APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักเพลิงแค้น

เพลิงรักเพลิงแค้น

จากชายหนุ่มแสนดีที่เคยอ่อนโยน คมน์กลับกลายเป็นปีศาจร้ายในพริบตาด้วยแรงหึงหวงที่ครอบงำจิตใจ เขาปักใจเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาว่ารุจิเรศลักลอบคบชู้และนอกใจเขาไปหาประสงค์ ชายหนุ่มรุ่นน้องที่มีอายุน้อยกว่า แม้หญิงสาวจะได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง และพยายามส่งเสียงร้องขอความเมตตาพร้อมอธิบายความจริงสักเพียงใด แต่โทสะที่บดบังทัศนวิสัยทำให้เขาไม่ยอมรับฟังคำใด ๆ ทั้งสิ้น คมน์ยังคงตราหน้าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายว่ามักมากไม่รู้จักพอเหมือนกับแม่ของเธอ พร้อมตั้งมั่นที่จะทำลายล้างชีวิตของรุจิเรศและชายชู้รักให้ดับสิ้นคามือตนเอง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

2

“จำเอาไว้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าขัดใจหรือว่าเถียงคุณคมน์เข้าใจมั้ย?”

ป้าพุ่มกำชับอีกรอบเมื่อเดินมาหยุดหน้าประตูห้องทางด้านซ้ายมือของชั้นสอง หัวใจของรุจิเรศหวาดกลัวกับการก้าวเดินเข้าไปในห้องตรงหน้าเหลือเกิน ในความรู้สึกของเธอตอนนี้ราวกับว่ากำลังเดินเข้าไปในลานประหาร

“หนูนากลัว หนูนากลัวคุณคมน์”

หยดน้ำตาเม็ดใสๆ คลออยู่ตรงขอบตาของคนที่พูด คนที่มองอยู่แทบจะร้องไห้ตามไปด้วย แต่จะทำอย่างไรได้เล่า จริงอยู่นางเป็นคนเก่าคนแก่ของบิดามารดาของคมน์ แล้วยังเป็นแม่นมของเขาอีกด้วย คมน์เชื่อฟังนางทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เขาขอนางไว้ เรื่องที่จะแก้แค้นอังคณามารดาของรุจิเรศ

“ป้ารู้ว่าหนูนากลัว แต่หนูนาอย่าลืมนะ หนูนาเลือกที่จะมาที่นี่ มาเพื่อบ้าน เพื่อพ่อแล้วก็เพื่อพี่ หนูนาต้องอดทนไว้แล้วเรื่องร้ายๆ มันก็จะผ่านไปเอง”

ป้าพุ่มพูดให้กำลังใจได้เพียงเท่านี้ ป้าพุ่มเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดบานประตูบานใหญ่เข้าไป รุจิเรศหันมามองหน้าป้าพุ่มอีกครั้ง นางพยักหน้าและยิ้มบางๆ เป็นกำลังใจให้ รุจิเรศเดินเข้าไปในห้องอย่างกล้าๆ กลัวๆ มองชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียงไม้ฉลุลายวิจิตสวยงาม หัวใจดวงน้อยเต้นแรงมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่าร่างกายบึกบึนของเขานั้นสวมเพียงผ้าขนหนูเพียงตัวเดียว คล้ายกับเตรียมพร้อมสำหรับเกมรักที่กำลังจะเกิดขึ้น คงเหมือนเธอ เธอเองก็สวมเพียงเสื้อคลุมผ้าลินินสีชมพูอ่อนเพียงตัวเดียวเท่านั้น ภายใต้เสื้อคลุมคือร่างกายที่เปล่าเปลือยของเธอ

“ปิดประตูแล้วล็อคด้วย”

รุจิเรศสะดุ้งกับน้ำเสียงอันทรงพลังและเย็นเยือกของเขา เธอทำตามคำสั่งแต่โดยดี ก่อนจะก้าวเข้าไปหาคมน์อย่างกริ่งเกรง

