APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

มันเป็นเพียงรุ่งเช้าของวันหนึ่ง ประตูลานบ้านใหญ่ตระกูลหยางที่ทางเข้าหมู่บ้านก็เปิดออกและปิดอย่างรวดเร็ว หวังซื่อถือตะกร้าในมือ มองไปทางซ้ายทีขวาที เมื่อเห็นว่าไม่มีใครบนถนน จากนั้นจึงรีบเดินไปทางฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน ฉินซื่อแม่ของหวังฉู่หรานเพิ่งลุกขึ้นและกำลังจะไปที่กระท่อมเพื่อปลดทุกข์ เมื่อเห็นหวังซื่อเดินผ่านประตูบ้านไป ฉินซื่อก็เปิดประตูและไล่ตามหวังซื่อไปทันที

“นี่ ภรรยาของหยางเอ้อร์ ข้าได้ยินว่าหยางจื้อซีตกจากภูเขาและกลายเป็นคนโง่ เป็นเรื่องจริงหรือไม่” จู่ ๆ ฉินซื่อก็ถามขึ้นทางด้านหลังทำเอาหวังซื่อตกใจแทบตาย หวังซื่อหันกลับมามองและหันกลับไปทันที ด้วยกลัวว่าฉินซื่อจะตามตอแยไม่เลิกรา หวังซื่อทำได้เพียงแค่หันไปตอบด้วยความไม่พอใจ

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ฉินซื่ออย่าได้สนใจเลย ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องไร้สาระเท่านั้น ข้าขอตัวก่อน”

“เหอะ กลายเป็นคนโง่ก็แค่ยอมรับว่ากลายเป็นคนโง่สิ จะกลัวอะไรนักหนา มีอันใดต้องปิดบังกัน” ฉินซื่อถุยน้ำลายลงพื้นจากนั้นก็หันหลังกลับบ้านไปทันที

เสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้ทำให้หยางจื้อซีลืมตาขึ้นมาทันที มองดูกระท่อมที่ผุพังและทรุดโทรมแล้วหันศีรษะไปมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เห็นเด็กทั้งสองคนที่กำลังหลับอยู่นางก็ลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ เมื่อตอนที่ถูกเพื่อนสนิทฆ่านั้น หยางจื้อซีคิดว่าตัวเองจะต้องตกตายไปแล้ว

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าตัวเองจะเดินทางข้ามเวลามาในโลกอันห่างไกลและล้าหลังเช่นนี้ การได้รับโอกาสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งมันก็ดีอยู่หรอก เพียงแต่ว่าสภาพร่างกายแบบนี้ กระท่อมผุพังเช่นนี้ เกรงว่าหากเป็นคนธรรมดาก็คงจะลำบากไม่น้อย หยางจื้อซีได้แต่ยืนนิ่งมองหลังคาที่ไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาเมื่อใดอย่างโง่งม

ที่แห่งนี้เรียกว่าแคว้นต้าเซี่ย และหยางจื้อซีอาศัยอยู่ในหมู่บ้านป่าหมอก อำเภอหยุนหมิง เมืองหยางโจวที่อยู่ทางเหนือของแคว้น เดิมทีหวังซื่อคิดว่าฉินซื่อกลับไปแล้ว แต่ทว่านางประเมินความอยากรู้อยากเห็นของฉินซื่อต่ำไป เมื่อหันกลับมาอีกทีก็พบว่าฉินซื่อนั้นได้เดินตามหลังตัวเองมาอีกครั้ง

“นี่หวังซื่อ เจ้าจะบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรเช่นนั้นรึ มีใครบ้างที่ไม่เห็นว่าหยางจื้อซีที่มีเลือดออกตามตัวขนาดนั้น เลือดที่เลอะเสื้อผ้าของนางเจ้าจะบอกว่าไม่ใช่เลือดของนางรึ เจ้าคิดว่าผู้ใดโง่กัน ครอบครัวของหยางซานหลางถูกพ่อแม่สามีของเจ้าตัดขาดแล้วเพราะเขาแต่งงานกับคนที่แม่สามีเจ้าไม่ชอบขี้หน้า หากว่าแม่สามีของเจ้าจับได้ว่าเจ้านำของมาให้บ้านหยางซานหลาง เจ้าว่าแม่สามีของเจ้าจะมีสีหน้าเช่นไร ดีไม่ดี อาจจะไล่พวกเจ้าออกมาอีกครอบครัวก็เป็นได้”

“ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้วทุกอย่าง เจ้าจะถามข้าไปเพื่ออันใดกัน ข้าว่าเจ้าเองก็ยุ่งเรื่องของคนอื่นให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะฉินซื่อ”

“ข้าก็แค่อยากไปดูจื้อซีเท่านั้นเอง เจ้าดูสิหลานสาวของเจ้าอายุสิบสามแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่จะคุยเรื่องแต่งงานในอนาคตหากว่านางกลายเป็นคนโง่ เจ้าคิดว่าจะมีผู้ใดอยากแต่งภรรยาโง่งมเข้าบ้านกัน เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ บังเอิญว่าข้ามีหลานชายที่เป็นญาติฝั่งบ้านแม่ของข้าคนหนึ่งที่ยังไม่ได้แต่งงาน เจ้าว่า...”

ยังไม่ทันที่ฉินซื่อจะได้พูดจบ หวังซื่ออดรนทนฟังไม่ได้ก็รีบสาวเท้าเดินหนีออกมาทันที หากจะให้นางรั้งยืนอยู่นางก็ทนไม่ไหวกับความหน้าด้านหน้าทนของฉินซื่อ เดิมทีฉินซื่อคนนี้มักทำตัวน่ารังเกียจเช่นนี้อยู่เสมอ มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าญาติฝั่งแม่ของนางมีนิสัยเช่นไร นอกจากจะเป็นพวกขี้เกียจไม่เอาไหนแล้วยังเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อยอีกด้วย ผู้ใดจะยอมให้ลูกสาวไปแต่งงานกับคนแบบนั้นกัน

“นี่ฉินซื่อ แม้ว่าจื้อซีของเราจะโง่เขลาขึ้นมาจริง ๆ บิดามารดาของนางคงไม่ยอมให้ลูกสาวออกเรือนไปกับพวกขี้เกียจ ไม่ทำงานอันใดนอกจากลักเล็กขโมยน้อยไปวัน ๆ บิดามารดาของนางย่อมต้องเก็บนางเอาไว้ในบ้านดีกว่าที่จะผลักลูกสาวเข้ากองไฟเช่นนั้น” หวังซื่อพูดออกมาด้วยความโมโห

“หวังซื่อ ข้าก็แค่แนะนำด้วยความหวังดี ไม่เห็นจะต้องพูดจาเช่นนี้กับข้าเลยนี่”

“หากมันดีจริงอย่างที่เจ้าว่า เหตุใดเจ้าไม่ให้แต่งกับลูกสาวของเจ้าเสียเองล่ะ ลูกสาวของเจ้าเองก็มีอายุที่ต้องคุยเรื่องหมั้นหมายแล้วนี่ ความหวังดีของเจ้าข้าไม่กล้ารับเลยจริง ๆ”

“นี่ เจ้าบอกข้าหน่อยสิ ในตะกร้าของเจ้ามีอันใดอยู่บ้าง มีแป้งขาวใช่หรือไม่ หรือมีเนื้ออยู่ หากแม่สามีของเจ้ารู้ว่าเจ้านำอาหารมาให้บ้านซานหลางจะเกิดอันใดขึ้น คงได้เป็นเรื่องใหญ่แน่” ฉินซื่อยังไม่เลิกรา

ผู้คนในชนบทตื่นแต่เช้าและออกมาดูความสนุก หวังซื่อยืนนิ่งทันที ความโกรธของนางเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมหัวและหันกลับมาจ้องมองไปที่ฉินซื่อที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านและชอบนินทา ตอนนี้หวังซื่ออยากจะถลกหนังหัวของฉินซื่อออกมาเสียจริง ๆ

แม้ว่าหยางจื้อซีจะไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับความคับข้องใจและความขัดแย้งของสมาชิกในครอบครัวที่สามของตระกูลหยางกับบ้านใหญ่หยาง แต่นางก็ไม่อยากทำให้หวังซื่อผู้ใจดีต้องอับอายและโมโห หยางจื้อซีเดินออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อพบและโบกมือให้หวังซื่อจากระยะไกลแล้วตะโกนว่า “ป้าสะใภ้รอง โปรดกลับไปเถอะเจ้าค่ะ”

“จื้อซี เจ้าจดจำป้าได้หรือไม่” หวังซื่อมีความสุขในตอนแรกและจากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้า เอ้อร์หลางสามีของนางต้องการให้นางนำไข่มามอบให้กับหลานสาว แต่ในทางกลับกันมันจะทำให้ครอบครัวของจื้่อซีได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน แม่สามีไม่ชอบน้องสะใภ้สาม ดังนั้นนางทำได้เพียงถามจื้อซีถึงอาการบาดเจ็บเท่านั้น

“วันนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวอยู่หรือไม่ ?”

