APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า

เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า

ลู่เหยาเสียชีวิตอย่างอ้างว้างหลังถูกสามีทอดทิ้งนานสามปี ปล่อยให้ลูกชายเผชิญโลกตามลำพัง ทว่าสวรรค์กลับมอบโอกาสให้เธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างอนุของตระกูลจาง แม้สถานะจะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่นางก็ยินดีก้าวเข้าสู่ขุมนรกแห่งนี้อีกหนเพื่อปกป้องลูกรักและทวงแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอในอดีต จากอดีตฮูหยินแสนดีที่เคยถูกกดขี่และเหยียดหยามอย่างทารุณ วันนี้เธอกลับมาในฐานะอนุสุดแกร่งที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนศัตรูทุกคนอย่างสาสม มาร่วมติดตามว่าบทสรุปของเพลิงแค้นและความรักของแม่ในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

งานมงคลและพิธีนำเจ้าสาวเข้าห้องหอผ่านไปอย่างชื่นมื่น ตามความปรารถนาของชายหนุ่ม ทุกคนต่างคิดว่าจางฮุ่ยเฉินสำลักความสุขกับอนุคนใหม่ตลอดทั้งราตรี

อนุภรรยาหวางหวินเฟย ยังคงนอนสลบไสลอยู่บนเตียงที่มีดอกเหมยกุ้ยฮวากระจัดกระจายอยู่ในห้อง และสีแดงชาดบ่งบอกว่าเรื่องเมื่อคืนช่างร้อนแรง

อนุหวินเฟยที่ออกจากห้องมาเพื่อสูดอากาศดับอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเองก็มองเห็นสตรีงดงาม เดินออกมาจากจวนฝั่งสวนดอกไม้ บ่าวในจวนที่อยู่ใกล้บอกนาง “นั่นคือฮูหยินเอกลู่เหยา” แม้ในใจจากจะไม่พอใจเพียงใด อนุหวินเฟยก็ยังค้อมศีรษะให้กับฮูหยินเอกลู่เหลา ก่อนจะเดินออกไปยังโถงหน้าจวน

เสิ่นลู่เหยาเดินไปจนถึงห้องหนังสือก็พบจางฮุ่ยเฉินออกมาพอดี นางมีสีหน้าแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าถาม ส่วนจางฮุ่ยเฉินเมื่อเห็นว่า

“ดูแล้วเจ้ามิได้ทุกข์ร้อนอันใด เรื่องที่ข้าแต่งอนุหวางเข้าจวนเลยนะ เจ้ามีหัวใจหรือไม่เสิ่นลู่เหยา”

สามีผู้นี้มิใช่น้ำทิพย์ชโลมใจเมื่อได้พบเจอ นางหันหน้ามามองเขาสีหน้าเรียบเฉย

“หากมิใช่การผูกสมัครเรื่องแต่งงานกันเมื่อครั้งวัยเยาว์ ข้ายังมีสิ่งใดต้องเอ่ยอีกหรือเจ้าคะ หากท่านพี่ได้พบเจอรักแท้เช่นนี้ ข้าก็ดีใจด้วยเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องหัวใจ ข้า มอบให้คนที่ปรารถนาดีต่อข้าเท่านั้น หนึ่งในสิ่งที่พูดมิได้รวมท่านพี่อยู่ด้วยเจ้าค่ะ”

วาจานางช่างเชือดเฉือน บ่งบอกได้ว่าสิ่งที่สามีทำลงไปนั้น หาได้สำคัญต่อชีวิตนาง ทุกอย่างคือหน้าที่ ซึ่งสวรรค์ได้ลิขิตโชคชะตาไว้ให้นางแล้วนั่นเอง

“ฮูหยินชั่งมีจิตใจที่เข้มแข็งดั่งเช่นหินผา และเมตตาถึงเพียงนี้ราวกับคนไม่มีหัวใจ ข้ามิแปลกใจเลยที่เจ้าตกลงแต่งงานเพราะทั้งสองตระกูลบังคับ นับว่าข้าเลือกฮูหยินได้ถูกแล้ว ที่จะมาเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดในจวน แต่มิต้องทำหน้าที่บนเตียง เพราะข้าก็มิได้ชื่นชอบหุ่นปั้นดินเผานักหรอก เจ้ามิได้สะทกสะท้านกับการที่สามีแต่งอนุมาเพิ่มก็ดีแล้ว ข้าจะได้สบายใจ”

นับว่าครั้งนี้จางฮุ่ยเฉินพูดกับนางมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ก็ดีที่เป็นเช่นนั้น เพราะเสิ่นลู่เหยาก็มิได้มิน้ำตาให้กับเรื่องเช่นนี้ นางจำเป็นต้องทำหน้าที่ของภรรยาอยู่แม้ว่าจะไม่ครบตามธรรมเนียมก็ตาม

“ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวเจ้าค่ะ หากท่านพี่มีธุระอันใด ก็เรียกหาผ่านสาวใช้ของข้าได้เสมอ”

ทั้งจางฮุ่ยเฉินและเสิ่นลู่เหยา ต่างมิได้ผูกสมัครรักใคร่กันมาก่อน พวกเขาถูกหมั้นหมายกันมานาน ตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ เขามิได้สนใจใยดีคู่หมั้นคนนี้สักเท่าใดและไม่เคยรับรู้ว่าอีกฝ่ายมีหน้าตายังไง

จะมีเพียงลูกสาวตระกูลหวางเท่านั้น ที่เขาอยากเข้าไปทำความรู้จักด้วยเพราะเห็นพู่ห้อยที่ตัวเองถามมานาน เขาจึงขอให้บิดาสู่ขอนางมาเป็นอนุของเขาแต่สุดท้ายก็พบว่านางไม่ใช่คนที่เขาตามเช่นเคย

เสิ่นลู่เหยาเองก็เหมือนกัน ถึงแม้นางจะมิได้ต้องตาต้องใจชายใด ด้วยความเป็นคนนิ่งเงียบ และรักสงบจึงอยู่แต่ในจวน มิได้ตามบิดามารดาไปไหนมาไหนด้วย แต่เมื่อเติบโตขึ้นมา กลับทำให้เสิ่นลู่เหยางดงามยิ่งกว่าผู้ใด หากจะเปรียบเทียบความงาม เสิ่นลู่เหยางามล้ำกว่าหวางหวินเฟยนัก ข้อนี้จางฮุ่ยเฉินก็รู้สึกได้ แต่เขากลับอคติกับฮูหยินของตัวเอง เพียงเพราะสิ่งแทนใจเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อทางครอบครัวของเสิ่นลู่เหยาทราบข่าวการแต่งอนุเข้าจวนของคุณชายจาง บิดานางเสิ่นรุ่ยหนานก็มิได้พอใจนัก จึงออกอุบายให้ทั้งสองรักใคร่กันมากยิ่งขึ้น เพราะจะได้มีหลานชายสืบสกุลโดยไว

เมื่อเสิ่นลู่เหยากลับมาเยี่ยมจวนของบิดามารดา เขาก็เอ่ยถึงการค้าขายกับตระกูลจาง

“ที่ข้าได้ข่าวมามันเป็นความจริงสินะ เรื่องตระกูลจางรับอนุเข้ามาใหม่ อีกทั้งยังตบแต่งกันเหมือนตอนที่รับเจ้าเข้าเป็นฮูหยินอีกด้วย ใช่หรือไม่ลู่เหยา”

บิดาเอ่ยถามบุตรสาว แต่ก็ยังคงใช้น้ำเสียงที่เรียบนิ่ง เพราะถึงอย่างไร การที่ตระกูลฝ่ายชายจะแต่งอนุเข้าจวน ก็มิได้ผิดประเพณีแต่อย่างใด ในแคว้นนี้สามารถทำเช่นนั้นได้ ถึงแม้จะมีฮูหยินแล้วก็ตามที เพราะการมีภรรยาของเหล่าบุรุษนั้น ถูกมองว่าเป็นการเสริมบารมี และเป็นมงคลแก่ตระกูล อย่างไรเสียภรรยาก็ต้องกำเนิดบุตรชายให้แก่ตระกูลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่บุตรสาวของตระกูลอนุ ได้แต่งงานกับชายที่มีภรรยาอยู่แล้ว มิใช่เรื่องที่แปลกเลย กลับเป็นการน่ายินดีเสียอีก ที่มีบุรุษให้ความสำคัญต่อหญิงสาว

เพราะเมื่อบุตรสาวแต่งงาน ก็เหมือนการสาดน้ำออกจากเรือน ตามความเชื่อของประเพณีที่ทำสืบต่อกันมา

การเป็นอนุของตระกูลใหญ่ ก็มักจะได้ค่าสินสอดที่สมน้ำสมเนื้อ ยิ่งอนุกำเนิดบุตรชายด้วยแล้ว ก็อาจได้ขึ้นเป็นฮูหยินรอง ที่มีตำแหน่งและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้นไปอีก ดูแล้วก็เป็นสิ่งที่หญิงสาวทุกคนมิอาจปฏิเสธได้

“เป็นความจริงเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าเห็นแล้วว่าทั้งสองรักใคร่กันดี ส่วนตัวข้านั้นก็ยินดีกับสามีเช่นกัน”

