APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงสิเน่หามายาลวง

เพลิงสิเน่หามายาลวง

8.5 / 10.0
ความหลังอันแสนเจ็บปวดระหว่างรินดากับป้องณวัฒน์หวนกลับมาสร้างรอยร้าวอีกครั้ง ความโกรธแค้นจากการถูกทอดทิ้งในคืนนั้นทำให้หญิงสาวตั้งมั่นที่จะไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอีกต่อไป เมื่อป้องณวัฒน์พยายามเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และถือวิสาสะสวมกอดล่วงเกินเธอ รินดาจึงตบหน้าและใช้ทักษะการต่อสู้สั่งสอนจนเขาล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่า แม้ชายหนุ่มจะพยายามหาทางรื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่าๆ ทว่าในใจของรินดากลับมีเพียงความรู้สึกรังเกียจและคำด่าทอเท่านั้น เธอพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องเกียรติของตัวเอง และไม่มีวันยอมให้ผู้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัสคนนี้กลับเข้ามาสัมผัสร่างกายหรือทำลายชีวิตของเธอได้อีกเป็นหนที่สอง

เพลิงสิเน่หามายาลวง ตอนที่ 1

เมื่อเจ็ดปีก่อน

"ไอ้ป้องมึงเห็นผู้หญิงผมสั้นๆ ใส่แว่นหนาๆ ตรงนั้นเปล่าวะ" เรย์ชี้ชวนสะกิดไหล่ของป้องณวัฒน์ให้ดูตามมือ ป้องเห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งไว้ผมสั้น สวมแว่นตากลมหนาเตอะ แถมยังดัดฟันด้วยยางจัดฟันหลากสีสด เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาแบกผู้ชายตัวโตกว่าเอาไว้บนหลังหมดสภาพเมาย่ำแย่ออกไปตรงประตูทางออก

"อ้อ ทำไม..." ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มหรี่มองใบหน้าของเพื่อนอย่างสงสัย

"ถ้ามึงได้ฟันผู้หญิงคนนั้นได้ กู... นายเกริกเกียรติจะยอมแต่งหญิงเดินรอบมหาลัยเลย" เขาพูดขึ้นมาส่งสายตาท้าทาย

"เฮ้ย... มึงเอาจริงนะไอ้เรย์" แมนตบบ่าของเรย์ขอคำมั่น

"เออสิวะ บุรุษพูดแล้วไม่คืนคำ วันก่อนแม่งมึง ผู้หญิงคนนั้นปารองเท้าแตะมากลางวงพวกกูเลย โอ้โห... แถมด่าพวกกูไฟแลบ ปากร้ายโคตรๆ" เรย์ทำท่าขยาด

"เอาดิ... หรือมึงป๊อด..." อ้นยุป้อง

"ก็ได้... คอยดูผลงานกูก็แล้วกัน ระดับเดือน... มีแต่สาวๆ วิ่งหากู ไอ้เรย์มึงเตรียมแต่งหญิงเอาไว้ได้เลย" เพราะการท้าทายและไม่อยากเสียหน้า และหาว่าป๊อด ป้องจึงตกปากรับคำพวกนั้นไป

วันพุธที่ผ่านมา หลังมหาวิทยาลัย..... หน้าร้านขายข้าวของยายวันเพ็ญ

รินดาเดินมาจากมินิมาร์ตหน้าปากซอยกำลังจะกลับเข้าไปในบ้านที่อยู่ยังท้ายซอย และต้องผ่านร้านยายวันเพ็ญอยู่แล้ว

"ป้า กะเพราหมูกรอบราดข้าวหนึ่งกล่อง” รินดาตะโกนสั่งข้าวอยู่ที่หน้าร้าน สายตาของกลุ่มบุรุษหลายหน่อที่เข้าชมรมหมาป่าล่าเนื้อ แต่จริงๆ น่าจะชื่อปากหมาซะมากกว่า

“ทำไปได้ว่าไหมมึง ขาสั้นสีเหลือง รองเท้าแตะสีแดง ถ้าเป็นแถวๆ บ้านกูนะมึง หมาเห่านึกว่าเห็นสัตว์ประหลาด”

“กูว่าน้องเขาก็สวยอยู่นะ” เสียงหนึ่งดังสนับสนุนขึ้น

“สวยอยู่คนเดียว สวยไม่ปรึกษาใคร สวยแบบทำไปได้” เหล่าบรรดากระชายเหล่านั้นก็ส่งเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

