APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง ฤาจะไร้ใจ

ฤาจะไร้ใจ

9.0 / 10.0
การพยายามหลบหน้าไม่ให้กลับมาพบเจอกันอีก คงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการปกป้องหัวใจอันแสนบอบช้ำ เพราะทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากัน มักจะก่อเกิดความทรงจำครั้งใหม่ที่คอยตอกย้ำความรู้สึกเดิมๆ ให้ยิ่งฝังรากลึกในใจ ในความสัมพันธ์ที่ได้สิ้นสุดลงไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าคนที่ไม่สามารถลบล้างภาพวันวานและยังคงติดอยู่ในบ่วงอดีต จะต้องเป็นผู้ที่แบกรับความทุกข์ทรมานใจไว้เพียงลำพังเสมอ ดังนั้น การเลือกที่จะเดินแยกย้ายไปตามทางของตัวเองและหันหลังให้กัน จึงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลลึกในใจต้องเปิดกว้างและเจ็บปวดไปมากกว่าเดิม

ฤาจะไร้ใจ ตอนที่ 1

รัมภาดาในชุดเจ้าสาวเปิดประตูแล้วก้าวเท้าออกจากตัวรถ ร่างเล็กเดินตรงไปยังบ้านหลังใหญ่ที่ก่อสร้างใกล้จะเสร็จในอีกไม่ช้า แล้วมันก็กำลังจะกลายเป็นเรือนหอของเธอ...

ดวงตากลมโตจ้องไปยังสิ่งปลูกสร้างสูงสามชั้นนั้นแล้วกัดฟันกรอด รวบชายกระโปรงสีขาวที่ยาวเฟื้อยขึ้นสูงเพื่อจะได้เดินถนัด ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน

“ฉันมาแล้ว... ต้องการอะไรก็บอกมา...” หญิงสาวกดสวิตช์เปิดไฟจนด้านล่างของบ้านสว่างโร่ สายตากวาดมองไปรอบๆ แต่กลับไม่เป็นอย่างที่ใจคิด เธอจึงมองขึ้นไปยังชั้นบนที่ยังมืดสลัว แล้วตะโกนเรียกหาใครบางคนอีกครั้ง

“แกอยู่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้ ฉันไม่มีเวลาเล่นตลกกับแกมากนักหรอก ไอ้เศษสวะ” แต่ทุกอย่างยังเงียบสงัด ประหนึ่งว่าเธอกำลังอยู่เดียวดายในบ้านหลังใหญ่ และใครคนที่นัดพบกับเธอนั้น เขาไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง

รัมภาดายิ่งออกอาการโกรธจัด กระทืบเท้าขึ้นบันไดไปยังด้านบน ไล่เปิดไฟทุกดวง ส่งเสียงก่นด่าเกรี้ยวกราด และเดินไปทั่วด้วยความร้อนใจ จนรู้สึกเหนื่อย... แต่ไม่มีอะไรตอบสนองกลับมาเลย ทำให้หญิงสาวคิดว่าตัวเองคงกำลังถูกปั่นหัวเข้าให้เสียแล้ว มันทำให้เธอยิ่งเป็นฟืนเป็นไฟ

“ไอ้สารเลว... มันหลอกเรา เสียเวลาจริงๆ” คิดได้ดังนั้นเธอก็ไม่นึกอยากจะขึ้นไปสำรวจยังชั้นสามของบ้านต่อ แต่ตัดสินใจเดินลงบันไดด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด โดยไม่ได้ปิดไฟแม้แต่ดวงเดียว

สองมือเล็กผลักประตูบ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แต่มันกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย นั่นทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ และออกแรงผลักอีกครั้ง

“เกิดอะไรขึ้น... ทำไมประตูเปิดไม่ออก” คราวนี้เธอลองใช้กำปั้นทุบจนเจ็บมือทั้งสองข้าง แต่ก็ยังไม่ได้ผล ดรุณีน้อยเริ่มหวั่นใจ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เรื่องปกติเสียแล้ว เหมือนกับมีใครล็อกประตูบ้านจากด้านนอก ทำให้ไม่สามารถเปิดออกได้

“แกใช่ไหมไอ้บ้า... เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ เปิดเดี๋ยวนี้!” รัมภาดาตะโกนลั่น แต่ก็ยังคงได้ยินเพียงเสียงของตัวเอง เธอเริ่มเครียดกับสงครามประสาทของอีกฝ่าย

“กระเป๋ากับโทรศัพท์ก็อยู่ในรถ โธ่เอ๊ย...” เพราะความใจร้อนทำให้ตอนออกจากรถมาเธอไม่ได้หยิบอะไรติดมือมาด้วยเลย และคิดว่าทุกอย่างคงจะจบง่ายๆ เพียงแค่การเจรจาเรื่องเงินๆ ทองๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว คนที่นัดเธอมากำลังยั่วโมโหให้เธอเป็นบ้า

โครม!

