APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

โอกาสที่สองในชีวิตของหลินจิงซูเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอได้ย้อนเวลากลับไปในปี 1990 หลังเคยเผชิญกับความล้มเหลวเพราะครอบครัวที่เห็นแก่ตัว ครั้งนี้เธอจึงใช้ความรู้จากอนาคตเป็นอาวุธในการจับโอกาสทางธุรกิจเพื่อสร้างความมั่งคั่ง จนสามารถก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้ทรงอิทธิพลในวงการ ทว่าเป้าหมายของเธอไม่ได้มีเพียงแค่ความร่ำรวยและการเป็นผู้คุมเกมในสมรภูมิการค้าเท่านั้น แต่เธอยังตั้งใจที่จะล้างแค้นและบดขยี้ทุกคนที่เคยทำร้ายเธอในอดีตให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2  เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (2)

หลินจิงซูรู้สึกได้เลย เลือดลมในกายเธอกำลังเดือดพล่านไปหมด ทันทีที่ได้ยินเสียงของคนทั้งสองดังขึ้น นี่จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากอู๋ซิ่วเหลียนป้ารองของเธอ ส่วนอีกคนก็คือย่าอู๋ คุณย่าของเธอนั่นเอง!

ในชีวิตก่อนหน้า ตัวตั้งตัวตีหลักคือป้ารองที่ชี้หน้าใส่ร้ายว่า แม่ของเธอแอบมีสัมพันธ์สวาทกับผู้ชายคนอื่น ทันทีที่แจ้งเรื่องนี้ให้ย่าอู๋รู้เท่านั้น ทั้งคู่ก็ ‘บังเอิญ’ มาพบเจอกับภาพฉากนี้เข้าอย่างเหลือเชื่อ

ทั้งสองมาถึงจุดเกิดเหตุพร้อมกับเสียงโวยวายลั่น ชักนำเพื่อนบ้านกลุ่มใหญ่ให้ต้องออกมามุงดูอย่างสนอกสนใจ บ้างก็บอกจะช่วยตระกูลหลินจับชู้และเอาผิดผู้หญิงไม่รักดี เห็นถึงความกระตือรือร้นของคนเหล่านี้ อู๋ซิ่วเหลียนก็ได้แต่แอบกระหยิ่มยิ้มกับตัวเองอย่างพึงพอใจ

ถ้าทุกคนได้เห็นมันจะน่าสนุกมากขนาดไหน!

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า เธอต้องการเล่นงานติงเสวี่ยเหม่ยถึงตาย!

ชื่อเสียงและหน้าตาสำหรับผู้หญิงยุคนี้นั้นสำคัญขนาดไหน ใครบ้างจะไม่รู้?

พูดง่ายๆก็คือ การฉีกหน้าทำลายชื่อเสียงของใครสักคนนั้น ไม่ต่างอะไรกับการฆ่ากันให้ตายทั้งเป็น!

ย่าอู๋เดินปรี่เข้ามาพร้อมกับเสียงก่นด่าสาปแช่งที่ดังมาแต่ไกล จ้องมองเข้าไปด้านในก็พบหลินจิงซูกำลังยืนอยู่อยู่ข้างกายติงเสวี่ยเหม่ย อีกทั้งยังมีแอ่งเลือดสีแดงฉานกองโตเจิ่งนองอยู่บนพื้นด้วย

“ชายชู้ของแกอยู่ที่ไหน?”

คำแรกที่ย่าอู๋พ่นออกมาจากปากคือเสียงตะคอกถามอย่างไม่ไยดี

อู๋ซิ่วเหลียนเดินตามมาติดๆ แต่ทันทีที่เห็นว่าติงเสวี่ยเหม่ยยังไม่ถูกข่มขืนก็ถึงกับประหลาดใจอย่างมาก เกิดคำถามมากมายผุดขึ้นภายในใจอย่างต่อเนื่อง ทำไมติงเสวี่ยวเหม่ยยังยืนเฉยอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ? ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ไม่ใช่เหรอ? อย่างน้อยเธอก็ไม่ควรมีสภาพที่ดูเรียบร้อยได้ขนาดนี้นี่นา? มีแต่คอเสื้อเท่านั้นที่ถูกฉีกจนขาดวิ่นประมาณหนึ่ง แต่ส่วนอื่นๆทั่วร่างกายของเธอกลับดูเป็นปกติดี

แต่ถึงอย่างนั้น อู่ซิ่วเหลียนก็ไม่มีเวลามานั่งคิดอะไร และรีบหันไปพูดกับย่าอู๋ว่า

“แม่คะ ฉันคิดว่าชายชู้น่าจะหนีไปแล้วล่ะค่ะ คงเพราะได้ยินเสียงเราเมื่อกี้!”

