APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้ำพริก

สาวน้ำพริก

สภาพของอาเรียตอนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ผมสีทองที่เคยงดงามกลับชุ่มโชกด้วยเลือดและหลุดลุ่ยจากเงื้อมมืออันรุนแรงของเคน เขาเค้นให้เธอสารภาพบาป แต่ร่างบอบช้ำไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะลิ้นถูกตัดขาดแถมยังถูกทรมานซ้ำด้วยเกลือจนปวดร้าวแทบขาดใจ นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดทุกสายตาบัดนี้บวมช้ำและไร้ซึ่งประกายความหวัง อาเรียหมดโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำสำนึกผิด เธอทำได้เพียงหลับตายอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีสุดท้ายบนลานประหาร หญิงสาวแสนดีที่เคยถูกเธอรังแกได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่นางมารร้ายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

สิ่งแรกที่อาเรียทำหลังจากได้ย้อนเวลากลับมาในอดีตคือการว่าจ้างอาจารย์ประจำตระกูล

เพราะเธอมาจากชนชั้นรากหญ้าจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะเรียนรู้มารยาทชั้นสูงได้ มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ก่อนเธอจะตายแล้ว เธอเป็นแบบนั้นมาเป็นสิบๆ ปี มันจึงยากที่จะเปลี่ยนแปลง แม้เธอจะใช้ความพยายามเพียงนิดก็จะสามารถทำแบบนั้นได้อย่างสง่างามแต่เธอก็ไม่ได้ทำ

หรือถ้าจะให้ตรงประเด็นคือเธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเสียด้วยซ้ำ มีผู้คนมากหน้าหลายตานับไม่ถ้วนเข้าหาเธอเพราะรูปกายภายนอกที่ถอดแบบมาจากมารดาผู้ซึ่งขโมยหัวใจของท่านเคานต์มาได้ด้วยเพราะรูปลักษณ์ที่งดงามเช่นกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

เพราะความงามที่ทำให้ทุกคนหลงมัวเมาได้เพียงแค่แรกเห็น นั่นคือปัจจัยที่จำเป็นที่จะทำให้งานเลี้ยงสนุกสนานขึ้นมาได้

แม้ลับหลังเธอจะถูกติฉินนินทาเรื่องพฤติกรรมต่ำทรามที่นับวันมีแต่จะมากขึ้นทุกชั่วขณะก็ตาม

และถึงแม้จะมีคนคอยครหาก่นด่าว่าเธอชั้นต่ำ แต่เหล่าคนที่รักในรูปโฉมภายนอกก็ยังมีมากมายเสียจนเธอไม่คิดจะเรียนรู้อะไรทั้งสิ้น เธอไม่เคยรู้สึกว่ามันจำเป็นด้วยซ้ำ

บางครั้งเธอเองก็เคยถูกทำให้อับอายขายหน้าในงานเลี้ยง แต่ทุกครั้งก็จะมีบรรดาชายหนุ่มที่เข้าข้างเธอเสมอ

พอกลับมาคิดดูในตอนนี้ เธอกลับพบว่าพวกผู้ชายกลุ่มนี้ไม่เห็นช่วยอะไรเธอได้เลยสักนิด เพราะจุดประสงค์ของคนพวกนั้นมีเพียงแค่ให้ตนได้เชยชมอาเรียสักครั้ง แต่พวกเขาไม่ได้รักหรือเอ็นดูเธอแม้แต่น้อย เพียงแค่หลงใหลรูปโฉมภายนอกของเธอ เสมือนผีเสื้อกลางคืนที่บินเข้าหาแสงไฟเท่านั้น

และเมื่อเวลาผ่านไป เหล่าชายหนุ่มที่เคยวิ่งตามอาเรียก็กลับไปหมั้นหมายกับบรรดาบุตรสาวจากวงศ์ตระกูลที่ทั้งสูงส่งและปราดเปรื่องมากกว่าอาเรียกว่าเท่าตัว จนข้างตัวของอาเรียไม่มีใครเหลืออยู่เลยแม้สักคน

เธอนึกถึงชายหนุ่มหลายคนในจำนวนนั้นที่เคยบอกว่ารักเธอจริง แม้จะไม่รู้ว่ามันออกมาจากใจจริงหรือไม่ก็ตาม

‘เอาล่ะ ไว้ลองใจเจ้าพวกงั่งนั่นทีหลังก็คงจะรู้เองแหละนะ’

