APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง บัดซบสิ้นดี! เกิดใหม่ทั้งทีกลับต้องอุ้มท้องให้ทรราช

บัดซบสิ้นดี! เกิดใหม่ทั้งทีกลับต้องอุ้มท้องให้ทรราช

จ้าวเหม่ยเผชิญความตายอย่างไม่คาดฝันจากกระแสไฟฟ้ารั่วขณะอ่านนิยายและก่นด่าตัวละครทรราชผู้แสนโหดเหี้ยม แต่โชคชะตากลับเล่นตลกส่งวิญญาณของเธอให้เข้ามาอยู่ในร่างของพระสนมผู้ต้องปรนนิบัติทรราชผู้นั้น ท่ามกลางสถานการณ์อันแสนกดดันรอบตัว เธอต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการดิ้นรนเพื่อหาหนทางกลับคืนสู่โลกใบเดิม หรือจะยอมรับชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการอุ้มท้องทายาทให้กับชายใจคอโหดเหี้ยมที่เธอเคยตราหน้าเอาไว้ มาร่วมติดตามการเดินทางครั้งใหม่ในดินแดนต่างมิติที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายเพื่อมุ่งสู่บทสรุปอันแสนอบอุ่นและเปี่ยมสุข
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“เจ้ากำลังถ่วงเพลา” เขาดูออก

บ้า นางถ่วงเวลาเขาที่ไหนกัน แค่จะชวนคุยถึงเช้าเท่านั้นเอง จ้าวเหม่ยเบื่อคนรู้ทัน แถมยังถูกผลักลงนอนอีก

“แยกขา”

นางถลึงตามองเขา คนบ้าไม่คิดจะปลอบประโลมให้นางรู้สึกดีหน่อยเหรอ หรือคนยุคนี้รู้แค่วิธีใส่แล้วก็ออกอย่างเดียว!!

นางยกมือขึ้นจะแตะหน้าอกเขาก็จับเอาไว้ “เจ้ากำลังทำผิดกฎ สนมไม่แตะต้องเนื้อตัวฝ่าบาท”

เหรอ... “ปามูเซอ ท่านเกิดในราชวงศ์นี้หรือเติบโตในชนเผ่ากันแน่ เหตุใดถึงได้ถือกฎราวกับว่าท่านเติบโตเช่นพวกเขา”

กรามของปามูเซอขบแน่น “เมื่อครู่เจ้าเรียกว่าเราว่าอะไร”

“ปามูเซอ”

ฮึ นางถูกบีบคออีกแล้ว เขาเป็นผีบ้าหรือยังไง เอาแต่บีบคอนางไม่หยุดหย่อน “กล้าเอ่ยนามเราเช่นนี้ไม่กลัวตายรึ”

ไหนๆ ก็จะตายแล้ว งั้นก็เอาให้เขาอกแตกตายไปเลยแล้วกัน จ้าวเหม่ยเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา

“ปามูเซอ ท่านจะรังเกียจชื่อเดิมของท่านทำไม หรือกลัวว่าจะลืมอดีตของท่านไม่ได้”

กว่าจะจบประโยคนางเค้นเสียงจนเขาหลุดมือปล่อยออกมาจนได้ “เจ้ารู้อะไรมาสนมเฟย”

ถึงทีนางแล้ว เพราะนางรู้ปมทั้งหมดของเรื่อง ที่เขายอมเปลี่ยนชื่อใหม่ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับเผ่าเข่อจีทั้งสิ้น

“ผู้คนต่างคิดว่าฝ่าบาทได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี หากแต่ความเป็นจริงแล้วในทะเลทรายนั้น แต่ละวันของท่านล้วนไม่ต่างจากสุนัขอย่างที่องค์ชายเจี่ยหย่งกล่าว จะนอนก็ยังสะดุ้งผวา จะตื่นก็อยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรี ถูกคนของเผ่ารังเกียจเพียงเพราะท่านมีเชื้อสายของฮ่องเต้เจิ้นหนาน สกุลที่กดขี่เผ่าของท่านมานับร้อยปี”