ติงเสวี่ยเหม่ยผู้มีอารมณ์อ่อนไหวเป็นทุนเดิม เผชิญพบกับเหตุการณ์ย่ำแย่ยังไม่พอ แต่ยังถูกรุมใส่ความเสียหายเช่นนี้อีก ท้ายที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวจนถึงกับต้องหลั่งน้ำตาออกมา

หลินจิงซูตบเท้าขึ้นเผชิญหน้า ตอบโต้ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยว

“ป้ารอง ในปากเลี้ยงสุนัขไว้กี่ตัวเหรอคะ? ถึงได้กล่าวหาแม่หนูว่ามีชู้? เมื่อครู่แม่เกือบจะถูกโจรปล้นทรัพย์ฆ่าทิ้ง กองเลือดก็อยู่ตรงหน้า แทบจะทิ่มตาบอดอยู่แล้ว!”

“ฉันไม่เชื่อ! ก็เห็นอยู่ว่าเธอกำลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งอยู่กับชู้… ฉัน…”

อู๋ซิ่วเหลียนไม่สามารถแถไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ท้ายที่สุด จึงต้องงัดไม้เด็ดบีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้ หันไปพูดเสียงอ่อนเสียงอ้อนกับย่าอู๋ ดูแล้วช่างน่าสงสารยิ่งนัก

“แม่คะ! แม่ต้องทวงความเป็นธรรมให้ฉันนะคะ!”

ย่าอู๋เห็นอู๋ซิ่วเหลียนร้องไห้น้ำตาแตกพลั่กเช่นนั้นพลันรู้สึกปวดใจ เธอชี้หน้าด่าหลินจิงซูพร้อมพ่นคำหยาบสาปแช่งใส่ไม่หยุด

“นังเด็กไม่มีสัมมาคาราวะ! ใครสั่งใครสอนให้พูดจาน่ารังเกียจแบบนี้! เธอเป็นป้ารองของแกนะ อุตส่าห์ส่งไปร่ำไปเรียน มันเข้าสมองโง่ๆของแกบ้างมั้ย? ทุเรศสิ้นดี!”

อู๋ซิ่วเหลียนเป็นญาติห่างๆของย่าอู๋ ซึ่งเกิดในครอบครัวลำดับที่ห้าของตระกูลอู๋ ไม่นานหลังจากที่อู๋ซิ่วเหลียนแต่งงานออกเรือนไป สามีของเธอที่สุขภาพไม่สู้จะดีมาตั้งแต่เด็ก ก็ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยโรครุมเร้า ทำให้เธอต้องกลายมาเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวอย่างที่เห็น

ย่าอู๋มักจะให้ท้ายเห็นดีเห็นงามกับป้ารองอยู่เสมอ แต่กับติงเสวี่ยเหม่ยนั้น ย่าอู๋แทบจะปฏิบัติต่อเธอเหมือนไม่ใช่มนุษย์! ทั้งหมดเพราะป้ารองมีศักดิ์เป็นเครือญาติห่างๆ และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ หลังจากที่ติงเสวี่ยเหม่ยคลอดหลินจิงซูออกมา สภาพร่างกายของเธอก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก การจะตั้งครรภ์มีลูกคนที่สองในอนาคตจึงนับเป็นเรื่องที่ยากมากแล้ว

แม้ในปี 1990 นโยบายการเพิ่มสมาชิกครอบครัวจะเริ่มมีการคุมเข้มแล้วก็ตาม แต่ย่าอู๋ก็ยังอยากมีหลานชายและยิ่งมากก็ยิ่งดี แต่ทว่าน่าเสียดายนัก ที่ติงเสวี่ยเหม่ยกลับเป็นเพียงเพศเมียที่ตั้งครรภ์ไม่ได้อีกแล้ว!

หลินจิงซูตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ก็ป้ารองกล่าวหาแม่หนูเสียๆหายๆก่อนนี่คะ หลักฐานก็ไม่มี มีดีแต่ขี้ปาก! แล้วคนเป็นลูกอย่างหนูยังจะทนเงียบอยู่ได้ยังไง? ป้าผางที่อยู่ตรงนั้น ป้าว่าจริงมั้ยคะ? หนูขอถามกลับหน่อยเถอะ ถ้าป้าถูกคนใส่ร้ายว่ามีชู้กับชายอื่น แต่ลูกตัวเองกลับยืนเงียบเป็นเป่าสาก ปล่อยให้แม่ตัวเองถูกด่าอยู่แบบนั้น ป้าจะทนได้มั้ยคะ?”

ป้าผางที่จู่ๆก็ถูกลากเข้าไปเป็นหนึ่งในตัวละครครั้งนี้ ใบหน้าถึงกับเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ เอ่ยตอบเสียงอ่อนปนละอายใจว่า

“ไม่ได้แน่นอนจ้ะ ถ้าลูกสาวป้าไม่พูดอะไรเลยสักคำ ป้าคงหยิบไม้ขนไก่ขึ้นมาฟาดให้ตายไปข้างแน่”

เพื่อนบ้านคนอื่นๆต่างก็เริ่มพยักหน้าคล้อยตามเช่นกัน

“ก็ถูกของเธอ จิงซูน้อยไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ”

อู๋ซิ่วเหลียนเห็นว่าเพื่อนบ้านกลุ่มนี้เริ่มเปลี่ยนข้าง หันไปเห็นใจติงเสวี่ยเหม่ยและลูกสาวของมันแทน เธอก็รีบโพล่งแทรกขึ้นทันควัน

“แต่ฉันเห็นจริงๆนะ! พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยกำลังนัวเนียอยู่กับใครบางคน! ทั้งคู่กอดกันกลมแบบนั้น! ใครเห็นก็ต้องคิดเหมือนฉันทั้งนั้น!”

ได้ยินคำพูดประโยคนี้เข้า ย่าอู๋ก็ยิ่งเดือดดาลจัดจนเลือดขึ้นหน้า ตรงดิ่งเข้าไปหาติงเสวี่ยเหม่ยพร้อมชี้หน้าก่นด่าสาปแช่งด้วยความโกรธเกรี้ยว

“นังโสเภณี! พูดความจริงออกมาเดี๋ยวนี้! แกกับนังลูกสาวตัวดีวางแผนสมรู้ร่วมคิดกันใช่มั้ย!? ฉันจะบอกทุกคนให้หมด! แล้วจะฟ้องลูกชายฉันด้วย!!”

เวลานี้ ติงเสวี่ยเหม่ยยังไม่ฟื้นสติจากเหตุการณ์เขย่าขวัญเมื่อครู่ดีนัก เนื้อตัวของเธอยังคงสั่นเทาไปหมด

แผ่นหลังของหลินจิงซูเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ลำพังเพียงแค่คำพูดของเธอคงไม่มีทางช่วยให้แม่รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้แน่นอน คิดได้เช่นนั้น เธอจึงแอบขยิบตาให้ติงเสวี่ยเหม่ยโดยเร็ว ทางด้านติงเสวี่ยเหม่ยเองก็คล้ายจะเข้าใจถึงบางสิ่งบางอย่างได้เช่นกัน น้ำเสียงคำพูดของเธอจึงแปรเปลี่ยนดูมีพลังขึ้นในทันที

“ฉันถูกโจรผู้ชายปล้นค่ะ! มันชิงเงินเก็บที่ฉันเตรียมไว้ซื้อสร้อยทองให้ลูกสาวซิ่วเหลียนไปด้วย! ตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดีเหมือนกัน! ถ้าไม่มีเงินก้อนนั้น ฉันจะซื้อของขวัญสำหรับงานวันเกิดบรรลุนิติภาวะของเธอได้ยังไง!”

พูดไปติงเสวี่ยเหม่ยก็ร้องห่มร้องไห้ด้วยความเสียใจใปด้วยเช่นกัน เธอดูเศร้าโศกกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากจริงๆ 

หลินจิงซูคาดไม่ถึงเลยว่า ทักษะการเล่นละครตบตาของแม่เธอจะเยี่ยมยอดขนาดนี้ ปล่อยใจให้ไหลไปตามน้ำ ยังรู้สึกได้ถึงมวลอารมณ์ความขมขื่นจุกล้นขึ้นในใจแทนจริงๆ

ทุกคนในละแวกนั้นต่างหายใจหายคอกันไม่ออกกันเป็นแถบ พี่ชายคนโตตระกูลหลินนี่มันยังไง? ใจป้ำถึงขนาดซื้อสร้อยทองให้หลานสาวตัวเองในวันเกิดเชียวเหรอ!

แทบจะในพริบตาต่อมา สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่อู๋ซิ่วเหลียนเป็นตาเดียว แต่ละคนเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจระคนดูแคลนอย่างมาก ทั้งที่ครอบครัวของสองแม่ลูกคู่นี้ใจดีเอื้อเฟื้อกับลูกสาวของตัวเองถึงขนาดนี้แท้ๆ แต่เธอก็ยังมีหน้ากล่าวหาคนอื่นว่าคบชู้งั้นเหรอ!?

ทันทีที่อู๋ซิ่วเหลียนได้ยินว่าเงินที่จะนำไปซื้อสร้อยทองให้ลูกสาวของเธอถูกปล้นไป อาการแน่นหน้าอกอึดอัดก็ตีปะทุขึ้นทันที เธอทุบหน้าอกตัวเองอยู่สองสามครั้ง ริมฝีปากซีดขาวสั่นระริกในทันใด สภาพของเธอในเวลานี้ดูไม่ต่างจากคนป่วยเลยแม้แต่น้อย

ต่อมา เธอก็ชี้นิ้วใส่หน้าหลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ย และตะคอกก่นด่าเสียงดังว่า

