APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Lesson of love ทวงรัก NC18++

Lesson of love ทวงรัก NC18++

เก้าทัพ ทายาทหนุ่มสุดเย็นชาและเจ้าเล่ห์ของหมอกฤษฎิ์ ผู้ซ่อนความอ่อนโยนไว้ให้เพียงนับดาว หญิงสาวสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ยังคงมั่นคงในรักแรกที่มีต่อรุ่นพี่อย่างเขา แม้เวลาจะผ่านไปจนเธอมีกองทัพ ลูกชายสุดแสบที่เป็นกำลังใจสำคัญ ทว่าโชคชะตากลับพัดพาให้เก้าทัพวนกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้งเพื่อทวงคืนทั้งตัวและหัวใจในฐานะพ่อของลูก ท่ามกลางความป่วนของลูกชายตัวน้อยที่คอยทำตัวเป็นคู่กัดและเรียกชื่อเขาแทนคำว่าพ่อ การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความรักแท้ที่ฝังใจมาอย่างยาวนาน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เย็นวันฝนพรำ

โครม!!!!

หยาดฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วทำเอานับดาวที่กำลังวิ่งข้ามถนนมาพร้อมกับตะกร้าใส่ขนมไทยถึงกับลื่นล้มอยู่กลางถนน ขนมในตะกร้าใบใหญ่หกกระจัดกระจายเต็มท้องถนน ร่างบางรีบลุกขึ้นเก็บขนมไทยที่แม่ปรานีทำเพื่อให้เธอนำไปขายที่ตลาดยามเย็นโดยที่ไม่สนใจแผลถลอกที่เข่าเลยสักนิด รถหลายคันผ่านไปมาโดยที่ไม่มีใครลงมาช่วยสาวน้อยผมสั้นในชุดเดรสเก่า ๆ ที่กำลังตากฝนเก็บขนมอยู่ท่ามกลางสายฝนพรำเลยสักคน

จนทั่งกระร่างสูงของใครบางคนที่หยุดลงตรงหน้านับดาวเด็กสาวผู้โชคร้ายพร้อมกับร่มคันใหญ่ที่ถูกกางเพื่อกันฝนให้สาวน้อยร่างผอมบางที่กำลังเก็บบรรดาขนมที่ตกหล่นอยู่บนพื้นถนน นับดาวชะงักมือที่กำลังก้มเก็บขนมพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายทำเอาเธอถึงกับใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำสายตาที่ติดจะเย็นชาเล็กน้อยนั่นดึงดูดเธอราวกับต้องมนตร์สะกด

เก้าทัพเลือกที่จะนั่งยอง ๆ ลงบนพื้นถนนแล้วยื่นร่มให้หญิงสาวแปลกหน้า นับดาวมองเขาพร้อมรับร่มมาถือไว้อย่าง-งง ๆ ชายหนุ่มร่างสูงหันไปเอื้อมมือเก็บขนมที่อยู่ไกลออกไปมาใส่ตะกร้าให้เธอจนครบ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้กลิ่นน้ำหอมของเก้าทัพลอยมาเตะจมูกของนับดาว สาววัยแรกแย้มที่ไม่เคยมีประสบการณ์ความรักมาก่อนให้ใจเต้นแรงและใจสั่นอย่างควบคุมอาการไม่อยู่

“ขอบคุณนะคะ”

เสียงหวานเอ่ยขอบคุณคนตรงหน้าอย่างซาบซึ้งในน้ำใจก่อนที่จะยื่นร่มคืนให้ เก้าทัพรับร่มมาถือเอาไว้พร้อมยืนมือใหญ่มาตรงหน้าสาวน้อยที่กำลังมองมือใหญ่ตรงหน้าเธอด้วยความคิดไม่ถึงว่านอกจากเขาจะลงมาช่วยเธอเก็บขนมที่หล่นอยู่กลางถนนแล้วพี่ผู้ชายคนนี้ยังจะช่วยดึงเธอลุกขึ้นอีกด้วย

มือบางค่อย ๆ ทาบวางลงบนมือใหญ่ก่อนที่ฝ่ามือที่เย็นชื้นไปด้วยน้ำฝนจะกุมมือเธอเอาไว้อย่างแนบแน่นความอบอุ่นที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนพลันแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างกายและหัวใจที่ไร้เดียงสาดวงน้อย ก่อนที่นับดาวจะลุกขึ้นมาตามแรงฉุดอย่างเบามือของคนตัวโตท่ามกลางสายฝน