ในตอนนั้นเธอไม่เคยยอมรับความจริงว่าตนถูกทิ้งและเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการประทินโฉมตนเองเพียงเท่านั้น แต่ ณ เวลานี้ที่เธอได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอรู้ซึ้งแล้วว่าเธอจะกลับไปทำแบบเดิมอีกไม่ได้

เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะโง่งมเกินไปกว่าการนำรูปโฉมภายนอกที่มีแต่จะเสื่อมโทรมลงมาเป็นทรัพย์สมบัติที่ยั่งยืนอีกแล้ว

“ยินดีที่ได้พบค่ะ เลดี้อาเรีย ดิฉันคือซาร่าแห่งนักประพันธ์ลอเรนค่ะ”

อาจารย์ประจำตระกูลที่เพิ่งเข้ามาใหม่อายุประมาณสิบเจ็ดปี ทักทายเธอโดยการคุกเข่าลงถอนสายบัวพร้อมกับจับชายกระโปรงขึ้น

เธอเป็นหญิงสาวธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีอะไรพิเศษแม้จะหน้าตาน่ารักก็ตาม เหตุผลที่ทำให้เธอปฏิเสธคนเก่งๆ และยังเป็นถึงแนวหน้า แต่เลือกหญิงสาวที่ไม่เคยสอนใครมาก่อนคนนี้มีเพียงข้อเดียวเท่านั้น นั่นก็คือหญิงสาวผู้นี้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของนักประพันธ์แสนต่ำต้อย และจะได้เป็นที่ถูกตาต้องใจมาร์ควิสวินเซนต์และกลายเป็นมาร์เชอเนสในภายหลัง

และหากจะมองว่ามาร์ควิสวินเซนต์ที่เป็นหนึ่งในวงศ์ตระกูลที่เป็นเลือดบริสุทธิ์นั้นอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจโดยไม่นับดยุกเฟรดเดอริกที่สืบเชื้อสายมาจากพระบรมวงศานุวงศ์ก็คงไม่ผิดนัก การผูกสัมพันธ์กับกลุ่มคนที่อยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจนั้นเป็นเรื่องยากลำบากมาตั้งแต่แรก ฉะนั้นมันคงจะดีหากเธอเริ่มตีสนิทกับผู้ที่จะได้ครองอำนาจในภายภาคหน้าไว้เสียตั้งแต่ตอนนี้ อาเรียตั้งเป้าหมายไว้หลายคนแต่เธอตัดสินใจจะเริ่มจากการดึงซาร่าผู้ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายมาเป็นพวกก่อน เด็กสาวใสซื่อที่ไม่ถามอะไรซอกแซกดูจะง่ายเหลือเกินที่จะปฏิบัติกับหล่อนเยี่ยงลูกแกะถูกบูชายัญบนแท่นบูชาโชกเลือด

อาเรียวิ่งไปกอดเอวซาร่าเอาไว้โดยไม่นึกสนเรื่องมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ซาร่าก็เพียงแค่เบิกตาโตขึ้นมาเท่านั้น เธอไม่ได้แสดงท่าทีตกใจจนเกินงามออกมาเลย เธอเงยหน้าขึ้นมองซาร่าทั้งที่ยังกอดเอวหญิงสาวไว้อยู่อย่างนั้น อาเรียเผยรอยยิ้มสดใสสมกับเป็นเด็กน้อยน่ารักพร้อมกับกล่าวว่ายินดีที่ได้พบและยินดีต้อนรับออกไป

ซาร่ายิ้มตามเมื่อได้เห็นภาพที่แสนไร้เดียงสานั้น มันคือเรื่องที่พึงกระทำเพราะอาเรียยังเด็กนัก แม้ภายในจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ตาม

เคาน์ติสที่คอยมองอยู่ก็เข้ามาดึงอาเรียออกก่อนจะเอ่ยขอโทษ

“เธอยังไม่ค่อยรู้เรื่องมารยาทจึงได้แสดงกิริยาแบบนั้นออกไป ช่วยเข้าใจด้วยนะคะ คุณซาร่า”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ อย่าห่วงเลย”

“ดิฉันจะดูแลเลดี้อาเรียอย่างดีนะคะ”

ซาร่าเป็นคนชอบเด็ก ชอบมากถึงขนาดที่ยินดีจะให้กำเนิดได้ทุกปีต่างจากหญิงสาวในตระกูลอื่นๆ ที่มักจะไม่ต้องการอุ้มท้องอีกหลังจากให้กำเนิดบุตรชายแล้ว

