APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พยับหมอกปลายฝน

พยับหมอกปลายฝน

ความเกลียดชังในอดีตที่เขาเคยฝากไว้ กลายเป็นบาดแผลกรีดลึกทั้งกายและใจจนเธอต้องยอมสยบด้วยความบอบช้ำ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้ทั้งคู่ต้องโคจรมาพบกันอีกครั้ง ในตอนที่เธอหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพังพร้อมกับลูกน้อยในดินแดนห่างไกล การเผชิญหน้าหนนี้มาพร้อมกับความเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อความจริงเปิดเผยว่าเด็กคนนี้คือสายเลือดแท้ๆ ของชายผู้เคยจงเกลียดจงชังเธออย่างที่สุด ท่ามกลางความสับสนในใจระหว่างความแค้นที่ฝังลึกและความรักที่ไม่เคยลบเลือน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

‘โอ๊ย!!’

ชายผู้นั้นถึงกับหน้าคะมำ ร้องโอดโอย ยกมือคลำศีรษะตัวเองป้อยๆ

‘ใครวะ!’

พลันที่หันไปด้านหลัง เห็นชายผู้หนึ่งยืนกอดอกจ้องอยู่ เหล่านักฟุตบอลสิบกว่าคนนั้นก็แทบกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง

‘ไอ้พวกนี้นี่!’

แค่ประโยคเดียว เจ้าพวกนั้นก็ตะโกนเสียงหลง

‘ขอโทษค้าบ!’

‘ไปแล้วค้าบ!’

‘กลับแล้วค้าบ!!’

ชายคนนั้นทำท่ามะเหงกตามหลัง แม้เจ้าพวกนั้นจะจ้ำอ้าวไปไกลแล้ว

สายฝนลุกนั่งขัดสมาธิ ผมที่มัดไว้เป็นหางม้าเริ่มจะหลุดลุ่ยและเริ่มเปียก เสื้อของหล่อนก็เช่นกัน

‘มานั่งทำไมตรงนี้ ค่ำแล้วรีบกลับบ้านซะ’

เขาพูดโดยที่อยู่ห่างจากหล่อนเป็นโยชน์ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ยกมือข้างหนึ่งลูบหน้า

‘ฝนท่าจะตักหนัก...’ เขาหันกลับมามองหล่อน ‘เด็กใหม่หรือ’ ประโยคนั้นไม่ใช่คำถามเมื่อเขาพูดต่อไปว่า ‘เป็นสาวเป็นนาง มานั่งอยู่คนเดียวแบบนี้ได้ยังไง ทำไมไม่กลับบ้าน’

เสียงของเขาเหมือนตำหนิ...คงคิดว่าหล่อนเป็นเด็กเกเรไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องละมั้ง

ครั้นหล่อนไม่ตอบ เขาคงหมดความอดทน จึงก้าวฉับๆ เข้ามาหา เมื่อนั้นหล่อนจึงได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างเต็มตา

โครงหน้ารูปไข่ ดูแข็งแกร่งด้วยแนวกรามทั้งสองข้าง คิ้วเข้มเรียวโค้ง จมูกโด่ง ปากหยักหนา ตรงปลายคางมีไรหนวดเขียวจางๆ

เขาไม่ใช่หนุ่มหล่อจนต้องมองตาค้าง แต่ไม่รู้ทำไม หล่อนกลับละสายตาจากเขาไม่ได้เลย

‘รีบๆ กลับบ้านซะ อย่ามานั่งคนเดียวตรงนี้ ฝนตกแล้วด้วย’

เสียงเปาะแปะดังถี่ขึ้น ปอยผมของหล่อนเปียกลู่แนบแก้ม เสื้อของหล่อนเริ่มเปียกชื้น

ชายผู้นั้นหลุบตามอง ยามเงยกลับขึ้นมามองหล่อน ไม่มีความรู้สึกอื่นใดนอกจากความหงุดหงิด เขาชี้นิ้วเป็นเชิงเตือน

‘สวมเสื้อสีขาวแบบนี้ เดี๋ยวก็เห็นไปถึงไหนต่อไหนหรอก’

แล้วเขาก็ถอดเสื้อแจ็กเก็ตสีดำที่สวมอยู่ โยนให้หล่อน

‘เอาไปใส่ซะ...ไม่ต้องคืน’

เขามองหล่อนอีกสองสามวินาทีแล้วเดินจากไป สายฝนมองตามแผ่นหลังกว้าง พักใหญ่ทีเดียวกว่าหล่อนจะรู้สึกตัว รีบสะพายเป้แล้ววิ่งตามไป

‘เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว...’