สองหนุ่มสาวยืนเผชิญหน้ากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะช้อนขึ้นมองสายตาเย็นชาของคนใจดีตรงหน้าแล้วกระพุ่มมือไหว้อย่างงดงามเพื่อขอบคุณอีกครั้ง

“ขอบคุณพี่มากจริง ๆ นะคะที่ลงมาช่วยนับดาวเก็บขนม”

รอยยิ้มสดใสถูกส่งไปให้ร่างสูงของเก้าทัพทำเอาเขาชะงักไปเล็กน้อยกับรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาของสาวน้อยตรงหน้า เก้าทัพเผยรอยยิ้มกว้างตอบกลับก่อนที่จะยื่นร่มส่งให้เธอ สาวน้อยทำหน้างุนงง ซึ่งท่าทางแบบนั้นเก้าทัพมองว่ามันน่ารักมากสำหรับเขา

“อีกนานกว่าฝนจะหยุดตกน้องเอาร่มไปเถอะนะ อีกอย่างขนมนี่พี่ช่วยอุดหนุนเราแล้วกัน อันไหนที่ยังกินได้ก็เอาไปแจกเพื่อน ๆ เสียนะ”

มือใหญ่ยัดร่มใส่มือนับดาวที่ยังคงงง ๆ อยู่โดยที่ไม่ลืมยัดแบงก์สีเทาใส่มือเล็กนุ่มนิ่มหลังจากนั้นเก้าทัพก็วิ่งออกจากร่มคันใหญ่กลับไปที่รถทันที นับดาวเมื่อได้สติก็รีบก้าวเตรียมจะวิ่งไปหาพี่ชายแปลกหน้าเพื่อคืนเงิน แต่เท้าเล็กกลับบังเอิญเหยียบอะไรบางอย่างเข้าทำให้เด็กสาวชะงักไป ก่อนที่จะยกเท้าขึ้นแล้วก้มลงหยิบสร้อยสีเงินที่มีบางอย่างคล้องอยู่ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่พอมองไปทางรถคันหรูของพี่ชายสุดหล่อกลับพบเพียงความว่างเปล่า

นับดาวมองสร้อยในมือที่เธอเก็บได้ซึ่งเธอเดาว่าน่าจะเป็นของพี่ชายคนนั้นที่ทำหล่นเอาไว้อย่างแน่นอน รอยยิ้มไร้เดียงสาเผยออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะรีบเก็บสร้อยใส่ไว้ในกระเป๋าผ้าใบเก่าที่เปียกโชกพร้อมกับแบงก์พันที่พี่ชายใจดีช่วยอุดหนุนขนมของเธอ

“ขอบคุณนะคะพี่ชาย”

เสียงหวานพึมพำขอบคุณเขาถึงแม้ว่าพี่ชายคนนั้นจะไม่อยู่ตรงนี้เพื่อฟังคำขอบคุณของเธอแล้วก็ตาม ความประทับใจในตัวของพี่ชายใจดีคนนั้นนับดาวจะจดจำไว้ตลอดไป หากมีวาสนาหรือโอกาสขอให้เธอได้พบกับพี่ชายคนนั้นเพื่อตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ด้วยเถิด นับดาวยิ้มหวานอย่างมีความสุขไปตลอดทางที่เดินกลับบ้านเด็กกำพร้าปรานีบ้านที่เธออาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิด

นับดาวเติบโตมาที่บ้านเด็กกำพร้าโดยที่เธอก็ไม่รู้ว่าใครคือพ่อแม่ที่แท้จริง เพราะพวกท่านนำเธอมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านเด็กกำพร้าในวันที่ท้องฟ้ามืดมิด แต่กลับมองเห็นดวงดาวมากมายที่ส่องเป็นประกาย แม่ปรานีที่มาเห็นเธอเข้าจึงรับเลี้ยงและตั้งชื่อให้เธอว่า นับดาว นภาดา แปลว่าดวงดาวบนท้องฟ้าที่สดใส ซึ่งตัวเธอนั้นชื่นชอบชื่อนี้ของตัวเองมาก

เรื่องราวในวันนี้ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอความใจดีจากคนแปลกหน้าที่เธอได้รับจะเป็นความสุขที่อยู่ในหัวใจของเธอตลอดไป

ใบหน้าหล่อเหลาที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ รอยยิ้มกว้างที่เธอประทับใจไม่รู้ลืมพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงราวกับว่ากำลังตกหลุมรักเข้าโดยไม่รู้ตัว

