APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูของข้า

คุณหนูของข้า

การเดินทางข้ามมิติสู่โลกแปลกตาได้พลิกผันชีวิตเธอให้กลายเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แม้ฐานะใหม่จะดูหรูหราแต่ความจริงกลับไม่ได้สวยงามเช่นนั้น ความปรารถนาที่จะมีชีวิตสงบสุขพังทลายลงเมื่อเธอต้องพบกับวิกฤตการณ์ที่ย่ำแย่กว่าเดิม ซ้ำร้ายยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลและถูกประณามอย่างรุนแรงว่าเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ คำวิจารณ์ถึงความล้มเหลวคอยทิ่มแทงจิตใจอยู่เสมอ ในดินแดนที่เต็มไปด้วยขวากหนามและความขัดแย้งนี้ เธอจำต้องหาทางเอาตัวรอดและก้าวผ่านอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องให้จงได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

คุณหนูท่านไม่บ้าแล้ว

“ข้าทำไมหรอ?” เซี่ยอีอีฟังมานานมาก แต่กลับไม่เข้าใจอะไรเลย องค์ชายอะไร? อ๋องหยงอะไร? อะไรท่านยาย นายท่าน นางไม่เข้าใจเลยสักอย่าง

เมื่อเห็นเซี่ยอีอีสีหน้าไม่ได้มีอาการปัญญาอ่อนเลย ตงวี่ตื่นเต้น ก็เลยพูดว่า: “คุณหนูท่านไม่บ้าแล้วหรือเจ้าค่ะ? แต่ว่า ...... เสื้อผ้านี่ ......” ในเมื่อไม่บ้าแล้ว ทำไมเสื้อผ้ายังใส่ผิดอีก?

เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยอีอีก็กระตุกมุมปาก บ้าหรอ? ไอคิวของเซี่ยอีอีสองร้อยสามสิบนะ หากว่าเธอบ้า ในโลกนี้จะยังมีคนฉลาดอีกหรอ? แต่เมื่อมองไปที่เสื้อผ้าที่วุ่นวายบนตัว ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าไอคิวของตัวเองนั้นลืมทิ้งไว้ในโลกปัจจุบันหรือเปล่า

ในตอนนี้เอง เสียงวุ่นวายก็ดังมาจากด้านนอกลานบ้าน เซี่ยอีอีค่อยๆขมวดคิ้วขึ้น ในใจรู้สึกว่าไม่ค่อยปลอดภัย เธอมองตงวี่ยิ้มแล้วพูดว่า: “เจ้าบอกว่าที่นี่ไม่ควรอยู่นานไม่ใช่หรอ? งั้นเราไปกันเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว อยากนอน” เธอเหนื่อยมากจริงๆ ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่าตัวของเธอหนักๆ อีกทั้งเมื่อกี้ก็ทรมานอยู่นานทีเดียว ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายไปทั้งตัว

เสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกไม่เบาเลย ตงวี่ก็เริ่มรู้สึกกลัว เมื่อได้ยินเซี่ยอีอีพูดแบบนี้แล้ว นางก็พยักหน้า แต่ก็เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ตงวี่ก็จ้องไปที่เสื้อผ้าของเซี่ยอีอีแล้วก็พึมพำว่า “คุณหนูชุดไปเปื้อนอะไรมาเจ้าค่ะ?”

เซี่ยอีอีหันไปมองนาง แล้วก็มองไปตามสายตาของนาง เมื่อนางเห็นคราบสีเข้มเปื้อนอยู่บนผ้าสีขาว มุมปากก็รู้สึกสั่น

นางรีบดึงตงวี่ที่อยากนั่งลงไปเพื่อตรวจดูเสื้อ แล้วพูดว่า: “ไม่มีอะไร น่าจะไม่ระวังเหยียบโดนมั้ง กลับไปเปลี่ยนก็น่าจะได้แล้ว”

ตงวี่พยักหน้า เพราะนี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่เสื้อผ้าที่เปื้อนแล้วเท่านั้น เปลี่ยนก็ได้แล้ว

......