หล่อนตะโกนเสียงหลง แต่เขาทำเหมือนไม่ได้ยิน

คนที่ทั้งเดินทั้งวิ่งจนเหนื่อยหอบชักโมโห กัดฟันวิ่งแซงไปดักหน้าเขา กางมือทั้งสองออก

‘เดี๋ยวค่ะ’ หล่อนหยุดหายใจหอบ จ้องเขาด้วยแววตาจริงจัง ส่วนเขาเลิกคิ้วมองหล่อนแทนคำถาม

‘ขอชื่อค่ะ’ โพล่งออกไปแล้ว แก้มนวลพลันแดงปลั่ง ริมฝีปากสั่นระริก หากความแน่วแน่ในดวงตายังไม่จางหาย

‘หือ?’

‘ชื่อพี่ค่ะ’ เห็นเขานิ่ง หล่อนจึงย้ำ ‘ฝนอยากรู้ชื่อของพี่ค่ะ’

ครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่หล่อนข่มความอายขอชื่อของผู้ชายสักคนหนึ่ง

สายฝนกะพริบตา ไล่ความทรงจำที่ผุดพลุ่งขึ้นมา สองตายัง จับจ้องที่เขา

“สวัสดีครับ”

เสียงแหบห้าวของเขา...หัวใจของหล่อนยังจำได้ มันตอบสนองด้วยการเต้นระรัวแรงโลดขึ้นมาอย่างคุมไม่อยู่

สายตาของเขากวาดมองทุกคนด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ก่อนทุกอย่างจะมลายหายไปเมื่อสบตาหล่อน

ความอ่อนโยนและเป็นมิตรถูกกลบด้วยความชิงชัง เขาส่งความรู้สึกนั้นพุ่งเข้าสู่หัวใจหล่อน...เร็ว แรง และไม่ให้ทันได้ตั้งตัว

น้ำตาหล่อนแทบจะหยาดหยดเสียตรงนั้น

หากคนที่ไม่ชอบเผยความอ่อนแอต่อหน้าใครอย่างหล่อน มีหรือจะยอมร้องไห้

น้ำตาทุกเม็ด ทุกหยาดหยดหลั่งรินย้อนคืนสู่หัวใจ กักเก็บมันอยู่ในนั้น ซุกซ่อนมันไว้เช่นที่เคยเป็นเสมอมา

หล่อนสูดลมหายใจลึก ส่งยิ้มทักทายลูกศร

“นึกว่าเธอจะไม่มา ถ้าวันนี้เธอไม่มา เราคงไม่ได้เจอกันอีกเหมือนเคย”

จากนั้นจึงยกมือไหว้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะ”

เสียง...ไม่สั่นอย่างที่คิด หล่อนผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

อย่างน้อยๆ หล่อนก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น โดยเฉพาะต่อหน้าเขา

‘พี่หมอก’ ไม่แม้แต่ยกมือรับไหว้ เขาทำเหมือนหล่อนไม่มีตัวตนเสียด้วยซ้ำ เพราะหล่อนยังพูดไม่ทันจบ เขาก็หันไปโอบไหล่คนรัก ประคองให้นั่งลงข้างๆ กัน มือจับมือ ตาสานสบตา แสดงความรักต่อกันอย่างเปิดเผย

สายฝนได้แต่บอกตัวเองอีกครั้ง

หยุดเถอะ...หยุดรักเขา

หยุดรักผู้ชายคนนี้ได้แล้ว

ก่อนที่หัวใจจะแตกสลาย หล่อนควรลืมผู้ชายที่ชื่อเมทวิน คนนี้ไปจากใจเสียที!

