลงเอยด้วยการแต่งงานกันด้วยซ้ำ แต่แล้วทุกอย่างก็กลับตาลปัตร

               “มันก็หลายเหตุผล เธออยากให้ฉันสาธยายจริงๆ น่ะเหรอ เอาง่ายๆ ข้อแรกเธอซุ่มซ่าม” โทบี้ยังไม่ทันสาธยายต่อ เธอก็แทรกขึ้นมาซะก่อน

“แต่เธอเคยบอกว่ามันน่ารักดี” ใช่! นี่เป็นประโยคที่อีกฝ่ายเคยพูดเมื่อครั้งยังคบกันแรกๆ ซึ่งเธอก็แสนจะดีใจที่มีคนรับปมข้อนี้ของเธอได้ ทำให้เธอสุดแสนจะปลื้มผู้ชายคนนี้เป็นนักหนา

“ใช่ ฉันเคยบอกว่ามันน่ารัก แต่อาการของเธอมันกลับหนักข้อขึ้นทุกวัน จนฉันไม่คิดว่าจะมีใครซุ่มซ่ามได้เท่าเธออีก ลองคิดดูนะเธอทำให้ฉันต้องผวาตลอดเวลาที่มีเธออยู่ใกล้ๆ กังวลต่างๆ นานา ว่าวันนี้เธอจะทำเรื่องอะไรให้ฉันต้องอายอีก ดูอย่างเมื่อกี้สิ เธอทำให้ฉันอายตั้งหลายครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน มันคงเป็นสถิติที่ไม่เคยมีใครซุ่มซ่ามได้เท่าเธออีกแล้ว” โทบี้บอกตามตรง แต่มันคงเป็นข้ออ้างของคนที่หมดใจไปแล้วมากกว่า

“แต่เธอก็เห็นว่าฉันกำลังพยายามปรับปรุงตัวเองอยู่” ชมพูแพรพยายามยื้อ ด้วยไม่อยากให้ความรักครั้งนี้จบลงง่ายๆ เพียงเพราะเหตุผลที่ฟังดูงี่เง่าแบบนี้ ถึงแม้มันจะเป็นความจริงก็เถอะ

“มันไม่มีประโยชน์ ตลอดสามเดือนที่คบกัน ฉันรอให้เธอปรับปรุงตัวมาตลอด แต่มันก็ไม่เคยมีอะไรดีขึ้น ยิ่งเธอพยายามมันก็ยิ่งแย่ ฉันว่ายังไงเราก็ไปด้วยกันไม่รอดหรอก” ชมพูแพรมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนจะถามอีก

“นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีเรื่องอื่นอีกรึเปล่าที่ทำให้เธอตัดสินใจเลิกกับฉัน” เป็นเพราะเหตุผลงี่เง่าที่อีกฝ่ายใช้ ทำให้เธอคิดว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้

“ก็บอกเขาไปสิโทบี้ ว่าเธอเบื่อผู้หญิงจืดชืดอย่างแม่นี่เต็มทีแล้ว ฉันไม่เข้าใจเธอจริงๆ เลยนะโทบี้ เธอทนคบกับผู้หญิงเฉิ่มๆ แบบนี้ได้ยังไง ทั้งเฉิ่ม ทั้งเชย ไร้รสนิยมสุดๆ” ดูเหมือนลางสังหรณ์ของเธอจะเป็นจริง เมื่อคนที่ตอบไม่ใช่โทบี้แต่เป็นเป็นลิลลี่คู่ปรับตลอดกาลของเธอนั่นเอง

“แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับเธอไม่ทราบยัยดอกหน้าวัว” ชมพูแพรหันมาถามด้วยความไม่พอใจ เมื่ออีกฝ่ายเข้ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอ

“ช่วยบอกให้ยัยชมพู่เน่าได้ยินชัดๆ หน่อยสิโทบี้ ว่าที่เธอเลิกกับเขาเพราะว่าอะไร ฮ่าๆๆ แต่จะว่าไปให้เธอฟังจากปากฉันน่าจะสะใจกว่านะ ฟังให้ดีนะยัยชมพู่เน่า ที่เขาเลิกกับเธอ...ก็เพราะว่าเขาเห็นฉันดีกว่า สวยกว่า น่าสนใจกว่า สรุปก็คือ ฉันเหนือกว่าเธอในทุกๆ ด้านยังไงล่ะ ฮ่าๆๆ” ชมพูแพรหันมามองหน้าทั้งสองคนราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง นับถอยหลังสู่ความเสียใจของพ่อทูนหัว
9.5
ลูนาได้ช่วยชีวิตลูกชายของเลียม มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในนิวยอร์กไว้โดยไม่คาดคิด แม้ว่าเลียมจะมีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความรู้สึกในเรื่องบนเตียง แต่เขากลับมอบความอ่อนโยนและใส่ใจลูนาอย่างยิ่งยวดในยามร่วมรักเพื่อไม่ให้เธอต้องเจ็บปวด อย่างไรก็ตาม เลียมยังมีคนรับใช้ทางอารมณ์อีกคนที่เขาใช้ระบายความใคร่ส่วนตัว และเมื่อเขาตัดสินใจเลือกให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้ตั้งครรภ์ทายาทของเขาแทน ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่เคยมีร่วมกับลูนาก็เริ่มสั่นคลอนและเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง ขย่มรักร้ายนายรูมเมทสุดหล่อ
9.2
ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณทำให้ฉันต้องยอมแชร์บ้านเช่าราคาประหยัดร่วมกับรูมเมทหนุ่มสุดฮอต ผู้มีไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงและมักพาผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ามาที่บ้านเสมอ ทว่าค่ำคืนหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนกลับก้าวข้ามเส้นความเป็นเพื่อนไปอย่างลึกซึ้ง เมื่อเขาตัดสินใจไม่ป้องกันในค่ำคืนนั้นเพียงเพราะเห็นว่าฉันยังอ่อนต่อโลก แม้ฉันจะแสดงความกังวลใจและโต้แย้งเรื่องพฤติกรรมรักสนุกที่ผ่านมาของเขา แต่ชายหนุ่มกลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเขาเซฟตัวเองกับคนอื่นอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด และมีเพียงแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับข้อยกเว้นนี้ เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากความใกล้ชิดในบ้านเช่าหลังเล็กๆ จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อนและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เรา(สอง)สามคน
9.5
ไพลิน หญิงสาวธรรมดาที่ไร้ทั้งเงินทองและอำนาจ มีเพียงหัวใจรักอันบริสุทธิ์คอยนำทางชีวิต ทว่าโชคชะตากลับพาเธอมาพบกับเจ้านายหนุ่มมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฐานะของเขาจะสูงส่งจนเกินเอื้อม แต่สายตาคู่นั้นกลับเฝ้ามองเพียงเธอคนเดียวอย่างไม่ยอมปล่อย เขาเลือกที่จะดึงเธอเข้ามาในโลกส่วนตัวอันลึกลับและปิดบังความสัมพันธ์นี้ไว้จากสายตาคนนอกเพื่อเก็บเธอไว้ครอบครองผู้เดียว ท่ามกลางความรักที่ต้องหลบซ่อน ไพลินกลับเริ่มไม่มั่นใจและคอยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความรักจากชายผู้สูงส่งคนนี้จะมั่นคงและยืนยาวไปได้นานแค่ไหน
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟรักมาเฟีย
9.2
เมื่อพี่ชายตัวดีก่อเรื่องใหญ่ด้วยการลักพาตัวน้องสาวของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลหนีหายไป อลิสจึงต้องกลายเป็นแพะรับบาป ถูกพญามารร้ายกักขังไว้ในกรงทองเพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อให้พี่ชายยอมปรากฏตัว ท่ามกลางการจองจำที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและเพลิงราคะอันเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้จนยากจะต้านทาน แม้เธอจะพยายามฝืนใจต่อต้านสักเพียงใด ทว่าร่างกายกลับทรยศความรู้สึกและเผลอใจไปกับสัมผัสอันแสนป่าเถื่อนนั้นทุกครั้งไป ยิ่งเวลาผ่านไปอลิสกลับยิ่งได้ล่วงรู้ความลับอันมืดดำบางอย่างที่ทุกคนพยายามปิดบังเธอไว้ในกลลอร์ด
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียลับจอมซาตาน ชุด ซาตานเมดิเตอเรเนียน
8.6
ชีวิตของ มาริออส ซาเวลลาส มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งแบล็กดราก้อน ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งโดยไม่คาดคิดกับ พิมรัก หญิงสาวที่เขาเคยตราหน้าว่าหิวเงินและเกลียดชัง แม้เธอจะเคยแอบปลื้มคนในตระกูลของเขา ทว่าคำดูถูกจากมาริออสทำให้พิมรักประกาศกร้าวปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ จากเขาอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางสงครามประสาทและการปะทะคารมอันดุเดือด สัมผัสที่ป่าเถื่อนกลับปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างในใจเธอ จนทำให้พิมรักเริ่มสับสนว่าแท้จริงแล้ว ความรู้สึกเหล่านั้นคือความเกลียดชังหรือเสน่หาที่ซ่อนเร้นอยู่กันแน่
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญาแค้นรักนางบำเรอ
7.9
ข้อตกลงที่เริ่มต้นขึ้นด้วยความแค้นและการทวงคืนความยุติธรรม นำพาทั้งคู่เข้าสู่วังวนแห่งความเกลียดชังที่ยากจะหลบหนี ทว่าในซอกหลืบของความพยาบาทนั้น ความผูกพันอันลึกซึ้งกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว จนกลายเป็นความรักที่ยากจะถอนตัวได้ บทสรุปของความสัมพันธ์ครั้งนี้จะลงเอยด้วยความทุกข์ทรมานหรือความสมหวัง เมื่อพวกเขาก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ต้องเลือกระหว่างการชำระแค้นที่สะสมมานาน หรือการยอมละทิ้งความโกรธเคืองเพื่อโอบกอดความรักแท้เอาไว้ในบั้นปลาย