APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันนี่แหละ ทายาทเศรษฐี

ฉันนี่แหละ ทายาทเศรษฐี

จ้าวเฉียน ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามปี ต้องเผชิญชีวิตการทำงานอันยากลำบากด้วยรายได้เพียงห้าพันหยวนต่อเดือน เขาถูกเพื่อนร่วมงานพากันดูถูกและตราหน้าว่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว ซ้ำร้ายคนรักที่เคยเคียงข้างกลับหมดความอดทนกับความขัดสนของเขา แอบไปคบชู้กับผู้จัดการหนุ่มเพื่อหวังชีวิตที่ดีกว่า ทิ้งให้เขาต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและคำเยาะเย้ยถากถางเพียงลำพัง ในสังคมที่ผู้คนต่างตัดสินคุณค่าของความเป็นมนุษย์จากฐานะทางการเงินและอำนาจและและบารมี
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่2 บริษัทนี้ ฉันขอ

จ้าวเฉียนนั่งแท็กซี่กลับบ้านไปเอาสิ่งของที่จำเป็นและกลับไปยังบริษัท ระหว่างทางเขายังส่งอีเมลไปถึงเจ้านายที่บริษัทฟางนี่

กลับไปถึงที่บริษัท ทันทีที่ผลักประตูสำนักงานเปิดออกไป เขาก็เห็นจางหยวนกำลังเก็บข้าวเก็บของที่โต๊ะทำงานของเขา

“ใครสั่งให้นายมาย้ายข้าวของบนโต๊ะฉัน?”

จ้าวเฉียนตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโกรธจัด

เจวียงหยวนเหลือบมองกลับมาเล็กน้อย พร้อมกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าว่า

“ผู้จัดการหวังวานให้ฉันช่วยเก็บของบนโต๊ะนาย เพราะนายถูกไล่ออกแล้ว!”

“ถูกไล่ออก? ฮ่าฮ่าๆ...ไม่มีบริษัทไหนในโลกไล่ฉันออกได้!”

ทันทีที่สิ้นเสียงของจ้าวเฉียน ก็เป็นเสียงของหวังเฉียงที่ดังขึ้นต่อเนื่องในทันที

“โอ้! โวยวายเสียงดังอะไรขนาดนั้น! นายนี่มันขี้โม้ขึ้นมากจริงๆหลังจากที่ออกไปข้างนอกมา!”

จ้าวเฉียนเหลือบมองหวังเฉียงปรายหางตาเล็กน้อย และถามขึ้นว่า

“ประธานฟางเป็นประธานของที่นี่ แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันได้?”

“ก็แผนงานที่นายมอบให้กับบริษัทซิงหยวน ทำให้พวกเขาไม่พอใจอย่างมากและตอนนี้ก็ได้ยกเลิกความร่วมมือกับเราไปแล้ว สถานการณ์การเงินในปัจจุบันของบริษัทตอนนี้ก็ไม่ดีเท่าที่ควร ประธานฟางคาดหวังกับผลกำไรที่ได้จากการร่วมมือครั้งนี้มาก แต่นายก็ทำให้เธอผิดหวัง ตอนนี้ไม่เพียงแค่โกรธเป็นเฟือนเป็นไฟ แต่ยังโทรศัพท์หาฉัน ให้ไล่นายออกไปทันที!”

“เป็นไปไม่ได้ ฉันแก้ไขแผนงานตามคำขอของอีกฝ่ายควบถ้วนสมบูรณ์ดี พวกเขาจะไม่พอใจได้ยังไง? แล้วถึงทางนั้นจะไม่พอใจ พวกเขาก็ควรติดต่อมาทางฉันก่อน แล้วทำไมจู่ๆก็มายกเลิกกลางคันแบบนี้?”

หลังจากที่กล่าวไป หวังเฉียงก็เหล่มองจ้าวเฉียนอย่างดูถูกดูแคลน

จ้าวฉินยิ้มตอบและเดินตรงเข้าไปในสำนักงานของบริษัทฟางนี่โดยตรง

“ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!...”

จ้าวเฉียนเคาะประตูห้องทำงานของประธานฟาง

“เข้ามา!”