อาหารบนโต๊ะมีแค่ไม่กี่อย่าง ส่วนใหญ่เป็นของกินเล่นเสียมากกว่า เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของการนัดพบเพื่อนสมัยเรียนมัธยมก็เพียงแค่ให้มาพบ พูดคุย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเท่านั้น

สายฝนมักจะหลีกเลี่ยงเสมอ เพราะความผูกพันระหว่างกันมีน้อยกว่าน้อย

โรงเรียนแห่งนั้น หล่อนย้ายมาเรียนแค่ห้าปี ความสนิทสนมจึงน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ที่อยู่กันมานานแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นตอน ม.5 หล่อนยังสอบชิงทุนไปศึกษาต่อที่อังกฤษอีก หล่อนจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมานั่งปั้นหน้าหรือใส่หน้ากากของความเป็นมิตรต่อหน้าบรรดาเพื่อนๆ ที่รังเกียจหล่อนหรือแทบไม่เห็นว่าหล่อนมีตัวตน

จะเว้นก็แต่ครั้งนี้ หล่อนตั้งใจมาเพื่อ...ให้ได้เห็นหน้าเขา!

หล่อนพยายามห้ามใจตัวเองแล้ว ทว่า...ความปรารถนาในใจหล่อนมันมีมากจนเกินไป

ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าเขาคงไม่อยากเห็นหน้า

ทั้งๆ ที่รู้แน่แก่ใจว่าเขาจะมองหล่อนด้วยสายตาชิงชังเพียงใด

หากหล่อนกลับข่มทิฐิ บากหน้ามาที่นี่ด้วยหวังจะได้เห็น...

สายฝนเหลือบมองคนที่อยู่ในความคิดคำนึงมามากกว่าสิบปี เขาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก หล่อนเพ่งมองใบหน้าที่ก้มต่ำ เห็นเพียงหน้าผากโค้งนูนและจมูกโด่งเป็นสันตรง ครั้งหนึ่งหล่อนเคยได้ลูบไล้มัน...ลูบอย่างหยอกล้อ แฝงความหลงใหล

หาก...ก็นานมาแล้ว

วันคืนไม่มีทางหวนกลับ

เขาและหล่อน กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า...ไม่สิ ไม่ใช่คนแปลกหน้า เพราะเมทวินยังคงไม่ละทิ้งความชิงชังที่มีต่อหล่อนลง แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายปีแล้วก็ตาม!

‘เลว!’

เสียงอันเกรี้ยวกราดในความทรงจำ อัดแน่นด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวดชัดเจนในความรู้สึก มันทลายกำแพงอันแน่นหนาที่หล่อนสร้างขึ้นมา และทะลักล้นเอ่อท้นออกมาอย่างห้ามไว้ ไม่อยู่ มันยังพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจ กรีดชิ้นเนื้อในอกข้างซ้ายทีละแผลๆ ...ซ้ำรอยเดิม

มือที่กุมแก้วเบียร์สั่นระริก จนต้องรีบวาง

หลังไหล่ของหล่อนยังตั้งตรง สีหน้ายังเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกใดๆ หล่อนเสมองไปทางอื่น ซ่อนน้ำตาที่เอ่อคลอไม่ให้เขาเห็น

ทว่า...เขาไม่มีทางเห็นหรอก เพราะแม้แต่ปลายหางตาเขายังไม่เหลือบแลมาทางหล่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

ความทรงจำถูกดึงย้อนกลับไปวันนั้น วันที่หล่อนถูกตราหน้าว่า...สำส่อน!

‘ไม่ใช่...ไม่ใช่นะพี่หมอก ฝนกับแดนไม่ได้มีอะไรกัน!’

หล่อนเถียงทั้งๆ ที่ยังอยู่ในสภาพ...ไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นติดตัว!

‘พอ! พอแล้วฝน!’

เขาตะโกนใส่หน้าหล่อน แววตาเบิกกว้าง โกรธขึ้ง มีแต่โทสะที่พร้อมจะระเบิดใส่หล่อน ไม่มีทางที่เขาจะยอมฟัง...ไม่ว่าจะทั้งเหตุผลหรือคำแก้ตัว

สายฝนไม่ใช่คนที่ชอบง้องอนใคร หล่อนมีความเย่อหยิ่งเป็นที่ตั้ง เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับฟัง หล่อนจึงนิ่ง...และความนิ่งนั้นกลับกลายเป็นคำยอมรับในความคิดของเขา

‘หวังว่าเราคงไม่ต้องมาเจอกันอีก’

เป็นคำสุดท้ายที่มีให้กันก่อนที่เมทวินจะหันหลังให้หล่อน...นับตั้งแต่นั้นจวบจนบัดนี้

ส่วนหล่อนน่ะหรือ ทิฐิที่มีมากอย่างล้นเหลือทำให้หล่อนไม่ร้องขอ ไม่อ้อนวอนให้เขาฟังคำอธิบาย แต่สิ่งที่หล่อนหยิบยื่นให้คือใบหน้าอันเชิดตรง และแววตาอันถือดี จับจ้องมองเขาแน่วนิ่ง