เมื่อกลับถึงลานหนาน เซี่ยอีอีก็เปลี่ยนเสื้อที่มีคราบเปื้อนเลือดออก เมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง ตงวี่ก็วิ่งหอบเข้ามา “คุณหนู เกิดเรื่องแล้ว อ๋องหยงถูกลอบทำร้ายในจวนของเรา ตอนนี้ในจวนกำลังค้นยกใหญ่เลย คิดว่าอีกไม่นานก็น่าจะค้นมาถึงเราแล้วเจ้าค่ะ”

เมื่อกี้ได้ยินนางพูดถึงอ๋องหยง แต่ว่าอ๋องหยงเป็นใครกัน? ถูกลอบทำร้าย? อย่าบอกนะว่าเป็น ......

เป็นไปไม่ได้หรอก เธอไม่น่าจะโชคร้ายขนาดนั้นมั้ง! เธอไม่ได้ไปทำร้ายเขา ก็แค่ปล้ำเขาเท่านั้นเอง จะบอกว่าเสียหายก็น่าจะเป็นเธอมากกว่าที่เสียหาย เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องตามหาเธอด้วยการตีฆ้องร้องกล่าว!

“เมื่อกี้ ที่เจ้าบอกว่าข้าอยากเจอองค์ชายสี่ ทำไมหรอ?” เรื่องราวของที่นี่เธอรู้น้อยมาก หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เธอก็ไม่มีวิธีรับมือเลย

ตงวี่เม้มปาก มองเซี่ยอีอีด้วยความเห็นใจแล้วพูดว่า: “องค์ชายสี่เป็นคู่หมั้นของท่าน แต่ว่า องค์ชายสี่ไม่ค่อยชอบคุณหนูเท่าไหร่เจ้าค่ะ เขาชอบบอกว่าท่านปัญญาอ่อน แต่ว่าคุณหนูก็แอบมีใจให้กับองค์ชายสี่ ดังนั้นตงวี่เดาว่า เมื่อกี้ท่านก็น่าจะไปหาองค์ชายสี่เจ้าค่ะ”

เซี่ยอีอีพยักหน้า เธอเข้าใจเรื่องนี้แล้ว หมายความว่าผู้ชายไม่มีใจแต่ผู้หญิงมีใจ แต่ว่ายังดี ที่องค์ชายสี่ไม่ชอบเธอ ไม่งั้นคงแย่แน่ๆ

เซี่ยอีอียื่นเสื้อคราบขาวไปให้กับตงวี่ “เอาไปซักให้ข้าที ซักตอนนี้เลยนะ อย่าให้ใครเห็นล่ะ”

“ได้ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้” พูดจบ ตงวี่ก็หอบเสื้อเดินไป

“เฮ้ เดี๋ยวก่อน”

ตงวี่หยุดเดิน แล้วหันไปมองเซี่ยอีอีแล้วถามว่า: “คุณหนูมีอะไรจะสั่งอีกหรอ?”

เซี่ยอีอีกัดริมฝีปากเบาๆ คิดไปครู่หนึ่ง “ข้าชื่ออะไรหรอ?”

ก่อนหน้านี้เซี่ยอีอีมีอาการบ้ามาก ไม่รู้ว่าตัวเองชื่ออะไร ตงวี่ก็เลยไม่รู้สึกแปลก นางมองไปที่เซี่ยอีอีแล้วยิ้มเบาๆ แล้วพูดว่า: “อีอี เซี่ยอีอี ฮูหยินหวังว่าคุณหนูจะมีที่พึ่ง ดังนั้นก็เลยตั้งชื่อนี้ให้”

ได้ยินดังนั้น เซี่ยอีอีก็อดยิ้มไม่ได้ ที่แท้ เธอก็ยังเป็นเซี่ยอีอีอยู่!

ตงวี่หอบเสื้อผ้ายังไม่ทันจะพ้นประตู นอกลานบ้านก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมา ปกติที่นี่คนไปๆมาๆน้อยมาก แต่วันนี้ทั้งนายทั้งบ่าวมากันมากมาย ตงวี่รู้สึกหวาดผวา

นางหันไปมองเซี่ยอีอีที่อยู่ในห้อง เห็นนางเดินไปที่เตียง ดึงผ้าห่มมาแล้วก็นอน

ตงวี่เดินออกจากประตู “นายท่าน ฮูหยิน นี่คือ ......”

เซี่ยเหวียนฉีค้อนมองไปที่ตงวี่ “อีอีล่ะ?”

“คุณหนูนอนแล้วเจ้าค่ะ ” เมื่อได้ยินอย่างนั้น เฉินซื่อก็ส่งเสียงอุทานเย็นชาออกมา แล้วมองไปที่ประตูห้องที่ยังไม่ได้ปิดสนิมแล้วพูดว่า: “โห วันนี้นางนอนเร็วดีนะ คนบ้านี่มันดีจริงๆนะ ไม่ต้องใช้สมอง”

เมื่อได้ยินดังนั้น ตงวี่ก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจ แต่นางก็ไม่กล้าบอกว่าเซี่ยอีอีไม่บ้าแล้ว นางยืนมององค์ชายสี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็ตั้งใจพูดออกไปว่า: “คุณหนูอารมณ์ไม่ค่อยดีก็เลยนอนเร็ว ไม่ได้เป็นอย่างที่ฮูหยินพูดแบบนั้นเจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นตงวี่กล้าที่จะพูดเถียง เซี่ยฮูหยินโกรธมากจนอยากจะเดินขึ้นหน้าไป แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้า ก็ถูกสายตาอันไร้ความมรู้สึกหยุดเอาไว้ที่เดิม เห็นอ๋องหยงที่สีหน้าท่าทางเย็นระเยือกราวกับน้ำแข็ง เซี่ยฮูหยินหลบตัวไปโดยไม่รู้ตัว

คุณหนูสี่แห่งตระกูลเซี่ยปัญญาอ่อนตั้งแต่เด็ก ถึงแม้เหว่ยหมิงจะไม่เคยเจอ แต่เพราะนางถูกหมั้นหมายกับเหว่ยเฉินตั้งแต่เล็กก็พอได้ยินมาบ้าง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้หญิงที่กล้าบ้าบิ่นเมื่อกี้จะเป็นคนบ้าในตำนาน แต่ว่าเขาก็ตามหาทั่วจวนตระกูลเซี่ยแล้ว มีเพียงหลังนี้เท่านั้นที่ยังไม่ได้ค้น

ด้วยความไม่ตั้งใจ สายตาก็เหลือบไปเห็นชุดที่อยู่ในมือของตงวี่ เหว่ยหมิงยื่นมือออกไปคว้าชุดมา มองดูรอยเลือดที่อยู่บนนั้น สายตาทั้งคู่ก็กลายเป็นเหมือนเหยี่ยว “นี่ชุดของใคร?”

น้ำเสียงที่เลือดเย็นราวกับลมพัดหนาวเย็น ทำให้คนรู้สึกสั่นไหว ตงวี่กลัวจนพูดจาติดขัด “เป็น ...... เป็นของคุณหนูข้าเจ้าค่ะ”

เหว่ยหมิง เป็นองค์ชายเพียงองค์เดียวที่ฮ่องเต้แต่งตั้งให้เป็นอ๋อง แถมยังเป็นคนที่ได้รับการจับตามากที่สุดคนหนึ่ง เขาหน้าตานิ่งราวกับน้ำแข็ง สายตาเด็ดเดี่ยวอาฆาต เพราะมีผลงานการรบมากมาย ฮ่องเต้เลยปฏิบัติกับเขาพิเศษกว่าคนอื่น เหล่าบรรดาอ๋องและขุนนางน้อยใหญ่ต่างเคารพยำเกรงเขาเป็นอย่างมาก คนประเภทนี้ตงวี่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่กลัวจริงไหม?

เหว่ยเฉินยืนอยู่ข้างๆเขา มองไปที่ชุดสีขาวเปื้อนเลือด เหมือนกับว่ามีอะไรจะพูด “ท่านพี่ ชุดนี้มันมีอะไรหรอ?”

เหว่ยหมิงค่อยๆยกมันขึ้นมา โดยไม่ได้สนใจคำพูดของเหว่ยเฉิน เขามองไปที่ห้องที่เปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ไม่พูดอะไรแล้วก็เดินเข้าไป ในตอนนี้ เซี่ยเหวียนฉีก็รีบเดินตามเข้าไป ถึงแม้เซี่ยอีอีจะบ้า แต่ยังไงซะก็เป็นห้องนอนส่วนตัวของลูกสาว จะให้อ๋องหยงเดินเข้าไปคนเดียว มันดูไม่สมควร

ภายในห้อง เหว่ยหมิงเดินตรงเข้าไปที่เตียง แล้วดึงคนที่อยู่บนเตียงขึ้นมา เมื่อเขาเห็นผ้าขาวที่อยู่บนมือของนางเปื้อนเลือด คิ้วก็พลันขมวดขึ้นมา

ถึงแม้เซี่ยอีอีจะยังไม่หลับ แถมยังได้ยินที่พวกเขาคุยกันนอกประตูทั้งหมด นางรู้แล้วว่าเสื้อที่เปื้อนเลือดคงปิดไม่ได้แล้ว แล้วก็รู้แล้วว่าอ๋องหยงที่ถูกลอบทำร้าย ก็คือชายที่ถูกตัวเองกดทับ น้ำเสียงที่เอ่ยปากขึ้นมาก็ให้ความรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง ใครที่เคยได้ยินคงไม่มีวันลืมได้