“รูปร่างก็สูงยาวเข่าดีนะมึง ถ้าไว้ผมยาวกูว่าก็น่าเอาอยู่นะ” อีกคนหนึ่งบอก

“อี๋ย... ไอ้เชี่ย... มึงไม่เห็นยางจัดฟันที่น้องเขาใส่เหรอวะ แม่ง... สี... โอ้โห... เห็นมาตั้งกะไฟแดงหน้ารถไม่กล้าชนนะมึง ต้องเบรกตัวโก่ง เพราะแสงสะท้อนมันเข้าตา” เสียงฮาดังกันขึ้นอีกตรึม

“สี่สิบห้าบาท” ยายวันเพ็ญส่งข้าวกล่องให้กับรินดา เธอรับมันมาถือไว้ ก่อนจะจ่ายเงินในจำนวนที่พอดี

“ขอบใจ...” ยายวันเพ็ญหันหลังให้ เดินกลับเข้าไปที่หลังร้าน

“วี๊ดวิ้ว...” เสียงผิวปากดังขึ้น ตอนที่เธอจะหันหลังกลับ

“น้องสาวผมสั้นครับ ให้พวกพี่ไปส่งข้างในไหมครับ พี่กลัวหมามันจะไล่งับขาน้องนะครับ” คนในกลุ่มนั้นตะโกนแซวขึ้นมา

“ไอ้... เชี่ย... กูได้ยินนะว่าพวกมึงนินทากูอยู่ ไม่มีอะไรทำกันหรือไง กลับไปนั่งวิจารณ์แม่กับน้องมึงที่บ้านไป ไอ้...”

เพล้ง... ตุ๊บ...

เธอถอนรองเท้าของตัวเองโยนเข้าไปกลางวงทั้งสองข้าง ชายหนุ่มสี่ห้าคนนั้นกระโดดแยกกันไปคนละทิศละทาง เธอยังไม่ยอมลดละ เดินตรงเข้าไปยังชายหนุ่มปากดีเหล่านั้น

พวกผู้ชายหน้าหม้อตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนภายในร้าน

รินดาไม่พูดอะไรอีก เธอส่งสายตาระร้ายมองผ่านแว่นกลมๆ หนาเตอะไปยังใบหน้าของหนุ่มๆ ทุกคน เธอหยิบแล้วสะบัดเอาน้ำแกงออกจากรองเท้าของตัวเอง และป้ายไปที่กระเป๋าผ้าของเรย์ที่วางใกล้ที่สุด ก่อนจะเอามันมาใส่ที่เท้าแล้วเดินกลับไปแบบไม่หันกลับมามอง

“เวรแล้ว กระเป๋าน้องเฟิร์นซื้อให้กู” เรย์โอดครวญ ตอนนี้กระเป๋าของเขาเต็มไปด้วยน้ำต้มแซ่บ

“ฝากเอาไว้ก่อนนะยายแว่น” เรย์ยืนมองตามหลังผู้หญิงคนนั้นไป คิดเอาคืน

“เจ้าป้องมันรู้ตัวหรือยังแม่” คุณเปรมถามภรรยาขึ้นมา ตอนนี้เธอยังก้มๆ เงยๆ อยู่กับมือถือของตัวเอง

“ฉันไม่ชอบบังคับลูก พ่อก็รู้” คุณอ่อนตอบออกมาโดยไม่มองหน้าของสามี

“คุณอ่อน” สามีทำเสียงเข้มเข้าใส่

“พ่อไม่ได้พูดเล่นนะ ไปปลุกมัน พ่อจะให้มันบินไปเย็นนี้เลย”

“อะไรกัน อย่ามาหยอกกันแรงขนาดนี้นะ” ภรรยามือถือแทบร่วง

“พ่อจะส่งลูกไปเรียนถึงอังกฤษ จะไม่ให้แม่ทำใจเลยหรือไงคะ" เธอหน้าตาตกใจ ไม่คิดว่าสามีจะทำอะไรรวดเร็วอย่างนี้

ทั้งๆ ที่ปรึกษากันได้ไม่นาน และเธอไม่คิดว่าเขาจะเอาจริง ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัว

“ถ้าแม่ยังเห็นเจ้าป้องมันเป็นเด็กอยู่อย่างนี้ พ่อว่าให้อยู่เมืองไทย คงเสียคนในไม่ช้า”

“คุณเปรมจะพูดเกินไปแล้วนะคะ” เธอเริ่มบีบน้ำตา เรียกชื่อสามีเต็มยศ

“ให้ลูกไปเรียนนะแม่ พ่อไม่ได้ให้มันไปตาย”