‘ค่ะ’

คำตอบรับง่ายๆ ส่งคนที่หล่อนรักจากไปไกล...ไกลเหลือเกิน

พอแล้ว! หล่อนบอกตัวเองพลางผุดลุก

“อะไรกันฝน เป็นอะไร”

“เราจะกลับแล้ว” บังคับเสียงไม่ให้สั่นเครือ “ว่างๆ ไว้ค่อยเจอกันนะ”

พูดรัวเร็ว พร้อมกับสะพายกระเป๋า เดินไปที่ประตู ชะงักเล็กน้อย หากสุดท้ายก็ตัดใจผลักประตูบานนั้น ก้าวออกไปด้านนอก

ฟ้าร้องครืนครั่น เพียงไม่กี่วินาที ฝนก็โปรยปราย

ร้านนี้อยู่ติดถนน หาที่จอดยาก รถของหล่อนจึงจอดห่างไปหลายช่วงตึก กว่าจะเดินไปถึงคงเปียกปอนไม่น้อย

หญิงสาวเงยหน้ามองฟ้า เมฆดำทะมึน ฝนตกเปาะแปะ

ฝน...เหมือนครั้งแรกที่หล่อนได้พบกับเขา

วันนี้...ฝนตกอีกครั้ง แต่ความรู้สึกกลับต่างออกไป

สายฝนปล่อยให้น้ำตาไหลริน เพราะหล่อนสามารถบอกใครๆ ได้ว่าหยดน้ำที่เกาะอยู่บนแก้มของหล่อนไม่ใช่น้ำตา แต่เป็นสายฝนที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้าต่างหาก

ทว่า...ก่อนที่หล่อนจะทันได้ก้าวไปทางใด ใครคนหนึ่งก็ กางร่มกันฝนให้หล่อนเสียก่อน

สายฝนหันไปมอง จึงเห็นใบหน้าของคนที่หล่อนไม่เคยลืม... พี่หมอก!

“ยืมเจ้าของร้านมา”

ยืมได้อย่างไร ยืมด้วยวิธีไหน หล่อนไม่ได้ถาม

ในใจหล่อนตอนนี้มีแต่ความถวิลหาระคนกับความขมขื่น มันเอ่อท้นจนหล่อนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น

