APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทวงรักเมียแต่ง

ทวงรักเมียแต่ง

การแต่งงานที่เริ่มต้นจากความเหมาะสมทางธุรกิจและการคลุมถุงชนของสองตระกูลใหญ่ โดยไม่มีเรื่องของความรักเข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางผลประโยชน์มหาศาลที่ค้ำคออยู่ ทำให้คนสองคนต้องยอมจำนนเข้าสู่พิธีวิวาห์และใช้ชีวิตคู่ร่วมกันด้วยความเย็นชาและห่างเหิน แม้ว่าฉากหน้าในสังคมของทั้งคู่จะดูเพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบสักเพียงใด ทว่าในความเป็นจริง หัวใจของพวกเขากลับสวนทางกันไปคนละทิศละทาง จนดูเหมือนว่าความผูกพันที่แท้จริงไม่มีวันที่จะเกิดขึ้นได้เลยในชีวิตแต่งงานที่ไร้ใจจืดชืดครั้งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

พรึบ

เสียงทิ้งตัวหนักของเรย์ดังขึ้นกลางห้องคอนโดหรูที่ตนเป็นเจ้าของ วันนี้มันช่างเป็นวันที่น่าเบื่อหน่ายที่สุดในรอบเดือนที่เขาจะต้องไปกินข้าวที่บ้านใหญ่เพราะน้องสาวขอร้อง

‘คุณพ่อทำอะไรเมียผมครับ!?’ เสียงโวยวายพูดขึ้นดังในห้องทำงานใหญ่ภายในบ้าน

‘ฉันก็ช่วยทำให้แกหลุดพ้น’ เสียงนิ่งเรียบเย็นชาพูดขึ้นตอบอย่างไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป

‘แล้วลูกของผมจะอยู่ยังไงครับพ่อ ฮืออ’ นั่นเป็นครั้งแรกที่เด็กชายเรย์ในวัยสี่ขวบได้เห็นน้ำตาของผู้เป็นพ่อ

“ไม่มีวัน” ที่เขาจะให้อภัยคนชั่วคนนั้นเด็ดขาด ลาคอสจะต้องได้รับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำกับแม่ของเขา ถ้ากฎหมายช่วยอะไรไม่ได้เขาก็พร้อมจะเป็นมัจจุราชในคดีนี้เอง

ครืดดดด~

‘ติ้ด’

หน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นโชว์รายชื่อของเพื่อนสนิทในกลุ่มที่โทรเข้ามาก่อนที่เขาจะกดรับสายอย่างไม่ลังเล

“อืม”

(มึงอยู่ไหนวะ?) ซีโน่ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนพูดขึ้นถาม

“คอนโด”

(คืนนี้ที่เดิม?)

“อืม”

(เวลาเดิม?)

“อืม” หลายคนต่างสงสัยว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันได้ยังไงแทบจะพูดกับน้อยคำขนาดนี้ แต่ความที่พูดกันน้อยนี่แหละที่ทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกันได้

หลังจากสิ้นเสียงปลายสายก็ตัดไปโดยคนตัวโตก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินออกไปที่ระเบียงห้องพร้อมกับซองบุหรี่นอกราคาแพง

เรย์เป็นนักสิงห์อมควันมาตั้งแต่อายุราว 18 ปี เพียงเพราะได้ยินคนบอกว่าถ้าเครียดมาก ๆ ของพวกนี้ช่วยได้และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่สามารถทิ้งมันได้เลย

ควันขาวขุ่นสีเทาพ่นออกจากปากหนาหยักของเรย์เหมือนเป็นเรื่องปกติพร้อมกับความคิดในหัวของเขามากมาย

ครืดดดด~

เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นอีกรอบในห้อง เขาได้ยินแต่ไม่ได้ให้ความสนใจเพราะยังจัดการบุหรี่ม้วนในมือไม่หมดจนสายตัดไปในที่สุด

ครืดดดด~

เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้งสร้างความรำคาญให้กับเขาเป็นอย่างมากจนต้องรีบจัดการกับม้วนบุหรี่ในมือให้หมดก่อนเดินเข้าห้องไปรับสาย

‘ฟุ่ววว’ เสียงพ่นควันเทาดังขึ้นเป็นรอบสุดท้ายก่อนทิ้งก้นบุหรี่ในที่ของมัน ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องเลื่อนสายตามองโทรศัพท์เครื่องหรูที่ยังดังขึ้นมาไม่หยุด