เสิ่นลู่เหยามิอาจจะกล่าวความเท็จได้เพราะนางได้ยินข่าวลือถึงคืนที่เร้าร้อนของสองคน แค่เขาเลือกที่จะร่วมหอกับอนุหวินเฟยก็บอกได้แล้วว่าจางฮุ่ยเฉินชอบอนุมากกว่า

ส่วนนางก็พยายามทำตามธรรมเนียมที่ถูกสอนมาจึงพยายามทำหน้าที่ฮูหยินให้ดีที่สุด หากนางทำได้ไม่นานจางฮุ่ยเฉินอาจจะเห็นความดีของนาง

นางคิดเช่นนั้นจริง ๆ หากสามีมีความสุขนางก็มิอาจขัดขวาง แม้ในยามที่สามีมิได้ต้องการนางร่วมหอก็ตาม

“หากเจ้าคิดว่าดีแล้ว พ่อก็มิได้ว่ากล่าวอันใด สามีภรรยาก็เหมือนต้นไม้ที่ปลูกในกระถางเดียวกัน จะเติบโตก็ต้องไปด้วยกัน ระบบรากก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน หากช่วยกันค้ำชู ก็จะเป็นไม้สองต้นที่แข็งแรง เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดใช่หรือไม่ลู่เหยา”

บิดาของนางเอ่ยคำสอนตามแบบฉบับตระกูลเสิ่น หลายครั้งที่มักใช้คำอุปมา แต่ทุกคนก็ล้วนเข้าใจ เพราะความเป็นตระกูลพ่อค้า จึงมีความฉลาดหลักแหลมในสายเลือดอยู่มากทีเดียว

“ท่านพ่อของเจ้าพูดถูกแล้วลู่เหยา ถึงแม้จะมิได้ชอบใจนักกับการแต่งอนุของสามีเจ้า แต่ทุกอย่างก็ต้องดำเนินไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น เจ้านั้นคือฮูหยินเอก คือภรรยาคนแรก เพราะฉะนั้นหากเจ้ามีทายาทให้ตระกูลก่อนใคร เจ้าก็จะโชคดียิ่งกว่ามีทองคำเท่าภูเขา ฟังที่ข้าพูดไว้นะลู่เหยา”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

นางแค่รับคำจากผู้อาวุโสเพียงเท่านั้น ด้วยเพราะนางเข้าใจสิ่งที่ทั้งสองได้บอกกล่าวทั้งหมด หญิงสาวหลบตาลงต่ำ หากนางร้องไห้ได้ก็คงจะทำไปแล้ว บิดาและมารดาคาดหวังทายาทของตระกูลจางมากมายเช่นนี้ แล้วนางจะทำอย่างไรดี ในเมื่อเวลาที่ผ่านมา จางฮุ่ยเฉินมิได้ใส่ใจตนสักนิด

“ถึงแม้พวกเจ้าจะแต่งงานกันไปแล้วก็ตามที แต่การค้าขายก็ยังคงอยู่ คุณชายจางเป็นบุตรของตระกูลที่รับซื้อผ้าไหมจากทางเราไปขาย มิเคยได้เดินทางออกไปยังเขตอื่น แคว้นใกล้เคียงก็มีผ้าที่สวยงามมากอยู่เช่นกัน ถึงจะเทียบกับผ้าไหมจากดินแดนโพ้นทะเลทรายมิได้ แต่พ่อก็อยากให้เขาทำการค้าของตระกูลเราให้เป็นด้วย”

“จะดีหรือคะท่านพ่อ สามีข้ามิเคยได้เดินทางไปไหนไกล อีกอย่างเขามิได้คุ้นชินกับเส้นทาง ข้ากลัวว่าเขาอาจจะมิได้อยากไปไหนด้วยซ้ำ ยิ่งตอนนี้สามีข้าแต่งอนุเข้าจวนใหม่ด้วยแล้ว เขาคงคร่ำเคร่งกับการดูแลอนุหวินเฟย จนมิอยากทำอะไรอีกแล้ว”

ปลายประโยคเหมือนจะน้อยใจอยู่ เพราะสำหรับเสิ่นลู่เหยาแล้วกำลังคิดว่า เขานั้นหน้ามืดตามัว จนไม่เป็นทำงานทำการ มัวพร่ำพลอดรักกับอนุคนใหม่ มิได้เห็นเดือนเห็นตะวัน

“ปังง!!”

“เจ้าพูดแบบนี้ได้เช่นไรลู่เหยา!!”