เขาเปิดประตูและเดินเข้าไปทันที

เมื่อฟางนี่เห็นว่าอีกฝ่ายคือจ้าวเฉียน สีหน้าของเธอก็พลันมืดตกลงทันที

“แกยังมีหน้ามาที่นี่อีกเหรอ? แกโดนไล่ออกไปแล้ว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกไม่ใช่พนักงานของบริษัทแห่งนี้ ไสหัวไปซะ!”

หากมองท่าทางการแสดงออกของฟางนี่ในตอนนี้ เธอดูโกรธอย่างมากและความผิดครั้งนี้ที่ทำให้ชื่อเสียงบริษัทถูกทำลายไป ก็เป็นเธอที่รับไปเต็มๆทั้งๆที่เป็นความผิดของจ้าวเฉียน และทุกคนจะยิ่งทวีความโกรธไปมากกว่านี่หากตำแหน่งของเธอถูกคนอื่นแทนที่

แต่จ้าวเฉียนกลับรวนหัวเราะเสียงเบา ตอบกลับไปว่า

“ประธานฟาง ที่ขับไล่ไสส่งฉันไปขนาดนี้ คงไม่ต้องการเงินสามล้านแล้วมั้ง?”

ดวงตาคู่นั้นของฟางนี่สว่างไสวขึ้นทันควัน เธอถามกลับไปทันที

“เธอรู้เรื่องคู่ค้ารายใหญ่ที่จะมาลงทุน... ไม่สิ...เธอรู้เรื่องเงินสามล้านได้ยังไง?”

จ้าวเฉียนยิ้มกว้างตอบต่อไปว่า

“เพราะผมนี่แหละที่เป็นคนส่งอีเมลไปหา ผมคือคู่ค้ารายใหญ่ที่ต้องการลงทุนกับบริษัทแห่งนี้”

ฟานนี่เบิกตาโตแทบถล่นออกมา สืบเนื่องความประหลาดใจนี้ทำให้เธอแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่จ้าวฉินพูดไป

“ไม่จริง...เธอไม่มีแม้แต่เงินไปกินข้าวเย็นกับคนอื่นด้วยซ้ำ ที่สำคัญโทรศัพท์พังๆของเธอยังไม่มีเงินซื้อเปลี่ยน! ฮ่าๆ...จะบอกว่าเธอมีเงินสามล้านมาร่วมลงทุนกับเรา? ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ....”

ทำทุกวิถีทางเพื่อขออยู่ในบริษัทกินเงินเดือนต่อแ ถึงขั้นงัดเหตุผลไร้ยางอายแบบนี้ออกมา?

“เธอนี่มันไร้สาระจริงๆ ไสหัวออกไปได้แล้ว ใครจะไปเชื่อว่ายากจกอย่างเธอมีเงินสามล้าน ฮ่าๆๆ...”

“โอ้? ลงทุนด้วยไม่ได้เหรอ? เป็นคนมีเงินจะใช้ชีวิตประหยัดไม่ได้รึไง?”

ฟางนี่ระเบิดหัวเราะจนท้องแข็งไปหมดแล้ว จากนั้นไม่นานเธอก็พยายามกลั้นเสียงขำ เอ่ยปากถามจ้าวเฉียนว่ามีหลักฐานอะไรหรือไม่ ที่พิสูจน์ได้ว่าเขามีเงินสามล้านจริงๆ

จ้าวฉินไม่สนใจคำดูถูกของอีกฝ่ายเลยสักนิด และโยนเช็คใบหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานของเธอ

“นี่คือเงินสามล้านตามที่ระบุเอาไว้ ผมต้องการหุ้นส่วนของบริษัทแห่งนี้จำนวน51% ถ้าเห็นด้วยก็รับเช็คใบนี้ไปขึ้นเงินได้เลย แต่ถ้าไม่ผมคงตัดสินใจไปหาบริษัทอื่นที่ดีกว่านี้!”

ฟางนี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่และเอ่ยปากถามจ้าวเฉียนไปว่า

“นี่เธอเขียนเช็คขึ้นมาเองรึเปล่า? รู้ไหมว่าการทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย!”