แกรก

แอด

เสียงเปิดประตูบ้านไม้หลังเก่าที่ดังขึ้นเรียกความสนใจให้ปรานีที่กำลังเย็บซ่อมแซมชุดของเด็ก ๆ ในบ้านอยู่เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงก่อนที่จะรีบวางเสื้อในมือลงแล้วเดินมาแย่งตะกร้าขนมในมือของนับดาวเอาไปวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับรีบเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมทรงนักเรียนมัธยมของเด็กสาวที่เปียกลู่แนบใบหูด้วยความเป็นห่วง

“ทำไมไม่รอให้ฝนหยุดตกแล้วค่อยมาล่ะลูก ดูสิเปียกโชกไปทั้งตัวเดี๋ยวพรุ่งนี้เกิดเป็นหวัดขึ้นมาก็ไปโรงเรียนไม่ได้กันพอดี”

น้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใยเอ็ดนับดาวเบา ๆ ก่อนที่สาวน้อยจะยิ้มกว้างออกมาอย่างเอาใจแม่ปรานีที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กคนที่เธอเรียกว่าแม่อย่างรู้สึกภาคภูมิใจในตัวท่านที่ทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเธอกับเด็กหลาย ๆ คนที่อยู่ในบ้าน

แต่ตอนนี้มีเพียงเธอกับอ้อมใจและเอื้ออารีเท่านั้น เด็กสาวสองคนที่ขออยู่ที่บ้านนี้ต่อกับแม่ปรานี เพราะไม่อยากไปอยู่กับครอบครัวใหม่ที่พวกเธอไม่คุ้นเคย ซึ่งนับดาวก็เช่นกันที่ขออยู่ทำงานช่วยแม่ปรานีเพื่อหาเลี้ยงน้อง ๆ ทั้งสองคนที่กำลังอยู่ในวัยมัธยมเฉกเช่นเดียวกับเธอที่ตอนนี้กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

“ไปได้เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะแม่ เพราะนับดาวคนนี้แข็งแรงอยู่แล้วไม่ป่วยง่าย ๆ หรอก”

นับดาวย่นจมูกใส่ปรานีอย่างน่ารักทำเอาคนเป็นแม่อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกี่ยวผมที่ลงมาปรกใบหน้าสวยหวานไปทัดที่ใบหูให้อย่างอ่อนโยน เด็กคนนี้คือของขวัญที่แสนพิเศษและล้ำค่าสำหรับเธอ เด็กสาวที่มาพร้อมกับความสดใสและความร่าเริงที่ทำให้เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อต่อสู้กับโลกที่แสนกว้างใหญ่ใบนี้

“รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมากินข้าวเย็นได้แล้ว วันนี้มีแกงส้มของโปรดหนูด้วยนะ”

ปรานีเอ่ยบอกเด็กสาวที่กำลังตาโตด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยความดีใจแล้วตั้งท่าจะวิ่งขึ้นไปชั้นบนของบ้าน แต่พอวิ่งไปได้เพียงสามเก้าก็พลันชะงักเท้า และหันกลับมาเปิดกระเป๋าผ้าหยิบแบงก์พันออกมายื่นให้ปรานีที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจที่นับดาวยื่นเงินที่มากกว่าค่าขนมที่เธอทำให้นับดาวไปขายเสียอีก

“พอดีมีพี่ชายใจดีช่วยอุดหนุนขนมที่เปียกและหล่นลงพื้นน่ะค่ะแม่ พี่เขาบอกให้นับดาวเอาขนมที่ยังกินได้มาแจกให้เพื่อนบ้าน”

นับดาวบอกปรานีที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนที่จะยัดเงินใส่มือมารดาแล้วรีบวิ่งขึ้นชั้นบนไปทันทีเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาทานมื้อเย็น ที่ถึงแม้ว่าแกงส้มของแม่ปรานีจะมีแค่ดอกแคไร้ซึ่งกุ้งตัวโต ๆ แต่เธอก็มีความสุขแล้วกับอาหารทุกมื้อที่คุณแม่ทำให้กินและทุกช่วงเวลาที่ได้เติบโตขึ้นมาภายใต้ชายคาบ้านเด็กกำพร้าปรานีแห่งนี้

คืนนั้นนับดาวนอนหลับไปพร้อม ๆ กับสร้อยที่คล้องด้วยเฟืองที่มีชื่อสลักเอาไว้ว่า KHAOTHUP รอยยิ้มหวานประดับอยู่บนใบหน้าดวงตากลมโตบัดนี้หลับตาพริ้มอย่างมีความสุขไปกับฝันดีฝันที่มีพี่ชายแปลกหน้าอยู่ในความฝัน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แค้นรักทาสสวาท
9.7
เมื่อพ่อนำตัวนับดาว หญิงสาวผู้ทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนเป็นเหตุให้แม่ต้องจบชีวิตลง สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียผู้แสนเย็นชาจึงเต็มไปด้วยไฟแค้น เขามองว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังรวยทางลัด และไม่ว่าเธอจะพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเขามากแค่ไหน สิ่งที่ได้รับกลับไปมีเพียงความเกลียดชังอันลึกล้ำ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องตกมาอยู่ใต้การปกครองของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาเฟียหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะเริ่มบทลงโทษอันแสนเร่าร้อน เพื่อสั่งสอนให้เธอได้ชดใช้และลิ้มรสความเจ็บปวดอย่างสาสมกับที่ครอบครัวของเขาเคยเผชิญ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์ราคี
8.3
มัสลินต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่เมื่อเธอถูกชายแปลกหน้าลักพาตัวไปย่ำยีศักดิ์ศรีจนตั้งครรภ์ ท่ามกลางความสับสนและบอบช้ำ เธอพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมตนเองต้องเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้ายเช่นนี้ จนกระทั่งได้พบความจริงอันน่าเจ็บปวดว่าเธอเป็นเพียงเหยื่อในเกมชำระแค้น เพราะเธอคือเจ้าสาวของภานุ ชายผู้ก่อคดีทำร้ายพี่ชายของลักพาตัวเธอจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ความแค้นที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อถูกส่งต่อมาทำลายชีวิตเธอจนพังทลาย เมื่อเขาจงใจใช้เธอเป็นเครื่องมือระบายความเกลียดชังเพื่อแก้แค้นศัตรูให้สาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง มนตราจอมพยศ
9.2
เพื่อหลีกหนีจากสถานการณ์ชวนใจสั่น ดาราเนตรพยายามทำเป็นลืมคำขอที่เคยรับปากปรมัตถ์ไว้ ทว่าชายหนุ่มสุดเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อยผ่าน เขาใช้โอกาสนี้เข้ามาทวงสัญญาพร้อมยื่นบทลงโทษอันแสนเร่าร้อน โดยให้เธอเลือกระหว่างรอยจูบหรือการถูกเขากลืนกินไปทั้งตัว หญิงสาวจึงต้องงัดไหวพริบและเสน่ห์เย้ายวนมาใช้ต่อรองเวลาเพื่อเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือจอมพยศ แม้ดูเหมือนเธอจะเป็นฝ่ายควบคุมเกมในข้อตกลงนี้ แต่แท้จริงแล้วปรมัตถ์ได้ซ่อนแผนการร้ายบางอย่างเอาไว้ เพื่อรอเวลาที่จะกำราบเธอให้อยู่หมัดอย่างราบคาบในวันพรุ่งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวลวงสวาท
7.9
หญิงสาวผู้อาภัพซึ่งขาดความอบอุ่นจากครอบครัวตกอยู่ในวิกฤตชีวิตครั้งสำคัญ เมื่อเธอถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับชายคราวปู่เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ทว่าโชคชะตาพัดพาให้เธอได้มาพบรักและแต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้แสนดีที่พร้อมจะดูแลและมอบความรักให้เธออย่างแท้จริง แต่ทว่าในระหว่างที่ชีวิตคู่กำลังดำเนินไปด้วยความราบรื่นและความสุข ความลับอันดำมืดที่ถูกซ่อนเร้นในอดีตกลับค่อยๆ เผยตัวออกมา นำพาเธอไปสู่การค้นพบความจริงเบื้องหลังชีวิตของตนเองที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักCEO
8.2
จุดเริ่มต้นจากภาพถ่ายเพียงใบเดียว ชักนำให้ซีอีโอหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือยอมทำทุกอย่างเพื่อคว้าหัวใจพยาบาลสาวมาครอบครอง จนเกิดเป็นความรักอันแสนหวานที่ทั้งสองมีให้แก่กัน ทว่าในตอนที่ความสัมพันธ์กำลังดำเนินไปด้วยดี อดีตคนรักของเขากลับย้อนคืนมาพร้อมกับเด็กหญิงคนหนึ่งที่เรียกเขาว่าพ่ออย่างสนิทปาก เรื่องราวไม่คาดฝันนี้กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่เข้ามาสั่นคลอนความเชื่อใจ และทำลายภาพอนาคตอันงดงามที่เขาเคยร่วมวาดไว้กับเธอจนหมดสิ้น