บิดาถึงกับตบโต๊ะด้วยความโมโห “คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเสียเวลาไปกับการชื่นชมสตรี มีเวลาอีกเยอะนักที่จะร่วมเตียงกับอนุคนใหม่ นี่พ่อใจเย็นมากพอควรแล้วที่เขาหยามหน้าตระกูลเสิ่นของเรา”

“ท่านพี่ ใจเย็น ๆ ก่อนเถอะเจ้าค่ะ โปรดนั่งลงก่อนเถอะ” หวังซิวเม่ย ผู้เป็นมารดาเห็นสามีไม่พอใจ นางก็อกสั่นต่อความเกรี้ยวกราดนี้

“พ่อให้เวลาสองวันในการเตรียมตัวเดินทาง พ่อจะมิยอมให้บุตรเขยได้มีความสุขเกินหน้าเกินตาบุตรสาวของพ่อ มันน่าเจ็บใจนัก!!”

เสิ่นรุ่ยหนานยกสุราดื่มเข้าไปหนึ่งอึกด้วยความแค้นเคือง แม้สุราจะบาดคอสักเพียงใด แต่ชีวิตหลังแต่งงานของบุตรสาวนั้นน่าเจ็บใจยิ่งกว่า เมื่อภรรยาเข้ามากระซิบว่า บุตรสาวยังมิเคยได้เข้าหอเลยสักครั้ง ทำให้เขาหนักใจยิ่งขึ้นไปอีก หากอนุคนนี้ตั้งครรภ์ขึ้นมา และได้ทารกชาย เสิ่นรุ่ยหนานเกรงว่าบุตรสาวของตนจะตกที่นั่งลำบาก

“พ่อจะเขียนจดหมายไปบอกสามีเจ้าเอง ว่าพ่อไม่สบาย จึงอยากให้เจ้ากับสามี ได้ไปค้าขายด้วยกันในครั้งนี้ และพ่อก็หวังว่าความสัมพันธ์ของเจ้าจะดีขึ้น หากได้ใกล้ชิดกัน”

บิดาบอกกล่าวกับบุตรสาวตามที่เห็นสมควร ถ้าตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้ ก็คงมีวิธีนี้แค่ทางเดียว ที่จะพอกระชับความสัมพันธ์อันดีของทั้งคู่ได้

“ความใกล้ชิดจะทำให้ความรักเบ่งบาน”

เขาเชื่อเช่นนั้น ส่วนเสิ่นลู่เหยากลับคิดว่าไม่มีประโยชน์หาว่าใจเขานั้นมีเพียงอนุหวินเฟยเท่านั้น

วันรุ่งขึ้น หลังจากที่เสิ่นลู่เหยากลับจากการไปเยี่ยมจวนของตระกูลเดิม นางก็นำจดหมายปิดผนึกมาให้สามีอ่าน เขาก็มิได้ว่ากล่าวอันใด กลับให้นางจัดเตรียมสัมภาระ เพื่อออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น

“ในจดหมายบอกมาว่าให้ไปรับผ้าไหมที่แคว้นเหยา ข้าจะเดินทางไปด้วยตนเองก็ได้ หากเจ้ามิต้องการที่จะไปด้วยกัน ข้าก็มิว่าอันใด แต่ในจดหมายนี้ บิดาของเจ้าบอกมาว่า ที่จริงเสิ่นลู่เหยาคือคนที่มีความสามารถพิเศษในการเลือกสินค้าได้ดี ข้าจึงต้องให้เจ้าไปด้วย”

เขาหันมาบอกกับนาง และที่บิดาพูดมาก็มีส่วนถูกอยู่มาก นางรู้จักเนื้อผ้าเป็นอย่างดี และสามารถทราบด้วยความพิเศษบนฝ่ามือ เมื่อสัมผัสโดนเนื้องาน เพราะผ้าไหมที่ดี จะต้องมีผู้รู้ที่ดีเช่นกัน บางแคว้นมิได้ซื่อสัตย์กับนักค้าขายต่างถิ่นนัก จึงมักใช้ผ้าชนิดอื่นที่ใกล้เคียงกันนำมาย้อมสี และใช้อำพันจากต้นไม้บางชนิดมาถักทอ ให้เป็นเนื้องานใกล้เคียงกับใยใหม พ่อค้าต่างถิ่นจึงถูกต้มตุ๋นกันมานักต่อนัก

“ตระกูลเสิ่นของเราค้าขายผ้าไหมเป็นระยะเวลาถึงสามชั่วอายุคน ความสามารถในการเลือกเฟ้น ย่อมตกถึงมือทายาท เพราะฉะนั้นเมื่อข้ามีความสามารถด้านนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเดินทางไปกับท่านด้วยเจ้าค่ะ ขออภัย หากจะทำให้ท่านพี่ไม่พอใจ”