ปามูเซอไม่เข้าใจว่านางรู้เรื่องพวกนี้ได้เช่นไร ทะเลทรายที่แสนห่างไกลนั้นเลี้ยงดูเขามาราวกับสุนัขก็ไม่ปาน การเอาตัวรอดในแต่ละวันของเขาล้วนเป็นไปอย่างยากลำบาก

จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ฮ่องเต้เจิ้นหนานประชวรก็กลัวว่าเผ่าเข่อจีจะคิดกบฏ จึงเรียกเขาเข้าวังอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะคิดถึงบุตรชายแดนไกล แต่เรียกเขามาเป็นตัวประกันว่าท่านข่านเป่ยขุ่ยจะไม่ยกทัพมาโจมตีพวกเขาในเวลานี้

เขาคิดว่าตัวเองรอดจากเงื้อมมือปีศาจแล้ว ได้กลับมาสู่อ้อมอกของมารดา แต่ใครจะคิดเล่าว่าการกลับมาครั้งนี้จะเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น

เขาพึ่งทราบว่ามารดาเขานั้นถูกขังอยู่แต่ในตำหนัก กินไม่อิ่มสักมื้อ ถูกสนมคนอื่นกลั่นแกล้ง และใช่ เมื่อเขาเข้ามาก็โดนเช่นนั้นเหมือนเดิม

ใช่ว่าเขาอยากจะได้บัลลังก์นี้ ใช่ว่าเขาอยากเป็นฮ่องเต้ แต่คนพวกนั้นล้วนผลักดันให้เขามาถึงจุดนี้ต่างหาก อย่าได้โทษใครเลยโทษตัวพวกท่านเองเถอะที่อยากได้ฮ่องเต้ทรราชเอง

ส่วนคนตรงหน้าที่หาญกล้าพูดเรื่องปมในใจของเขา ปามูเซอไม่อาจเก็บนางเอาไว้ได้ “แสดงว่าเจ้าอยากตาย” มือที่บีบคอก็บีบแน่นกว่าเดิม

คราวนี้สีหน้าจ้าวเหม่ยเหมือนจะตายจริงๆ ภาพตรงหน้าเริ่มขาวโพลนมองเห็นว่าตัวเองจะตายอย่างอนาถไม่ต่างจากภพก่อนเลยสักนิด

“ฝะ ฝ่าบาท หม่อมฉันหายใจไม่ออก” นางเริ่มเห็นถึงความตาย ความป่าเถื่อนของเขา ไม่มีแววตาปรานีสักนิด จ้าวเหม่ยมองลึกลงในแววตานั้นที่เต็มไปด้วยปีศาจที่พร้อมเผาร่างคนที่กล้าขุดเรื่องในอดีตเขาออกมาเช่นนาง

หาเรื่องตายชัดๆ

แต่... เขากลับปล่อยมือจากคอนาง “เจ้าตายตอนนี้ยังเร็วไป เพราะเจ้ายังมีประโยชน์กับเราอยู่ อยู่ต่อไปเถอะสนมเฟย วันข้างหน้าเจ้าจะได้ตอบแทนเราอย่างสาสม แต่วันนี้เจ้าควรทำหน้าที่ตัวเองก่อน”

เขามันคนบ้า ส่วนนางก็บ้าพอกันจึงได้ยินยอม พยายามถีบตัวหนี แต่เขากลับดึงขานางลากกลับมาอีกครั้ง จับมือนางกดไว้บนตัว อีกมือก็แยกขานาง

จ้าวเหม่ยคิดว่าคนชั่วคนนี้หากไม่ทำให้อะไรจดจำ เห็นทีคงไม่รู้จักคำว่าเห็นใจคน นางเลยเลิกดิ้น ส่วนปามูเซอเมื่อเห็นว่านางหยุดก็ยิ่งสงสัย พอเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง

จ้าวเหม่ยก็ใช้สันมือสับที่คอหมายจะให้อีกฝ่ายสลบ คนถูกกระทำแน่นิ่งไปชั่วขณะ มองคนบังอาจตรงหน้า “เจ้ากล้า”

กล้าไม่กล้านางก็ทำไปแล้ว และวินาทีต่อมาเขาก็สลบไปจริงๆ จ้าวเหม่ยพ่นลมหายใจโล่งอก จัดการผลักเขาออกจากตัวแล้วลงไปที่เตียง มองคนบ้าเสียสติที่เอาความแค้นมาลงที่นางคนเดียว

ตื่นมาพรุ่งนี้เขาเอานางตายแน่ ชีวิตที่แล้วนางทำเวรทำกรรมอะไรเอาไว้นะ ถึงได้ต้องมาเจอเรื่องอะไรพวกนี้ ไม่ได้การ นางต้องหนีก่อน ช่างบิดาเถอะ ถ้านางหลงวังหลวง มันต้องมีทางออกสักทางแหละ

จ้าวเหม่ยที่อยู่ในชุดขันทีรีบย่องหนีออกจากตำหนัก โชคดีที่ปามูเซอเป็นคนไม่ชอบให้ทหารยามเฝ้าหน้าประตู เมื่อออกมานางก็หันมองซ้ายขวา ความคิดอ่านเร็วก็มั่วไปก่อน คิดในใจว่ามันคงวนๆ อยู่แถวนี้แหละ

เท้าเดินไปตามทางข้างกำแพงสีแดงทางทิศบูรพา มองไปยังกำแพงสูงคิดว่านั่นคือทางออก แต่ยิ่งเดินก็ยิ่งไกล ยิ่งเดินเสียงผู้คนก็ยิ่งไม่มี จนกระทั่งกำแพงพวกนั้นเริ่มรกร้าง เมื่อมองไปตรงหน้ากลับพบกำแพงสูงขนาดใหญ่ไม่มีทางออก

แถมหมาก็หอนรับการมาของนางอีกด้วย จ้าวเหม่ยหันมองโดยรอบก็พบว่าขวามือนางเป็นตำหนักแห่งหนึ่ง บนป้ายนั้นเขียนว่าตำหนักเย็น

นี่คือตำหนักเย็นที่ไว้กักขังสนมที่ทำผิดเหรอ

เอี๊ยดดด เสียงประตูเปิดออก นางสะดุ้งตัวลอย อีกด้านก็เห็นแสงไฟพร้อมกับทหารวิ่งกันให้วุ่น หรือว่าฮ่องเต้ชั่วนั่นฟื้นแล้ว หันมองซ้ายขวา เมื่อไม่มีทางไปนางก็เลือกเข้าไปในตำหนักเย็นที่อยู่ตรงหน้าแทน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปสุนัขก็หอนตามหลัง พร้อมกับแววตาคู่หนึ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืด

จ้าวเหม่ยเข้าไปในตำหนัก พบว่ามีเรือนพักอยู่หลายหลัง ไหนๆ ก็เข้ามาแล้วเลือกสักทางก็แล้วกัน จึงเดินทางขวามือแทน เพราะเห็นว่าทางนั้นใกล้กับกำแพง เผื่อมีสนมคนไหนขุดทางลับเอาไว้ นางจะได้ใช้ทางนั้นออกนอกกำแพงได้สะดวกขึ้น

หญิงสาวเปิดประตูเข้าไป จากนั้นก็ปิดประตูอย่างเบามือเพราะกลัวคนด้านนอกได้ยิน แต่... อื้อ

มีมือปริศนามาปิดปากนางเอาไว้ “เหม่ยเหม่ยข้าเอง”

ข้าเองนี่คือใคร? นางรู้จักใครในตำหนักเย็น ไม่รอให้นางคิด อีกฝ่ายก็ปล่อยมือเมื่อคิดว่านางจะไม่ร้อง จ้าวเหม่ยก็อยู่เป็นไม่ได้ร้องเพราะอยากรู้ว่าใคร

ในความมืดนั้นนางมองเห็นแววตาเฉียบคม คิ้วดั่งนักปราชญ์ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“เจ้าก็หนีมาได้เหมือนกันเหรอเหม่ยเหม่ย”

เออ เขาคือใครกัน?

“ข้าหนีมาหลบตั้งแต่เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน รอให้ใกล้รุ่งสางจะปีนกำแพงออกไป”

อ้า... พานางไปด้วยได้ไหม

“เจ้ามาก็ดีแล้ว พวกเราหนีไปด้วยกันเถอะ หนีไปชายแดนแล้วไปหาพี่ชายเจ้า ให้เขารวบรวมทหารที่จงรักภักดีกลับมายึดบัลลังก์ที่เป็นของข้าคืนดังเดิม”

หนีไปแล้วกลับมาใหม่ มายึดบัลลังก์ที่เป็นของเขา ก็แสดงว่าคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือ อดีตองค์รัชทายาทเจี่ยหย่ง แสดงว่าคนพวกนั้นไม่ได้ตามหาแค่นาง แต่ตามหาเขาเช่นกัน นี่มันหายนะชัดๆ

“เหม่ยเหม่ย เหตุใดเจ้าเงียบไป”

จะไม่ให้นางเงียบเช่นไรเล่า เพราะนางกำลังหนีเสือปะจระเข้ต่างหาก “นอกจากหนีออกนอกกำแพงแล้ว ท่านมีแผนสำรองหรือไม่”

คิ้วดั่งกระบี่ของเขาขมวดเข้าหากัน “แผนสำรองอันใด ยังไงข้าก็หนีไปได้อยู่แล้ว”

เพราะความคิดแบบนี้แหละ ปามูเซอถึงได้ยึดบัลลังก์สำเร็จ เขาจะปล่อยท่านไปง่ายๆ น่ะเหรอ ไม่มีทาง ทางที่ดีนางควรหลีกหนีจากเขาก่อน คงจะพอมีทางรอดมากกว่า ดีกว่าพากันไปตาย

“ข้าคิดว่าหากข้าไปกับท่านจะยิ่งทำให้เขาจับได้ง่าย ข้าขอแยกไปอีกทางจะดีกว่า” จ้าวเหม่ยพูดก็คิดจะไปทันที อีกฝ่ายก็คว้ามือเอาไว้ สายตาเต็มไปด้วยความระแวง

“หรือว่าเจ้าจะไปบอกมัน”

อะไรอีกเล่า ข้าก็จะหนีเหมือนกัน จะไปบอกเขาให้โง่ทำไมกันเล่า “ปล่อยเถอะเพคะ อย่าได้เคลือบแคลงข้าเลย หากชักช้าพวกเราจะพากันตายกันหมด” นางพยายามบิดข้อมือ แต่เขาก็พยายามดึงเอาไว้ นางก็เริ่มจะไม่ทนจึงพยายามดิ้นรนหนี

“เจ้าเปลี่ยนไปจริงเหม่ยเหม่ย หรือว่าเจ้าเองก็ร่วมมือกับเขา” คนผู้นี้เหตุใดถึงได้คิดเองเออเองเช่นนี้เล่า นางไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาด้วย นางก็แค่คนที่หลงมาอยู่ในร่างนี้เท่านั้น

“ข้าไม่ได้เปลี่ยน เป็นท่านเองที่คิดว่าข้าทรยศท่าน” จ้าวเหม่ยได้ยินเสียงทหารด้านนอก คนด้านในก็รีบปิดปากนางแล้วดึงเข้าไปหลบซ่อนด้านใน

นางไม่มีทางเลือกเพราะคิดจะหนีเหมือนกัน แต่เพราะโต้เถียงกันไม่จบไม่สิ้นเลยทำให้ชักช้าเช่นนี้ สายตามองไปยังคนที่เปิดประตูเข้ามา บุรุษที่สายตาเต็มไปด้วยโทสะยืนอยู่ด้านหน้าสุดนั่นคือปามูเซอ สายตาเขากวาดมองรอบห้อง

“ค้นให้ทั่ว”

แย่แล้วพวกเราได้ตายกันหมดแหละคราวนี้ นางอดไม่ได้ที่จะหันไปค้อนใส่เจี่ยหย่ง พอเขาปล่อยมือนางก็จะรีบคลานไปอีกด้าน ชายหนุ่มพยายามรั้งก็รั้งไม่ได้

ปัง..เสียงฉากกั้นล้มลงภาพที่เห็นคือ เจี่ยหย่งกำลังจับขานางส่วนนางก็กำลังคลานอยู่ พอเงยหน้าก็เห็นปามูเซออยู่หน้ามืดทะมึนด้วยความโมโห

ปามูเซอหันมาเห็นเจี่ยหย่งก็จัดการใช้ดาบหมายบั่นคอ อีกฝ่ายก็ปล่อยขาจ้าวเหม่ยรีบถอยหลังหลบ จ้าวเหม่ยเห็นโอกาสนั้นก็รีบคลานหนีไปอีกด้าน ปล่อยให้สองคนลงมือไปกันมาเหมือนสุนัขจริงๆ จังหวะที่ทุกคนวุ่นวายนางก็แอบหนีอีกแล้ว...

จ้าวเหม่ยวิ่งออกนอกตำหนัก มุ่งหน้าไปยังทิศทางตะวันตกคิดว่าจะต้องมีสักทางที่ตัวเองจะต้องรอด จนกระทั่งเจอกับตำหนักเหมยฮวา เมื่อเห็นประตูเปิดก็รีบเข้าไปด้านใน และพบสตรีงามผู้นั้นกำลังยืนอยู่

คนผู้นี้คือใคร? ในเมื่อเขาบอกว่าทั้งวังมีนางเป็นสนมคนเดียว เช่นนั้นสตรีอีกคนก็คงเป็น

“ถวายบังคมไทเฮาเพคะ” จ้าวเหม่ยรีบคุกเข่า เป็นจังหวะเดียวกับที่ปามูเซอวิ่งถือดาบมายืนอยู่ด้านหลัง

ไทเฮาซือเถียนถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่รอให้ไทเฮาทรงอนุญาตให้ลุกขึ้น จ้าวเหม่ยก็รีบคลานไปด้านหลังไทเฮาแล้วเกาะขาเอาไว้

“ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”

เวลานี้นางไม่ต้องการสิ่งใดยกเว้นที่พึ่ง และคิดว่าไทเฮาซึ่งเป็นสตรีเหมือนกันก็คงต้องเอ็นดูนาง และช่วยนางแน่

“ทำอะไรเอะอะโวยวายเหมือนอยู่บ้านป่าเมืองเถื่อน ฝ่าบาทคิดว่าที่นี่เป็นอะไร”

“มอบนางให้ลูก ลูกจะเอานางไปลงโทษ”

“นางเป็นแค่สตรีตัวแค่นี้ เหตุใดเจ้าจัดการนางไม่ได้”

เอ๊ะ ทำไมดูคำพูดแปลกๆ

“แล้วจะจัดการราชกิจได้อย่างไร รู้ถึงไหนอายถึงนั่น รีบพานางไปขังเอาไว้ในตำหนักเสีย”

ว่าแล้วเชียว คนที่นางคิดว่าจะช่วยกลับไม่ได้ช่วยนางสักนิด แถมสั่งสอนบุตรอีกว่าให้รีบพานางกลับไปขัง ถามว่านางจะรอดไหม ดูจากสภาพคิดว่านางจะรอดเหรอ!!

