APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สร้างชีวิตพิชิตฝันหนูน้อยนำโชคในยุค70

สร้างชีวิตพิชิตฝันหนูน้อยนำโชคในยุค70

วิญญาณเด็กหญิงวัยหกขวบที่เคยเร่ร่อนและทนดูความพินาศของครอบครัวจากน้ำมือของย่าแท้ๆ ได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในอดีต เธอตั้งใจใช้ความรู้จากอนาคตปกป้องคนที่รักและเปลี่ยนเส้นทางชีวิตอันมืดมน ทว่าการกลับมาครั้งนี้กลับมีสิ่งแปลกไป เมื่อแม่ผู้เคยอ่อนแอและยอมคนกลับลุกขึ้นมาแกร่งกล้าอย่างน่าอัศจรรย์ การเดินทางเพื่อทวงคืนความสุขและสร้างเนื้อสร้างตัวในยุค 70 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครคาดคิดจึงเริ่มต้นขึ้น
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3 จุดจบอันน่าเศร้าของทั้งครอบครัว (1)

                  “แม่คะ น้องจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ?”

                  “แล้วเรื่องคุณย่า...” หลินเสี่ยวจือจับมือหลินเสี่ยวเย่ไว้แน่นในขณะที่ยืนเฝ้าข้างเตียงผู้ป่วย เธอเอ่ยถามขึ้นผ่านน้ำเสียงเป็นห่วงกังวล

                  ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สองพี่น้องจะรู้สึกวิตกกังวลถึงเพียงนี้ เพราะนางโจวซื่อที่พวกเธอทั้งสองเรียกขานว่า ‘คุณย่า’ นั้น เป็นที่เลื่องลือไปไกลถึงหมู่บ้านใกล้เคียงหลายแห่งในเรื่องความชั่วร้ายเกินมนุษย์ของเธอ

                  ทั้งที่ฐานะทางการเงินของครอบครัวก็ใช่ว่าจะยากจนข้นแค้นอะไรนัก แต่พวกเธอกลับต้องกินข้าวต้มมันเทศและผักดองเป็นอาหารหลักแทบทุกมื้อ สำหรับพวกเธอสี่แม่ลูกนั้น ไข่ไก่เพียงฟองเดียวก็นับว่าเป็นของเลิศหรูมากแล้ว

                  งานบ้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซักผ้าหรือทำอาหาร ก็ล้วนโยนให้หลานสาวทั้งสองทำหมด

                  แต่ถึงแม้จะทำงานหนักขนาดนั้น คนเป็นย่าก็ยังคอยหาเรื่องดุด่าหรือทุบตีหลานๆได้เสมอ

                  “ไม่ต้องห่วงไปนะจ๊ะ คุณหมอบอกว่าน้องพ้นขีดอันตรายแล้วล่ะ นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกไม่กี่วันก็ดีขึ้นแล้วจ้ะ”

                  “ส่วนเรื่องของคุณย่า ไว้แม่จะไปคุยกับพ่อ อธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้พ่อฟังอย่างกระจ่างเองนะจ๊ะ”

                  เมื่อพูดถึงหลินเจียง จางอวิ๋นม่านชักเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา แม้เธอจะบอกกับลูกๆทั้งสองด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขนาดนั้นก็ตาม แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสน เพราะก่อนหน้านี้ เธอเพิ่งได้ยินเสียงในหัวของหลินเสี่ยวอวี่ที่บอกว่า พ่อนี่แหละคือต้นตอปัญหาของเรื่องราวทั้งหมด หัวใจของเธอรู้สึกเสมือนถูกบีบรัดหดเกร็ง แต่กระนั้น กลับปราศจากสุ้มเสียงอธิบายความใดๆเพิ่มเติมจากหลินเสี่ยวอวี่อีก!