“ป้าสะใภ้รอง ข้าสบายดีเจ้าค่ะ ขอบคุณป้าสะใภ้รองเจ้าค่ะ ป้าสะใภ้รองไม่ต้องเป็นห่วง กลับไปเถอะเจ้าค่ะ หากว่าท่านย่ารู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้”

หวังซื่อมองดูหลานสาวคนโตของนางที่อายุสิบสามแล้วแต่ไม่สูงเท่ากับลูกสาวของนางที่มีอายุเพียงสิบเอ็ดปี หวังซื่อรู้สึกเศร้ามากจึงพยักหน้าและจากไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่หวังซื่อจากไป ฉินซื่อก็กลอกตาแล้วเดินไปหาหยางจื้อซีด้วยรอยยิ้ม

“จื้อซี ตอนนี้เจ้าก็อายุสิบสามแล้วนะ ป้า...”

“หุบปากของเจ้าเสียดีกว่านะ” หยางจื้อซีขัดจังหวะอย่างเย็นชา จากนั้นก็พูดต่อไปว่า

“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้อะไรเลย ถ้าคนขี้เกียจฉินเก่งขนาดนั้น เหตุใดไม่ให้เขาแต่งงานกับลูกสาวของเจ้าเสียล่ะ สิ่งดี ๆ ที่เจ้าเก็บไว้ก็จะไม่ตกเป็นของคนอื่น ไม่ดีหรือ แบบนี้ข้าว่ามันดีมากเลยนะ”

บริเวณใกล้เคียงก็มีคนเริ่มออกมาดูความสนุกสนานหลังจากได้ยินหยางจื้อซีพูด ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและบางคนถึงกับพูดตลกเสียงดังว่า

“นี่ฉินซื่อ จื้อซีพูดถูกแล้ว ถ้าหลานชายของเจ้าเก่งขนาดนั้นทำไมเจ้าไม่ให้หวังฉู่หรานลูกสาวของเจ้าแต่งเองเสียล่ะ อีกอย่างหากหลานชายของเจ้าดีจริงเหตุใดถึงยังไม่แต่งงานจนถึงตอนนี้เล่า ?”

ฉินซื่อรู้สึกอับอายหลังจากที่ทุกคนหัวเราะเยาะ นางจ้องหยางจื้อซีอย่างดุเดือดแล้วหันหลังกลับและวิ่งหนีไปด้วยความโมโห หยางจื้อซีหันหลังกลับเข้าบ้าน ก็พบว่าน้องชายและน้องสาวตื่นกันหมดแล้ว

“พี่สาว เหตุใดไม่รอข้า ท่านไม่รักข้าแล้วใช่หรือไม่” หยางเจวี๋ยวัยห้าขวบเป็นเด็กที่ได้รับการดูแลดีที่สุดในครอบครัวนี้ เขามีใบหน้ากลม ตาโต และวิธีที่เขามองนางด้วย คิ้วเล็ก ๆ ของเขาขมวดและเอียงศีรษะซึ่งมัน...น่ารักมาก

“ไม่ใช่ว่าเพราะพี่สาวอยากให้เจ้านอนมากหน่อยหรือ” หยางจื้อซียิ้มและตบหัวเล็ก ๆ ของเขา จากนั้นหันไปถามหยางอันวัยเก้าขวบว่า “ฉินซื่อคือใคร”

“ฉินซื่อเป็นแม่ของหวังฉู่หราน” เมื่อเห็นพี่สาวขมวดคิ้วหยางอันจึงอธิบายว่า

“หวังฉู่หรานเป็นหญิงปากร้ายในหมู่บ้าน และหวังเฉินเซิงน้องชายนางเขาก็เป็นคนอันธพาลที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านของเรา เพราะครอบครัวของเขาเป็นพวกร้ายกาจและขี้โกง พวกเขากล้าแม้กระทั่งต่อสู้กับหัวหน้าหมู่บ้าน ครอบครัวของพวกเขามีสมาชิกในครอบครัวเยอะมากและหาดีไม่ได้เลย ล้วนแล้วแต่เป็นพวกร้ายกาจกันทั้งนั้น ดังนั้นผู้คนในหมู่บ้านจึงไม่กล้ายุ่งกับพวกเขา”

หยางจื้อซีพยักหน้าแล้วหันหลังกลับและเข้าไปในครัว นางได้เห็นความยากจนของครอบครัวนี้แล้วเมื่อตอนมาถึงเมื่อวานนี้ หลิวซื่อแม่ของร่างเดิมซึ่งควรจะเป็นคนเลี้ยงดูครอบครัว ตอนนี้ป่วยหนักนอนอยู่บนเตียง หยางซานหลางพ่อของร่างเดิมต้องทำงานข้างนอกเป็นเวลาหลายปีเพื่อหาเงินในเข้าบ้าน

ภาระของครอบครัวตกอยู่กับหยางจื้อซีและหยางซานหลาง แม้ว่าหยางจื้อซีจะเป็นเพียงเด็กวัยสิบสามปี ในโลกโบราณแห่งนี้เด็กหญิงวัยสิบสามปีเริ่มคุยเรื่องแต่งงานและหาบ้านเจ้าบ่าวแล้ว แต่สำหรับหยางจื้อซีแม้ว่าจะอายุสิบสามแล้วแต่ยังไม่ได้คุยเรื่องงานแต่งงานเพราะครอบครัวที่ยากจนและมีแม่ป่วยนอนติดเตียง มีน้องสาวน้องชายที่อายุน้อย

ส่วนหยางซานหลางออกไปทำงานหาเงินนอกบ้าน ทำให้เรื่องแต่งงานของนางต้องปล่อยผ่านไปก่อน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเมื่อหยางจื้อซีคนใหม่มาถึง และนางไม่คิดว่าการแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยเป็นเรื่องที่ควรทำ นางตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แต่งงานในเร็ว ๆ นี้แน่นอน

“น้องรอง เจ้าไปทำโจ๊กให้ท่านแม่ ข้าจะออกไปตักน้ำ”

“เจ้าค่ะพี่หญิงใหญ่” หยางอันรับคำ

“พี่สาว ข้าเองก็อยากไปด้วย ให้ข้าไปตักน้ำที่ลำธารด้วยได้หรือไม่ขอรับ” หยางเจวี๋ย

“น้องชาย เจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ดีหรือไม่ เดี๋ยวพี่สาวกลับมาแล้วจะทำของอร่อยให้เจ้ากิน”

“พี่สาวไม่หลอกข้านะ มีของอร่อยจริง ๆ นะขอรับ”

“ย่อมต้องมีสิ พี่สาวเคยหลอกลวงเจ้าหรือไม่”

“ไม่เคยขอรับ”

“เช่นนั้นก็ไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ เข้าใจหรือไม่”

“ขอรับ ข้าจะไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่เดี๋ยวนี้”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยบาปสวาท
8.9
รอยแผลในวัยเด็กทำให้ ธรรวา ฝังใจเกลียดชังผู้หญิงคนหนึ่ง และความแค้นนั้นลุกลามไปทั่วจน ดลยา ผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องพลอยตกเป็นเหยื่อ เธอถูกบังคับให้เป็น 'เบี้ยล่าง' ถูกบุตรชายเจ้าของบ้านข่มเหงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เคราะห์กรรมยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะผลพวงจากความสัมพันธ์บนข้อตกลง กลับก่อให้เกิดสายใยบางอย่างผูกมัด... เมื่อผู้ชายที่เคยขีดค่าหล่อนไว้เพียงคำว่า 'เกลียด' ต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกสองทาง ระหว่างเขี่ยเธอทิ้งไปด้วยความสะใจ หรือเก็บเธอไว้ข้างกายเพื่อรสเสน่หาระเรื่อ
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญาพราย
9.2
กบินทร์ต้องเผชิญวิบากกรรมไร้คู่แท้ในชาตินี้ เพราะแรงพันธนาการจากคำสาบานในอดีตชาติที่ยังคงตามหลอกหลอนอย่างไม่ลดละ เมื่อวิญญาณลึกลับผู้ยึดมั่นในสัญญาคอยขัดขวางเส้นทางรักของเขา จนก่อให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมระทึกขวัญที่คร่าชีวิตและดวงวิญญาณผู้คนไปมากมาย ทว่าเมื่อปรัศนีหญิงสาวผู้มีใจรักมั่นคงต่อเขาได้ล่วงรู้ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ เธอจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อหาทางปลดแอกกบินทร์ให้พ้นจากบ่วงกรรมอันตรายและสัญญาพรายนี้ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
ภาพปกนิยายเรื่อง ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
8.1
ผีสาวในสภาพตัวเปียกปอนยังคงวนเวียนติดตามอดีตคนรักด้วยความสับสนในใจ เนื่องจากเธอสูญเสียความทรงจำและไม่รู้ว่าจุดจบของชีวิตตนเองนั้นเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรมอันแสนโหดร้ายกันแน่ ท่ามกลางเบาะแสอันเลือนราง มีเพียงแฟนคนปัจจุบันของเขาเท่านั้นที่กุมความลับและเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดเผยความจริงทั้งหมด แม้ว่าเธอจะรู้สึกเคียดแค้นและชิงชังผู้หญิงคนนี้อย่างสุดซึ้ง แต่เธอกลับไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมร่วมมือกับศัตรูหัวใจเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังการตายที่เป็นปริศนาของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง  มายาปฏิพัทธ์
8.8
เมื่อหญิงสาวฟื้นจากความตายในร่างของหญิงสาวพราวเสน่ห์คนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก ชีวิตใหม่ที่ควรจะเริ่มต้นอีกครั้งกลับกลายเป็นฝันร้าย เพราะวิญญาณเจ้าของร่างเดิมไม่ยอมไปไหนและยังคอยตามรังควานอย่างอาฆาตเพื่อชิงร่างคืน นอกจากภัยเงียบจากผีร้ายแล้ว เธอยังต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดจากสามีของเจ้าของร่างที่นอกใจและทำตัวย่ำแย่ใส่ตลอดเวลา ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและแรงแค้นที่คืบคลานเข้ามา เธอจะหาทางรอดพ้นจากบ่วงรักสามเส้าที่เต็มไปด้วยความสยองขวัญครั้งนี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ุ6/9 ห้องเช่ายวงสวาท
9.7
เบื้องหลังภาพลักษณ์อันแสนอารีของยวงสวาท เจ้าของห้องเช่าชื่อดัง กลับซ่อนเร้นความสยองขวัญที่ยากจะคาดเดา เมื่อการเข้าพักที่นี่ไม่ได้จ่ายด้วยเงินตราเสมอไป สำหรับผู้เช่าที่ไร้ทางออกและกำลังเผชิญความขัดสน หญิงสาวผู้กระหายความรักอย่างบ้าคลั่งรายนี้พร้อมยื่นข้อเสนอสุดสะพรึง โดยแลกเปลี่ยนที่พักอาศัยกับหัวใจสดๆ ของพวกเขาเพื่อเป็นเครื่องสังเวยแทนค่าเช่า เรื่องราวความรักแสนบิดเบี้ยวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดภายในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ไม่ให้ใครได้รับอนุญาตให้ใครล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทชู้ซาตาน
8.8
กาย ชายหนุ่มที่ไร้ศรัทธาในความรัก กลับพบความสุขจากเสียงครวญครางและความเจ็บปวดของผู้อื่น เขาเป็นดั่งซาตานที่กุมหัวใจของมารียันไว้ แต่ทว่า ความหนาวเย็นในดวงตากลับเริ่มสั่นคลอนเมื่อเธอปรากฏกาย มารียัน สาวน้อยที่หลงติดกับดักของวาทศิลป์ผู้ใหญ่ กลายเป็นทาสและชู้ลับของน้าเขยตัวเอง ทุกคืนของบทรักต้องห้ามนำพาน้ำตาของเธอ และกลายเป็นยาเสพติดที่ไม่อาจเลี่ยงได้ เมื่อหัวใจของซาตานเริ่มมีร่องรอยความรัก ทาสสาวจะทำอย่างไรให้ปีศาจตัวนี้ตอบแทนด้วยความรักที่เธอเฝ้าปรารถนา?