ซาร่าคิดว่าการให้กำเนิดคือหน้าที่และความรับผิดชอบของวงศ์ตระกูลและเธอยังมีชื่อเสียงในเรื่องการเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอทุกคนมาด้วยความรักอีกด้วย เพราะแบบนั้นเธอจึงไม่แม้แต่จะตำหนิอาเรียที่ทำตัวเสียมารยาททั้งยังมองเด็กน้อยด้วยใบหน้าอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ

หลังจากเคานต์ติสออกไปแล้ว ทั้งสองคนก็นั่งมองหน้ากันโดยมีโต๊ะตั้งอยู่ตรงกลางเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับคาบเรียนในอนาคต

“เป็นเกียรติของดิฉันที่ได้มาสอนเลดี้อาเรียนะคะ เลดี้อยากเรียนเรื่องอะไรมากที่สุดคะ”

อาเรียกะพริบแพขนตายาวพร้อมกับเอียงหน้าสงสัยเมื่อได้ยินคำถามของซาร่า เธอทำอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนจะลูบนิ้วของตนเอง แก้มทั้งสองหรือก็แดงระเรื่อราวกับเพิ่งนึกบางอย่างได้

และภาพที่ดูนุ่มนวลเหมือนลูกพีชนั้นก็พาลทำให้พวงแก้มของซาร่าแดงระเรื่อตามไปด้วย

“มารยาทการเดิน การนั่ง การทานอาหาร… ทุกอย่างเลยค่ะ! เพราะหนูอยากเป็นคนที่ดูสง่างามมากๆ เช่นมิเอลน้องสาวของหนูค่ะ”

คนที่จิตใจข้างในเน่าเฟะจนมืดดำแม้ภายนอกจะแสร้งทำเป็นหน้าซื่อตาใสไร้เดียงสาและงามสง่าแบบนั้น หากจะต่อกรกับนางร้ายเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลายเป็นนางร้ายเช่นกัน

‘ไม่สิ ฉันต้องร้ายให้มากกว่านางนั่น ต้องเป็นนางร้ายที่ซ่อนธาตุแท้เอาไว้ให้มิดด้วยหน้ากากที่หนายิ่งกว่า’

นี่คือหนทางที่เธอตัดสินใจเลือกเดินในชีวิตใหม่ของเธอ

เมื่อได้ยินที่อาเรียพูด ซาร่าก็นึกภาพน้องสาวของเด็กน้อยออกทันที แม้จะอายุยังน้อยแต่เด็กคนนั้นก็เป็นที่เลื่องลือเรื่องการกระทำที่อ่อนช้อยสง่างาม

เธอได้รับการอบรมสั่งสอนเพื่อให้เป็นแบบอย่างของบุตรสาวในวงศ์ตระกูลตั้งแต่เพิ่งเริ่มหัดเดิน เพราะท่านเคานต์มักเชิญตระกูลชนชั้นสูงศักดิ์ต่างๆ จากต่างชาติมายังคฤหาสน์เพื่อเรื่องธุรกิจอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้ซาร่าจึงเข้าใจความรู้สึกของอาเรียดี ในเมื่อเธอมีแบบอย่างของเลดี้อยู่ใกล้ตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธออยากจะเป็นเหมือนมิเอล

หากมองผิวเผินเพียงรูปโฉมภายนอก อาเรียผู้มีดวงตาน่าหลงใหลย่อมเหนือกว่าอย่างแน่นอน แต่ระหว่างวงศ์ตระกูลกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสำหรับโลกนี้คำร่ำลือมักจะเปลี่ยนไปตามการโอ้อวดของตนเองว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด

‘ได้ยินว่าเธอเพิ่งอายุแค่สิบสี่เองนี่นะ ทั้งที่ผมและนัยน์ตาต่างก็มีสีเดียวกันกับมิเอลผู้น้องแต่ทำไมจึงให้ความรู้สึกต่างกันได้ขนาดนี้กัน’

แม้จะอายุเพียงสิบสี่แต่กลับมีเสน่ห์น่าดึงดูดจนเป็นที่สะดุดตาอย่างไม่น่าเชื่อ นี่สิคุณสมบัติที่ไม่ว่าจะพยายามเพียงใดก็ไม่อาจหามาเป็นของตัวเองได้

หากมิเอลและอาเรียมายืนอยู่เคียงข้างกัน ก็มั่นใจได้ว่าผู้คนจะต้องมองไปที่อาเรียเป็นตาเดียวอย่างแน่นอน