                  ทันทีที่ได้ยินผู้เป็นแม่เอ่ยถึงพ่อขึ้นมา ใบหน้าของหลินเสี่ยวจือและหลินเสี่ยวเย่ก็เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ ดวงตาทั้งคู่เป็นประกายด้วยความรู้สึกยกย่องและชื่นชมผู้เป็นพ่ออย่างสุดซึ้ง

                  “จริงด้วยค่ะ ไปหาพ่อกัน พ่อจะต้องช่วยน้องได้แน่ๆ”

                  ทั้งหมู่บ้านมีใครเล่าจะไม่รู้บ้างว่า หลินเจียงลูกชายคนรองของตระกูลหลินและจางอวิ๋นม่านนั้น เป็นคู่สามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันมากเพียงใด มิหนำซ้ำเขายังรักลูกสาวทั้งสามอย่างสุดหัวใจด้วย

                  ทุกครั้งที่หลินเจียงกลับจากโรงงาน ก็มักจะหอบหิ้วของฝากมากมายติดไม้ติดมือมาให้ลูกสาวเสมอ เรียกได้ว่าไม่เคยขาด

                  【ห๊ะ? จะไปหาพ่อนี่นะ? ไอ้คนชาติหมาแบบนั้น ทั้งโกหกตอแหล คนที่เลวที่สุดก็คือมันนั่นล่ะ เพราะมันเองก็รู้เรื่องแผนการชั่วของพี่ชายมันทั้งหมด แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อะไรเลยนี่สิ!】

                  【ไปหามันแล้วจะได้อะไรขึ้นมา? คนบัดซบพรรค์นั้น ตอนนี้ก็คงอยู่บ้านเลขที่ 212 ถนนตงเหอกับเมียน้อยแล้วก็ลูกชายของมันนั่นล่ะ วันนี้ตอนนี้...มันก็คงจะกำลังฉลองวันเกิดครบรอบสามขวบให้ลูกชายของเมียน้อยมันอยู่!】

                  【แม่นะแม่ ผู้หญิงอะไรถึงได้น่าสงสารขนาดนี้ จวบจนกระทั่งวันที่ตัวเองสิ้นใจตาย ก็ยังไม่รู้ความจริงเรื่องนี้เลย!】

                  เสียงของหลินเสี่ยวอวี่ที่ดังผ่านความคิด ประกอบกับร่องรอยความสะเทือนใจปนน้ำเสียงคล้ายสะอื้นเล็กๆ ดังกึกก้องกังวานอยู่ในหัวของจางอวิ๋นม่าน

                  ถนนตงเหอ? บ้านเลขที่ 212?

                  เมียน้อย? แล้วก็ลูกชายงั้นเหรอ?

                  ในขณะที่ลูกสาวตัวน้อยของเธอเกือบจะถูกคนเป็นย่าอุดปากอุดจมูกจนเกือบขาดอากาศหายใจตาย แต่เวลาเดียวกัน สามีที่เธอรักและไว้ใจที่สุด กลับกำลังฉลองวันเกิดอยู่กับลูกชายของผู้หญิงอีกคนงั้นเหรอ? นี่เขานอกใจเธอจริงๆเหรอ?

                  เรื่องแบบนี้...เรื่องแบบนี้มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?

                  จางอวิ๋นม่านกำมือทั้งสองบีบแน่น ความคิดในหัวปั่นป่วนยุ่งเหยิงไปหมด

                  ใจหนึ่ง เธอเชื่อว่าสามีของเธอไม่มีทางที่จะหักหลังกันแบบนี้แน่นอน แต่อีกใจหนึ่งเธอก็กลับคิดว่า แล้วลูกของเธอจะโกหกหลอกลวงเธอไปเพื่ออะไร?

                  “เสี่ยวจือ เสี่ยวเย่จ๊ะ พอดีแม่มีธุระเร่งด่วนต้องออกไปทำ แม่ฝากพวกเธอสองคนดูแลน้องไปก่อนนะ ถ้าหิวก็ไปหาซื้ออะไรมากินได้เลย ไม่ต้องช่วยแม่ประหยัดหรอก”

                  พูดจบ จางอวิ๋นม่านก็ยัดเงินให้กับลูกสาวคนละสิบหยวน จากนั้น เธอก็ตัดสินใจได้ในทันทีอย่างไม่มีลังเล ว่าจะต้องไปสืบหาความจริงทุกอย่างที่ถนนตงเหอด้วยตัวเอง