จางฮุ่ยเฉินมองเสิ่นลู่เหยาแม้จะพูดเหมือนเอาใจแต่ปลายประโยคเหมือนประชดประชัน และเพราะเขาไม่อยากโต้เถียงกับนาง จึงทำทีเป็นของตัว

“ข้าจะไปดูอนุหวางหน่อยได้ยินว่านางไม่สบาย” เพราะอยากหลีกหนีจากฮูหยินเองเลยหาข้ออ้างไปหาอนุ พอเจอหน้าอนุก็หาข้ออ้างมาทำงาน ไม่รู้ว่าเขาจะทำเช่นนี้ได้นานเท่าไรจนกว่าจะเจอนางที่เขาหามานาน

หลังจากชายหนุ่มก้าวเท้าออกไปจากบริเวณจวนของฮูหยินเอก นางก็ให้สาวใช้วิ่นจือ จัดเตรียมสัมภาระของตนเองเช่นกัน

“นายหญิงจะไปกี่วันหรือเจ้าคะ ข้าน้อยจะได้จัดเตรียมให้เท่าวันเวลาที่เดินทางเจ้าค่ะ” สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ไต่ถามฮูหยินของนาง

“เจ้าจัดเตรียมให้ข้าสักแปดชุดก็เพียงพอแล้วล่ะ วิ่นจือ” นางตอบกลับไปเช่นนั้น แต่สาวใช้ก็จัดเตรียมให้เสิ่นลู่เหยาถึงสิบสองชุดด้วยกัน

“เลขมงคลคือสิบสอง ข้าขอให้นายหญิงและนายท่าน เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ น่าเสียดายที่บ่าวมิได้ไปปรนนิบัติรับใช้นายหญิงด้วยตัวเอง”

“เสร็จแล้วเจ้าไปพักผ่อนเถอะวิ่นจือ พรุ่งนี้ต้องช่วยข้าจัดเตรียมสัมภาระขึ้นม้าตั้งแต่ปลายยามอิ๋นการเดินทางจะได้ไม่ร้อนจนเกินไป เจ้าเข้าใจหรือไม่”

สาวใช้รับคำ ก่อนจะขอตัวเดินออกไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เสิ่นลู่เหยาก็ได้วิ่นจือ ที่คอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ หญิงสาวคิดถูกแล้วที่นำสาวใช้คนนี้มาเข้าจวน เพราะไม่ว่าเรื่องอันใดวิ่นจือ ก็ทำแทนนางได้เมื่อยามตนเองท้อแท้ ยิ่งในวันที่สามีแต่งอนุเข้ามายังจวน นางมิได้กินอิ่มนอนหลับ หากแต่เป็นลมอยู่บนที่นอน แม้ในตอนแรกจะดูเข้มแข็งให้ผู้อื่นเห็นก็ตามที

แต่สตรีทุกคนล้วนมีจุดอ่อน เพียงแค่เสิ่นลู่เหยาทราบดี ว่านางทำอันใดมิได้ ต่อให้โวยวายไปก็เท่านั้น นางกลัวจางฮุ่ยเฉิน รังแกในวันที่อ่อนแอเช่นนั้น เขามิปราณีนางอยู่แล้ว หากเขาจะหย่าจากนางก็ทำได้ แต่เพราะสกุลจางต้องพึ่งพาตระกูลจางอยู่นางจึงไม่อาจทำให้เกิดผลกระทบทั้งสองตระกูลได้

เพราะหากนางหย่ากับเขา เห็นทีว่าการผูกสัมพันธ์ไมตรีกันมากว่าสามรุ่น คงต้องพังทลายลงเพราะการแต่งงานแค่ครั้งเดียวของสองตระกูลเป็นแน่

จางฮุ่ยเฉินเป็นคนฉลาดหลักแหลม เขาจึงคิดได้แต่บุรุษก็ย่อมต้องการดอกไม้งามมาเชยชม เขาเข้าใจผิดไปเองว่าภรรยาของตนนั้นไร้กลิ่น ไร้ความรัก และเย็นชาดุจเจ้าหญิงจากเมืองหิมะ จึงแต่งอนุเข้ามาเพิ่ม หวังเพียงความอบอุ่นใจที่ภรรยามิอาจมอบให้ได้

จางฮุ่ยเฉินช่างโง่เขลาในเรื่องความรักที่สุด แต่เขานั้นมิได้รู้ตัวเลยสักนิด

เวลานี้ราตรีมืดมิดนัก แต่ในจวนของอนุหวางหวินเฟย ยังคงเร่าร้อนใต้แสงเทียน หากแต่ใบหน้าบุรุษกลับกลายเป็นจางเป่าหยวนแทนที่จะเป็นพี่ชายเขา ทั้งสองยังคงพลอดรักกันอยู่บนเตียงนอน ที่โดนกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนอดยากกันมานับแรมปี

หวางหวินเฟยรีดพิษจากมังกรใหญ่ของเขาถึงสามครั้งในคืนเดียว สตรีนางนี้ช่างร้อนแรงเหลือเกิน

“เจ้าหวังจะให้กำลังของข้าหมดลงเลยหรืออย่างไรหวินเฟยเจ้านี่ช่างร้ายกาจนักนะ”

“ตอนนี้ข้าเป็นพี่สะใภ้เจ้า อ๊า ข้ามีความสุขมากเลยเจ้าค่ะ”

นางพลอดรักกับเขาบนเตียงใหญ่ ยินดีรับแรงกระแทกกระทั้นจากมังกรใหญ่โดยมิปริปากบ่น ชายหนุ่มทั้งกอดทั้งจูบนางเหมือนคนตะกละตะกราม แต่หวางหวินเฟยก็ชอบในรสสัมผัสที่น้องชายมอบให้ จนกระทั่งทั้งคู่หมดแรง จึงหันมาพูดคุยกันจริง ๆสักที

ดูเอาเถอะแม้แต่ก่อนไปเขายังเลือกที่จะค้างแรมในจวนฮูหยินใหญ่แทนที่จะเป็นนาง ครั้งนางก็ขอติดตามไปด้วย แต่จางฮุ่ยเฉินก็มิยอมให้ตามไป เพราะเป็นคำสั่งจากตระกูลเสิ่น ให้เขาเดินทางไปกับฮูหยินเสิ่นลู่เหยาแค่สองคน

“หึ! ฮูหยินเอกคงมิอยากให้ข้ากับเขาอยู่ใกล้ชิดกันสิไม่ว่า เห็นได้ชัดว่านางอิจฉาข้า จดหมายที่เขียนขึ้นมาคงเป็นฝีมือนางเองทั้งหมด”

หวางหวินเฟยเริ่มใส่ร้ายเสิ่นลู่เหยา เป็นเพราะนางอยากให้สามีรักแค่ตนเองคนเดียว

เป่าหยวนที่เห็นแววตาริษยาก็เอ่ยด้วยวาจาน้อยใจ ”อย่าลืมสิว่าใครคือสามีของเจ้าตัวจริง”

นางทำท่าออดอ้อนชายหนุ่ม เพราะตั้งแต่เข้าจวนมาจางฮุ่ยเฉินก็ไม่เคยแตะต้องนางสักคราทำให้นางต้องเหงากายแวะมาเติมพลังกับบุรุษที่เคยร่วมภิรมย์มาก่อน

“เจ้าก็พูดไป เสิ่นลู่เหยามิใช่คนโง่เขลาเพียงนั้น อย่าทำให้ระแวงเด็ดขาดเจ้าใจหรือไม่”

เมื่อได้ยินเช่นนี้อนุหวินเฟยก็สงบปากสงบคำมากขึ้นแล้วหันมาสนใจกับความสุขตรงหน้าตลอดทั้งคืน

เมื่อถึงยามอิ๋น เสิ่นลู่เหยาก็เตรียมสัมภาระเสร็จแล้ว พร้อมเดินทางกับรถม้าที่เป็นพาหนะ ไม่นานนักจางฮุ่ยเฉินก็ตามมาสมทบ จนขบวนได้เคลื่อนออกไป

ตลอดทางทั้งคู่มิได้เสวนากัน ทำให้จางฮุ่ยเฉินหลับไปยาวนาน แม้แต่เสิ่นลู่เหยาก็หลับตาอยู่บนขบวนตามติดไปด้วยเช่นกัน

ทั้งคู่เดินทางข้ามวันจนมาถึงแคว้นเหยา และรับผ้าไหมเนื้อดีมาจากแคว้นนี้เรียบร้อย เสิ่นลู่เหยาดูแตกต่างจากตอนที่อยู่ในจวนตระกูลจางมากนัก

ยามเมื่อนางได้ค้าขายและเอ่ยปาก อีกทั้งเมื่อนางพูดถึงความพิเศษของเนื้อผ้าแต่ละชนิด ทำให้นางดูมีความสุขมาก ภาพที่ยิ้มแย้มกับคู่ค้าตรงหน้า คือหญิงสาวที่งดงามยิ่งนัก นางดูมีเสน่ห์ให้ชวนหลงใหลได้ไม่ยาก

ภาพที่งดงามเช่นนี้มิเคยปรากฎอยู่ในจวนตระกูลจางเลย นับตั้งแต่เขาแต่งนางเข้าจวน ทำให้ชายหนุ่มคิดว่า ดอกไม้งามจะบานเมื่ออยู่ถูกที่ ตลอดเวลาเขาช่างโง่เสียจริง ที่มองไม่เห็นส่วนนี้ของภรรยา

“เจ้าเจรจาเก่งมากเสิ่นลู่เหยาข้ามินึกมาก่อนว่าเจ้าจะเก่งกาจถึงเพียงนี้”

เขากล่าวชมหญิงสาว เพราะเห็นว่าผ้าไหมที่นำมานี้สวยงามเหลือเกิน หากเป็นเขาก็คงจะแยกเนื้อผ้าที่ดีกับเนื้อผ้าลำดับต่ำกว่าไม่ออก เพราะมันช่างคล้ายกันเหลือเกิน

แต่เสิ่นลู่เหยาทำได้ นางเป็นอัญมณีเม็ดงามของแคว้นจริง ๆ

“ท่านพี่กล่าวชมข้ามากไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าก็ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากท่านพ่อมาก็เท่านั้น อย่าได้ชมข้าเลย”

“ในตอนที่เจ้ายิ้มแย้ม ข้ามองเห็นความงดงามในตัวเจ้าเช่นกัน ข้าขอโทษที่เคยหาว่าเจ้าเย็นชาและยิ้มไม่เป็น” เสิ่นลู่เหยาไม่คิดว่าสามีจะเอ่ยคำนี้ออกมา นางรู้สึกหวั่นไหวในใจขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังเก็บอาการ และหาได้แสดงออกใด ๆ ให้สามีเห็น

เมื่อการค้าขายสำเร็จ จางฮุ่ยเฉินจึงคิดจะฉลองที่เขาทำงานนี้ได้สำเร็จในคราแรก จนตนเองมึนเมาในโรงเตี้ยมระหว่างทางในเมืองเล็ก ๆ ของแคว้นเหยา

“ข้าต้องดื่มฉลองสักหน่อย ที่ทำงานสำเร็จลุล่วง เอิ๊กก!!”

จางฮุ่ยเฉินดื่มไปได้สักพักก็เริ่มเมามาย จนทำให้หญิงสาวต้องให้เสี่ยวเอ้อในร้าน ช่วยพยุงสามีขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน

“ข้าไม่มาวว !! ข้าม่ายได้มาว เสี่ยวเอ้อ!! เอาเหล้ามาให้ข้าดื่มอีก!!”

“ท่านพี่เมามากแล้วเจ้าค่ะ ข้ามิให้ท่านดื่มอีกแล้ว”

สิ้นคำชายหนุ่มก็ล้มพับลงบนที่นอน เสิ่นลู่เหยาส่ายหัวกับการดื่มที่ไม่ประเมินตนเองเช่นนี้นัก นางใช้ผ้าชุบน้ำใส่อ่างไม้มาเช็ดตัวให้สามี พลางก็คิดไปว่าตนเองมิเคยได้เห็นเขาชัด ๆ เลยสักครั้ง เพราะทั้งคู่หาได้มีเวลาใกล้ชิด หรือพูดคุยกันแบบคนรักเลย

เสิ่นลู่เหยาพิศมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า เขาช่างมีส่วนที่หล่อเหลาครบองค์ประกอบเลยทีเดียว เป็นชายหนุ่มที่น่าปรารถนาของหญิงสาวหลายคน แต่หนึ่งในนั้นคงมิใช่นางเป็นแน่

เสิ่นลู่เหยานำผ้าไปเช็ดที่ซอกคอของชายหนุ่มเป็นครั้งที่สอง แต่คราวนี้เขากลับตื่นขึ้นมาและงัวเงีย

ชายหนุ่มเด้งตัวขึ้น เขาจับนางพลิกกายลงบนที่นอนราบกับเตียงนุ่ม ก่อนจะลงมือไซ้ซอกคอนวลเนียน และจุมพิตนางอย่างเร่าร้อน สุราทำให้เขากล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

หญิงสาวที่มิเคยผ่านมือชายเลยสักครั้ง กลับตื่นเต้นในรสชาติการจู่โจมเช่นนี้ และนางก็หาได้ขัดขืนไม่ ทั้งคู่เต็มใจที่จะโอบรัดกันและกัน จนไม่เหลือวินาทีแห่งคำถาม มีแต่ความร้อนแรงบนเตียงนอนต่างถิ่น ซึ่งทำหน้าที่รองรับอารมณ์พิศวาสของทั้งคู่ มันช่างเหมือนกับพายุพัดพา และอบอุ่นดั่งแสงตะวัน จนทำให้ทั้งห้องนี้ร้อนด้วยไฟราคะอย่างเต็มเปี่ยม