‘ติ้ด’

(พี่เรย์ ทำไมไม่รับสายเอวา) เสียงใสของน้องสาวเพียงคนเดียวดังขึ้นแหวใส่ผู้เป็นพี่ทันทีที่เขารับสาย

“ก็รับแล้ว ว่าไง” เขาตอบกลับพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหรูตัวเดิม

(ก็พี่เรย์รับช้า) เสียงปลายเสียงพูดขึ้นอย่างงอนๆ ก็ใครจะไปคิดว่าน้องสาวตัวแสบของเขาจะโทรมา ถ้ารู้เขาคงรียมารับให้เร็วกว่านี้

“โอเคพี่ขอโทษ เอวามีอะไรถึงโทรมาหาพี่" คงมีเพียงคนเดียวที่เขารักและยอมได้มากขนาดนี้

(ตอนเย็นคุณปู่โกรธมากเลย) พอได้ยินชื่อว่าเป็นเรื่องของปู่ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

(คุณปู่บอกว่าจะตัดขาดกันกับคุณพ่อถ้าพี่ไม่ยอมแต่งงาน) น้ำใสของหญิงสาวดูเศร้าลงเมื่อต้องพูดประโยคนี้ออกมา

“แล้วเขาได้พูดอะไรอีก?” เสียงนิ่งพูดขึ้นถาม

(คุณปู่บอกว่าถ้าไม่อย่างนั้นเอวาต้องแต่งงานกับอีกตระกูลแทนแลกกับการที่พี่เรย์ไม่ต้องแต่งงาน)

มือหนากำเข้าหากันอย่างโกรธเคืองกับคำสั่งที่เห็นแก่ตัวของคนเป็นปู่ หวังจะถวายลูกหลานให้คนอื่นเพื่อหวังผลประโยชน์ เห็นแก่ตัวไม่มีเปลี่ยน

“ไม่เป็นไรพี่จะแต่งงานเอง” เอวายังเด็กไปกับเรื่องแต่งงานและถ้ามีคนที่ต้องเสียสละคนคนนั้นก็จะเป็นเขาเอง

(พี่เรย์โอเคจริงๆ เหรอ?) เสียงใสดูเศร้าลงอย่างไม่มีท่าทีกลับมาสดใสเหมือนเดิม

“อืม” สีหน้านิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยความกังวลใจของเขามันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดเสียอีก

(งั้นฝันดีนะคะพี่เรย์ เอวารักพี่เรย์นะ) เอวารู้ดีว่าพี่ชายของตนต้องการอิสระมาโดยตลอดแต่รอบนี้กลับต้องโดนคุมถุงชน เธออยากช่วยพี่ให้ได้มากกว่านี้แต่สุดท้ายแล้วเธอเองก็ทำอะไรไม่ได้มากอยู่ดี

“ฝันดีเอวา พี่ก็รักเรา” สิ้นเสียงสนทนาสายก็ถูกตัดไปก่อนที่โทรศัพท์เครื่องหรูจะถูกโยนลงบนนุ่มคิงไซส์ก่อนที่เจ้าของจะเดินเข้าห้องไปหวังชำระร่างกายตามที่บอกไปก่อนหน้า

@ผับ XX

“จริงเหรอวะ เดี๋ยวนี้แม่งยังมีคุมถุงชนอีก?” เอเดนเพื่อนหนึ่งในสามของกลุ่มพูดขึ้นหลังจากที่เรย์เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นให้ฟัง

“อืม” เรย์พูดตอบก่อนจะยกวิสกี้สีใสขึ้นดื่มจนหมดแก้วด้วยสีหน้าไม่รู้สึกอะไร

“ความจริงมึงไม่เห็นต้องยอม เงินแม่งก็ไม่ได้ขอสักบาท” ซีโน่พูดขึ้นเสริมก่อนที่แขนแกร่งจะรั้งเอาร่างบางของเด็กดริ้งในผับเข้ามาโอบไหล่

“ถ้ากูไม่แต่งน้องกูก็ต้องแต่ง”