                  แม้ว่าสองพี่น้องจะไม่รู้ว่าแม่ของพวกเธอกำลังจะไปทำอะไร แต่พินิจจากสีหน้าที่ฉายปรากฏให้เห็น ทั้งคู่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

                  ระหว่างทาง จางอวิ๋นม่านได้สอบถามเส้นทางจากผู้คนที่สัญจรไปมา จนกระทั่งไปถึงบ้านเลขที่ 212 ถนนตงเหอได้ในที่สุด แต่เมื่อไปถึงเธอกลับพบว่าประตูบ้านนั้นปิดสนิท แต่ด้วยความรู้สึกไม่ยอมแพ้ที่ครอบงำจิตใจ จางอวิ๋นม่านจึงได้ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า ตราบใดที่ยังไม่ได้คำตอบตนจะไม่มีวันไปไหนทั้งนั้น!

                  จางอวิ๋นม่านเหลียวมองไปตามทิศทางเสียงที่ดังแว่วมา และได้พบกับกลุ่มหญิงสูงอายุสองสามคนที่กำลังนั่งพักอยู่ใต้ร่มไม้ริมทาง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่มากนัก

                  “คุณยายคะ พอจะทราบมั้ยคะว่าเจ้าของบ้านเลขที่ 212 ไปไหน? พอดีคุณแม่ของเธอล้มป่วยหนักน่ะค่ะ ญาติของเธอก็เลยวานให้ฉันมาช่วยแจ้งข่าว บอกให้เธอกลับบ้านด่วนค่ะ” 

จางอวิ๋นม่านแสร้งปั้นสีหน้าดูเป็นกังวลอย่างมากขณะพูดกับกลุ่มหญิงสูงวัยเหล่านั้น

                  “อ๋อ ใจเย็นๆนะแม่หนูให้ยายคิดก่อน อย่าเร่งรัดยายมาก ขอยายคิดก่อนนะ อืม...บ้านเลขที่ 212 น่ะเหรอ?”

                  “บ้านเลขที่ 212? นั่นมันบ้านของหลี่ลี่เมิ่งไม่ใช่เหรอ?”

                  “ใช่ๆ ใช่แล้วล่ะ บ้านแม่หนูลี่เมิ่ง เธอบอกกับฉันว่า วันนี้เธอจะไปฉลองวันเกิดกับสามีและลูกที่ร้านอาหารรัฐนะ ถ้าจำไม่ผิด”

                  “ใช่ๆ! ตอนฉันออกจากบ้านช่วงเก้าโมงกว่า ๆ ยังเห็นลี่เมิ่งออกไปพร้อมกับสามีแล้วก็ลูกเลย”

                  กลุ่มหญิงสูงอายุหันไปพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ทำให้ข้อมูลที่จางอวิ๋นม่านอยากรู้หลุดออกมาทั้งหมดอย่างง่ายดาย

                  หัวใจของจางอวิ๋นม่านตกวูบไปถึงตาตุ่มทันที แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ถามต่อพร้อมด้วยความหวังอันลิบลี่ที่แทบมองไม่เห็น น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาและเค้นผ่านลำคอออกมาอย่างยากลำบาก…

                  “แล้วพอจะทราบมั้ยคะว่าสามีของลี่เมิ่งชื่ออะไร”

                  “ฉันรู้ๆ ดูเหมือนจะชื่อหลินเจียงนะ ได้ยินว่าทำงานอยู่ที่โรงงานเหล็กในเมืองด้วย”

                  “โอ้โห พูดถึงโจโฉ โจโฉก็ปรากฏ ดูนั่นสิ นั่นมันลี่เมิ่งกับสามีของเธอไม่ใช่เหรอ?”