คมน์มองสาวน้อยร่างเล็กด้วยสายตาที่น่ากลัว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองไปที่ร่างของเหยื่อสาวนิ่ง ประกายตาคู่นั้นร้อนแรงความร้อนนับพันองศาพุ่งตรงมายังร่างของคนที่ถูกมอง จนเธอแทบละลายหายไปในอากาศ ไม่กล้าก้าวเท้าเดินออกไป

“เดินมานี่สิ” เสียงเข้มๆ ดุๆ เอ่ยสั่ง คนที่สั่งเปลี่ยนอิริยาบถของตัวเองด้วยการเลื่อนมานั่งห้อยขาริมเตียง เท้าเปล่าเปลือยก้าวเดินไปหาคนร่างใหญ่ด้วยขาที่ไม่มั่นคงนัก จนกระทั่งเดินมาหยุดตรงหน้าเขา

“นั่งลง” เขาสั่งอีกครั้ง รุจิเรศก้าวเท้าออกมาสองก้าวเพื่อทรุดตัวนั่งลงเตียง กำลังจะหย่อนบั้นท้ายงามลงบนริมเตียง ทว่าเสียงห้าวดังขึ้นอีกครั้ง

“ตรงนี้” มือใหญ่ตบที่หน้าตักของตัวเองเบาๆ สองสามครั้ง เธอถึงกับทำอะไรไม่ถูกจะไม่ทำตามก็ไม่ได้ จะทำตามก็กลัว

“เร็วสิ” น้ำเสียงเย็นเยือกเร่งอีกครั้ง รุจิเรศตกใจกับเสียงที่ได้ยิน ยิ่งมองเห็นใบหน้าเรียบตึง ดวงตาแข็งกร้าวของเขาด้วยแล้ว เธอรีบทรุดกายนั่งบนตักของเขาทันที

มือใหญ่ยกขึ้นมาวางไว้บนบ่าเล็กลูบไปมาจนเธอต้องเอนกายหนี ทว่าลำแขนอีกข้างรัดร่างของเอาไว้ไม่แน่นมากไม่หลวมนัก รุจิเรศหมดหนทางเบี่ยงลำตัวหนีทันที

“กลัวฉันเหรอ?” เขาเลื่อนริมฝีปากมาถามชิดติดใบหูของคนตัวเล็ก แกล้งเป่าลมออกจากปากให้กระทบกับใบหูของเธอเบาๆ ความอุ่นร้อนของแรงลมเป่ามันทำให้เธอถึงกับตัวแข็งทื่อ นั่งก้มหน้านิ่ง ฝ่ามือที่วางอยู่ตรงบ่าเล็กเลื่อนมาลูบไล้บนท้ายทอยเรื่อยมายังแผ่นหลัง ลูบไปมาเบาๆ พร้อมกับบีบนวดไปด้วย มืออีกข้างจับตรงเชือกที่ผูกอยู่ด้านหน้าเสื้อคลุมกระตุกปมให้คลายออก ก่อนจะแยกสาบเสื้อออกจากกัน

รุจิเรศหลับตาปี๋ ลมหายใจเริ่มติดขัด มือเล็กประสานกันแน่นอย่างคนตื่นกลัว มือใหญ่สอดเข้าไปด้านในของเสื้อคลุมสิ่งแรกที่เขาได้สัมผัสก็คือ เนื้อนวลตรงบริเวณท้อง มือซุกซนเลื่อนขึ้นสูงอีกจนกระทั่งถึงก้อนเนื้อสาวเต่งตึง ความอวบใหญ่ของเต้าทรวงที่เขากอบกุมมันใหญ่เกินตัวจริงๆ เนื้อแน่นยิ่งบีบกระชับยิ่งมันมือ

อาการสั่นของร่างสาวทำให้กระทิงดุยิ้มเหี้ยม มือใหญ่ละจากเต้าอวบมาเชยคางมนของเจ้าของดวงหน้าหวานให้เงยขึ้น บังคับให้หน้าสวยหันมาทางเขา

“เมื่อกี้ฉันถามไม่ได้ยินเหรอ ฉันถามว่าเธอกลัวหรือเปล่า?”

ตอนนี้รุจิเรศหลับตาแน่น จึงไม่รู้ว่าหน้าของเขานั้นชิดหน้าของตัวเองมากแค่ไหน รู้เพียงว่าลมหายใจของเขารินรดกับปลายจมูกของเธอ มันรุ่มร้อนไปทั้งกาย หัวใจสาวเต้นเร็วจนเจ็บทรวงอกไปหมด

“กะ กลัวค่ะ” น้ำเสียงของคนตอบนั้นสั่นและเบา คมน์หัวเราะในลำคอมองกิริยาของกระต่ายน้อยที่กลัวสัตว์ตัวใหญ่อย่างชอบใจ

“ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไรต้องกลัว แค่เธอนอนกับฉันแค่นั้นเอง”

เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับหญิงสาวนั้นมันเป็นอะไรที่ยากยิ่ง เป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก มากที่สุดในชีวิตสาว จะเดินต่อไปข้างหน้าก็กลัวหนทางที่ไม่รู้จัก จะเดินกลับหลังชีวิตของครอบครัวของเธอก็จะต้องพัง รุจิเรศจำต้องเดินไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่หวาดกลัว ความกลัวที่อัดแน่นในจิตใจมันทำให้สาวร่างเล็กอยากจะร้องไห้

“ลืมตาขึ้นแล้วมองหน้าฉัน”

เขาสั่งเสียงดุ ใช้ปลายลิ้นใหญ่เลียกลีบปากบนและล่างของเธอไปมา รุจิเรศจะหลบก็หลบไม่ได้เพราะท้ายทอยของตัวเองนั้นถูกมือใหญ่จับเอาไว้มั่น สาวน้อยวัยแรกแย้มหายใจร้อนรน ร่างสาวสั่นมากกว่าเดิม ลมหายใจหอมๆ ของกระต่ายน้อยที่เขาได้สูดดมเข้าไปนั้น กระตุ้นฮอร์โมนทางเพศที่มีอยู่ในร่างกายของเขาให้ตื่นตัว เขารู้สึกร้อนผ่าวบริเวณใจกลางร่างกายเป็นอย่างมาก รุจิเรศค่อยๆ ลืมตาตามคำสั่งของคมน์ เธอตกใจไม่น้อยเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นหน้าเขาในระยะประชิด ดวงตาประสานดวงตา ลมหายใจของทั้งคู่เป่ารดซึ่งกันและกัน ริมฝีปากของหนาพร้อมจุมพิตกลีบปากสั่นระริกได้ทุกเมื่อ สีหน้าของคมน์คล้ายจะพอใจกับสถานการณ์นี้มากนัก

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เมียตัวน้อย
9.5
ความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่มาจากความต้องการที่สอดคล้องกัน หญิงสาวเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอชายหนุ่มแต่งงานเพราะประสงค์เพียงสถานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางด้านชายหนุ่มเองก็กำลังหาภรรยาจดทะเบียนสมรสเพื่อเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบ เมื่อเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายตรงกัน ข้อตกลงการใช้ชีวิตคู่จึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าภายใต้สถานะสามีภรรยาที่ผูกมัดด้วยสัญญา ความใกล้ชิดกลับหล่อหลอมความรู้สึกที่ลึกซึ้ง บทพิสูจน์สำคัญคือพันธะทางนิตินัยนี้จะพัฒนาสู่ความรักแท้ของคู่ชีวิตได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง รักที่ทรมาน  รักที่ต้องเจ็บ
7.4
การกระทำอันเห็นแก่ตัวของอรอุมาที่ทำลายความรักสิบปีของกาจ ได้จุดชนวนความแค้นที่เปลี่ยนชีวิตคู่ให้เป็นกรงขังแห่งความทรมาน ชายหนุ่มมอบนรกบนดินให้ภรรยาอย่างเลือดเย็น โดยเฉพาะในนาทีเฉียดตายเมื่อเธอตกเลือดอย่างหนักขณะคลอดบุตร เขากลับบีบบังคับให้เธอสละเลือดเพื่อช่วยผู้หญิงที่เขารัก และปฏิเสธลูกของตนเองอย่างสิ้นเยื่อใย เมื่ออรอุมาฟื้นจากความตายมารับรู้ความจริงอันปวดร้าว โลกทั้งใบของเธอก็พังพินาศลง เธอจึงได้ตระหนักว่าการแต่งงานครั้งนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับและทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึก
ภาพปกนิยายเรื่อง รักวุ่นวาย-เจ้าชายซุปตาร์
9.0
เมื่อความแตกต่างทางชนชั้นกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ ทิชา ซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง ได้มอบหัวใจให้ จันทร์หอม พ่อค้าขายผักผู้แสนสมถะ ทว่าความสัมพันธ์กลับถูกขัดขวางอย่างหนักจากมารดาของทิชาที่ไม่ยอมรับคนรักไร้ฐานะ เธอใช้ชีวิตตนเองเป็นข้อต่อรองและบีบบังคับให้ลูกชายต้องแต่งงานกับหลานชายของเธอเพื่อตัดขาดรักครั้งนี้ให้สิ้นซาก ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาต้องเผชิญทางแยกครั้งสำคัญระหว่างการยอมจำนนต่อความกตัญญูตามจารีตครอบครัว หรือกล้าหาญพอที่จะยืนหยัดเพื่อปกป้องรักแท้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักนายครั้งสุดท้าย
7.7
เปลวอัคคีที่โหมกระหน่ำโดยไม่ทันตั้งตัวได้กลืนกินทุกสรรพสิ่งในชีวิตของชายหนุ่มให้มลายหายไป ภัยพิบัตินี้ไม่ได้พรากแค่ความมั่งคั่งและรากฐานที่มั่นคง แต่กลับเผาผลาญสายใยแห่งความรักให้มอดไหม้กลายเป็นจุล เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นอันแสนสาหัสที่ไม่อาจลบเลือน เมื่อสิ่งที่เคยยึดเหนี่ยวจิตใจถูกแปรสภาพเป็นเศษธุลี เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับความอ้างว้างอันไร้ขอบเขต เรื่องราวความรักที่เคยงดงามต้องพบกับจุดจบอันแสนรันทด ท่ามกลางซากปรักหักพัง หัวใจของเขาก็ได้ดับสูญไปพร้อมกับประกายไฟหยดสุดท้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักแห่งเม็ดทราย
7.5
เจ้าชายซารีฟร์แห่งอัลนูรีนหลงรักนาราภัทร สาวไทยผู้เปรียบดั่งดอกไม้งามกลางทะเลทราย ทว่าการพิชิตใจเธอนั้นยากยิ่ง เมื่อเธอสร้างกำแพงเย็นชาดุจน้ำแข็งเพื่อปิดกั้น อันเกิดจากความเข้าใจผิดว่าเขาคือชายเห็นแก่ตัวที่พรากความบริสุทธิ์ไปยามไร้ทางสู้ ความแคลงใจนี้กลายเป็นรอยร้าวลึก แม้เขาจะทุ่มเทความรักเพื่อละลายใจเธอเพียงใด สิ่งที่ได้กลับมามีแค่ความว่างเปล่า จนเจ้าชายสุดทนและตัดพ้อว่า คนที่ไร้หัวใจอย่างแท้จริงไม่ใช่เขา แต่คือเธอผู้ปิดตายหัวใจและปฏิเสธรักแท้ที่เขามอบให้อย่างหมดใจต่างหาก
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาไร้เสียงแบกหัวใจของผม
8.1
หยินเหลียงเช็งต้องทำเด็กหลอดแก้วเป็นครั้งที่สาม ซึ่งนำเธอไปสู่ช่วงเวลาอันทุกข์ทรมาน เธอต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเห็นใจ ท่าทีเย็นชาจากแพทย์บีบบังคับให้ต้องกล้ำกลืนความอับอายทางสรีระ สิ่งที่สร้างความปวดร้าวที่สุดไม่ใช่การผ่าตัด แต่เป็นขั้นตอนเตรียมตัวที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยาอันแสนทารุณ ซึ่งกลายเป็นบททดสอบที่กัดกินจิตใจอย่างรุนแรง เรื่องราวนี้ถ่ายทอดบาดแผลและความพยายามของหญิงสาวที่จำต้องแบกรับความเจ็บปวดทางกายและอารมณ์ไว้เพียงลำพัง ขณะที่กาลเวลายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไร้สุ้มเสียง