“ความจริงมันก็ล่าสมัยเกินไปกับการที่ต้องจับลูกหลานเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตระกูล” เสียงธาราหรือธารเพื่อนคนสุดท้ายในกลุ่มดังขึ้นสมทบหลังจากที่เจ้าตัวยกแอลกอฮอล์ในแก้วดื่มหมดแล้ว

“ก็ลองดูว่าใครจะมีความอดทนได้มากกว่ากัน” ถ้าเราปฏิเสธฝั่งของเราเองไม่ได้งั้นก็คงต้องยืมมืออีกฝั่งมาทำแทน

“มึงหมายความว่าไง” เสียงเรียบนิ่งของธาราพูดขึ้นถามอีกรอบ

“ช่างเถอะ” เรย์พูดบอกก่อนที่ทั้งหมดจะคุยเรื่องงานกันต่อ

วัตถุประสงค์ของการนัดรวมตัวไม่ให้แค่ดื่มสังสรรค์อย่างเดียวเป็นแน่ ธุรกิจล่าสุดที่พวกเขากำลังทำร่วมกันเริ่มมีปัญหาเข้ามาให้จัดการช่วงนี้นักศึกษาปีสี่ที่ใกล้จบแบบพวกเขาเลยไม่มีเวลามานั่งเรียน ส่วนใหญ่เลยอยู่ที่คลังสินค้าสำหรับการส่งออกเสียมากกว่า

“ออกไปก่อน” เอเดนพูดบอกเด็กดริ้งข้างกายซีโน่ก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกไปตามคำสั่งของเขา

“กูรู้ตัวคนทำแล้ว” เสียงนิ่งเฉยของซีโน่พูดขึ้นเรียกความสนใจของกลุ่มเพื่อนได้เป็นอย่างดี

“ใคร” สินค้าที่ส่งออกไปหายไปจำนวนมากในทุกล็อต รู้ได้เพราะการคอมแพลนของลูกค้าที่ตอบกลับมาในทุก ๆ ซีซั่นของการส่งออก

“ไอ้พอส มันเป็นลูกน้องอันดับท้ายๆ ของเรา มันติดยา มันบอกว่ามันขโมยของออกไปขายทุกรอบเพื่อเอาเงินไปซื้อยา”

“มึงแน่ใจไหมว่ามันทำคนเดียว” เพราะอาวุธที่หายไปแต่ละรอบจำนวนมันมหาศาลเกินกว่าที่คน ๆ เดียวจะทำเองไหว

“อืม มันบอกว่ามีอยู่เบื้องหลังของมันแต่มันไม่ยอมบอกว่าใคร” ซีโน่พูดบอกในประโยคสุดท้ายก่อนที่ความเงียบจะเข้าครอบงำบรรยากาศภายในห้องมีเพียงเสียงดนตรีเบาๆ จากด้านนอกโชยรอดเข้ามาให้ได้ยินเป็นช่วง

•••

อีกด้านของมิริน

“มิรินโตแล้วนะคะป๊า ทำไมป๊าถึงทำแบบนี้ล่ะคะ?” ฉันพูดขึ้นอย่างโวยวายเมื่ออยู่ ๆ ป๊าของตัวเองก็มีเซอร์ไพรมาให้ได้รับรู้ในมื้อเย็นของวัน

“เราปฏิเสธเขาไม่ได้มิริน”

“ทำไมเราถึงปฏิเสธเขาไม่ได้ล่ะคะป๊า มิรินไม่อยากแต่งงาน มิรินยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ คนอื่นจะมองลูกป๊าเป็นยังไงคะ มิรินยังอายุแค่สิบเก้าปีเองนะคะป๊า” คนตัวเล็กเอาแต่หน้ายู่อยู่บนโต๊ะอาหาร หญิงสาววัยสิบเก้าปีต้องคิดอยู่แต่การกับเรียนมหาลัยที่ใฝ่ฝันสิไม่ใช่เรื่องแต่งงานแบบนี้

“มิริน...” เสียงหวานของม๊าพูดขึ้นห้ามปราบฉัน เรื่องอื่นมิรินยอมได้นะคะม๊า แต่เรื่องนี้มันเกินไป!

“เรายังต้องทำธุรกิจกับทางนั้นอีกเยอะ” ป๊าพูดขึ้นเสียงแข็งบ่งบอกว่ายังไงฉันก็ต้องแต่งงานให้ได้ตามคำสั่ง

“บ้านเราก็รวยแล้ว ทำไมเราต้องไปพึ่งทางโน่นอีกล่ะคะป๊า” ฉันไม่ได้ดูถูกค่าของเงินแต่ว่าที่บอกว่าบ้านฉันรวยและพร้อมไปทุกอย่างมันถือเรื่องจริง

“มันไม่เกี่ยวกับรวยหรือไม่รวยนะมิริน ที่ป๊าอยากให้มิรินแต่งงานกับเรย์ก็เพราะว่าป๊าอยากให้มิรินมีคนดูแลในวันที่ป๊ากับม๊าไม่อยู่” คนคนนั้นชื่อเรย์สินะ

“ทำไมป๊าจะต้องพูดบอกนั้นด้วย ป๊ากับม๊าก็อยู่กับมิรินนี่ไงคะ ยังไม่ไปไหนซะหน่อย” เสียงของฉันอ่อนลงเมื่อป๊าพูดขึ้นเรื่องนี้อีกแล้ว

ป๊าจะชอบพูดตลอดเลยว่าวงการที่ป๊าอยู่มันอันตราย ป๊าไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นนอกจากคนที่ป๊าคิดว่าจะดูแลฉันได้ แล้วคนคนนั้นดันมาเป็นคนที่ชื่อเรย์อะไรนั้น

“เอาเป็นว่าป๊าขอ ถ้ามิรินตกลงป๊าจะยอมให้ย้ายไปอยู่คอนโดตามที่เคยขอไว้เมื่อต้นปี” ทำไมป๊าต้องเอาอิสระกับการย้ายไปอยู่คอนโดมาแลกกับการแต่งงานด้วย มันไม่เห็นจะคุ้มกันตรงไหนเลย

“ไม่ค่ะ มิรินไม่อยากแต่งงาน” ฉันยังยืนกร้านเสียงแข็ง

‘เฮ้อออ’ เสียงถอนหายใจของป๊าดังขึ้นจากหัวโต๊ะ นี่ฉันกำลังจะทำให้ป๊าหนักใจเหรอ ปกติป๊าไม่เคยทำหน้าเครียดขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

“โอเคค่ะ มิรินแต่งงานกับเขาก็ได้ แต่ว่า...”

“แต่ว่าอะไร?” สีหน้าของป๊าเริ่มมีความหวังอีกครั้ง

“มิรินขอเวลา 3 เดือนหลังจากแต่งงาน ถ้ามิรินรักเขาไม่ได้ มิรินขอหย่าค่ะ” เป็นเรื่องที่น่าหนักใจของป๊าและม๊าอีกครั้ง

ยังไงคนเราเป็นสามีภรรยากันมันก็ต้องรักสิ ถ้าไม่รักกันเราจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง

“โอเค ป๊ารับข้อเสนอ”

“ค่ะ มิรินก็รับข้อเสนอ งั้นพรุ่งนี้มิรินก็ย้ายเข้าคอนโดแล้วใช่ไหมคะ”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักแรงแค้น
9.1
โชคชะตาพัดพาอดีตคนรักให้หวนกลับมาพบกันอีกคราในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ทว่าการเผชิญหน้าหนนี้มีเพียงบาดแผลและไฟพยาบาทที่สุมทรวง เมื่อชายหนุ่มต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายว่าสตรีผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ได้เปลี่ยนสถานะไปเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของบุรุษอื่นแล้ว ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้นี้กลายเป็นกำแพงขวางกั้นความรู้สึกในวันวาน ความรักที่เคยหวานซึ้งจึงถูกแทนที่ด้วยความเคียดแค้น นำพาเขาเข้าสู่บททดสอบอารมณ์อันแสนหนักหน่วง เมื่อหัวใจที่แหลกสลายเรียกร้องการเอาคืนอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอฝากด้วย
8.7
อุบัติเหตุจูบเพียงครั้งเดียวกลับทำลายชื่อเสียงของเขาจนป่นปี้ และเป็นข้ออ้างให้อีกคนเข้ามาปั่นป่วนชีวิต เขาถูกยัดเยียดสถานะคนรักอย่างไม่เต็มใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับงัดสารพัดกลเม็ด ทั้งคำหวานและข้อเสนอสุดอันตรายมาต้อนให้จนมุม แม้จะพยายามตีตัวออกห่างแค่ไหน คนเจ้าเล่ห์ก็ยังเดินหน้าสานต่อความใกล้ชิดไม่ยอมถอย สร้างความสับสนจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ท่ามกลางการรุกรานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เขาต้องหาทางรอดจากความสัมพันธ์นี้ ก่อนที่ชีวิตที่เหลือจะต้องฝากไว้ในกำมือของจอมบงการ
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากท้องฟ้า
6.7
เวลาสามปีที่อยู่ร่วมชายคากัน เธอต้องทนฟังเรื่องที่เขามีหญิงอื่นเคียงข้างเสมอ แม้ความจริงจะประจักษ์ชัดแต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความร้าวราน ปิดปากเงียบและทำตัวราวกับคนตาบอดเพื่อประคองความสัมพันธ์อันเปราะบางไม่ให้ขาดสะบั้น ความจริงที่กรีดแทงใจคือเธอเป็นได้เพียงคู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่เคยได้รับเกียรติในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้จะผูกพันลึกซึ้งเพียงใด แต่เมื่อวันลาจากมาถึง เธอต้องพบกับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าเลิกรา นั่นเพราะสถานะของทั้งสองไม่เคยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
ภาพปกนิยายเรื่อง รักที่ทรมาน  รักที่ต้องเจ็บ
7.4
การกระทำอันเห็นแก่ตัวของอรอุมาที่ทำลายความรักสิบปีของกาจ ได้จุดชนวนความแค้นที่เปลี่ยนชีวิตคู่ให้เป็นกรงขังแห่งความทรมาน ชายหนุ่มมอบนรกบนดินให้ภรรยาอย่างเลือดเย็น โดยเฉพาะในนาทีเฉียดตายเมื่อเธอตกเลือดอย่างหนักขณะคลอดบุตร เขากลับบีบบังคับให้เธอสละเลือดเพื่อช่วยผู้หญิงที่เขารัก และปฏิเสธลูกของตนเองอย่างสิ้นเยื่อใย เมื่ออรอุมาฟื้นจากความตายมารับรู้ความจริงอันปวดร้าว โลกทั้งใบของเธอก็พังพินาศลง เธอจึงได้ตระหนักว่าการแต่งงานครั้งนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับและทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึก
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้อนรัก
7.5
หญิงสาวผู้ปราดเปรื่องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระยะห่างจากผู้บริหารหนุ่มผู้เยือกเย็น ชายที่สตรีทั้งเมืองต่างใฝ่ฝันอยากเคียงข้าง แต่ความพยายามของเธอกลับสูญเปล่าเมื่อสถานการณ์พลิกผันบีบบังคับให้พบกับทางตัน เขาได้หยิบยื่นข้อตกลงสำคัญอย่างยิ่งยวดจนเธอไม่อาจเอ่ยปากปฏิเสธได้ ทางออกเดียวที่เหลืออยู่คือการจำใจยอมรับเงื่อนไขและก้าวเข้าสู่การแต่งงาน ความสัมพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของพันธสัญญาและความไม่สมัครใจนี้ นำพาทั้งคู่เข้าสู่วังวนแห่งความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเข้าป่า ปลูกผักเก็บเห็ด ขายปิงเฟิ่นรวยเละ
6.9
หลิวลี่เซี่ยไม่เคยคิดว่าตนจะต้องเผชิญความอดอยาก เมื่อเธอถูกส่งข้ามเวลามายังหุบเขาลึกอันห่างไกล สิ่งที่รออยู่คือบ้านซอมซ่อและกระเพาะที่ว่างเปล่า หญิงสาวฝันถึงเพียงข้าวสวยร้อนกรุ่นและเนื้อสัตว์รสชาติดี ทว่าสวรรค์กลับไม่ได้มอบพลังวิเศษใดมาช่วยทุ่นแรง ซ้ำร้ายเธอยังไร้ประสบการณ์ทำงานหนักและไร้ความรู้ด้านการเพาะปลูก การดิ้นรนเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมแร้นแค้นจึงเป็นบททดสอบที่สาหัส เธอต้องดิ้นรนด้วยตัวเองเพื่อเปลี่ยนความฝันที่จะได้กินอิ่มนอนหลับให้กลายเป็นจริงในดินแดนแห่งนี้