“กรี๊ด!” แล้วจู่ๆ ของบางอย่างจากชั้นบนก็ล้มลงกระทบกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่นติดๆ กันหลายครั้ง รัมภาดาเต้นเร่า กรีดร้องอยู่ตรงหน้าประตูบานนั้นด้วยความตกใจและตื่นกลัว... ใช่... ตอนนี้เธอกลัวจนหายใจแรงและหัวใจเต้นผิดจังหวะ ด้วยไม่ได้คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์บ้าๆ อย่างนี้เกิดขึ้น

“แกจะทำอะไร... อยากได้เงินไม่ใช่เหรอ ออกมาสิ... ออกมาคุยกัน ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของแกนะ” สายตาหวาดหวั่นมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง สองมือกอดตัวเองเอาไว้โดยอัตโนมัติ ตามสัญชาตญาณของคนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ

เธอลองผลักประตูอีกครั้ง เมื่อยังไม่ได้ผล หญิงสาวจึงตัดสินใจวิ่งกลับขึ้นไปบนชั้นสอง เพราะลนลานจนทำอะไรไม่ถูก คิดว่าหากขึ้นไปหลบในห้องคงจะปลอดภัยกว่าอยู่ในตัวบ้านโล่งๆ แบบนี้ แต่แล้ว...

“กรี๊ด!”

ไฟทุกดวงพลันดับพรึ่บลงเมื่อเธอพ้นบันไดขึ้นไปถึงชั้นสองของบ้านอย่างที่ตั้งใจ หญิงสาวนั่งทรุดลงกับพื้นด้วยความตกใจกลัว ก่อนจะรีบรวบรวมสติเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้ไปให้ได้

กึก... กึก... กึก...

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา หญิงสาวหันกลับไปมองและหยุดชะงัก ในตอนนี้เธอไม่ควรเปิดเผยตัว ไม่ควรอยากพบกับใครแล้ว ต่อให้มีความจำเป็นแค่ไหนก็ตาม เพราะอีกฝ่ายอาจตลบหลัง คิดปองร้ายเธออยู่ก็ได้ ถึงได้สร้างสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมา เธอกำลังตกอยู่ในอันตรายมากกว่าจะเป็นผู้ต่อรอง...

รัมภาดาพอจะจำได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงจุดไหน ก็รีบคลำหาตู้โชว์ใบใหญ่แล้วค่อยๆ เดินย่องไปนั่งหลบอยู่หลังตู้ใบนั้น นึกโกรธตัวเองที่รีบร้อนออกจากโรงแรมมา ทั้งที่กำลังลองชุดแต่งงานครั้งสุดท้ายยังไม่เสร็จด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายถึงขนาดอาจทำให้งานแต่งวันพรุ่งนี้มีปัญหาได้ จึงอยากเคลียร์ให้จบๆ ไป

เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำของไอ้คนสารเลวคนนี้ ก็อาจสร้างความปั่นป่วนให้กับครอบครัวของเธอได้หากทำนิ่งเฉย... แล้วสักวัน เธอจะต้องกำจัดเสี้ยนหนามที่คอยเสียดแทงใจให้กลัดหนองนี้ออกจากชีวิตให้ได้

แต่เธอคงคิดง่ายเกินไปว่าเรื่องจะจบลงด้วยการจ่ายเงิน ดูเหมือน ‘มัน’ จะต้องการมากกว่านั้น ถึงได้พยายามทำให้เธอกลัว และมันก็ได้ผล ตอนนี้จิตใจของเธอสั่นคลอนไปหมด

บ้านทั้งหลังมืดมิด ประตูบ้านถูกปิดจากด้านนอกจนเธอไม่สามารถหาทางออกไปได้ โทรศัพท์ก็อยู่ในรถ ไม่ได้นำติดตัวมาด้วย จึงไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใคร ทุกอย่างประจวบเหมาะราวกับถูกวางแผนเอาไว้ ในตอนนี้ที่ทำได้ก็คือต้องซ่อนตัวให้รอดพ้นไปจนถึงวันพรุ่ง หรือจนกว่าจะติดต่อใครได้สักคน