จ้าวเฉียนกรอกตาไปมาอย่าเบื่อหน่ายและพูดไปว่า

“หากเป็นเช็คปลอม คุณก็แค่โทรไปตรวจสอบกับธนาคาร ผมไม่ได้มีเวลาว่างพอมานั่งเขียนเช็คปลอมมาหลอกคุณ!”

ฟางนี่ที่ได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกว่า วิธีนี้สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว หลังจากวางหูจากธนาคารเสร็จ เธอก็ไม่พูดพล่ำทำเพลง รีบลุกขึ้นยืนขึ้นด้วยรอยยิ้ม และเชิญให้จ้าวเฉียนย้ายไปนั่งที่ของเธอแทน

คนรวยกว่าคือผู้ที่เหนือกว่าเสมอ จากที่ดูเย็นชาในตอนแรก ขณะนี้ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มแจ่มใส รอคุกเข่าเลียแข้งเลียขาจ้าวเฉียนแทบไม่ไหว

“ประธานฟาง นี่ดูจะไม่เหมาะสมเกินไปหน่อยเหรอ?”

“ยังต้องกังวลอะไรอีกท่าน ตอนนี้ท่านถือเป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้ถึงครึ่งหนึ่ง เดี๋ยวฉันจะย้ายไปนั่งข้างนอกเอง ต่อจากนี้ไปที่นี่คือห้องทำงานของท่านค่ะ”

จ้าวเฉียนโบกมือปัดเล็กน้อยอย่างเบื่อหน่ายและพูดว่า

“ฉันยังชอบที่จะทำงานร่วมกับทุกคนในออฟฟิศ ส่วนเธอก็อยู่ที่นี่ต่อไปนั้นแหละ อย่างไรก็ตาม ฉันมีข้อแม้ว่า ห้ามไม่ให้เธอเปิดเผยเกี่ยวกับสถานะของฉันในปัจจุบัน รวมไปถึงผู้ร่วมทุนด้วย ไม่อย่างนั้น...ฉันจะถอนเงินลงทุนกลับมา”

“เข้าใจแล้วค่ะท่าน”

“หุหุ...ตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้ว แต่ฉันยังมีคำถามจะถามเธอ ถ้าหวังเฉียงต้องการขับไล่ฉันออกจากบริษัทแห่งนี้ ฉันควรทำยังไงดี?”

“แน่นอนค่ะ! ฉันจะไล่เขาออกทันทีและเลื่อนตำแหน่งผู้จัดการให้กับท่าน”

จ้าวเฉียนที่ได้ยินดังนั้นก็โบกมือปัดทันที และกล่าวว่า

“ไม่จำเป็น ปล่อยให้เจ้านั้นอยู่ที่นี่ต่อไป ฉันยังไม่ได้เล่นสนุกกับมันเลย ฮิฮิ...พอฉันเบื่อเมื่อไหร่ เดี๋ยวถีบมันทิ้งไปเอง”

จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นขอตัวลาและเดินออกจากห้องไป

ฟางนี่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งแบบไหนเธอก็ทำได้แค่ก้มหน้าทำตามคำสั่ง

หวังเฉียงและเจวียงหยวน กำลังรอให้จ้าวเฉียนออกมา เมื่อใดที่เห็นเขาออกมาจากห้องก็เตรียมถ่มถุยได้เต็มที่!

แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเอ่ยปากขึ้น จ้าวเฉียนก็เหลือบมองเจ้าสองคนนั้นด้วยสายตาแสนเหยียดหยาม และกล่าวขึ้นทันทีว่า

“ฉันบอกแล้วว่า ไม่มีบริษัทไหนไล่ฉันออกไปได้!”

“ทำไมแกยังคิดว่าตัวเองมีโอกาสยังอยู่ที่นี่ได้? หรือตำแหน่งแกสูงกว่าประธานฟางรึไง? ฮ่าๆๆ...!”

สำหรับคำพูดของหวังเฉียน ฟานนี่เธอได้ยินเต็มสองรูหู

“เอะอะอะไรหน้าห้องฉัน!”

ทันทีที่ได้ยินเสียงของฟางนี่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง หวังเฉียงพลันรู้สึกเสียวาบ รีบหันไปกล่าวขอโทษด้วยความกลัวว่า

“ขอโทษครับประธานฟาง ผมจะไม่...”

“ฉันไม่สน แล้วใครที่ไหนมีอำนาจในการไล่คนในบริษัทของฉันออก? ทำไมนายถึงร้องเรียนไปแบบนั้น?”

หวังเฉียงตกใจอย่างมากเมื่อได้ยิน และรีบตอบกลับไปทันทีโดยไว

“จ้าวเฉียนทำผิดคำสั่งของบริษัท แล้วประธานฟางเองก็บอกให้ไล่เขาออก!”

ในขณะเดียวกัน จ้าวฉินที่กำลังจะเดินจากไปพลันฉะงักหยุดโดยพลัน

“ประธานฟาง ผมได้แก้ไขงานตามที่อีกฝ่ายขอให้ปรับเปลี่ยนไปแล้ว ถึงเขาจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่ควรยกเลิกสัญญาความรวมมือกระทันหันขนาดนี้ ผมว่าเรื่องนี้มันไม่สมเหตุสมผล...จริงไหม?”

ฟางนี่ทราบดีว่า จ้าวเฉียนที่ลงเงินไปมาถึงสามล้านหยวนให้แก่บริษัท และเขาไม่มีทางทำเรื่องเสียๆหายๆให้แก่บริษัทแน่นอน คนรวยแบบนี้ไม่ปล่อยให้สิ่งที่ตนเองลงทุนไปพังลงง่ายๆแน่นอน

ดังนั้นเธอจึงเอ่ยขึ้นว่า

“ฉันเองก็คิดว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเรื่องนี้ เดี๋ยวฉันจะไปตรวจสอบอีกทีหลังจากนั้นค่อยว่ากันใหม่”

หวังเฉียงไม่กล้ากล่าวคำพูดหักล้างใดๆ ได้แต่พยักหน้าตอบตกลงไป

เจวียงหยวนเห็นท่าว่าสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก จึงเดินกลับไปประจำตำแหน่งตัวเองอย่างเงียบๆ เขาในตอนนี้ใจเสียหนัก เพราะแผนการที่จะขับไล่จ้าวเฉียน เป็นเขาที่แอบไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับพนักงานของบริษัทซิงหยวน หากฟางนี่ไล่สืบเรื่องนี้ละก็ มีความเป็นไปได้สูงมาดที่จะค้นพบความจริงในข้อนี้ แล้วนั้นไม่นับว่าเป็นหายนะของเขาเลยงั้นเหรอ?

“เร็วเข้า! นำข้าวของบนโต๊ะจ้าวฉิงกลับไปจัดเรียงดังเดิม! มาย้ายข้าวของของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต น่ารังเกียจสิ้นดี!”

ฟางนี่เอ่ยปากดุหวังเฉียงอีกยกใหญ่ ก่อนจะหันหลังกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง หวังเฉียนไม่กล้าขัดคำสั่ง รับยกข้าวของจ้าวเฉียนกลับไปวางที่เดิมโดยทันที

“จ้าวเฉียน แกกล้ารายงานเรื่องของฉันต่อหน้าท่านประธานฟางเหรอ? ได้! ได้! แกยังทำงานภายใต้การควบคุมของฉัน แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!”

จ้าวเฉียนรวนหัวเราะดังลั่นราวกับได้ฟังเรื่องตลก ก่อนปริปากกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวเลยว่า

“เฮ้...ฉันยังอยู่ที่นี่กับนายตลอด ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะหนีนายไปไหน!”

“แก...หมาจรอย่างแก ท่านประธานฟางอยู่คุ้มกะลาหัวได้อีกไม่นานหรอก! เหอะ!”

หวังเฉียงเดินหยิบของทุกอย่างกลับไปวางบนโต๊ะของจ้าวเฉียนเรียบร้อยด้วยความไม่เต็มใจนัก

บรรยากาศในออฟฟิศ ณ ขณะนี้ค่อนข้างหดหู่ดูกดดันอย่างบอกไม่ถูก ทุกคนไม่กล้าคุยเล่นกันเพราะกล่าวว่าเจ้านายจะโกรธ

อีกไม่นานก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว จ้าวเฉียนลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจเล็กน้อย และหันมาพูดกับทุกคนว่า

“คืนนี้ฉันจะรักษาสัญญา ทุกคน เจอกันที่โรงแรมตงไห่ ตอนหนึ่งทุ่ม”

ทุกคนที่กำลังนั่งทำงานต่างตกตะลึงแทบสะดุ้งเมื่อได้ยิน ไม่มีใครคิดเลยว่า เจ้านั้นจะรักษาสัญญาจริงๆ! ขอเพียงทำตามสัญญา แค่ไปเลี้ยงอาหารข้างทางถูกๆก็เพียงพอแล้ว แต่นี่ถึงขนาดพาไปที่โรงแรมตงไห่ ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่ดีที่สุดของเมือง เขามีเงินไปที่นั่นจริงๆเหรอ?

จ้าวเฉียนไม่เปิดโอกาสใดๆให้พวกเขาทุกคนได้เอ่ยถาม จากนั้นก็หยิบข้าวของตนเองและจากไป

เพื่อนร่วมงานกำลังลังเลใจว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี

“นายจะไปไหม?”

“ไปสิ! มีคนรักษาสัญญาใครจะไม่ไป!”

“แต่เจ้านั้นบอกว่าให้ไปเจอที่โรงแรมตงไห่ ไม่ใช่ว่าพอจะจ่ายเงินจริงมันจะชักดาบ แล้วให้พวกเรารวมเงินกันจ่ายแทนหรอกนะ? มันคงแค้นไม่ใช่น้อยที่พวกเราทำไว้กับมัน! ถ้ามันกล้าทำแบบนั้นจริงๆ ฉันขอดูหน่อยสิว่า มันจะมีหน้ามาทำงานที่นี่ต่อได้ยังไง!”

เจวียงหยวนครุ่นคิดกับตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากเสียงดังขึ้นว่า

“หาโอกาสได้ยากที่คุณชายจ้าวนะเลี้ยงอาหารมื้อเย็นเรา หากพลาดโอกาสนี้ไปคงไม่มีโอกาสอีกแล้วในอนาคต ทุกคน ลองเชื่อใจคุณชายจ้าวนั้นสักครั้ง อีกอย่าง...มันบอกว่าโรงแรมตงไห่เชียวนะ! มันคงมีปัญญาจ่ายไหว ไม่อย่างนั้นคงไม่ชวนพวกเราเพื่อเอาหน้าแบบนี้หรอก!”

ทุกคนที่ได้ฟังดังนั้นล้วนรู้สึกสมเหตุสมผลกับคำพูดนี้ แม้ว่าจ้าวเฉียนจะยากจนไม่มีเงิน แต่เขาเองก็ไม่ได้โง่ หากไม่มีเงินขนาดนั้น มีเหรอจะกล้าไปที่โรงแรมตงไห่?

คิดได้ดังนั้น ทุกคนจึงรีบเก็บข้าวเก็บของและขึ้นรถรับส่งของบริษัทมุ่งหน้าไปยังโรงแรมตงไห่ในทันที