                  จางอวิ๋นม่านเงยหน้าขึ้นมองทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือชายหญิงคู่หนึ่ง ที่ดูเหมือนเป็นคู่สามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันมาก ทั้งสองเดินจูงมือกันพร้อมกับพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนิทสนม ผู้หญิงข้างกายเขาดัดผมเป็นลอนสวยงาม สวมเสื้อผ้าทำจากเนื้อโพลีเอสเตอร์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในตอนนี้

                  ในอ้อมแขนของผู้ชายยังมีเด็กชายตัวเล็กอายุราวสามขวบได้ เด็กชายคนนั้นหน้าตาละม้ายคล้ายหลินเจียงสามีของเธอมากถึงเจ็ดแปดส่วน

                  ภาพที่เห็นตรงหน้า หากผู้ชายไม่ใช่หลินเจียงสามีที่เธอรักและไว้ใจที่สุดแล้วล่ะก็ จางอวิ๋นม่านก็คงเผลอหลุดปากชมเช่นกันว่า “ช่างเป็นครอบครัวที่มีอบอุ่นกลมเกลียวดีจริงๆ”

                  ความจริงปรากฏประจักษ์ชัดแจ้งอยู่ตรงหน้า ต่อให้จางอวิ๋นม่านจะไม่อยากเชื่อสักเพียงใด แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไปเช่นกัน

                  ดวงตาคู่นั้นของจางอวิ๋นม่านแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามอย่างที่สุดหวังเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นสะท้านภายในใจเอาไว้

                  นี่คือผู้ชายที่เธอรักที่สุด นี่คือคนที่เธอไว้ใจมากที่สุด...

                  เมื่อหลายปีก่อน พ่อแม่ของจางอวิ๋นม่านคัดค้านชนิดหัวชนฝา ไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับหลินเจียงไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น เหตุเพราะพวกท่านทั้งสองเห็นว่าหลินเจียงเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจ และเขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะสามารถฝากฝังชีวิตด้วยได้ แต่จางอวิ๋นม่านกลับยืนกรานเด็ดเดี่ยว เพราะถูกความเอาใจใส่และคำพูดหวานหูที่หลินเจียงมอบให้ตลอดเกือบหนึ่งปีเต็มจนทั้งรักทั้งหลงเต็มเปา โน้มน้าวสารพัดวิธีจนเธอใจอ่อนและยอมแต่งงานกับเขาในท้ายที่สุด พ่อแม่ของจางอวิ๋นม่านจนปัญญาจะห้ามปรามลูกสาวได้แล้ว ก็ได้แต่ต้องจำใจยอมรับ

                  พ่อและแม่ของจางอวิ๋นม่านต่างเป็นปัญญาชนระดับสูง ทั้งคู่ทำงานสอนหนังสือและมีลูกศิษย์ลูกหามากมายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง แม้พวกท่านจะมองว่าหลินเจียงเป็นคนไม่น่าไว้ใจ แต่เพราะเห็นแก่ความสุขของลูกสาว จึงได้ยอมอาศัยเส้นสายของตนช่วยให้ลูกสาวได้ทำงานรับตำแหน่งที่โรงงานเหล็ก

                  แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่า ตอนนั้นจางอวิ๋นม่านจะถูกความรักครอบงำจนทำให้ดวงตามืดบอด ถึงขนาดแอบโอนสิทธิ์การงานที่พ่อแม่สู้อุตส่าห์ใช้เส้นสายหามาแทบตาย มอบให้แก่หลินเจียงไปทำแทน เรื่องนี้ทำให้จางอวิ๋นม่านมีปากเสียงกับครอบครัวเข้าขั้นรุนแรง ถึงขนาดเกือบตัดขาดความสัมพันธ์กับพ่อแม่ตัวเองเลยทีเดียว

                  ต่อมา เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลให้พ่อแม่ของจางอวิ๋นม่านถูกใส่ร้ายและโดนส่งตัวไปใช้แรงงานเพื่อปรับทัศนคติ ทั้งสองคนเลือกที่จะไปโดยไม่บอกกล่าวจางอวิ๋นม่านแม้สักคำเพียว ถึงเรื่องสถานที่ที่พวกเขาถูกส่งตัวไป เพราะกลัวว่าอาจจะทำให้ลูกสาวต้องเดือดร้อนไปด้วย

                  ส่วนหลินเจียงนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกผู้คนรอบข้างตำหนิเอาได้ จึงเอ่ยปากหนักกำชับจางอวิ๋นม่านครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ให้เธอพูดถึงพ่อแม่ของตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น มิเช่นนั้นอาจนำภัยมาสู่ทุกคนในครอบครัวได้