เสียงฝีเท้านั้นเดินผ่านไปแล้ว และ ‘มัน’ ก็กำลังตามหาตัวเธออยู่

ต้องรอ... บอกกับตัวเองให้ใจเย็นๆ ในบ้านหลังใหญ่ที่มืดสลัวทุกทิศทาง อีกฝ่ายก็คงมีปัญหากับการมองเห็นเช่นกัน เพียงซ่อนตัวไม่ให้ถูกพบจนกว่าจะหาทางออกไปจากที่นี่ได้ ทุกอย่างก็เรียบร้อย รัมภาดา... ทุกอย่างจะต้องจบลงด้วยดี... “โทรศัพท์...” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความงุนงง เมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าซึ่งแน่ใจว่ามาจากโทรศัพท์มือถือของเธอเอง “เป็นไปได้ยังไง ก็เราวางไว้ในรถ...” เธอไม่ได้หลงลืมไปแน่ๆ จนกระทั่งเสียงนั้นเงียบไปแล้ว หญิงสาวก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมจนแน่ใจว่าเสียงเดินของผู้บุกรุกหายลับไปทางอื่นแล้ว จึงลุกย่อง ค่อยๆ คลำทางไปยังห้องนอนอันเป็นที่มาของเสียง ก่อนจะเปิดประตูแล้วรีบมองหา พยายามคิดในแง่ดีว่าคนงานที่มาทำบ้านอาจลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้ แต่ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ของใคร มันก็เป็นทางรอดของเธอในเวลานี้

“อยู่ตรงไหนกันนะ...” ขณะนั้นเสียงโทรเข้าก็ดังขึ้นอีก เธอกวาดสายตามองไปตามเสียง “ตรงนั้นเอง ที่ระเบียง...” ร้องออกมาด้วยความดีใจ แล้วรีบก้าวเดินตรงไปยังอุปกรณ์สื่อสารที่เป็นที่มาของเสียง

ยังไม่ทันถึงที่ ทันใดนั้นลมก็พัดโชยเข้ามากระทบผิวเนื้อจนเย็นเฉียบ ร่างเล็กในชุดเจ้าสาวชะงักเล็กน้อย เพราะสิ่งทำให้เธอแปลกใจ ไม่ใช่เรื่องที่ว่าทำไมประตูระเบียงห้องนอนถึงเปิดค้างอยู่ แต่เป็นเพราะโทรศัพท์ที่วางอยู่บนพื้นระเบียงเครื่องนั้นเป็นโทรศัพท์ของรัมภาดาจริงๆ

ทำไมมันจึงไปอยู่ที่นั่นได้...

หญิงสาวไม่มีเวลาจะสงสัยอีกต่อไป สองเท้ารีบก้าวตรงไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอยังส่องแสงสว่างวาบ พร้อมกับเสียงเรียกเข้าที่บรรเลงอย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อได้เห็นเบอร์โทรที่ปรากฏอยู่บนนั้น ดวงตากลมโตก็ต้องเบิกโพลง ก่อนสัญชาตญาณจะสั่งให้หันหลังกลับไปมองเงาร่างของคนที่มายืนซ้อนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

“แก! ไอ้...”

ตุ้บ!

แรงปะทะที่หนักหน่วง กระแทกเข้าหาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ในหัวของรัมภาดาอึงอลไปหมด ก่อนจะรู้สึกตัวว่าร่างกายของเธอกำลังพลิกหงายไปทางด้านหลัง

“กรี๊ด!”

ในค่ำคืนอันมืดมิด... เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีดดังก้องอยู่กลางอากาศเวิ้งว้าง ร่างในชุดเจ้าสาวลอยละลิ่วลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนจะกระตุกสองสามครั้งด้วยความเจ็บปวดแล้วแน่นิ่งไป ปล่อยให้เลือดค่อยๆ ไหลออกมานองพื้น จนชุดแต่งงานสีขาวเปรอะเปื้อนเป็นสีแดงฉาน ไม่มีโอกาสได้สวมใส่มันอีกครั้ง ในวันสำคัญที่แท้จริง ตลอดกาล...

อ่านต่อ

สารบัญ ฤาจะไร้ใจ

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)
8.4
ห้าปีแห่งความสงบสุขต้องสิ้นสุดลงเมื่อลูกน้อยถูกลักพาตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความหวาดผวา ชายหนุ่มบุคลิกแข็งกร้าวผู้เปี่ยมอำนาจได้ก้าวเข้ามาในโลกของเธอพร้อมความจริงที่น่าตกตะลึง เขาประกาศกร้าวว่าตนคือบิดาผู้ให้กำเนิดเด็กน้อย ชายผู้นี้ยังเป็นถึงประธานบริหารสูงสุดขององค์กรยักษ์ใหญ่ที่กุมชะตาพนักงานนับหมื่นคน การปรากฏตัวของเขาดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย ชีวิตที่เคยธรรมดาถูกพลิกผัน เธอจำต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสถานะใหม่ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนยากจะตั้งรับได้ทัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า พลิกผันชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อสิ่งตอบแทนคือความรักจากคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียว หลังแต่งงานเขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างท่วมท้นจนลูกชายตัวน้อยแทบกลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าใครจะคัดค้านเขาก็ไม่เคยใส่ใจและยังคงตามใจภรรยาขั้นสุดยอด แม้เธอต้องการจะยึดครองหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีประเคนให้โดยไม่เสียดาย ท่ามกลางความวุ่นวายใดๆ ที่ถาโถมเข้ามา หนิงซียังคงเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาเสมอ เพราะความสุขของเธอคือทุกสิ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณรู้จักฉันหรอคะ
9.1
วิกฤตล้มละลายของครอบครัวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้าย หญิงสาวทำได้เพียงมองความพินาศโดยไร้เรี่ยวแรงจะกอบกู้ ทว่าความสูญเสียทางทรัพย์สินไม่อาจเทียบได้กับความโหดร้ายที่รอคอยเธออยู่ เมื่อชายผู้เป็นคู่ชีวิตที่เธอไว้ใจ ได้ลงมือพรากชีวิตลูกสาววัยเดียงสาไปอย่างเลือดเย็น ภาพสายเลือดในไส้ที่สิ้นใจลงตรงหน้า กลายเป็นคมมีดที่ทำลายวิญญาณของคนเป็นแม่ให้แหลกละเอียด ความโศกเศร้าแสนสาหัสได้พรากลมหายใจของเธอให้ดับสูญตามลูกน้อยไป หลงเหลือเพียงบาดแผลและความว่างเปล่าที่ไม่มีวันลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง เคยรักคุณที่สุด
7.8
ชีวิตของคุณเจี่ยนต้องพบมรสุมครั้งใหญ่เมื่อถูกสังคมใส่ร้ายอย่างรุนแรง เธอถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงหน้าเงินที่ทำลายครอบครัวคนอื่นเพราะไปรักชายที่อายุมากกว่า ข้อกล่าวหานี้สร้างความเข้าใจผิดและผลักเธอลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง โลกทั้งใบพังครืน เธอต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวจนได้เรียนรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการหันกลับมารักตัวเอง ท่ามกลางอคติที่ถาโถม หญิงสาวต้องรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับคำลวง การต่อสู้ทวงคืนความบริสุทธิ์และกอบกู้ศักดิ์ศรีจึงเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายจนสายเกินแก้
ภาพปกนิยายเรื่อง SirMatask_id-แจ๋วอารมณ์ร้ายกับคุณชายขี้วีน
8.4
ชะตากรรมของรัชทายาทพลิกผันเมื่อถูกน้าแท้ๆ ชิงอำนาจและขับไล่ให้พ้นราชวัง เขาต้องระหกระเหินไปเป็นพ่อบ้านในคฤหาสน์มหาเศรษฐี ทว่าการถูกกดขี่สารพัดทำให้ชายหนุ่มต้องลาออก และเปลี่ยนไปรับใช้คุณชายทายาทตระกูลใหญ่แทน ชีวิตในคราบสามัญชนเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวายและบททดสอบแสนสาหัส แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อน้าผู้ช่วงชิงบัลลังก์สิ้นพระชนม์ลง ส่งผลให้พินัยกรรมของพระมารดามีผลบังคับใช้ทันที เขาจึงได้รับสิทธิอันชอบธรรมคืนมาเพื่อก้าวกลับสู่ฐานันดรศักดิ์และขึ้นปกครองแผ่นดินอย่างสง่างาม
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์