ตาสบตา หล่อนสะท้าน

จะเป็นไรไหมนะ ถ้าหล่อนจะแย่งเขากลับคืนมา...กลับมาเป็นของหล่อนดังเช่นเมื่อเก้าปีก่อน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง นางสวยแซ่บของประธาน
8.3
โลกของหญิงสาวผู้เพียบพร้อมต้องพลิกผันอย่างโหดร้าย เมื่อประธานหนุ่มทรงอิทธิพลปรากฏตัวขึ้น เขาไม่ได้มาในฐานะมิตร แต่เป็นพายุร้ายที่พัดทำลายทุกสิ่งที่เธอรักจนย่อยยับ ไม่ว่าจะเป็นเกียรติยศ ฐานะ หรือความอบอุ่นในครอบครัวที่เคยผูกพัน ทุกสิ่งถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานีด้วยน้ำมือของเขา บัดนี้ สิ่งที่หลงเหลือมีเพียงเศษซากอดีตและรอยแผลแห่งความสูญเสียที่ไม่อาจเยียวยา เธอจำต้องยืนหยัดท่ามกลางความเจ็บปวด เพื่อเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นต้นตอของฝันร้ายและโศกนาฏกรรมทั้งหมดที่เปลี่ยนชีวิตเธอไป
ภาพปกนิยายเรื่อง จิ้งจอกเก้าหาง
8.9
เมื่อสงครามระหว่างสรวงสวรรค์และภพมารยืดเยื้อไร้จุดจบ ความหวังในการกอบกู้สันติภาพจึงตกเป็นของนางพญาจิ้งจอกเก้าหางผู้มีสิริโฉมงดงาม นางต้องรับภารกิจสำคัญโดยใช้เสน่ห์มารยาเป็นอาวุธ เพื่อลวงล่อจอมมารผู้โหดร้ายทารุณให้หลงวนอยู่ในบ่วงพิศวาส การทวงคืนความสงบสุขครั้งนี้ต้องแลกด้วยการวางศักดิ์ศรีและหัวใจของนางเป็นเดิมพันสูงสุด ทว่าบุรุษผู้มีจิตใจด้านชาประดุจน้ำแข็งจะยอมสยบแทบเท้านางแต่โดยดี หรือท้ายที่สุดแผนลวงรักจะหวนกลับมาทำร้ายนางจนต้องสูญเสียหัวใจให้ศัตรู
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านประธานซาตานของฉัน
7.6
หญิงสาวรู้สึกประหม่าเมื่อพลัดหลงในคฤหาสน์โอ่อ่ากว่าครึ่งชั่วโมง ท่ามกลางแสงไฟจากห้องนอนใหญ่ เธอรู้ดีว่าหากไม่มีคนช่วยนำทาง คงต้องจำใจนอนค้างด้านนอก วิกฤตนี้ชวนให้หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน การหลงทางเคยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอให้กำเนิดลูกชาย แต่ปัจจุบันเด็กน้อยผู้ฉลาดเฉลียวเกินวัยกำลังก่อเรื่องใหญ่ เขาตัดสินใจใช้รายการถ่ายทอดสดเป็นสื่อกลางประกาศตามหาพ่ออย่างเป็นทางการ เป้าหมายของเด็กชายตัวแสบคือการชักนำผู้เป็นพ่อให้กลับมาเติมเต็มความอบอุ่นและฟื้นฟูครอบครัวให้สมบูรณ์อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง เทพธิดาแค่ของเล่น
8.1
จางเยว่ได้ครอบครองมือถือจากอนาคตในเมืองหัวเซี่ยเจียง อุปกรณ์นี้มอบพลังวิเศษทั้งด้านการรักษาและต่อสู้ ทว่าต้องแลกด้วยกุญแจพลังงาน วิกฤตการณ์เริ่มขึ้นเมื่อหานซินหลาน ประธานสาวแห่งหลานหยู่กรุ๊ปถูกดูดเข้าไปกักขังในพื้นที่เทพธิดาของเครื่อง หนทางเดียวที่จะช่วยเธอได้คือการสะสมกุญแจให้ครบ ขณะเดียวกันหานซินหยู่น้องสาวของเธอกำลังทุกข์ใจหนักเมื่อพี่สาวหายตัวไปข้ามคืน จางเยว่จึงต้องซ่อนความลับนี้ไว้และเร่งทำภารกิจเพื่อพาเธอกลับสู่โลกความจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง เคยรักคุณที่สุด
7.8
ชีวิตของคุณเจี่ยนต้องพบมรสุมครั้งใหญ่เมื่อถูกสังคมใส่ร้ายอย่างรุนแรง เธอถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงหน้าเงินที่ทำลายครอบครัวคนอื่นเพราะไปรักชายที่อายุมากกว่า ข้อกล่าวหานี้สร้างความเข้าใจผิดและผลักเธอลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง โลกทั้งใบพังครืน เธอต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวจนได้เรียนรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการหันกลับมารักตัวเอง ท่ามกลางอคติที่ถาโถม หญิงสาวต้องรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับคำลวง การต่อสู้ทวงคืนความบริสุทธิ์และกอบกู้ศักดิ์ศรีจึงเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายจนสายเกินแก้
ภาพปกนิยายเรื่อง SirMatask_id-แจ๋วอารมณ์ร้ายกับคุณชายขี้วีน
8.4
ชะตากรรมของรัชทายาทพลิกผันเมื่อถูกน้าแท้ๆ ชิงอำนาจและขับไล่ให้พ้นราชวัง เขาต้องระหกระเหินไปเป็นพ่อบ้านในคฤหาสน์มหาเศรษฐี ทว่าการถูกกดขี่สารพัดทำให้ชายหนุ่มต้องลาออก และเปลี่ยนไปรับใช้คุณชายทายาทตระกูลใหญ่แทน ชีวิตในคราบสามัญชนเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวายและบททดสอบแสนสาหัส แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อน้าผู้ช่วงชิงบัลลังก์สิ้นพระชนม์ลง ส่งผลให้พินัยกรรมของพระมารดามีผลบังคับใช้ทันที เขาจึงได้รับสิทธิอันชอบธรรมคืนมาเพื่อก้าวกลับสู่ฐานันดรศักดิ์และขึ้นปกครองแผ่นดินอย่างสง่างาม