ในที่สุดสามีก็ได้ทำหน้าที่มอบน้ำวิสุทธิ์ ให้แก่ภรรยาของเขาสักที

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์เถื่อน
8.2
มณีมณฑ์เผชิญหน้ากับอพอลโล่ด้วยโทสะอันรุนแรง เธอท้าทายให้เขาใช้กฎหมายตัดสินความถูกต้อง แทนการใช้กำลังป่าเถื่อนรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ แต่อพอลโล่กลับข่มขู่เธอด้วยการทรมานอันแสนเจ็บปวด พร้อมสั่งให้เธอทำความสะอาดห้องเพื่อสยบยอม ความโกรธแค้นทำให้หญิงสาวตัดสินใจขว้างปาสิ่งของใส่เขา ทว่าชายหนุ่มกลับจู่โจมเข้าประชิดตัวและพันธนาการร่างเธอไว้อย่างโหดร้าย เขาเอ่ยปากสบประมาทอย่างเจ็บแสบว่าผู้หญิงที่เร่าร้อนแบบเธอคงถูกศรวัณเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี พร้อมหัวเราะเยาะหยันว่าสุดท้ายเธอก็พร้อมจะทอดกายให้ศัตรูที่เกลียดชังอย่างเขาเชยชมอยู่ดี
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีเถื่อนที่รัก
9.0
ชีวิตของนิรินต้องพลิกผันเมื่อก้าวพลาดเข้าห้องผิด จนต้องเผชิญหน้ากับนรราช ชายร่างใหญ่ผู้มีอาการมึนเมาและขู่ฆ่าไม่ให้เธอขัดขืน ท่ามกลางความตื่นตระหนกและสัมผัสจูบที่แสนเอาแต่ใจ เมื่อความจริงปรากฏภายใต้แสงไฟ เธอจึงรู้ว่าเขาคือลุงราช หลานชายเจ้าของบ้านสุดโหด แม้ว่าครอบครัวของทั้งสองฝ่ายจะมีข้อพิพาทรุนแรงจนพ่อของเธอสั่งห้ามข้องแวะกับเขาโดยเด็ดขาด ทว่าการเผชิญหน้าเหนือความคาดหมายในค่ำคืนนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายที่ถอนตัวไม่ขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก
9.3
หลิวชิวเยว่ อดีตผู้บริหารสาวสุดสตรองและเพียบพร้อม ต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวเจ้าเนื้อน้ำหนักร้อยกิโลฯ ที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจว่าเป็นตัวโชคร้าย เธอฟื้นขึ้นมาในเกี้ยวแต่งงานที่กำลังเดินทางไปเข้าพิธีวิวาห์กับเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นชิงเป่ย ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่าเขาไม่ได้ชอบสตรี หลิวชิวเยว่จึงตั้งใจจะหาคำตอบเรื่องรสนิยมของสามี ทว่าในคืนจันทร์เพ็ญ เธอกลับต้องตกตะลึงเมื่อได้รู้ความลับว่าแท้จริงแล้วเขาสามารถแปลงร่างเป็นหมีแพนด้าได้! เรื่องราวความรักสุดอลเวงกับสามีแพนด้าสายคลั่งรักจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
วันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ดกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต เมื่อความจริงเบื้องหลังสามีนักแข่งรถถูกเปิดเผยผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาโดยตลอด ที่ผ่านมาเขาอ้างเรื่องความปลอดภัยเพื่อปิดบังตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีม แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า ฉันจึงเลือกยุติความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนแต่งงานทิ้งไว้ ก่อนจะหันกลับมาสวมถุงมือสีดำคู่เก่งอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าโลกแห่งความเร็วที่เขาเคยเตือนว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยและเชี่ยวชาญยิ่งกว่าใคร
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็ดบุปผาสะเทือนถึงดวงดารา
8.4
เมื่อชีวิตของลั่วฟางหยุนในมิติขนานต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ขั้นสุด ทั้งถูกกดขี่เป็นทาสและโดนทำร้ายอย่างทารุณ ตัวเขาจากอีกเส้นทางที่ล่มสลายไปแล้วจึงตัดสินใจย้อนกลับมาเพื่อแก้ไขโชคชะตาและจัดระเบียบทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ทว่าหนทางกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคคาดไม่ถึง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเข้าร่างเดิมในสถานการณ์ที่ชวนกระอักกระอ่วนใจที่สุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของร่างกำลังหมดลมหายใจอยู่บนเตียงร่วมกับแม่ทัพใหญ่เยี่ยนฮวาฮู่พอดี