เธออายุยังน้อย ดังนั้นหากได้สะสมความสง่างามและคุณสมบัติที่เพียบพร้อมอย่างสม่ำเสมอก่อนได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในแวดวงสังคม เธอจะมัดใจคนในสังคมได้อยู่หมัดแน่นอน

ซาร่าคิดว่าเป็นเกียรติของเธออย่างยิ่งที่ได้มาสอนสาวน้อยผู้นี้ ถึงกับรู้สึกซาบซึ้งที่ตนเป็นผู้ถูกเลือก ซึ่งทั้งอาเรียและซาร่าต่างก็คิดเช่นเดียวกัน

“อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ดิฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

“ถ้าเช่นนั้นต่อไปเราก็จะได้เจอกันอีกนานๆ เลยสินะคะ หนูดีใจเหลือเกินค่ะ”

ช่างดีเหลือเกินเจ้าค่ะ ที่เราจะได้เจอกันไปอีกแสนนาน ท่านว่าที่มาร์เชอเนส

อาเรียยิ้มออกมาอย่างใสซื่อ เธอรู้ได้จากรอยยิ้มของซาร่าว่าตนกลายเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของหญิงสาวตรงหน้าไปแล้ว

เป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเลยนะ

* * *

อาเรียเก็บเกี่ยวความรู้จากซาร่าได้อย่างรวดเร็ว เธอเคยเห็นมันจากผู้คนมากมายเป็นหลายร้อยหลายพันครั้ง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรหากเธอจะเรียนรู้มัน

ครั้งหนึ่งเธอเคยแอบเลียนแบบท่าทางของมิเอลอยู่คนเดียว และมันคงจะแปลกยิ่งกว่าหากเธอไม่สามารถเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่เธอเคยเห็นและได้ยินสิ่งต่างๆ มามากมาย

แต่นี่คือความจริงที่มีเพียงอาเรียเท่านั้นที่รู้ เพราะสำหรับคนอื่นแล้วพวกเขาต่างเห็นเพียงเด็กหญิงคนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่มารยาทแต่กลับเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

ซาร่าคอยปรบมือให้อาเรียที่ได้แต่นึกละเหี่ยใจกับการต้องมาลุกนั่งให้ดูสง่างามราวผีเสื้อ ใบหน้าของเธอแทบจะกลายเป็นนางฟ้าถ้าหากทำได้

“ถ้าทำได้เท่านี้ ดิฉันคิดว่าเลดี้จะเรียนรู้มารยาทพื้นฐานทั้งหมดได้ภายในปีนี้แน่ค่ะ”

“อาจารย์ชมเกินไปแล้วค่ะ”

อาเรียเรียกซาร่าว่าอาจารย์ เธอไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นกับซาร่าที่ยังมีประสบการณ์การสอนไม่มากพอทั้งยังมีฐานะทางสังคมที่ต่ำกว่า แต่อาเรียที่ปิดบังความจริงไว้กลับบอกเพียงว่าอาจารย์คือคำที่เหมาะสมแล้วเพราะซาร่าคือผู้ที่สั่งสอนเธอมา

อาเรียมัดใจซาร่าได้ในทันทีด้วยมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและความจริงใจของเธอ

ซึ่งความจริงเธอก็ไม่ได้มีความจริงใจอะไรมากนัก เพียงแต่เพราะร่างกายของเธอคุ้นเคยกับมารยาทที่ซาร่าสอนเธอไปในหลายๆ คาบเรียนที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ก็ช่วยทำให้เธอดูจริงใจขึ้นมาได้

‘เลดี้อาเรียผู้น่าสงสาร’

ความจริงแล้วข่าวลือของอาเรียในที่สาธารณะไม่สู้ดีเท่าใดนัก

ก่อนได้มาเจอกับอาเรีย ซาร่าเคยได้ยินแต่ข่าวลือหนาหูและเคยแอบคิดไปว่ามันเป็นความจริง แต่ตอนนี้เธอกลับได้แต่นึกละอายใจที่เคยคิดแบบนั้นไป

ข่าวลือทุกอย่างเกี่ยวกับอาเรียมักจะเป็นข่าวเสียหายจากคนที่ไม่เคยรู้จักกุขึ้นมาลอยๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า แม่ของเธอมีพื้นเพเป็นโสเภณีเท่านั้น