                  จางอวิ๋นม่านผู้ซึ่งหลงรักหลินเจียงจนไม่ลืมหูลืมตา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอต้องอยู่ที่บ้านของหลินเจียง คอยปรนนิบัติดูแลพ่อแม่สามี ทำงานบ้านสารพัดอย่าง ใครๆแถวนั้นต่างก็พูดชมเป็นเสียงเดียวกันว่า หลินเจียงนั้นช่างมีบุญมากจริงๆที่ได้เมียแสนดีถึงเพียงนี้

                  แม้ว่าจะถูกแม่สามีพูดจาถากถางดูแคลนหรือแสดงท่าทีเย็นชาใส่เพียงใด แต่ด้วยคำพูดปลอบโยนและความเอาใจใส่ของหลินเจียง ก็ทำให้จางอวิ๋นม่านไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตของเธอนั้นเลวร้ายเลยแม้แต่น้อย

                  แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า ทุกสิ่งที่เธอเชื่อมั่นมาโดยตลอด ที่แท้ล้วนเป็นการหลอกลวงทั้งสิ้น!!!

                  จางอวิ๋นม่านได้แต่ยืนโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ทำไมตัวเองถึงได้โง่งมงายขนาดนี้!

                  อารมณ์โกรธแค้นที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ตอนนี้ ทำให้เธอแทบอยากจะลงมือฆ่าคนสองคนตรงหน้าที่ไม่ต่างอะไรจาก ‘หมาตัวผู้กับตัวเมีย’ ให้ตายๆไปซะ แต่เมื่อนึกถึงหน้าลูกสาวทั้งสามคนของตัวเองขึ้นมา เธอจึงค่อยสามารถสงบสติอารมณ์ลงได้ในเวลาต่อมา

                  ดวงตาคู่แดงก่ำดุจเลือดของจางอวิ๋นม่าน ทอประกายฉายอารมณ์ความคลุ้มคลั่งสุดน่าสะพรึงกลัวออกมาวูบหนึ่ง พร้อมกับก้มหน้าลงพึมพำกับตัวเองเบาๆ