“คุณ...” เธอเห็นสายตาที่เอาจริง และไม่ได้ล้อเล่น

“เวียนไปปลุกคุณป้อง และกระเป๋าที่ให้จัดเมื่อวาน เวียนให้หวังขึ้นไปเอาลงมา แล้วเอาขึ้นท้ายรถ ฉันจะไปส่งเจ้าป้องมันขึ้นเครื่องเอง” เขาหันไปสั่งคนใช้

คุณเปรมศักดิ์ที่เผด็จการที่สุดในบ้าน และทำอะไรตามใจตัวเองอยู่แล้ว เขาใช้วิธีบังคับให้ลูกชายคนเดียวไปเรียนที่อังกฤษโดยไม่ได้ถามความสมัครใจของเจ้าตัว

“คุณ...” คุณภคมนถึงกลับเข่าอ่อน

“จะไปส่งลูกกับพ่อไหม” เขานั่งลงใกล้ๆ ภรรยา จับมือของเธอขึ้นมาบีบเบาๆ เธอทำน้ำตาร่วง

“ให้ลูกไปเถอะ จะได้โตซะที เรามีความหวังเดียวอยู่ที่มันนะ ยังไงก็อยากให้ลูกได้ไปผจญภัยดูบ้าง”

“เดี๋ยวฮะพ่อ นี่มันอะไรกัน ผมไม่ไปเด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาด ผมก็ไม่ไป”

ป้องณวัฒน์ตะโกนโวยวายดังมาจากข้างบน เมื่อมาถึงตรงหน้าพ่อ สายตาที่ดุดันและเอาเรื่องเป็นที่สุด ทำให้เขาหันหลังกลับขึ้นไปข้างบนบ้านอย่างรวดเร็ว

“เร็วๆ นะโว้ย เครื่องจะออก ฉันจะต้องให้แกไปในวันนี้ให้ได้”

“เผด็จการ” ภคมนทำปากมุบมิบ ก่อนจะวิ่งปรู๊ดขึ้นชั้นสองตามหลังลูกชายไปติดๆ

ทุกอย่างถูกนำมาขึ้นรถ รวมทั้งลูกชายที่นั่งหน้าเหม็น เขาถูกยึดโทรศัพท์เอาไว้เรียบร้อย โดยไม่ให้ได้บอกและร่ำลาเพื่อนๆ ป้องณวัฒน์ทำตัวไม่ถูกเอาเหมือนกัน ตอนนี้มีแม่ที่ร้องไห้กระซิกๆ อยู่ข้างๆ

“ตั้งใจเรียน ฉันเสียเงินไปเยอะนะกับแก เรื่องที่จะส่งไปเรียนที่อังกฤษ และต้องทำตัวให้ดีๆ ฉันจะให้เงินแกแค่พอใช้ ดัดนิสัยใช้เงินมือเติบ อยากได้อะไรเป็นพิเศษต้องทำงานเอาเอง และฉันยึดบัตรทุกอย่างของแกคืน และใช้ได้แค่บัตรนี้บัตรเดียว” คุณพ่อยื่นบัตรสีทองให้ ป้องหันไปกอดแม่

“อย่าทำตัวเหลวไหลนะลูก” เธอสอนเหมือนป้องณวัฒน์เป็นเด็กเล็กๆ

“แล้วห้ามมีเมียแหม่ม มีลูก” คุณเปรมศักดิ์กำชับ

คำว่าเมียทำให้เขานึกไปถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาทำมิดีมิร้ายกับเธอเมื่อคืนนี้ แล้วสัญญาที่ว่าจะไปรับไปเรียนในเช้าวันจันทร์