เธอจึงคิดอยากจะช่วยให้อาเรียหลุดพ้นจากคำครหาเหล่านั้นด้วยตัวของเธอเอง

แม้อาเรียจะยังขาดทักษะในการเข้าสังคมหากเทียบกับบรรดาบุตรสาวตระกูลอื่นและยังไม่มีอะไรโดดเด่นสะดุดตาออกมา แต่เธอก็อยากจะช่วยไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

เพราะข่าวลือที่แสนน่ากลัวนั้นมันมากมายเกินกว่าที่เด็กสาวคนหนึ่งจะเผชิญหน้าได้นั่นเอง

“เลดี้คะ ถ้าเรียนรู้มารยาทขั้นพื้นฐานหมดแล้ว อยากลองไปงานเลี้ยงน้ำชาดูไหมคะ”

“งานเลี้ยงน้ำชาเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ เพราะงานเลี้ยงน้ำชาคือโอกาสที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และช่วยทำให้สังคมกว้างขึ้นด้วยนะคะ”

“แต่ว่าหนูแทบจะไม่มีคนรู้จักใครเลยนะคะ แล้วก็ยังเด็กอยู่ด้วย…”

“ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลยค่ะ คนรู้จักของดิฉันทุกคนจะต้องชอบเลดี้ และจะคอยช่วยเหลือเลดี้แน่นอนค่ะ”

“อาจารย์…”

อาเรียพูดเสียงเบาหวิวแล้วโผเข้ากอดเอวซาร่าไว้ทันที

เมื่อเด็กน้อยฝังใบหน้าลงกับหน้าท้องพร้อมกับมีเสียงสูดจมูกฟึดฟัดออกมา ซาร่าก็คอยลูบหลังให้อาเรีย นั่นเพราะความสงสาร เด็กตัวน้อยที่ยังไม่ทันได้ผลิบานคนนี้ทำผิดอะไรกัน

แม้จะเริ่มเรียนไปได้ไม่นาน แต่พอนึกถึงภาพของเด็กน้อยที่มักจะแสดงท่าทีเป็นกังวลออกมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งยังกดตัวเองโดยการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับมิเอล เธอก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้

อาเรียไม่ได้อยากเกิดมาในต้นตระกูลอันต่ำต้อยเสียหน่อย สิ่งนี้เปรียบเสมือนเป็นตราบาปติดตัวและทำให้เธอเจ็บปวดจนน่าเวทนา มันคงเป็นความเจ็บปวดจนเกินจะทนสำหรับเด็กหญิงที่จิตใจดีและบอบบางอย่างเธอ

ซาร่าเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อให้อาเรียเปลี่ยนอารมณ์ได้

“แล้วระหว่างมื้ออาหารช่วงนี้เป็นยังไงบ้างเจ้าคะ ได้ทำตามที่ดิฉันสอนหรือไม่คะ”

“แน่อยู่แล้วค่ะ! ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอาจารย์ซาร่าเลยนะคะ!”

อาเรียเงยหน้าขึ้นมาตอบอย่างสดใสราวกับว่าเธอไม่เคยร้องไห้มาก่อน ใบหน้าของซาร่าที่ก้มมองอาเรียตัวน้อยที่กำลังรายงานว่าช่วงนี้เธอแทบจะรอให้ถึงมื้ออาหารที่มีแต่รอยยิ้มนั่นเร็วๆ

อาเรียยิ้มออกมาจนตาปิดอย่างน่ารักน่าชังทันทีที่คิดถึงมื้อเย็นเมื่อคืนนี้

…………………………………………………..