                  “ฆ่าพวกแกให้ตายมันง่ายเกินไป ฉันจะทำให้พวกแกสองตัวต้องอับอายขายขี้หน้าไปยันโคตรเหง้า! ต้องกลายมาเป็นหนูโสโครกน่ารังเกียจที่ใครๆพบเห็นต่างต้องชี้ประจานไล่ตีให้ตาย!”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติลับมาอยู่ที่เดิมยุค60
8.7
โอกาสครั้งใหม่ในการสะสางความแค้นเปิดฉากขึ้น เมื่อเธอได้ย้อนเวลากลับไปเผชิญหน้ากับอดีตอันแสนยากลำบากในยุค 60 อีกครั้ง ครอบครัวของสามีเธอต้องทนทุกข์จากการถูกแม่เลี้ยงกดขี่ข่มเหงและเอารัดเอาเปรียบมาอย่างยาวนาน ถึงเวลาแล้วที่ทั้งสมาชิกบ้านใหญ่และบ้านรองผู้เคยตกเป็นเหยื่อของการรังแก จะลุกขึ้นมาประสานรอยร้าวและต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่พวกเขาสมควรได้รับ การข้ามมิติในหนนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการพลิกชะตาชีวิต พร้อมทั้งลงทัณฑ์ผู้ที่เคยสร้างความเจ็บปวดให้ต้องชดใช้อย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอา อย่าร่ำสุรา
8.2
เด็กสาวผู้พิการและมีฐานะต่ำต้อยอย่างเจียลี่ คอยเฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มด่ำกับสุราโดยไม่สนใจสตรีใด วันหนึ่งเขาเอ่ยปากให้เธอจัดหาโสเภณีมาปรนนิบัติ แม้เธอจะปฏิเสธด้วยความเจียมตัว แต่ชายหนุ่มกลับไม่เคยคิดดูถูกเธอเหมือนอย่างที่คนอื่นทำ ซ้ำยังกระซิบข่มขวัญว่าแท้จริงแล้วเขาคืออสุรกายร้ายที่คอยจ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันแสนหอมหวาน ท่ามกลางความมึนเมาและแรงดึงดูดอันมหาศาลที่ยากจะต้านทานไหว หัวใจของเจียลี่กลับเริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันแสนเร่าร้อนของชายเพียงคนเดียวที่เธอรักและเทิดทูนที่สุดในชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง
9.7
หลี่เมิ่งเหยาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหญิงวัยสิบสองปี ในช่วงเวลาวิกฤตที่แม่ของเธอซึ่งเป็นอนุภรรยาผู้อ่อนต่อโลก ถูกใส่ร้ายว่าเป็นต้นเหตุให้ผู้อื่นแท้งลูกจนต้องโทษเนรเทศออกจากจวนตระกูลหลี่ ทว่าการเดินทางสู่ดินแดนลี้ภัยครั้งนี้ไม่ได้สิ้นหวังอย่างที่คิด เมื่อเมิ่งเหยามาพร้อมกับกำไลหยกอเวจี อาวุธวิเศษที่ติดตัวเธอมาจากความตาย แม้ตระกูลหลี่จะพยายามกำจัดพวกเธอเพื่อเอาใจขุมกำลังที่ทรงอำนาจ แต่การตื่นขึ้นของเมิ่งเหยาพร้อมพลังวิเศษลึกลับได้เปลี่ยนโชคชะตาทั้งหมดไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กสาวที่เคยอ่อนแอและยอมคน บัดนี้เธอพร้อมเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของการถูกทอดทิ้งด้วยพลังอันแข็งแกร่งที่ใครก็ยากจะหยั่งถึง
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่เพื่อให้เจ้าคุณรัก
9.1
เพราะไก่ย่างเพียงไม้เดียวทำให้ชีวิตของจันทร์วราต้องจบลงอย่างไม่คาดฝัน ทว่าเธอกลับได้โอกาสเริ่มต้นใหม่ในร่างของบุตรสาวเจ้าพระยาในยุคอดีต พร้อมทั้งต้องสวมบทบาทเป็นภรรยาของเจ้าคุณพิพัฒน์ ขุนนางหนุ่มผู้มีนิสัยเย็นชาและไร้หัวใจอย่างที่สุด แต่แทนที่วิญญาณสาวนักเรียนสถาปัตย์จากยุคปัจจุบันจะพยายามเอาชนะใจเขา เธอกลับเลือกที่จะเพิกเฉยและใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองโดยไม่สนใจไยดี ทว่าความแปลกใหม่และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์นี้กลับค่อยๆ ดึงดูดสามีผู้แสนเคร่งขรึมให้เข้าหา จนความเฉยชาในใจของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักแม่ทัพปีศาจ
8.2
ว่านฉีฉี ทายาทสาวของเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ถูกส่งตัวไปปักกิ่งเพื่อลี้ภัย ทว่าสถาบันการศึกษาของเธอกลับพาเธอย้อนเวลาสู่อดีตในยุคสงครามล้างเมืองต้าเยียน ณ เมืองจี้ ในคืนพระจันทร์สีเลือด เธอได้เผชิญหน้ากับหลี่เหวินฉาง แม่ทัพผู้โหดเหี้ยมและเย็นชาแห่งเฉียนฉิน เขาได้ลักพาตัวหญิงสาวจากต่างยุคคนนี้ไปเป็นสตรีบำเรอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอซุกซ่อนพลังของนางพญามารเอาไว้ ชะตากรรมของแม่ทัพปีศาจและสาวงามผู้กุมความลับจึงถักทอเข้าด้วยกันด้วยแรงปรารถนาและอำนาจมืดท่ามกลางสงครามอันร้อน
ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท
8.5
เมื่อหมอศัลยกรรมหนุ่มต้องข้ามมิติย้อนเวลามาสวมรอยเป็นพระชายาขององค์รัชทายาท เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ในดินแดนโบราณ ท่ามกลางศึกแย่งชิงบัลลังก์และการเมืองในราชสำนักที่เต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต เขาจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมใหม่ พร้อมกับทำภารกิจพิชิตใจพระสวามีผู้แสนเย็นชาให้สำเร็จ เส้นทางความรักครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าเต็มไปด้วยอุปสรรคและการต่อสู้ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาเคยพบเจอมาในโลกใบเดิม