APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Lesson of love ทวงรัก NC18++

Lesson of love ทวงรัก NC18++

เก้าทัพ ทายาทหนุ่มสุดเย็นชาและเจ้าเล่ห์ของหมอกฤษฎิ์ ผู้ซ่อนความอ่อนโยนไว้ให้เพียงนับดาว หญิงสาวสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ยังคงมั่นคงในรักแรกที่มีต่อรุ่นพี่อย่างเขา แม้เวลาจะผ่านไปจนเธอมีกองทัพ ลูกชายสุดแสบที่เป็นกำลังใจสำคัญ ทว่าโชคชะตากลับพัดพาให้เก้าทัพวนกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้งเพื่อทวงคืนทั้งตัวและหัวใจในฐานะพ่อของลูก ท่ามกลางความป่วนของลูกชายตัวน้อยที่คอยทำตัวเป็นคู่กัดและเรียกชื่อเขาแทนคำว่าพ่อ การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความรักแท้ที่ฝังใจมาอย่างยาวนาน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

หลังจากที่ขับรถออกมาจากสนามแข่งได้สักพักซูเปอร์คาร์คันหรูก็เกิดงอแงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทำเอาเก้าทัพถึงกับทุบพวงมาลัยอย่างหัวเสียเขายิ่งรีบ ๆ อยู่รถดันมาดับกลางทาง แบบนี้แม่ที่รักต้องรอเขาเก้ออย่างแน่นอน มือล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนที่จะกดส่งข้อความไปบอกมารดาว่าอาจจะถึงช้า เพราะรถเสียกลางทาง ร่างสูงก้าวลงจากรถพร้อมกับล็อกรถอย่างมิดชิด

ร่างสูงออกมายืนอยู่ข้างถนนมือก็กดโทรศัพท์หาใครบางคนเพื่อให้มาจัดการกับรถที่เสียข้างทางจนกระทั่งเรียบร้อยแล้วก็ยืนรอ Taxi ที่แทบจะไม่มีผ่านมาเลยสักคัน จนกระทั่งรถประจำทางผ่านมาและหยุดลงตรงหน้าเก้าทัพไม่รอช้าที่จะก้าวขึ้นไปบนรถทันที ดูจากเส้นทางที่ติดอยู่ข้างรถแล้วรถประจำทางคันนี้น่าจะผ่านไปแถว ๆ บ้านของเขา

หลังจากที่ขึ้นรถมาแล้วดวงตาคมกริบกวาดสายตามองหาที่นั่ง แต่ปรากฏว่าไม่มีที่นั่งเหลือว่างเลยสักที่ เก้าทัพค่อย ๆ เดินเบียดเสียดไปข้างหน้าอย่างเงอะ ๆ งะ ๆ เพราะกลัวจังหวะรถเบรกกะทันหัน ซึ่งเหมือนความคิดของเขาจะสื่อไปถึงคนขับที่อยู่ดี ๆ ก็แตะเบรกกะทันหันเพื่อรับผู้โดยสาร ร่างสูงของเขาไถลไปด้านหน้าก่อนที่จะชนเข้ากับร่างบางของใครบางคน กลิ่นแป้งเด็กหอมสดชื่นทำเอาเก้าทัพเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอดก่อนที่ร่างบางของผู้หญิงตรงหน้าจะหันมาด้านหลังช้า ๆ

ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาสีนิลของเก้าทัพ หัวใจดวงน้อยพลันเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นก่อนที่รถประจำทางจะออกตัวอย่างแรงทำให้ครั้งนี้นับดาวเป็นฝ่ายเซไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเก้าทัพก็ยกมือขึ้นมารอรับร่างบางโดยอัตโนมัติทำให้ตอนนี้นับดาวตกอยู่ในอ้อมกอดของเก้าทัพโดยไม่ตั้งใจ

“อ๊ะ!!”

เสียงร้องด้วยความตกใจมาพร้อมกับเสียงหัวใจดวงน้อย ๆ เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงด้วยความตื่นเต้นและเขินอาย ส่วนเก้าทัพใบหูแดงเล็กน้อยด้วยก็หาสาเหตุไม่ถูกเหมือนกันว่าแดง เพราะกำลังเขินหรือว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างของคนทั้งคู่ ท่ามกลางความเงียบและอ้อมกอดที่ไม่สามารถดึงมือออกมาได้ก็มีเสียงกระแอมไอดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่แสนหวานลงในทันที

“อะแฮ่ม พ่อหนุ่มจ๊ะแม่สาวน้อยก่อนจะกอดกันต่อรบกวนพ่อหนุ่มจ่ายค่ารถเมล์ป้าก่อนนะจ๊ะ”

คุณป้ากระเป๋ารถเมล์ยืนเบียดอยู่หลังนับดาวพร้อมกับยื่นมือมาข้างหน้าสองหนุ่มสาวที่กำลังกอดกันด้วยความไม่ตั้งใจ ก่อนที่เก้าทัพจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเงินแต่การขยับตัวของเขามันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน นับดาวที่ขยับตัวง่ายกว่ารีบหยิบค่ารถออกมายื่นให้คุณป้ากระเป๋ารถเมล์ในทันที

“นี่ค่ะคุณป้า”

รอยยิ้มพิมพ์ใจและเงินค่าโดยสารสำหรับสองคนถูกยื่นไปให้คุณป้ากระเป๋ารถเมล์ก่อนที่คนแก่กว่าจะเบียดทั้งคู่ไปด้านหลังเพื่อเก็บเงินค่ารถผู้โดยสารคนต่อไป แรงเบียดของคุณป้ายิ่งทำให้นับดาวใกล้ชิดกับเก้าทัพมากขึ้น จนหญิงสาวกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติของเธออย่างแน่นอน ซึ่งก็ใช่จังหวะหัวใจที่เต้นแรงของนับดาวเก้าทัพสัมผัสได้อย่างชัดเจน แต่เขาเลือกที่จะยืนเงียบ ๆ สูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมสีดำขลับแทนการเอ่ยแซวออกมาซึ่งดูจะเป็นการเสียมารยาทกับเด็กสาวตรงหน้ามากกว่าถ้าทำแบบนั้น

“ถ้าคนทยอยลงจากรถแล้วเดี๋ยวพี่คืนเงินให้นะครับ” เสียงทุ้มนุ่มช่างไพเราะและละมุนนักในความรู้สึกของนับดาว สาวน้อยเงยหน้าขึ้นจากแผ่นอกแกร่งก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาช้า ๆ รอยยิ้มสดใสถูกส่งไปให้เก้าทัพอย่างไร้เดียงสาก่อนที่เขาจะยิ้มตอบเธอกลับมา

“ค่ารถยี่สิบบาทตลอดสายมันเทียบไม่ได้เลยกับน้ำใจของพี่ชายที่ช่วยอุดหนุนขนมนับดาวในวันนั้น ถือว่าวันนี้นับดาวตอบแทนน้ำใจของพี่ชายแล้วนะคะ”

เสียงหวานไพเราะเอ่ยบอกเก้าทัพพร้อมกับยิ้มจนตาหยีเป็นสระอิรอยยิ้มของคนตัวเล็กทำเอาผู้ชายที่แสนเย็นชาอย่างเก้าทัพแย้มยิ้มกว้างมากกว่าเดิม ซึ่งมันเป็นไปโดยธรรมชาติโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวเองเช่นกัน กับคนอื่นเขาไม่เคยแม้แต่จะส่งยิ้มให้ใครนอกจากคนในครอบครัว แต่กับเด็กสาวเขากลับส่งยิ้มให้เพียงแค่เห็นรอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์และไร้เดียงสาของสาวน้อยคนนี้

“เก้าทัพครับพี่ชื่อเก้าทัพ เผื่อวันหลังมีโอกาสได้เจอกันอีกจะได้เรียกถูก” ไม่รู้อะไรดลใจให้เก้าทัพบอกชื่อเล่นของตัวเองออกไปทั้ง ๆ ที่ไม่เคยบอกชื่อของตัวเองกับใครมาก่อนไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะสวยมากแค่ไหนก็ตาม แต่วันนี้และตอนนี้คนที่หยิ่งและแสนเย็นชาแบบเขากลับบอกชื่อให้กับสาวน้อยตรงหน้าได้รู้จักอย่างง่ายดายราวกับต้องมนตร์สะกด

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่เก้าทัพน้องชื่อนับดาวนะคะ”

นับดาวแนะนำตัวเองกลับบ้างก่อนที่เก้าทัพจะพยักหน้ารับทั้งคู่ยิ้มให้กันและกันอย่างมีไมตรี มือใหญ่ที่กอดเอวบางเอาไว้อยู่ ๆ ก็เกิดอาการติดหนึบคล้ายจะไม่อยากปล่อยเสียอย่างนั้นเลยทำให้เก้าทัพยังคงกอดร่างบางของนับดาวเอาไว้ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ท้วงออกมาแต่อย่างใดมันเลยทำให้เขาเนียนกอดนับดาวไปจนกระทั่ง

“อ๊ะ ถึงแล้ว นับดาวไปก่อนนะคะพี่เก้าทัพ หวังว่าเราสองคนคงมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง” เสียงหวานละมุนบอกเก้าทัพก่อนที่เก้าทัพจะคลายอ้อมกอดออกอย่างรู้สึกเสียดายนิด ๆ ซึ่งเขาก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมต้องเสียดายอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ด้วยก่อนที่จะจนใจพยักหน้ารับ

“ถ้าเจอกันครั้งที่สามคงเป็นพรหมลิขิตแล้วละ”

เก้าทัพยิ้มกว้างพร้อมกับเผลอยกมือขึ้นมาขยี้ผมนุ่มของสาวน้อยตรงหน้าอย่างลืมตัวทำเอานับดาวถึงกับชะงักไป หัวใจดวงน้อยเต้นแรงกระหน่ำอย่างควบคุมอาการไม่อยู่ ก่อนที่เก้าทัพจะรู้สึกตัวรีบชักมือออกจากผมนุ่มที่ยังคงมีกลิ่นหอมติดมือเขาอยู่ออกอย่างเก้อ ๆ นับดาวค่อย ๆ หันหลังเดินไปที่ประตูด้านหน้า แต่ก่อนที่จะลงจากรถไปเธอก็ตัดสินใจหันมาแล้วโบกมือให้เก้าทัพอีกครั้งพร้อมส่งยิ้มกว้างให้เขาแล้วลงจากรถไป

เก้าทัพมองตามร่างบางที่ยังคงยืนมองตามหลังรถประจำทางที่มีใครบางคนอยู่บนรถค่อย ๆ แล่นห่างออกไป ใบหน้าสวยหวานฉายแววเศร้าหมองเล็กน้อยเมื่อคิดว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้พบพี่เก้าทัพอีกครั้ง เหมือนดั่งหัวใจดวงน้อยหลุดลอยจากเธอไปหาใครบางคนอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่นับดาวจะหันหลังเดินจากไปเพื่อจัดการธุระของวันนี้นั่นคือการมาสมัครงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง

นับดาวเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรียบร้อยแล้วและสามารถสอบชิงทุนเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งได้ แต่เธอก็ต้องหาค่าใช้จ่ายระหว่างที่ศึกษาไปด้วย เพราะทุนที่เธอได้รับมันอาจจะไม่เพียงพอสำหรับชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีรายจ่ายจิปาถะเข้ามาตลอดเวลา

Dark Devil Pub

“พี่อ๊อฟฟี่คะช่วยรับน้องสาวของแพรวเอาไว้ทีนะคะ น้องเป็นเด็กขยันตั้งใจทำงาน ตอนนี้น้องกำลังลำบาก น้องเลยอยากมาหารายได้ระหว่างรอเปิดเทอมพี่อ๊อฟฟี่ช่วยน้องสาวแพรวด้วยนะ อีกอย่างตอนนี้แม่ของน้องก็ป่วยทั้งบ้านแทบไม่มีเงินพาแม่ไปหาหมอเลย”

แพรววาพี่สาวข้างบ้านเด็กกำพร้าที่เห็นนับดาวมาตั้งแต่เด็กยกมือไหว้ขอร้องอ๊อฟฟี่ผู้จัดการผับให้รับน้องสาวของเธอเข้ามาทำงาน อ๊อฟฟี่กะเทยตัวแม่มองเด็กสาวหน้าตาน่ารักด้วยความหนักใจในใจเธอก็อยากจะช่วยเด็กสาวที่ดูจะว่าง่ายอยู่หรอก แต่ติดที่อายุของนับดาวเพียงแค่ 18 เธอไม่อยากมีปัญหากับพ่อน่ะสิ

“พี่ก็อยากช่วยนะ แต่ว่าน้องมันเพิ่งอายุสิบแปดเองนะแพรว ที่นี่รับแต่เด็กอายุยี่สิบขึ้น ถ้าถูกจับได้จะทำอย่างไรมีแต่ซวยกับซวย”

อ๊อฟฟี่อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เธอไม่สามารถรับนับดาวเข้ามาทำงานที่นี่ได้อย่างใจเย็น นับดาวที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับก้มหน้าลงด้วยความท้อใจ เธอแค่อยากมีเงินเก็บซึ่งงานนี้พี่แพรวบอกว่าทิปค่อนข้างดีตอนนี้แม่ปรานีก็ป่วยออด ๆ แอด ๆ ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยครั้ง เธอแทบจะไม่มีเงินพาแม่ไปหาหมอ งานนี้จึงเป็นทางออกเดียวของเธอแต่ดูความหวังของเธอน่าจะพังทลายลงเสียแล้ว

“รับไว้เถอะ ถ้ามีปัญหาอะไรฉันรับผิดชอบเอง”

ขุนพลซึ่งเป็นเจ้าของผับและผ่านมาได้ยินบทสนทนาของแพรวเด็กในร้านกับอ๊อฟฟี่ผู้จัดการร้านสาวสองที่เขาไว้วางใจให้ดูแลร้านแทนเขาเข้าพอดีบอกสามสาวที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ นับดาวที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับเงยหน้าขึ้นมาด้วยความดีใจ ใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบทำเอาขุนพลนิ่งชะงักไปเล็กน้อย

เด็กคนนี้น่ารักเสียจนเขาอดที่จะเอ็นดูไม่ได้

“ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”

นับดาวยกมือไหว้ขอบคุณผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่ขุนพลจะส่งยิ้มกว้างมาให้เธอและเดินจากไปทันที อ๊อฟฟี่เมื่อได้ยินที่ขุนพลบอกแบบนั้นก็ยิ้มอย่างยินดีและดีใจไปกับนับดาวด้วย ขุนพลนับว่าเป็นเจ้าของร้านที่ใจดีมาก ๆ สำหรับพวกเธอ

“ดีนะที่วันนี้คุณขุนพลเข้าร้านมาพอดีไม่อย่างนั้นเราได้กินแห้วแน่นอน”

อ๊อฟฟี่บอกนับดาวที่ดวงตาทอแสงเป็นประกายด้วยความตื้นตันก่อนที่จะยกมือไหว้อ๊อฟฟี่ด้วยความดีใจ เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วอ๊อฟฟี่จึงอธิบายถึงรายละเอียดงานและหน้าที่ของนับดาวให้เด็กสาวฟังอย่างละเอียดพร้อมกับแจ้งให้นับดาวมาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ได้เลย โดยที่ค่าแรงขุนพลจะจ่ายให้พนักงานทุกคนวันละห้าร้อยบาทส่วนทิปต่างหากของใครของมันและจะมีทิปรวมด้วย

นับดาวกลับบ้านด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุขที่ได้เจอพี่เก้าทัพผู้ชายที่กระชากหัวใจของเธอติดมือไปด้วยตั้งแต่แรกเจอ กลิ่นกายที่หอมตามแบบฉบับของบุรุษเพศยังคงติดอยู่ตามตัวของเธอไม่จางหาย เขาเปรียบเสมือนโชคดีของเธอที่วันนี้ทำให้เธอได้งานทำ นับดาวเดินยิ้มไปตลอดทางเดินก่อนที่จะเปิดประตูเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แค้นรักทาสสวาท
9.7
เมื่อพ่อนำตัวนับดาว หญิงสาวผู้ทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนเป็นเหตุให้แม่ต้องจบชีวิตลง สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียผู้แสนเย็นชาจึงเต็มไปด้วยไฟแค้น เขามองว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังรวยทางลัด และไม่ว่าเธอจะพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเขามากแค่ไหน สิ่งที่ได้รับกลับไปมีเพียงความเกลียดชังอันลึกล้ำ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องตกมาอยู่ใต้การปกครองของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาเฟียหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะเริ่มบทลงโทษอันแสนเร่าร้อน เพื่อสั่งสอนให้เธอได้ชดใช้และลิ้มรสความเจ็บปวดอย่างสาสมกับที่ครอบครัวของเขาเคยเผชิญ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์ราคี
8.3
มัสลินต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่เมื่อเธอถูกชายแปลกหน้าลักพาตัวไปย่ำยีศักดิ์ศรีจนตั้งครรภ์ ท่ามกลางความสับสนและบอบช้ำ เธอพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมตนเองต้องเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้ายเช่นนี้ จนกระทั่งได้พบความจริงอันน่าเจ็บปวดว่าเธอเป็นเพียงเหยื่อในเกมชำระแค้น เพราะเธอคือเจ้าสาวของภานุ ชายผู้ก่อคดีทำร้ายพี่ชายของลักพาตัวเธอจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ความแค้นที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อถูกส่งต่อมาทำลายชีวิตเธอจนพังทลาย เมื่อเขาจงใจใช้เธอเป็นเครื่องมือระบายความเกลียดชังเพื่อแก้แค้นศัตรูให้สาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง มนตราจอมพยศ
9.2
เพื่อหลีกหนีจากสถานการณ์ชวนใจสั่น ดาราเนตรพยายามทำเป็นลืมคำขอที่เคยรับปากปรมัตถ์ไว้ ทว่าชายหนุ่มสุดเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อยผ่าน เขาใช้โอกาสนี้เข้ามาทวงสัญญาพร้อมยื่นบทลงโทษอันแสนเร่าร้อน โดยให้เธอเลือกระหว่างรอยจูบหรือการถูกเขากลืนกินไปทั้งตัว หญิงสาวจึงต้องงัดไหวพริบและเสน่ห์เย้ายวนมาใช้ต่อรองเวลาเพื่อเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือจอมพยศ แม้ดูเหมือนเธอจะเป็นฝ่ายควบคุมเกมในข้อตกลงนี้ แต่แท้จริงแล้วปรมัตถ์ได้ซ่อนแผนการร้ายบางอย่างเอาไว้ เพื่อรอเวลาที่จะกำราบเธอให้อยู่หมัดอย่างราบคาบในวันพรุ่งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวลวงสวาท
7.9
หญิงสาวผู้อาภัพซึ่งขาดความอบอุ่นจากครอบครัวตกอยู่ในวิกฤตชีวิตครั้งสำคัญ เมื่อเธอถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับชายคราวปู่เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ทว่าโชคชะตาพัดพาให้เธอได้มาพบรักและแต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้แสนดีที่พร้อมจะดูแลและมอบความรักให้เธออย่างแท้จริง แต่ทว่าในระหว่างที่ชีวิตคู่กำลังดำเนินไปด้วยความราบรื่นและความสุข ความลับอันดำมืดที่ถูกซ่อนเร้นในอดีตกลับค่อยๆ เผยตัวออกมา นำพาเธอไปสู่การค้นพบความจริงเบื้องหลังชีวิตของตนเองที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักCEO
8.2
จุดเริ่มต้นจากภาพถ่ายเพียงใบเดียว ชักนำให้ซีอีโอหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือยอมทำทุกอย่างเพื่อคว้าหัวใจพยาบาลสาวมาครอบครอง จนเกิดเป็นความรักอันแสนหวานที่ทั้งสองมีให้แก่กัน ทว่าในตอนที่ความสัมพันธ์กำลังดำเนินไปด้วยดี อดีตคนรักของเขากลับย้อนคืนมาพร้อมกับเด็กหญิงคนหนึ่งที่เรียกเขาว่าพ่ออย่างสนิทปาก เรื่องราวไม่คาดฝันนี้กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่เข้ามาสั่นคลอนความเชื่อใจ และทำลายภาพอนาคตอันงดงามที่เขาเคยร่วมวาดไว้กับเธอจนหมดสิ้น