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ขอกลับไปข้องแวะกับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อมีเหตุให้เธอต้องกลับมาอยู่ข้างกายเขาอย่างไม่อาจขัดขืน การผิดคำสาบานนำมาซึ่งความอึดอัดใจแสนสาหัส แต่เคราะห์กรรมกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อพบว่าร่างกายกำลังถูกกัดกินด้วยยาพิษปริศนา ฤทธิ์ของมันรุนแรงจนแทบปลิดชีพเธอ และที่โหดร้ายที่สุดคือมันได้พรากโอกาสในการให้กำเนิดทารกที่สมบูรณ์ไปตลอดกาล หญิงสาวต้องทนรับบาดแผลลึกทั้งกายและใจที่แหลกสลาย ติดอยู่ในห้วงความทุกข์อันไร้ทางหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เกมร้ายเกมรัก
7.3
การวิวาห์ที่ไร้ความรักถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือบรรลุผลประโยชน์ทางธุรกิจตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง พวกเขาต้องย้ายมาใช้ชีวิตร่วมชายคาภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวดและการปกปิดความจริง ทว่าบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันกลับค่อยๆ กะเทาะกำแพงน้ำแข็งในใจ ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นเริ่มทำให้ความเฉยชาสั่นคลอน ขอบเขตที่เคยขีดกั้นระหว่างหน้าที่และแรงปรารถนาส่วนลึกเริ่มพร่ามัวลง จากข้อตกลงที่เคยชัดเจนกลับกลายเป็นการประลองอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต้องใช้ความรู้สึกแท้จริงเข้าแลกเปลี่ยน
ภาพปกนิยายเรื่อง การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายของมือสังหารระดับพระกาฬนำไปสู่การเกิดใหม่ในต่างโลก เมื่อวิญญาณถูกจอมเวทอำมหิตดึงมาสิงร่างเด็กหนุ่มเพื่อใช้เป็นหนูทดลองมรณะ ทว่าผู้ร่ายเวทกลับประเมินเหยื่อต่ำไป ด้วยสัญชาตญาณดิบและทักษะลอบสังหารที่มี อดีตนักฆ่าจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมพลิกสถานการณ์และปลิดชีพผู้ที่อัญเชิญตนมาได้อย่างหมดจด หลังกำจัดศัตรูพ้นทาง เขาเข้ายึดครองฐานที่มั่นและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อใช้เป็นรากฐานในการสถาปนาจักรวรรดิมืดของตนเองบนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและการวางแผนซ้อนแผนที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง ไปละนะ ผัวค่ะ
8.1
จิ่งเหยียนต้องเผชิญกับมรสุมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ทว่าเขาไม่ได้ยืนหยัดอย่างเดียวดาย เมื่อเพื่อนรักก้าวเข้ามาเป็นที่พึ่งพิงทางใจ เธอรู้ดีว่าเวลานี้ตนเองคือโลกทั้งใบของชายหนุ่ม แม้อุปสรรคข้างหน้าจะหนักหนาสาหัสเพียงใด หญิงสาวก็ฝืนยิ้มและยืนกรานที่จะไม่ทอดทิ้งเขา เธอให้คำมั่นว่าจะขอแบ่งปันความเจ็บปวด เคียงข้างในทุกการต่อสู้ และไม่ยอมให้เขาต้องทนทุกข์เพียงลำพังอีกต่อไป สายใยความผูกพันนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่จะนำพาทั้งสองให้ก้าวข้ามบททดสอบอันแสนโหดร้ายนี้ไปพร้อมกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านผู้บัญชาการ… คุณหนูวัยห้าสิบของท่านเกิดใหม่แล้ว
7.2
ความทุ่มเทของหลี่ซูผิงจบลงด้วยความตายอันโดดเดี่ยวในบ้านพักคนชรา หลังถูกลูกสะใภ้ทำร้ายจนพิการและลูกแท้ๆ ทอดทิ้ง ทว่าสวรรค์กลับให้โอกาสเธอฟื้นขึ้นมาในวันแต่งงานของลูกชายคนรอง ท่ามกลางคำเหยียดหยามจากญาติสะใภ้และการเพิกเฉยของคนในบ้าน เธอเลือกที่จะไม่ยอมจำนน หลี่ซูผิงประกาศหย่าร้างทันทีเพื่อยุติวงจรความเจ็บปวด ชาตินี้เธอจะลิขิตเส้นทางชีวิตใหม่ โดยพาลูกสาวแยกตัวออกมาสร้างกิจการค้าขายจนมั่งคั่ง พร้อมทั้งได้พบกับกลุ่มเครือญาติปริศนาที่ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนในอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
6.8
โชคชะตาพลิกผันให้มือสังหารสาวฉือเยว่ฟื้นขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยงของเด็กสี่คน แม้ทีแรกจะอยากหนีจากภาระ แต่ความกตัญญูของเด็กๆ ที่ช่วยทำงานบ้านและหาอาหารกลับหลอมละลายหัวใจอันด้านชาของเธอให้เปลี่ยนไป เธอตัดสินใจทิ้งอดีตเปื้อนเลือด หันมาใช้ชีวิตเรียบง่าย อาศัยวิชาต่อสู้เข้าป่าล่าสัตว์และงมไข่มุกเพื่อสร้างฐานะให้มั่นคง ขณะที่ครอบครัวกำลังมีความสุขและก้าวไปในทิศทางที่ดี ชายหนุ่มปริศนากลับปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน นำพาเรื่องราวเหนือความคาดหมายและความวุ่นวายครั้งใหม่มาสู่ชีวิตของเธอ