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเจอความรัก
8.9
สตรีจากยุคปัจจุบันผู้มีความเยือกเย็น ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงเมื่อวิญญาณหลุดเข้ามาอยู่ในร่างหญิงสาวขี้โรคยุคโบราณ ชีวิตใหม่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เธอถูกบิดาแท้ๆ หมางเมิน และต้องรับมือกับการกลั่นแกล้งอย่างโหดร้ายจากแม่เลี้ยงที่จ้องทำลายเธอทุกวิถีทาง ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในบ้านที่ไร้ความรัก โชคชะตากลับชักนำบุรุษผู้หนึ่งเข้ามา เขาคือคนที่ยื่นมือช่วยประคองให้เธอก้าวข้ามอุปสรรค นำพาความอบอุ่นและจุดประกายความหวัง เปลี่ยนเส้นทางชีวิตที่อ้างว้างให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนต่างภพ
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย
9.5
แพทย์ทหารหญิงหลุดเข้ามาในนิยาย กลายเป็นภรรยาที่ถูกลิขิตให้ตายของบุรุษอำมหิตผู้พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อล้างแค้นให้บุตรชาย เพื่อพลิกชะตากรรมมรณะ นางจึงยื่นข้อตกลงกับสามีจอมโหด โดยอาสารักษาขาที่พิการของเขาให้กลับมาเดินได้ แลกกับหนังสือหย่าและอิสรภาพ ทว่าระหว่างการรักษา นางต้องสวมบทบาทมารดาเพื่อฟูมฟักลูกชายฝาแฝดทั้งสี่ให้เติบโตอย่างปลอดภัย พร้อมกับดูแลสามีอันตรายผู้นี้อย่างใกล้ชิด การดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนตอนจบของเรื่องราวและเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือปีศาจร้ายจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติพร้อมมิติน้ำพุวิเศษ กลายเป็นเมียตัวร้ายของเสนาบดี
6.7
ชะตากรรมนำพาซ่งจิ่นข้ามเวลามาสวมบทเป็นหญิงใจทรามในนิยาย ท่ามกลางยุคภัยพิบัติหนาวเหน็บ เจ้าของร่างเดิมเคยก่อกรรมด้วยการทิ้งสามีพิการและขายลูกเลี้ยงทั้งสี่เพื่อเอาตัวรอด โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตเด็กเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจ และสามีจะก้าวขึ้นเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อได้ชีวิตใหม่ ซ่งจิ่นปฏิเสธที่จะเดินตามรอยเดิม เธอใช้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และมิติน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือพลิกสถานการณ์ หญิงสาวมุ่งมั่นแก้ไขความผิดพลาด หันมาปกป้องดูแลครอบครัวให้รอดพ้นจากความหิวโหย จากสตรีที่เคยถูกประณาม เธอจะใช้สองมือนี้ก้าวขึ้นเป็นภรรยาที่เคียงข้างท่านเสนาบดีอย่างสง่างาม
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเข้าป่า ปลูกผักเก็บเห็ด ขายปิงเฟิ่นรวยเละ
6.9
หลิวลี่เซี่ยไม่เคยคิดว่าตนจะต้องเผชิญความอดอยาก เมื่อเธอถูกส่งข้ามเวลามายังหุบเขาลึกอันห่างไกล สิ่งที่รออยู่คือบ้านซอมซ่อและกระเพาะที่ว่างเปล่า หญิงสาวฝันถึงเพียงข้าวสวยร้อนกรุ่นและเนื้อสัตว์รสชาติดี ทว่าสวรรค์กลับไม่ได้มอบพลังวิเศษใดมาช่วยทุ่นแรง ซ้ำร้ายเธอยังไร้ประสบการณ์ทำงานหนักและไร้ความรู้ด้านการเพาะปลูก การดิ้นรนเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมแร้นแค้นจึงเป็นบททดสอบที่สาหัส เธอต้องดิ้นรนด้วยตัวเองเพื่อเปลี่ยนความฝันที่จะได้กินอิ่มนอนหลับให้กลายเป็นจริงในดินแดนแห่งนี้