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้เซี่ยอีอีรู้สึกกลัดกลุ้ม ต่อให้นางเอาเปรียบเขา แต่ก็ไม่ได้เป็นการลอบทำร้ายไม่ใช่หรอ? ถึงแม้ในตอนนั้นนางจะรุนแรง แต่ยังไงก็ยังเป็นผู้หญิง ก็ยังอ่อนโยนอยู่ดี แล้วก็ไม่ได้ใช้กำลังกับเขา จะถือว่าเป็นการลอบทำร้ายได้อย่างไร! คนๆนี้กำลังพูดโกหกแบบหน้าด้านๆ!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากผู้มีชีวิตรอดในโลกซอมบี้อันโหดร้าย ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับความยากจนค้นแค้น พร้อมทั้งการเอารัดเอาเปรียบจากเหล่าญาติที่แสนเห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตากำหนดให้เธอต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตในครอบครัวที่ขัดสนอย่างหนัก เด็กหญิงจึงไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาและตัดสินใจลุกขึ้นสู้ โดยใช้ทักษะความสามารถทั้งหมดที่มีมาแก้ไขอุปสรรคและพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้ดีขึ้น เป้าหมายสูงสุดในชีวิตใหม่นี้คือการลงมือจัดการปัญหาด้วยตัวเองเพื่อนำพาครอบครัวไปสู่ความร่ำรวยและมั่นคงให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง หวานใจเฮียมังกร
9.0
โชคชะตาเล่นตลกส่งผลให้อุบัติเหตุครั้งใหญ่สลับวิญญาณของ 'เฮียมังกร' เจ้าของฟาร์มโคนมหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้รักสนุก ให้ต้องมาอยู่ในร่างของ 'น้ำมนต์' คุณครูสาวผู้อ่อนโยนซึ่งเพิ่งย้ายถิ่นฐานจากเมืองกรุงมาสู่ชนบท การสลับร่างที่ทำให้ชีวิตของทั้งคู่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือนี้ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นๆ ที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจของเพลย์บอยหนุ่มอย่างคาดไม่ถึง ท่ามกลางอุปสรรคมากมายในการปรับตัวและต้องใช้ชีวิตในร่างของอีกฝ่าย ทั้งสองคนจะจับมือกันก้าวผ่านความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ไปได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนยอมลดตัวเข้าทำงานเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบสาวราวเรื่องเหตุวินาศกรรมที่ทำลายล้างตระกูลของเธอ แต่ทว่าแผนการกลับเกิดเรื่องไม่คาดคิด เมื่อสถานการณ์บังคับให้เธอต้องช่วยชีวิตบุรุษลึกลับในชุดดำให้รอดพ้นจากการจับกุมเพื่อเอาตัวรอด โดยการกดดันให้เขาลงไปซ่อนตัวในถังอุจจาระอันโสโครก เหตุการณ์นี้สร้างความโกรธแค้นให้ชายหนุ่มจนถึงขั้นคาดโทษเอาชีวิตเธอ ทว่านั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ผูกมัดชะตากรรมของทั้งสองไว้ด้วยกัน เมื่อเขาคอยตามพัวพันเพื่อทดแทนคุณท่ามกลางมรสุมการแก้แค้นและศึกชิงอำนาจทางการเมือง
ภาพปกนิยายเรื่อง ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜
7.9
โชคชะตาเล่นตลกกับธิดาปักษาผู้กุมความลับสำคัญ เมื่อนางได้รับความช่วยเหลือจากราชาจิ้งจอกผู้โหดเหี้ยมและไร้ความเมตตา ท่ามกลางสถานการณ์อันตรายรอบด้านที่อาจพรากชีวิตได้ทุกเมื่อ นางจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการโกหกว่าตนเองเป็นเพียงนกธรรมดาไร้พิษสงตัวหนึ่ง ทว่าการตบตาจอมราชันผู้มีสายตาเฉียบคมและมองทะลุทุกสิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย การปิดบังตัวตนที่แท้จริงในครั้งนี้จะช่วยให้นางรอดพ้น หรือจะนำพาไปสู่บทลงโทษอันแสนสาหัสที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในท้ายที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่เพื่อให้เจ้าคุณรัก
9.1
เพราะไก่ย่างเพียงไม้เดียวทำให้ชีวิตของจันทร์วราต้องจบลงอย่างไม่คาดฝัน ทว่าเธอกลับได้โอกาสเริ่มต้นใหม่ในร่างของบุตรสาวเจ้าพระยาในยุคอดีต พร้อมทั้งต้องสวมบทบาทเป็นภรรยาของเจ้าคุณพิพัฒน์ ขุนนางหนุ่มผู้มีนิสัยเย็นชาและไร้หัวใจอย่างที่สุด แต่แทนที่วิญญาณสาวนักเรียนสถาปัตย์จากยุคปัจจุบันจะพยายามเอาชนะใจเขา เธอกลับเลือกที่จะเพิกเฉยและใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองโดยไม่สนใจไยดี ทว่าความแปลกใหม่และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์นี้กลับค่อยๆ ดึงดูดสามีผู้แสนเคร่งขรึมให้เข้าหา จนความเฉยชาในใจของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์อสุรา
8.6
จ้าวจื่อรั่ว เด็กสาววัยสิบหกปีผู้เป็นเพียงลูกอนุ ถูกบีบบังคับให้ต้องเข้าพิธีแต่งงานแทนผู้อื่นกับกู้ตงหยาง แม่ทัพฉายาปีศาจผู้เหี้ยมโหดแห่งดินแดนใต้ แม้จะอยู่ในตำแหน่งฮูหยินเอกอย่างเป็นทางการ ทว่าเธอกลับได้รับเพียงความเฉยชาจากสามี จะมีก็เพียงยามค่ำคืนบนเตียงนอนเท่านั้นที่เขาจะมอดไหม้เธอด้วยเพลิงราคะอันเร่าร้อน กู้ตงหยางปักใจเชื่อว่าคนตระกูลจ้าวคือพวกคนลวงโลก เขาจึงลั่นวาจาว่าจะทรมานเธอให้จมอยู่กับความทุกข์ทรมานเพื่อชดใช้ความผิดนี้ ท่ามกลางความอ้างว้างโดดเดี่ยว หญิงสาวจำต้องก้มหน้ารับกรรมที่ตนไม่ได้ก่อ พร้อมกับเฝ้าถามตัวเองว่าชั่วชีวิตนี้จะยังมีโอกาสได้พบเจอกับความสุขที่แท้จริงบ้างหรือไม่