“โกหก! พวกแกสองแม่ลูกโกหกทั้งคู่! หลินจิงซู ตอนนี้แกควรจะต้องอยู่ที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมจู่ๆถึงได้มาโผล่หัวอยู่ที่นี่ได้? อธิบายมาสิอินังสารเลว!!”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอเถอะครับให้ผมได้เป็นพ่อของลูก
8.9
คืนเดียวที่เผลอ... วนิษศากลืนน้ำลายเหนียวๆ กับผลของการตัดสินใจที่ผิดพลาด เธอลาออกจากงาน หลบหนีมาเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เพื่อเลียแผลใจและเลี้ยงลูกน้อยตามลำพัง ใครจะไปคิดว่า 'คนที่ไม่ใช่' กลับกลายเป็นเงาดำทะมึนที่ยืนบังแสงอาทิตย์หน้าบ้าน พร้อมประกาศกร้าวขอเป็นพ่อของลูก แต่เธอไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะ ทั้งที่แต่งตัวเป็นป้าแก่อย่างนั้น แต่หัวใจดวงนี้มันดันสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำเรียกหา 'หนูแหวน' แบบนี้มันจะไปรอดไหมเนี่ย?
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กมันยั่ว BAD LOVE
8.4
จากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่ง ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาได้ล่วงเกินหญิงสาวผู้บริสุทธิ์อย่างไร้ความปรานี เพราะเขาปักใจเชื่ออย่างสนิทใจว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงขายบริการที่แสร้งแสดงละครตบตา แม้ว่าเธอจะพยายามร้องไห้อ้อนวอนและปฏิเสธเสียงแข็งสักเพียงใด เขากลับเลือกที่จะเพิกเฉยและใช้กำลังบังคับขืนใจเธอ จนกระทั่งความจริงอันโหดร้ายปรากฏขึ้นผ่านรอยเลือดแห่งความพรหมจรรย์บนเตียงนอน วินาทีนั้นเขาจึงตระหนักได้ว่าตนเองได้ทำลายชีวิตของเธอไปเสียแล้ว ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้และร่างกายที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ชายหนุ่มจึงพยายามใช้เงินชดเชยเพื่อหวังลบล้างความผิดในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้นด้วยฝัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ฟีนิกซ์ คืนแค้น
8.7
จากนักศึกษาศิลปะเชียงใหม่ผู้ไร้เดียงสา ชีวิตของฉันต้องพังทลายเมื่อตกเป็นเหยื่อในเกมรักลวงตาของอีธาน มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ เขาใช้ความสัมพันธ์ลับและภาพถ่ายส่วนตัวมาข่มขู่เพื่อทำลายพี่ชายของฉัน และกักขังฉันไว้ในกรงทองด้วยความอ่อนโยนที่เสแสร้ง ทว่าเมื่อความจริงเปิดเผย ความเจ็บปวดได้หล่อหลอมให้ฉันลุกขึ้นสู้ ฉันทำลายหลักฐานที่เขาใช้ควบคุมทั้งหมด แล้วหนีจากอสูรร้ายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายที่รักฉันจริง ปล่อยให้อีธานต้องจมอยู่กับความพ่ายแพ้ คอยอ้อนวอนขอความรักจากฉันอย่างสิ้นหวังในวันที่โลกทั้งใบของเขาต้องพังทลายลง
ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญารักซาตานร้าย
9.6
มินตราได้รับจดหมายบอกลาและสร้อยคอหรูหราที่เคยปฏิเสธไปจากเจ้านายเจ้าอารมณ์ผู้เดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อทำหน้าที่หลานกตัญญูตามความต้องการของคุณย่า การจากลาแบบไม่เผชิญหน้าเกิดขึ้นเพราะเขากลัวจะห้ามใจไม่ไหว ชายหนุ่มทิ้งเบเกอรี่แทนความคิดถึง พร้อมขอร้องให้เธอรอเขากลับมาสารภาพรักอย่างเป็นทางการ โดยหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น หญิงสาวจะยอมสวมสร้อยเส้นนี้เพื่อยืนยันว่าใจตรงกัน แม้ตัวเขาต้องอยู่ห่างไกลคนละฟากฟ้า
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาห้าตำลึงเงิน
9.3
ชลดา พนักงานโรงงานทอผ้าสาวผู้เคราะห์ร้าย ต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันจากเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่นที่ไล่ยิงกันในระหว่างที่เธอกำลังเดินทางกลับหอพัก เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้สร้างความโศกเศร้าให้กับกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างมาก ทว่าท่ามกลางความอาลัย เพื่อนๆ กลับต้องหวาดผวาเมื่อนึกถึงคำพูดเล่นๆ ของชลดาในโรงอาหารที่เคยสัญญาไว้ว่า หากตนเองตายไปจะกลับมาเล่าเรื่องราวของโลกหลังความตายให้ทุกคนฟัง คำพูดตลกโปกฮาในวันนั้นกลับกลายเป็นลางบอกเหตุร้ายที่ทำให้ทุกคนต้องหวาดกลัวว่าเธอจะกลับมาทำตามสัญญาจริงๆ ในขณะเดียวกัน ชะตากรรมที่พลิกผันได้นำพาจิตวิญญาณของชลดาเดินทางข้ามมิติไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างโลกอันแสนห่างไกล
ภาพปกนิยายเรื่อง ซ่อนสวาทมาเฟีย
8.6
ความสัมพันธ์ลับสุดเร่าร้อนของเดือนกันยาเริ่มขึ้นอย่างยากจะถอนตัว เมื่อเธอต้องแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับสงคราม ชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นสามีของพี่สาวแท้ๆ แม้ในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อสายเลือดและความเกลียดชัง แต่สัมผัสแสนหวานจากเขากลับพันธนาการเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน ขณะเดียวกันสงครามผู้เคยใช้ชีวิตด้วยเหตุผลมาตลอด กลับพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลในตัวลูกแก้วอย่างรุนแรง จนเขายอมละทิ้งความถูกต้องและก้าวข้ามเส้นศีลธรรมเพื่อครอบครองเธอ ท่ามกลางความรักที่ต้องหลบซ่อนจากสายตาผู้คน ทั้งสองคนต่างถลำลึกสู่บ่วงตัณหาต้องห้ามที่แฝงไปด้วยความทรมานใจอันแสนสาหัสและไร้ซึ่งทางออก