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในคืนที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพื่อไปช่วยอลิซ จนทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุขาหัก ซ้ำร้ายอลิซยังกุเรื่องใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำ ส่งผลให้ชายทั้งสองโกรธแค้นจนขาดสติ พวกเขาลงทัณฑ์ลิซ่าอย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนบาดแผลที่ขาเพื่อสั่งสอนให้เข็ดจำ เหตุการณ์นี้ทำให้ลิซ่าได้ตระหนักถึงโฉมหน้าอันโหดเหี้ยมและเย็นชาของคนที่เธอเคยรักอย่างหมดใจ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย เธอจึงตั้งมั่นว่าจะต้องหลบหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ห่วงรักผูกใจ
8.8
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นจากความเกลียดชังและการตราหน้า ชายหนุ่มจึงมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงเห็นแก่เงินที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความสบายชั่วคราว อคติและการตัดสินคนจากภายนอกในสังคมยุคใหม่ได้กลายเป็นกำแพงหนาที่ปิดกั้นหัวใจของเขากับเธอเอาไว้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น เขาจะสามารถพังทลายความเกลียดชังเพื่อมองเห็นความจริงและตัวตนที่แท้จริงของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพลักษณ์อันน่ารังเกียจนั้นได้ทันเวลา หรือจะปล่อยให้อคติในใจทำลายโอกาสในความรักครั้งนี้ให้สูญสิ้นไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง รวมเรื่องสั้น_เรื่องราวความรัก อ่านเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ
9.0
พบกับคอลเลกชันเรื่องราวความรักหลากหลายอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อน เริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์สุดวาบหวามของมาย หญิงสาวที่ยอมทอดกายให้คุณอาหนุ่มอย่างเต็มใจโดยไร้ข้อกังขา ตามด้วยเรื่องราวความปั่นป่วนใจของพี่ชายที่ทนไม่ได้เมื่อเห็นน้องสาวที่ตนแอบรักกำลังจะปันใจให้ชายอื่น ถัดมาคือโชคชะตาของกานต์ เด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ที่ต้องกลายมาเป็นของชดใช้หนี้สินมาเฟียให้กับเชอร์รี่ สาวทรงเสน่ห์สุดเซ็กซี่ และปิดท้ายด้วยบททดสอบความรักครั้งสำคัญของสามีผู้ซื่อสัตย์ที่แต่งงานมานานถึงห้าปี แต่กลับถูกภรรยาขอร้องให้ไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหญิงอื่นเพื่ออุ้มท้องทายาทสืบสกุลแทนเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง บำบัดรักแฟนเพื่อน
9.3
แสนดีตั้งใจเรียนวิชาจิตเวชศาสตร์เพื่อหวังจะเยียวยารักษาญะญ๋าเพื่อนสนิทของเธอ ทว่าโชคชะตาพัดพาให้เธอมารับหน้าที่รักษาอาการป่วยทางจิตของหมอปืน แฟนหนุ่มของเพื่อนรักแทน แสนดีให้คำสัญญากับญะญ๋าอย่างจริงจังว่าจะดูแลรักษาหมอปืนอย่างสุดความสามารถเพื่อให้เขาหายเป็นปกติ ญะญ๋าจะได้ไม่ต้องทนทุกข์และเป็นกังวลอีกต่อไป ท่ามกลางความรู้สึกที่ซับซ้อนและหน้าที่อันแสนหนักหน่วงในการบำบัดรักษาจิตใจของแฟนเพื่อนในครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักไฟสวาท
9.4
สัมผัสอันเร่าร้อนที่คิมหันต์มอบให้ปิ่นปักอย่างไม่ทันตั้งตัว สร้างความสับสนให้หญิงสาวเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน อ้อมกอดนี้กลับกระตุ้นความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับเป็นสัมผัสเดียวกับที่เธอเคยได้รับในค่ำคืนที่ผ่านมา ทางด้านชายหนุ่มที่เคยปากแข็งและพร่ำบอกว่าเกลียดชังเธอ กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับความหวานล้ำที่ยากจะต้านทาน แรงปรารถนาที่เพิ่มพูนขึ้นทุกขณะทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกหวงแหนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบๆ จนเขาตั้งมั่นว่าจะไม่มีวันยอมให้ชายอื่นใดได้ครอบครองหรือสัมผัสความอ่อนโยนนี้ นอกจากตัวเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ลวงเล่ห์เจ้ามาเฟีย
8.0
เมื่อทายาทมาเฟียจอมเย็นชาอย่างอาเธอร์ มาริน ต้องโคจรมาเจอกับโฉมตรูสุดแซ่บ นัชชาวี ดีม่า เบนิคอฟ ทายาทตระกูลมาเฟียคู่ปรับ ความรักระหว่างสองสิงห์มอสโกจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางมิตรภาพที่กลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต แต่เมื่อฝ่ายหนึ่งมีพ่อที่หวงลูกสาวสุดชีวิต และอีกฝ่ายมีแม่ที่รักลูกยิ่งกว่าสิ่งใด สงครามความรักจึงดุเดือดเกินกว่าจะคาดคิด