อ่านต่อ

สารบัญ เพลิงสิเน่หามายาลวง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดเวลาสามปีที่หญิงสาวทุ่มเทให้ความรักและเฝ้าทะนุถนอมความสัมพันธ์ เธอวาดฝันถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่และรอคอยวันที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่โลกทั้งใบกลับล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นในคำสัญญามาตลอดได้ทรยศหักหลังเธออย่างไม่คาดฝัน เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่งานแต่งงานในฝันจะเริ่มขึ้น มันทำลายความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น ความรักที่เคยงดงามถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง ทำให้เธอต้องทนรับสภาพจิตใจที่แตกสลายและสูญเสียภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปอย่างถาวร
ภาพปกนิยายเรื่อง กาศเวลาที่สวยงาม
7.3
ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความสับสน ภรรยาของซิงต้องเผชิญวิกฤตเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเธอกำลังให้ท่าจือ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของสามี แม้เธอจะพยายามอธิบายว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความตั้งใจและไม่มีเจตนายั่วยวนเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าคำแก้ตัวกลับไร้ผล จือมองเธอด้วยแววตาเกลียดชังและตัดสินทันทีว่าเธอเป็นสตรีไร้ยางอายที่กล้าสวมเขาให้หลานชายของตน ด้วยความโกรธจัด จือข่มขู่ว่าจะเรียกซิงมาเป็นพยานเห็นความอัปยศนี้ เพื่อเปิดโปงสะใภ้จอมปลอมให้ทุกคนได้รับรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักยืนหยัดชั่วนิจนิรันดร์
6.7
ชีวิตสมรสพังทลายลงในพริบตา เมื่อข้อกล่าวหาจอมปลอมเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นเพียงเศษขยะในสายตาของชายผู้เป็นที่รัก เขาลงมือบดขยี้ความผูกพันจนแหลกลาญอย่างเลือดเย็น ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือแผนการอำมหิตที่เขาหมายจะพรากลมหายใจของลูกแท้ๆ เพื่อปูทางไปสู่งานวิวาห์กับหญิงสาวที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำ จากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นฝังลึก เมื่อพันธสัญญาถูกฉีกทิ้ง สตรีผู้สูญเสียทุกสิ่งจึงพร้อมลุกขึ้นทวงคืนความยุติธรรมให้สาสมกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำไว้กับเธอและลูกน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เคยเสียใจที่เคยรักกัน
7.8
ชีวิตวิวาห์ที่เคยเปี่ยมสุขพลันพลิกผันเป็นฝันร้าย เมื่อหญิงสาวล่วงรู้ความจริงว่าสามีที่เธอรักสุดหัวใจกลับซุกซ่อนความรู้สึกเกินเลยที่มีต่อน้องสาวสายเลือดเดียวกัน ความสัมพันธ์อันงดงามจึงพังทลายลง เขาเริ่มตีตัวออกห่าง เย็นชา และมักหาข้ออ้างไม่ยอมกลับบ้าน ปล่อยให้เธอต้องจมปลักกับความอ้างว้างในเรือนหอที่ว่างเปล่า แม้อดีตจะเคยรักกันมาก ทว่าความลับอันเจ็บปวดและช่องว่างที่ขยายกว้างขึ้นทุกวันกำลังกัดกินหัวใจของเธออย่างหนักหน่วง บีบคั้นให้เธอต้องตั้งคำถามว่า การทนรั้งชีวิตคู่ที่หลอกลวงนี้ยังคงมีความหมายใดหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงรักทาสเสน่หา
9.4
แม้ประณาลีจะย้ำเตือนว่าตนเป็นเพียงพี่เลี้ยงและพยายามขัดขืน แต่นิธิภัทรกลับละทิ้งเส้นแบ่งขอบเขตนั้น ชายหนุ่มผู้เฝ้ารอมานานนับเดือนรุกคืบด้วยอ้อมกอดและจูบแสนหวานเพื่อหลอมละลายกำแพงในใจของเธอ จากการต่อต้านอย่างหนักหน่วง สติของหญิงสาวเริ่มเลือนรางและถูกแทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ เธอยอมปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้มและตอบรับสัมผัสร้อนแรงอย่างไม่ประสีประสา นิธิภัทรจึงฉวยโอกาสนี้สานต่อความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บรรยากาศรอบกายล้วนอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลและเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
7.9
ถังจือเปิดใจถึงความรู้สึกอันสับสนต่อสวีเชิง โดยย้ำชัดว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเพศและไม่นึกพิศวาสเรื่องบนเตียง ทว่าความผิดพลาดที่เมืองตุนซึ่งเกิดจากความเมามาย กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกที่มอบความเจ็บปวดรวดร้าวให้เขายิ่งกว่ารอยแผลใด คำสารภาพที่มาพร้อมหยาดน้ำตานี้ ทำให้สวีเชิงทำได้เพียงกระชับอ้อมกอดและลูบแก้มปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน แม้ใจของสวีเชิงจะอัดแน่นด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหาคำตอบ แต่เขาก็เลือกรับฟังความจริงนั้นเงียบๆ พร้อมตระหนักว่าความผูกพันนี้ถลำลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับได้อีก
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์